ตอนที่ ๕
ปั๊ง!!! “บังอาจ!!”
เสียงฝ่าพระหัตฮ่องเต้กระทบกับโต๊ะทรงงานทำให้เกิดเสียงดังก้องไปทั่วห้องเว่ยหลินเองถึงกับสะดุ้งเพราะความใเพราะนางมิเคยเห็นฮ่องเต้ที่มีอารมณ์กริ้วโกรธเช่นนี้
“ใครเป็ใครงั้นรึ!!”
“สะเสด็จพ่อ...” น้ำเสียงสั่นเครือของเว่ยหลินเอ่ยเรียกด้วยความหวาดกลัว
“ถ้าซิ่วเหอเป็อะไรขึ้นมา...เ้าคนแรกต้องเป็ผู้ชดใช้มัน!!ทหาร...นำตัวองค์หญิงเว่ยหลินไปกักขัง!!”
“เสด็จพ่อ....หม่อมฉันไม่ไปนะเพคะเสด็จพ่อ...ปล่อย!!”
แค่ถูกกักขังมันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำหากแต่ก่อนการ กระทำเช่นนี้ฮ่องเต้ไม่ค่อยจะใส่ใจกับเื่นี้ แต่คราวนี้มันรุน แรงเกินไปแม้คนที่เขารักมากกว่าผู้ใดก็ยังปกป้องไม่ได้
ข่าวเื่ของซิ่วเหอนั้นไวเหมือนจุดฉนวนะเิหลี่เฟยเย่ได้รับสารจากนายทหารคนสนิทว่าที่จวนของเขาเกิดเื่เลวร้ายขึ้น
ยิ่งบอกว่าเป็เื่ขององค์ชายยิ่งต้องกลับไปที่จวนโดยเร็ว
“องค์ชาย.....เอ่อ...พระสนม....”หลี่เฟยเย่วิ่งพรวดเข้ามาภายในห้องเขาไม่คาดคิดว่าจะเห็นพระสนมฉางจ้ายประทับอยู่ด้านใน
“กระหม่อมขอประทานอภัยพะยะค่ะ....”
เพี๊ยะ!! ใบหน้าอันน่าเกรงขามของหลี่เฟยเย่สะบัดไปตามแรงตบกระทบ ไม่เคยมีผู้ใดกล้าที่จะทำเช่นนี้กับเขาได้...นอกจากพระสนมฉางจ้ายที่เป็ผู้แรกเริ่ม
“เ้าคิดอย่างไรถึงปล่อยให้องค์ชายต้องเจ็บปางตายเช่นนี้!!”
“....”หลี่เฟยเย่ก้มหน้านิ่งนั่งคุกเข่า เขาไม่เอ่ยโต้ตอบอันใดแก่พระสนมเขาไม่คิดว่าองค์ชายซิ่วเหอจะเป็ถึงขนาดนี้
“ข้าถามเ้า! ใยเ้าไม่ตอบข้า! หลี่เฟยเย่...ข้าอุตส่าห์เชื่อใจเ้าให้เ้าดูแลลูกชายของข้า...เช่นนี้แล้วเ้ายังกล้ารับ ปากข้างั้นรึ!”
“เอาเถิด...ข้านั้นเชื่อใจเ้าจนเกินไปหากแต่ซิ่วเหอผ่านคืนนี้ไปได้ข้าจะไม่ยอมให้เขากลับมาที่จวนของเ้า...จงจำไว้หลี่เฟยเย่”
เหล่าหมอหลวงพยายามรักษาซิ่วเหออย่างสุดความสามารถแต่ครานี้ก็ต้องอยู่ที่ตัวของซิ่วเหอเองว่าเขาจะทนความาเ็นี้ได้นานแค่ไหน
การหายใจเริ่มแ่เบาลงเรื่อยๆส่วนชีพจรนั้นก็เต้นช้าลงตามการหายใจ
“พระสนม....กระหม่อมขออยู่ดูแลองค์ชายได้หรือไม่พะยะค่ะ” ฉางจ้ายเหลือบไปมองทางหลี่เฟยเย่มาถึงขั้นนี้แล้วอย่างไรเสียข้าก็เห็นแก่ความเป็สามีของซิ่วเหอข้าจะให้เ้าดูใจของเขาก่อนที่เขาจะไป
“ตามแต่เ้าเถิด...”
“ขอบพระทัยพระนสม...”
หลังได้รับการอนุญาตจากพระสนมฉางจ้ายแล้วหลี่เฟยเย่จึงรีบเข้าไปหาซิ่วเหอที่นอนป่วยอยู่บนเตียงใบหน้าที่ซีดเผือกนั้นเหมือนคนกำลังจะหมดลมหายใจเต็มทีแล้ว
จินซิ่วเหอ...หากข้าใส่ใจเ้าเพียงสักนิดเ้าก็คงไม่นอนป่วยเช่นนี้
ยิ่งนึกก็ยิ่งโทษตัวเองที่ไม่สามารถทำตามสิ่งที่ตนได้รับปากเอาไว้เป็เพราะเขาที่ทำให้ซิ่วเหอต้องเป็แบบนี้ถ้าเขาช่วยในตอนนั้นซิ่วเหอคงไม่นอนอยู่ตรงนี้
อึก...ซิ่วเหอเ้าอย่าเพิ่งทิ้งข้าไปไหน...ข้ายังมิได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับฮ่องเต้หากเ้าสามารถผ่านพ้นครั้งนี้ไปได้ ข้าสัญญา...ข้าจะดูแลเ้าได้เป็อย่างดี
เหล่าคนรับใช้ภายในจวนมารวมอยู่หน้าเรือนของหลี่เฟยเย่บรรยากาศเงียบสงบราวกับไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น ถึงจะมีคนอยู่มากมายหากแต่ไม่มีผู้ใดเอ่ยอะไรสักคำ
เวลาล่วงเลยมาจนถึง*ยามห้ายอาการของจินซิ่วเหอก็ยังไม่ดีขึ้น มิหนำซ้ำยังมีไข้สูงตัวร้อนดั่งกำลังถูกไฟเผา
เหล่าหมอหลวงยังคงดูแลรักษาอาการไม่ห่างก่อนที่หมอหลวงจะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเพื่อคลายความร้อนในร่าง กายของซิ่วเหอ
“ท่านหมอหลวงสิ่งนี้ข้าขอกระทำเองเถิด”หลี่เฟยเย่เอ่ยบอกหมอหลวงถึงอย่างไรเสียการที่เขาจะดูแลคนเป็ภรรยามันก็มิแปลกอะไรแต่หากเขาอยากทำตรงนี้ให้มันดีที่ สุด แม้ว่าจะมีโอกาสกระทำตรงนี้มันจะน้อยนิดก็ตาม
การดูแลรักษาจินซิ่วเหอนั้นยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆไม่ว่าหมอหลวงจะทำการปรนนิบัติกับจินซิ่วเหอเช่นไร เฟยเย่เองก็ขอกระทำการสิ่งนั้น
ดวงอาทิตย์เริ่มส่องแสงเจิดจ้านับว่าซิ่วเหอยังไม่ได้จากใครไปที่ไหนแต่อาการก็ยังไม่สู้ดีนักแต่ก็สามารถผ่านคืนนั้นมาได้
“ทูลพระสนมฉางจ้ายอาการขององค์ชายมิสู้ดีนัก หากได้เสวยโอสถ...กระหม่อมคาดว่าองค์ชายจะอาการดีขึ้น”
“ถ้าท่านคิดว่าเป็เช่นนั้นข้าก็แล้วแต่ท่านจะรักษาเถิด”
การรักษาจินซิ่วเหอเป็ไปอย่างประคับประคองยาต้มหลากหลายชนิดถูกป้อนเข้าไปในปาก บางตัวยาก็ขมจนต้องอาเจียนออกมาบางตัวยาก็ฝาดจนกลืนไม่ได้
หลายวันพ้นผ่านไปอย่างรวดเร็วซิ่วเหอในตอนนี้ดูแข็งแรงเหมือนแต่ก่อน กิจวัตรประจำวันที่เขาชอบทำก็คืออา หารทุกวันนี้เขารับหน้าที่เป็แม่ครัวประจำจวนไปเสียแล้วคนในจวนต่างถูกใจในฝีมือและรสชาติอาหารของซิ่วเหอ
ก่อนหน้านั้นซิ่วเหอได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้หลังจากอาการป่วยหายดีใน่ที่ป่วยนั้นฮ่องเต้ไม่ได้มาเยี่ยมเขาที่จวนหาก แต่ฮ่องเต้ทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะเหตุผลบางประการจึงทำได้เพียงรอซิ่วเหอหายดีแล้วค่อยเรียกตัวเข้าเฝ้า
ทุกวันนี้จินซิ่วเหอแยกตัวออกมาอยู่คนละเรือนกับหลี่เฟยเย่หลังจากที่หายป่วยเขาก็แยกตัวทันทีและไม่เคยเข้าไปเหยียบที่เรือนของหลี่เฟยเย่เลยสักนิดส่วนเรือนที่แยกออกไปนั้นก็ติดกับห้องครัว อาจจะไม่ได้ติดถึงขั้นนั้นแต่ก็พอที่จะเดินไปยังห้องครัวได้อย่างสบาย
“องค์ชายพะยะค่ะวันนี้กระหม่อมได้เต้าหูแผ่นมา...องค์ชายจะทำอย่างไรดี”
“ข้าว่าจะทำ...เต้าหู้ทอดเ้าคิดอย่างไร”
“กระหม่อมคิดว่า....ดีพะยะค่ะ”
ซิ่วเหอยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับขันทีคนสนิทอย่างชูเฉียงพวกเขาชอบใช้ชีวิตแบบนี้หลังจากทำอาหาเสร็จก็ให้บ่าวรับใช้ในจวนยกสำรับไปส่วนของพวกเขาสองคนนั้นก็ยกกลับไปทานกันที่เรือนทานเสร็จก็นำจานชามไปล้างก่อนจะออกไปเที่ยวนอกจวน
เื่ออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนนั้นหลี่เฟยเย่รู้อยู่แล้วแล้วก็ไม่เคยขัดอันใดแต่หากอย่าไปสถานที่ที่เขาห้ามเด็ดขาดเพราะถ้าฝืนไปที่แห่งนั้นเขาก็จะไม่ให้ซิ่วเหอออกจากจวนอีกเลยตกลงกันได้เช่นนั้นก็ทำให้เกิดผลดีกับทั้งสองฝ่าย
“องค์ชายวันนี้ไปที่ไหนดีพะยะค่ะ”
“ข้าคิดว่าข้าจะไปที่ค่ายทหาร....”
“มิได้พะยะค่ะ...ท่านแม่ทัพสั่งห้ามองค์ชายไปที่นั่น”
“ทำไมข้าจะไปมิได้ในเมื่อ” ซิ่วเหอไม่กล้าที่จะเอ่ยต่อจะบอกว่าที่แห่งนั้นเป็ค่ายทหารของหลี่เฟยเย่ แถมยังเป็พระสวามีของตน
“อะไรหรือพะยะค่ะ”
“เปล่า...”
แม้จะเป็คำสั่งห้ามจากหลี่เฟยเย่หากซิ่วเหอเคยเชื่อฟังที่ไหนเื่แหกกฎขอให้บอกเถิด เขาจะไปที่ใดก็ย่อมไปให้ได้...ค่ายทหารงั้นหรือถ้าข้าจักไปก็ย่อมไปได้ หลี่เฟยเย่เ้ามิอาจห้ามข้าได้แน่
ค่ายทหารของหลี่เฟยเย่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองหลวงเหล่าทหารต่างซ้อมฟันดาบ...ซิ่วเหอเองก็เดินไปยังค่ายทหารของหลี่เฟยเย่เป็อันเรียบร้อยแล้วหากแต่เขายังไม่ก้าวเข้าไปด้านในได้
พรึ๊บ!!เขาเจอกับทหารยามเฝ้าทางเข้าออกของค่ายเสียก่อน
“คนนอกห้ามเข้า!!”นายทหารผู้หนึ่งเอ่ยท้วง
“บังอาจ!! นี่เ้ากำลัง...”ไม่ทันได้พูดต่อชูเฉียงก็ถูกซิ่วเหอห้ามเอาไว้
“ไม่เป็ไรชูเฉียง....พี่ชายข้าขอเข้าไปดูในค่ายได้หรือไม่”
“แม่นาง...เ้ามีใบหน้าที่งดงามเช่นนี้ใยถึงต้องเข้าไปในค่ายทหารในค่ายมีแต่ชายฉกรรตัวใหญ่เ้าไม่กลัวงั้นรึ” แม่นางงั้นรึข้าเหมือนสตรีหรืออย่างไรกัน
“หากข้ากลัวแล้วข้าจักมายืนอยู่ตรงนี้หรือพี่ชาย”
สำเนียงกิริยาคำพูดของซิ่วเหอนั้นดูท้าทายอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าแม่นาง้าที่จะเข้าไปก็ย่อมได้เดี๋ยวข้าจะพาเ้าเข้าไปแค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น...”
“ได้เลยพี่ชายข้าขอเข้าไปแค่**หนึ่งเคอพอ...”
นายทหารชั้นผู้น้อยเห็นแก่ความกล้าของซิ่วเหอเขาพาซิ่วเหอเข้าไปภายในค่ายทหารเพื่อจะไม่มีใครจับได้ จึงให้ ซิ่วเหอกับผู้ติดตามชูเฉียงสวมใส่ชุดทหาร
ทางด้านของหลี่เฟยเย่นั้นยังอยู่ในค่ายทหารเป็ประจำเหมือนทุกครั้งไปแต่คราวนี้เขาเกิดลางสังหรบางอย่างที่เกิดภายในค่ายแห่งนี้
หลี่เฟยเย่เผยกายออกมาจากเต้นที่พักปลั๊ก!!
“นี่....”เป็ซิ่วเหอเองที่เดินเข้ามาชนกับหลี่เฟยเย่พอดี หากจะกว่าว่าคนตรงนี้ไม่ดูทางแต่ก็ไม่อาจพูดออกไปได้ซิ่ว เหอพอเห็นว่าคนตรงหน้าเป็ใครเขาจึงรีบก้มหน้าลงแล้วก้มหัวขอโทษแล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันที