สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 125 ต้องปรึกษากับภรรยา

            เมื่อพูดประโยคนี้ออกมาทุกคนที่อยู่บนยอดเขาต่างพากันตกใจ

            สำหรับแผ่นดินอาเซรอทแล้ว กับดักเวทมนตร์ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ง่ายๆ ตามข้างถนนของพวกนี้ต้องเป็นนักเวทระดับสี่ดาวขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสร้างมันออกมาได้การสร้างกับดักเวทมนตร์หนึ่งชิ้น นอกจากจะต้องสูญเสียพลังเวทมนตร์แล้วยังต้องใช้วัสดุเวทมนตร์หายากอีกเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคืออัตราความสำเร็จในการสร้างก็ต่ำมากด้วย หากสร้างสำเร็จจริงๆ พลังโจมตีของกับดักเวทมนตร์ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้ามเพราะหากใช้อย่างถูกต้องพลังโจมตีของมันก็จะเทียบเท่ากับพลังของนักเวทที่สร้างกับดัก

            ในตำนานเล่าว่า แม้แต่ยอดฝีมือระดับจันทราและสุริยะ เมื่อถูกกับดักเวทมนตร์ระดับเทพเจ้าที่ทรงพลานุภาพก็สามารถตายได้ทันทีบันทึกทางประวัติศาสตร์ฉบับที่ประกาศออกมาก็ไม่ได้มีความชัดเจนมากนักมันกล่าวเอาไว้ว่า สงครามระหว่างเทพและปีศาจในประวัติศาสตร์ของแผ่นดินอาเซรอทนั้น สถานการณ์การสู้รบสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยกับดักเวทมนตร์หากกับดักเวทมนตร์ถูกติดตั้งด้วยนักเวทผู้แข็งแกร่งแม้แต่เทพที่ว่ากันว่าแทบจะมีชีวิตเป็นอมตะก็เกือบตายได้เพราะกับดักเวทมนตร์

            อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคำว่า ‘กับดัก’ สองคำนี้ออกมาก็จะนึกถึงคำที่มีความเกี่ยวข้องกับคำนี้ นั่นก็คือ ลึกลับ แข็งแกร่ง โหดร้ายกะทันหัน ลอบโจมตี ชั่วร้ายและไร้ทางหนี คำพวกนี้ทำให้ทุกคนหวาดกลัวจับใจพวกนักเวทอัจฉริยะมักจะคิดค้นกับดักเวทมนตร์ทุกชนิดที่น่าทึ่งออกมาเหตุการณ์ลอบสังหารครั้งนี้ควรที่จะต้องถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติบนแผ่นดินอาเซรอทในสิบอันดับแรกเพราะในระหว่างการลอบสังหารอย่างน้อยๆ ก็มีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกับดักเวทมนตร์

            เมื่อได้ยินซุนเฟยพูดว่าตอนนี้มีกับดักเวทมนตร์วางไว้ทั่วยอดเขาตะวันออกเกือบทุกคนที่หน้าเปลี่ยนสี แม้แต่แพรีสและองค์หญิงเองก็เช่นกัน

            แต่ไม่ช้า ก็มีบางคนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมา

            “มันจะเป็นไปได้อย่างไร เจ้าเป็นแค่ราชาอาณาจักรบริวารระดับหกตัวเล็กๆ จะมีปัญญามีกับดักเวทมนตร์มากมายขนาดนั้นได้อย่างไร? อย่ามาโม้เลยว่าติดตั้งทั่วยอดเขานี้ ฮึๆ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะสามารถซื้อกับดักเวทมนตร์ได้แม้แต่ชิ้นเดียว และต่อให้เจ้าขายเมืองแซมบอร์ดทั้งเมืองก็ยังซื้อไม่ได้อยู่ดี?”

            “ฮ่าๆ ใช่แล้วๆ ทั่วยอดเขาตะวันออกนี้จะมีกับดักเวทมนตร์ของเจ้าได้อย่างไร คิดจะขู่ใครกัน?”

            “ข้าว่าเขาโกรธจนเป็นบ้าไปแล้ว...”

            “เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ดูสิ เลือดไหลออกมามากขนาดนี้ราชาน้อยคนนี้คงใกล้ตายแล้วแน่ๆ เขาก็เลยอยู่ในสภาวะเลอะเลือนคงไม่รู้ตัวเองหรอกว่าพูดอะไรออกมา...”

            เหล่าองค์ชายและคณะทูตบางส่วนที่อยู่ด้านหลังแพรีสต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ออกมาเหมือนรู้ทุกเรื่อง พวกเขาแย่งกันพูดแดกดันซุนเฟยเพื่อเอาอกเอาใจแพรีส แน่นอนว่าการทำแบบนี้ ทำให้ความกล้าหาญที่เหลืออยู่น้อยนิดในหัวใจของพวกเขาเพิ่มขึ้นมาบ้างเล็กน้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาถูกท่าทางเหมือนปีศาจของซุนเฟยทำให้ตกใจกลัว

            “ไอ้พวกโง่ หากไม่เชื่อ พวกเจ้าก็ทดลองด้วยตัวเองเลยสิ!”

            ซุนเฟยหัวเราะอย่างเย็นชา

            กับดักเวทมนตร์เหล่านี้ถูกติดตั้งขึ้นอย่างเงียบๆหลังจากที่ซุนเฟยเปลี่ยนเป็น ‘โหมดมือสังหาร’ ก่อนหน้านั้นอย่างน้อยมันก็มีประมาณห้าสิบหกสิบลูก ทั้งหมดเป็นกับดักเวทมนตร์ธาตุสายฟ้าและธาตุไฟแน่นอนว่าตอนนั้นซุนเฟยต้องเสียค่ามานาไปเป็นจำนวนมาก แต่การติดตั้งกับดักพวกนี้ สำหรับซุนเฟยแล้วเป็นเรื่องที่ง่ายมากเขาไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุเวทมนตร์หายากอะไรนี่ได้โค่นล้มกฎเกณฑ์และความรู้ของแผ่นอาเซรอททั้งหมดและแน่นอนว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้

            “ฮ่าๆ ลองก็ลอง!”

            มีชายหนุ่มไม่กลัวตายกระโดดออกมาพิสูจน์ คนคนนี้เป็นผู้คุ้มกันคลื่นพลังธาตุดินหนึ่งดาวและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาการขององค์ชายต้าเหลยแห่งอาณาจักรเซินฮัวหลังจากที่เขาได้รับสายตาจากต้าเหลย จึงกระโดดออกมาพลางพูดเหยียดหยามและลูบคางด้วยท่าทียโส เขาเจ้าเล่ห์มากเขาไม่เดินไปทางที่ชายผู้โชคร้ายก่อนหน้านี้ไปแล้วถูกสายฟ้าไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านแต่เลือกที่จะเดินไปอีกทางหนึ่ง

            แต่...

            ฟู่ ฟู่ ฟู่ ฟู่!

            เดินไปได้ไม่กี่ก้าวทันใดนั้นก็มีเปลวไฟร้อนระอุพุ่งออกมาจากพื้นดินเพียงเสี้ยววินาที เปลวเพลิงก็ได้ลุกลามไปทั่วร่างของชายผู้โชคร้ายคนนั้น หลังเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นได้ไม่นาน เขาก็กลายเป็นเถ้าท่ามกลางเปลวไฟ คลื่นพลังหนึ่งดาวไม่สามารถช่วยให้เขารอดตายได้กลับกันเขาแทบจะตายตั้งแต่วินาทีแรกที่โดนไฟครอก

            เปลวไฟสีแดงที่กำลังลุกโชนดูเหมือนกับว่าจะสามารถเผาไหม้ได้แม้กระทั่งอากาศ หลังจากที่ผู้คุ้มกันคนนั้นกลายเป็นขี้เถ้าอาวุธและหมวกเกราะที่อยู่บนร่างของเขาไม่นานก็ถูกเผาจนกลายเป็นน้ำเหล็กและระเหยกลายเป็นไออุณหภูมิของไฟที่ลุกไหม้ดูท่าจะสูงมาก ทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึง นี่เป็นกับดักเวทมนตร์ธาตุไฟ

            “จะเป็นไปได้อย่างไร?!”

            “พระเจ้า นี่มันกับดักเวทมนตร์ธาตุไฟจริงๆ...”

            “หรือว่าที่เด็กหนุ่มคนนั้นพูดจะเป็นความจริง?”

            ทันใดนั้นเหล่าองค์ชายที่แสดงท่าทางหยิ่งผยองเมื่อครู่ก็กลายเป็นไอ้โง่ทันทีพวกเขามองไปที่เปลวไฟที่ยังคงกำลังเผาไหม้อยู่ในตอนนี้ด้วยสายตาเกรงกลัว สีหน้าของพวกเขาเหมือนคนเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ คิดไม่ถึงว่าจะมีกับดักเวทมนตร์จริงๆหรือว่าสิ่งที่องค์ราชาน้อยใกล้จะตายคนนี้พูดจะเป็นเรื่องจริง?

            โดยเฉพาะองค์ชายต้าเหลยแห่งอาณาจักรเซินฮัวตอนนี้เขาถูกขู่จนหวาดกลัว ทีแรกเขาคิดว่าจะเสนอตัวเดินออกไปพิสูจน์คำพูดของซุนเฟยด้วยตัวเองโชคดีจริงๆ ที่ตอนนั้นจู่ๆ ก็มีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาว่าให้ส่งผู้คุ้มกันข้างกายตัวเองออกไปลองก่อน ไม่อย่างนั้นคนที่กลายเป็นขี้เถ้าเกรงว่าน่าจะเป็นเขามากกว่า

            ซุนเฟยแสยะยิ้มขณะที่กวาดสายตามองทุกคนในสายตาของเขาก็เหมือนกำลังมองพวกปัญญาอ่อนนั่นแหละ

            ตอนนี้เองแพรีสก็พลันตระหนักขึ้นมาดวงตาเจ้าชู้ของนางกวาดสายตามองไปบริเวณรอบๆ อย่างละเอียดทีละจุด แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถมองเห็นกับดักเวทมนตร์ได้ด้วยตาเปล่าแม้กระทั่งใช้คลื่นพลังในการค้นหาก็ไม่สามารถค้นพบได้ นี่ช่างเป็นกับดักเวทมนตร์ที่น่ากลัวยิ่ง คนปกติทั่วไปที่ไม่มีทักษะวิเศษในการช่วยค้นหา จะไม่มีทางได้ค้นพบการมีอยู่ของพวกมัน

            แพรีสโบกมือให้นักฆ่ามีดโค้งสีเหลืองคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายนางนักฆ่าคนนั้นเข้าใจในสัญญาณนี้จึงรีบกระโดดขึ้นสูงก่อนจะเหวี่ยงคลื่นพลังธาตุน้ำสีฟ้าบนตัวดาบออกไปประมาณหกเจ็ดเมตร

            ตูม ตูม ตูม ตูม!

            ฟู่ ฟู่ ฟู่ ฟู่!

            ทันทีคลื่นดาบพุ่งเข้าไป ทำให้กับดักเวทมนตร์จำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ห่างออกไปห้าหกเมตรทำงานขึ้นมาพร้อมกัน เพียงเสี้ยววินาที เปลวไฟสีแดงและสายฟ้าสีเงินก็พลันปรากฏออกมาเสียงดังสนั่นกึกก้องทั่วฟ้านักฆ่ามีดคนนี้ม้วนตัวออกไปและโคจรคลื่นพลังธาตุน้ำออกมาอย่างบ้าคลั่งกลางอากาศเพื่อคุ้มครองร่างแต่ก็ยังถูกเศษเสี้ยวพลังของกระแสไฟฟ้าและเปลวไฟที่พุ่งออกมาทั่วทุกสารทิศในอากาศโจมตีเข้ามาแม้แต่ความแข็งแกร่งของนักรบระดับสี่ดาวของเขาก็ไม่อาจต้านทานไว้ได้นานเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเช่นกันในขณะที่ถอยกลับมา

            ตอนนี้ สีหน้าของทุกคนบนยอดเขาก็พลันเปลี่ยนไป

            ฉากเมื่อครู่พอจะพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า คำพูดทุกประโยคของราชาน้อยคนนี้เป็นความจริงเขาได้แอบติดตั้งกับดักเวทมนตร์จำนวนนับไม่ถ้วนไว้บนยอดเขาจริงๆ และกับดักเวทมนตร์พวกนี้ก็มีพลังการโจมตีที่รุนแรงมากท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก อย่างน้อยถ้าไม่มีความแข็งแกร่งระดับสี่ดาวก็อย่าคิดว่าจะหนีรอดออกไปจากยอดเขานี้ได้

            คนส่วนใหญ่ต่างรู้สึกแปลกใจ ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเขาคงจะก้าวผ่านองค์หญิงและแพรีสกลายเป็นผู้ชนะเพียงคนเดียวที่แท้จริงในการต่อสู้ครั้งนี้

            “อย่าห่วงเลย ข้ามีวิธี พวกเราต้องจับกุมเขาก่อนชายคนนี้จะต้องมีแผนที่ระบุเส้นทางที่ถูกต้องไว้กับตัวเองแน่ๆ”

            ในฝูงชน ‘นักเชือด’ ซานโดรที่ปลอมตัวเป็นมอดริชก่อนหน้านี้ นึกถึงจุดสำคัญขึ้นมาเขามองไปที่ร่างของซุนเฟยที่อยู่ในสภาพปางตาย ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้สร้างความดีความชอบต่อหน้าแพรีสร่างเงาของเขาก็พุ่งออกมาจากฝูงชน

            สีหน้าแพรีสชะงักค้างไปวูบหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร

            ยามที่นางมองราชาน้อยตรงหน้าคนนี้ นานๆ เข้าก็รู้สึกว่ายิ่งมองก็ยิ่งไม่เข้าใจนางไม่เคยรู้สึกสับสนและคาดไม่ถึงแบบนี้มาก่อน  นางตัดสินใจที่จะให้ ‘นักเชือด’ ซานโดร ไปลองทำตามความคิดของเขาดู

            เสียงลมพัดหวีดหวิวดังขึ้น

            ‘นักเชือด’ ซานโดรเป็นนักรบธาตุไฟสี่ดาว บนมือของก็ปรากฏคลื่นพลังธาตุไฟสีแดงออกมาก่อนมันจะกลายเป็นมังกรยักษ์แผดเสียงร้องคำรามขึ้นคลื่นความร้อนมหาศาลกระพือออกมาก่อนจะม้วนตัวพุ่งไปทางซุนเฟย

            ซุนเฟยหลบไปทางขวาเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีครั้งนี้ของ ‘นักเชือด’

            วินาทีต่อมา เขาได้ทำเรื่องที่ทำให้ความหวังของ ‘นักเชือด’ ซานโดรและทุกคนพังทลายลงไปในพริบตา

            เขาขยับมือเบาๆ จากนั้นในมือก็ปรากฏน้ำยาสีแดงขวดหนึ่งออกมาหลังจากที่ดื่มมันเข้าไป เห็นได้ชัดว่าบาดแผลที่น่ากลัวบนร่างของซุนเฟยที่ถูกนักฆ่าชุดขาวทิ้งไว้ได้ฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลือดและกล้ามเนื้องอกขึ้นมาใหม่ หลุมเลือดที่อกก็ค่อยๆ ประสานกันขึ้นมาไม่ถึงสิบลมหายใจ บาดแผลบนร่างของซุนเฟยก็หายไป เขาได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่แล้ว

            ใบหน้าของ ‘นักเชือด’ ซานโดรก็พลันบิดเบี้ยวเหมือนถูกคนใช้รองเท้าเตะไปที่ตูดนับร้อยทีเดิมทีเขาเห็นว่าซุนเฟยได้รับบาดเจ็บจึงรวบรวมความกล้า แต่ใครจะไปรู้ว่ามันจะเกิดเรื่องที่ไม่น่าเชื่อแบบนี้ขึ้น

            นักฆ่าชุดขาวที่ซุนเฟยสังหารไปก่อนหน้านั้นมีพลังแข็งแกร่งกว่าตัวเองมาก ‘นักเชือด’ กลัวจนตัวสั่น เขาไม่สนว่าจะต้องเสียหน้า รีบหันหลังวิ่งหนีจากไปทันที อย่างไรก็ต้องรักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน

            แต่มีหรือซุนเฟยจะให้โอกาสนั้นกับเขา

            สำหรับไอ้คนที่ชอบปลอมตัวหลอกคนอื่นเพื่อลอบสังหารแบบนี้ซุนเฟยรู้สึกเกลียดจนบรรยายไม่ได้ สองเท้ากระทืบพื้นอย่างรุนแรง เปิดใช้ทักษะ ‘กระโดด’ ของคนเถื่อนเพียงเสี้ยววินาทีก็กลายเป็นร่างเงาเลือนรางไล่ตามหลังของนักเชือดไปติดๆนิ้วมือทั้งห้างอลงเหมือนตะขอ ก่อนจะคว้าไปไหล่ของ ‘นักเชือด’ ซานโดร

            “ฮ่าๆๆๆ เจ้าหลงกลแล้ว ตายซะ!”

            เมื่อเห็นนิ้วมือของซุนเฟยจับบนไหล่ของตัวเองดวงตาของซานโดรก็เป็นประกาย ยากที่จะปกปิดอาการภาคภูมิใจของตัวเองทันใดนั้นมันก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะหยุดวิ่งแล้วหันร่างหลับมากะทันหันกำปั้นดุจสายฟ้าก็ชกไปทางซุนเฟยอย่างรวดเร็ว

            กลิ่นอายนี้รวดเร็วดุดันจนยากที่จะต้านทานได้พลังที่รุนแรงนี้แน่นอนว่าไม่ใช่พลังที่นักรบสี่ดาวอย่างซานโดรควรจะมี

            “ฮ่าๆ คิดไว้แล้วว่าเจ้าต้องมาไม้นี้”

            ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานร่างเงาของซุนเฟยที่ไล่ตามมาด้วยความเร็วก็กลายเป็นหยุดนิ่งทันที ก่อนจะถอยห่างออกมาในตอนที่ซานโดรคิดจะ ‘หันกลับมาโจมตีอย่างฉับพลัน’ อย่างเส้นยาแดงผ่าแปดจากนั้นก็ใช้นิ้วมือทั้งห้าที่เหมือนคีบเหล็กจับไปที่แขนของซานโดรแล้วกระชากร่างของซานโดรเข้ามา พลังมหาศาลทำให้ซานโดรสูญเสียการทรงตัว เขาลอยไปทางซุนเฟย...

            “เป็นไปได้อย่างไร เจ้าทำไม...”

            โผล๊ะ!

            ซานโดรพูดไม่ทันจบ ซุนเฟยใช้มือซ้ายจับไปที่หัวของเขาก่อนจะบีบจนแตก

            เพียงเสี้ยววินาทีหัวของซานโดรก็แตกกระจาย มันน่าเวทนาจนทนดูไม่ได้ ‘นักเชือด’ ได้รับบาดเจ็บหนักจากการโจมตีของยอดฝีมือถึงสองคนของฝ่ายองค์หญิงแม้กระทั่งคำพูดอ้อนวอนขอชีวิตยังไม่ทันจะได้เอ่ยออกมาก็ต้องมาตายคาที่เสียก่อน

            ซุนเฟยเอื้อมมือไปรูดแหวนสีเงินสองวงจากนิ้วของศพซานโดรออกมา

            ความจริงแล้วเขาพบว่าในมือของ ‘นักเชือด’ มีอุปกรณ์แปลกๆ ที่น่าจะเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์อยู่และอุปกรณ์นี้ก็สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งในการกลั่นคลื่นพลังได้ทำให้สามารถเพิ่มพลังการโจมตีขึ้นเป็นเท่าตัวในชั่วพริบตาแน่นอนว่ามันเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในการแอบลอบโจมตีและเป็นเพราะใช้แหวนสีเงินสองวงนี้  ทำให้ ‘นักเชือด’ สามารถโจมตีอาร์ชาวินและสาวน้อยจื่อเยี่ยนจนได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ไม่อย่างนั้นทั้งสองคนคงไม่ได้รับบาดเจ็บหนักจากการลอบโจมตีของนักรบที่มีความแข็งแกร่งเพียงสี่ดาวอย่างแน่นอน

            เขาใช้เท้าเตะไปที่ศพของซานโดรพลางเผยรอยยิ้มดุจปาจออกมาเป็นครั้งที่สาม “โอ้ ได้ฆ่าอีกหนึ่งศพ บิดารู้สึกดีขึ้นมาอีกแล้ว!”

            ยอดฝีมือที่อยู่ข้างกายแพรีสใกล้จะเป็นบ้า

            เล่นหมูกินเสือ1กันนี่!

            นี่ต้องเป็นการเล่นหมูกินเสืออย่างแน่นอน!

            ใครจะไปคิดว่าในมือของราชาน้อยจะมีน้ำยารักษาบาดแผลมหัศจรรย์แบบนี้อยู่ด้วยไม่ว่าบาดเจ็บหนักขนาดไหนก็สามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้ในชั่วพริบตา และเป็นอีกครั้งที่ยอดฝีมือจากฝ่ายของตัวเองต้องกลายเป็นศพเย็นชืดเพราะความ ‘คาดไม่ถึง’

            ภายใต้แสงสีทองที่สาดส่องลงมาตอนนี้ยอดเขาตะวันออกได้กลายเป็นแดนนรกบนโลกมนุษย์ไปแล้ว

            มองไปรอบๆ ตัวของซุนเฟยที่มีศพไร้หัวของฮาซึงจิน โอบินนา นักฆ่าชุดขาวและซานโดรนอนระเกะระกะอยู่บนพื้นทุกคนก็รู้สึกเหมือนกำลังฝันร้าย นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมคนที่แข็งแกร่งที่สุดถึงได้เป็นราชาน้อยที่มีพลังแค่สี่ดาวล่ะ แค่เวลาสั้นๆ เขาก็สามารถสังหารยอดฝีมือระดับสี่ดาวไปสามคนและยอดฝีมือระดับห้าดาวไปหนึ่งคนอย่างง่ายดายเหมือนฆ่าไก่...นี่พระเจ้ากำลังเล่นตลกกับสงครามของพวกเราอยู่หรือเปล่า? ถ้ามันเป็นเพียงฝันร้ายก็ขอให้ฝันร้ายนี้สิ้นสุดไปสักที!

            “ลบกับดักเวทมนตร์พวกนี้ไปเถอะ เรื่องราวในวันนี้ก็จบแค่นี้เถอะ”

            แพรีสเดินไปด้านหน้าหนึ่งก้าวตอนนี้ใบหน้าที่ไร้ที่ติของนางไร้ซึ่งรอยยิ้มและยังเย็นชาเคร่งขรึมอีกด้วยนางถอนหายใจออกมาอย่างไม่ยินยอมเท่าไรนัก ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “เจ้าชนะ เจ้าเป็นผู้ชนะในวันนี้คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าข้าและองค์หญิงที่เตรียมแผนการมาเป็นเวลานานขนาดนี้สุดท้ายก็ต้องมาพ่ายแพ้ให้แก่เจ้า...แต่สถานการณ์ตอนนี้ ในใจของเจ้าคงรู้ดีนอกจากข้าแล้วยังมียอดฝีมือระดับสี่ดาวอีกสองคนและยอดฝีมือระดับห้าดาวอีกหนึ่งคนแม้ว่าเจ้าจะมีกับดักเวทมนตร์นับไม่ถ้วน แต่ถ้าเราสู้กันต่อต่างฝ่ายต่างก็ต้องสูญเสีย และเจ้าคงยากที่จะหลีกหนีความตายได้!”

            ประโยคนี้แพรีสพูดอย่างไม่รู้สึกยินดีสักนิด มีเพียงนางเองที่รู้ดี

            ตอนนี้ฝั่งนางมีนักฆ่ามีดโค้งสีเหลืองระดับสี่ดาวสองคนและนักฆ่าที่ใช้ดาบห้าดาวระดับกลางอยู่หนึ่งคนและตัวนางเองก็เป็นยอดฝีมือระดับสี่ดาว...ในความคิดของนาง ถ้าเขาเลือกที่จะสู้ตายจริงๆฝ่ายตัวเองก็ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสที่จะสังหารเขาได้แต่มันต้องแลกมากับความสูญเสียมหาศาลพอสมควร

            แต่นางก็พอจะมองออกว่า เรื่องราวในวันนี้ตั้งแต่ต้นจนจบมันอยู่เหนือการควบคุมของตัวเองไปมากแล้วและไม่ต้องพูดเลยว่าราชาน้อยคนนี้ได้สั่นประสาทของนางไปแล้วหลายครั้งและสิ่งที่แพรีสกังวลที่สุดคือองค์หญิงที่กำลังสงบนิ่งอยู่ห่างออกไปจะมีทางหนีทีไล่อะไรหรือเปล่า ดังนั้นนางจึงจำเป็นต้องเลือกการประนีประนอมเพราะราชาน้อยจอมยโสตรงหน้ากำลังเปิดไพ่ของตัวเองออกมาทีละใบ ในขณะที่นางไม่มีไพ่สักใบให้เปิด

            แต่...

            “ฮ่าๆๆ ยัยป้า สุดท้ายเจ้าก็ยอมจำนนแล้วหรือ?” ซุนเฟยหัวเราะขณะที่มองไปที่ใบหน้างามเขาขบคิดอย่างตั้งใจ ก่อนจะยกมือลูบท้ายทอยของตัวเองแล้วพูดว่า “เอาแบบนี้แล้วกัน เรื่องนี้ให้ข้าปรึกษาภรรยาข้าก่อน!”

            ต่อมา เขาก็ทำเรื่องที่ทำให้ทุกคนบนยอดเขาต้องตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง

            -----------------------------

            1 เล่นหมูกินเสือ ความหมายเดียวกับ หมาป่าห่มหนังแกะ

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน