ใช่แล้วล่ะ! เธอกับพักตร์พริ้งเป็เด็กที่แม่ใจแตกคลอดทิ้งไว้ในโรงพยาบาลแล้วก็หนีจากไป โรงพยาบาลจึงส่งเธอกับน้องสาวไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า แล้วคุณแม่แสงจันทร์ก็รับทั้งคู่มาอุปการะไว้ในฐานะลูกสาวบุญธรรมอีกที บุญคุณของท่านจึงท่วมหัวสำหรับเธอ .
หญิงสาวได้แต่มองพาสปอร์ตของตัวเองที่วางอยู่ตรงหัวเตียง เดิมทีเธอก็ได้มีโอกาสไปเรียนต่อเมืองนอก อีกไม่กี่ปีก็จะจบแล้ว แต่เมื่อได้ข่าวว่าคุณแม่จันทราท่านป่วยหนักและเสียชีวิตลงด้วยโรคประจำตัวของท่าน พริ้มพราวก็รีบกลับมาเมืองไทยทันที น่าเสียดายเหลือเกินที่เธอไม่ได้อยู่ตอบแทนบุญคุณท่านอย่างเต็มที่ .
ต่อมาก่อนพริ้มพราวจะเดินทางกลับไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเพียงวันเดียวเท่านั้นก็เกิดเื่ขึ้นมาเสียก่อน เธอทะเลาะกับพักตร์พริ้งหนักมากจนมารู้ตัวอีกทีก็พบว่าน้องสาวพลัดตกหน้าผาไปเสียแล้ว ฝันร้ายในวันนั้นยังคงเป็ภาพหลอกหลอนติดตาอยู่ เธอกลายเป็ผู้ต้องหาทันทีและสูญเสียอนาคตของตัวเองไปพร้อมๆ กัน คงเป็เวรกรรมย้อนกลับมากระมังหญิงสาวจึงตัดสินใจอยู่ชดใช้ให้กับคุณกริชที่ต้องสูญเสียคนรักไป พักตร์พริ้งแฝดน้องของเธอ….แต่จะโทษว่าที่เธอยอมอยู่กับความกล้ำกลืนนี้เพราะความสะใจของกริชเพียงคนเดียวก็คงไม่ถูกเพราะเหตุการณ์ในวันนั้นพริ้มพราวเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าตัวเองเป็แพะหรือเป็ฆาตกรกันแน่….
ก๊อก ก๊อก ก๊อก .
แล้วในระหว่างที่พริ้มพราวกำลังยืนเหม่ออยู่นั้น เสียงเคาะประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้น
“แพรเอาค่ะ”
“พี่พริ้มอยู่ในห้องมั้ยคะ” เสียงจากด้านนอกะโถามเธอ หญิงสาวจึงเดินไปเปิดประตูให้ .
“มีอะไรหรอแพร” พริ้มพราวถามกิ่งแพร กิ่งแพรเป็ญาติห่างๆ ของกริชที่คุณแม่แสงจันทร์รับอุปการะเป็ลูกบุญธรรมเหมือนกัน
“เอ่อ….”
กิ่งแพรอึกอักเมื่อเห็นรอยแดงเป็จ้ำๆ ตามซอกคอของเธอ พริ้มพราวจึงรีบดึงปกเสื้อของตัวเองมาปิด ถึงแม้ทุกคนในบ้านใหญ่นี้จะรู้หน้าที่ของเธอที่ต้องคอยปรนนิบัติคุณกริชในฐานะนางบำเรอแล้ว แต่กิ่งแพรก็ยังเด็กอยู่มาก .
“เอ่อ….” แต่กิ่งแพรก็ยังอึกอักอยู่เช่นเคย.
“มีอะไรก็ว่ามาสิแพร” เธอถามอีกครั้ง กิ่งแพรหันซ้ายหันขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ แล้วก็รีบเข้ามาในห้องของพริ้มพราวทันที
“คุณกูลฝากมาให้ค่ะ” กิ่งแพรส่งจดหมายเล็กๆ ที่ได้มาจากอนุกูลส่งให้เธอ .
“กิ่งขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณกริชจับได้”
กิ่งแพรพูดต่อแล้วก็รีบเผ่นไปจากห้องของเธอทันที พริ้มพราวจึงเปิดจดหมายออกมาอ่าน
‘ออกมาเจอกันท้ายไร่หน่อย พี่มีธุระสำคัญจะคุยด้วย’
“ธุระอะไรกันนะ?”
พริ้มพราวสงสัย แต่ก็ค่อยๆ แง้มประตูออกไปสำรวจซ้ายขวา เมื่อเห็นว่าทุกคนคงออกไปทำงานกันหมดแล้วโดยเฉพาะกริช หญิงสาวจึงได้จึงย่องออกจากบ้านไป แล้วเธอก็เจออนุกูลที่ดักรออยู่ริมรั้วท้ายไร่จริงๆ
.
.
.
ในขณะเดียวกันด้านกริช…..
“วันนี้ได้เยอะอยู่นะ”
กริชเอ่ยขึ้นอย่างพอใจพลางมองทุเรียนทั้งหมดที่ให้คนงานตัดจากต้นมา ที่นี่เป็ไร่ทุเรียนส่งออกขนาดใหญ่ที่แม่ของตนทิ้งไว้ให้ ดังนั้นนอกจากบริหารงานในธนาคารแล้วเขายังต้องดูแลไร่ทุเรียนแห่งนี้ไปด้วย แต่ดูเหมือนว่ายังมีผลผลิตบางส่วนที่สุกงอมเกินกว่าจะส่งออกได้ ชายหนุ่มจึงเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา
“ไปตามพริ้มพราวมา” เขาสั่งคนงาน
.
.
กลับมาที่พริ้มพราวที่ต้องแอบออกมาเจอรุ่นพี่หนุ่มใจดีท้ายไร่โดยไม่ให้ใครเห็น
“พี่นึกแล้วว่าเธอต้องมา” อนุกูลเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหน้าพริ้มพราว.
“พี่กูลมีเื่สำคัญอะไรจะคุยกับพริ้มหรอคะ” พริ้มพราวถามอนุกูล แล้วเขาก็ยื่นเอกสารที่อยู่ในมือให้เธอ
“อะไรกันคะ?” พริ้มพราวขมวดคิ้วพร้อมกับเปิดมันออกดูแล้วก็พบว่ามันเป็เอกสารเรียนต่อของเธอ
.
.
กลับไปที่กริชซึ่งรอให้คนไปตามพริ้มพราวมาอยู่พักใหญ่แล้ว.
“แล้วพริ้มพราวล่ะ?” เขาถามคนงานที่อาสาไปตามให้ แต่กลับไม่พบพริ้มพราวเดินตามมาเหมือนกับทุกครั้ง .
“คุณพริ้มพราว ไม่ได้อยู่ที่บ้านใหญ่ครับนาย” คนงานบอกเขา .
“ฉันเห็นเดินไปทางหลังไร่นะคะนาย” แล้วคนงานหญิงอีกคนหนึ่งที่อยู่แถวๆนั้นก็โพล่งขึ้นมา
“ท่าทางลับๆ ล่อๆ ด้วยค่ะ” นางพูดต่อในขณะที่กริชกำลังคิด ท้ายไร่มันอยู่ใกล้กับไร่ของไอ้อนุกูลนี่!
.
.
กลับมาที่พริ้มพราวกับอนุกูลที่กำลังยืนคุยกันอยู่….
“ขอบคุณนะคะพี่กูล แต่ว่าพริ้มตัดสินใจแล้ว” พริ้มพราวตัดสินใจปฏิเสธอนุกูลที่ช่วยหาทางให้เธอได้กลับไปเรียนต่อ ที่จริงอีกแค่สองปีเธอก็น่าจะเรียนจบแล้ว
“พริ้มกลับไปไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
“นี่เธอคิดดีแล้วจริงๆ หรอพริ้ม นั่นมันอนาคตของเธอเลยนะ”
อนุกูลไม่เคยเห็นด้วยกับการปฏิเสธอนาคตต่อไปของตัวเองของพริ้มพราว หลังคดีสิ้นสุดลงอนุกูลไม่เคยเชื่อว่าพริ้มพราวจะใช้ชีวิตอยู่ในไร่นั้นอย่างมีความสุขต่อไปได้อีกในเมื่อกริชยังไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลและยังตราหน้าหญิงสาวว่าเป็ฆาตกรอยู่ตลอดเวลา
“หรือว่าไอ้คุณกริชมันบังคับเธอ?” หรือนี่เป็เหตุผลที่ทำให้พริ้มพราวกลัว
“ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณกริชหรอกค่ะ พริ้มตัดสินใจของพริ้มเอง” แต่ดูเหมือนว่าพริ้มพราวจะยังปกป้องกริชอยู่ในความรู้สึกของอนุกูล
“ฟังพี่นะพริ้มพราว” อนุกูลจับที่ไหล่ของเธอทั้งสองข้างแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ตอนนี้ชีวิตของเธอมันไม่มีอะไรแน่นอนอีกแล้วเธอก็รู้ใช่มั้ย” เมื่อก่อนที่นี่ยังมีแม่ของกริชเป็ร่มบุญให้กับพริ้มพราวอยู่ แต่ทว่าตอนนี้ทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว
“เธอจะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะเพราะไม่รู้ว่าไอ้คุณกริชนั่นมันจะไล่เธอออกจากไร่แสงจันทราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้” .
“เขาไล่พริ้มไปจากไร่นี้ไม่ได้หรอกค่ะ” พริ้มพราวสวนกลับมาอย่างใจเย็น.
“อีกอย่างถ้าพริ้มได้กลับอังกฤษ….มันยังมีอีกหลายปัญหารอพริ้มอยู่นะคะ” พริ้มพราวถอนหายใจ
………….
ฝากกดถูกใจและกดติดตามนิยายใหม่เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ