ในเงาเสน่หา (กริช+พริ้มพราว)

    ตอนที่2

            ใช่แล้วล่ะ! เธอกับพักตร์พริ้งเป็๲เด็กที่แม่ใจแตกคลอดทิ้งไว้ในโรงพยาบาลแล้วก็หนีจากไป โรงพยาบาลจึงส่งเธอกับน้องสาวไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า แล้วคุณแม่แสงจันทร์ก็รับทั้งคู่มาอุปการะไว้ในฐานะลูกสาวบุญธรรมอีกที บุญคุณของท่านจึงท่วมหัวสำหรับเธอ .

            หญิงสาวได้แต่มองพาสปอร์ตของตัวเองที่วางอยู่ตรงหัวเตียง เดิมทีเธอก็ได้มีโอกาสไปเรียนต่อเมืองนอก อีกไม่กี่ปีก็จะจบแล้ว แต่เมื่อได้ข่าวว่าคุณแม่จันทราท่านป่วยหนักและเสียชีวิตลงด้วยโรคประจำตัวของท่าน พริ้มพราวก็รีบกลับมาเมืองไทยทันที น่าเสียดายเหลือเกินที่เธอไม่ได้อยู่ตอบแทนบุญคุณท่านอย่างเต็มที่ .

            ต่อมาก่อนพริ้มพราวจะเดินทางกลับไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเพียงวันเดียวเท่านั้นก็เกิดเ๱ื่๵๹ขึ้นมาเสียก่อน เธอทะเลาะกับพักตร์พริ้งหนักมากจนมารู้ตัวอีกทีก็พบว่าน้องสาวพลัดตกหน้าผาไปเสียแล้ว ฝันร้ายในวันนั้นยังคงเป็๲ภาพหลอกหลอนติดตาอยู่ เธอกลายเป็๲ผู้ต้องหาทันทีและสูญเสียอนาคตของตัวเองไปพร้อมๆ กัน คงเป็๲เวรกรรมย้อนกลับมากระมังหญิงสาวจึงตัดสินใจอยู่ชดใช้ให้กับคุณกริชที่ต้องสูญเสียคนรักไป พักตร์พริ้งแฝดน้องของเธอ….แต่จะโทษว่าที่เธอยอมอยู่กับความกล้ำกลืนนี้เพราะความสะใจของกริชเพียงคนเดียวก็คงไม่ถูกเพราะเหตุการณ์ในวันนั้นพริ้มพราวเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าตัวเองเป็๲แพะหรือเป็๲ฆาตกรกันแน่….


            ก๊อก ก๊อก ก๊อก .

            แล้วในระหว่างที่พริ้มพราวกำลังยืนเหม่ออยู่นั้น เสียงเคาะประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้น

            “แพรเอาค่ะ”

            “พี่พริ้มอยู่ในห้องมั้ยคะ” เสียงจากด้านนอก๻ะโ๷๞ถามเธอ หญิงสาวจึงเดินไปเปิดประตูให้ .

            “มีอะไรหรอแพร” พริ้มพราวถามกิ่งแพร กิ่งแพรเป็๲ญาติห่างๆ ของกริชที่คุณแม่แสงจันทร์รับอุปการะเป็๲ลูกบุญธรรมเหมือนกัน

            “เอ่อ….”

            กิ่งแพรอึกอักเมื่อเห็นรอยแดงเป็๲จ้ำๆ ตามซอกคอของเธอ พริ้มพราวจึงรีบดึงปกเสื้อของตัวเองมาปิด ถึงแม้ทุกคนในบ้านใหญ่นี้จะรู้หน้าที่ของเธอที่ต้องคอยปรนนิบัติคุณกริชในฐานะนางบำเรอแล้ว แต่กิ่งแพรก็ยังเด็กอยู่มาก .

            “เอ่อ….” แต่กิ่งแพรก็ยังอึกอักอยู่เช่นเคย.

            “มีอะไรก็ว่ามาสิแพร” เธอถามอีกครั้ง กิ่งแพรหันซ้ายหันขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ แล้วก็รีบเข้ามาในห้องของพริ้มพราวทันที

            “คุณกูลฝากมาให้ค่ะ” กิ่งแพรส่งจดหมายเล็กๆ ที่ได้มาจากอนุกูลส่งให้เธอ .

            “กิ่งขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณกริชจับได้”

            กิ่งแพรพูดต่อแล้วก็รีบเผ่นไปจากห้องของเธอทันที พริ้มพราวจึงเปิดจดหมายออกมาอ่าน

            ‘ออกมาเจอกันท้ายไร่หน่อย พี่มีธุระสำคัญจะคุยด้วย’


            “ธุระอะไรกันนะ?”

            พริ้มพราวสงสัย แต่ก็ค่อยๆ แง้มประตูออกไปสำรวจซ้ายขวา เมื่อเห็นว่าทุกคนคงออกไปทำงานกันหมดแล้วโดยเฉพาะกริช หญิงสาวจึงได้จึงย่องออกจากบ้านไป แล้วเธอก็เจออนุกูลที่ดักรออยู่ริมรั้วท้ายไร่จริงๆ

            .

            .

            .

            ในขณะเดียวกันด้านกริช…..

            “วันนี้ได้เยอะอยู่นะ”

            กริชเอ่ยขึ้นอย่างพอใจพลางมองทุเรียนทั้งหมดที่ให้คนงานตัดจากต้นมา ที่นี่เป็๞ไร่ทุเรียนส่งออกขนาดใหญ่ที่แม่ของตนทิ้งไว้ให้ ดังนั้นนอกจากบริหารงานในธนาคารแล้วเขายังต้องดูแลไร่ทุเรียนแห่งนี้ไปด้วย แต่ดูเหมือนว่ายังมีผลผลิตบางส่วนที่สุกงอมเกินกว่าจะส่งออกได้ ชายหนุ่มจึงเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา

            “ไปตามพริ้มพราวมา” เขาสั่งคนงาน

            .

            .

            กลับมาที่พริ้มพราวที่ต้องแอบออกมาเจอรุ่นพี่หนุ่มใจดีท้ายไร่โดยไม่ให้ใครเห็น

            “พี่นึกแล้วว่าเธอต้องมา” อนุกูลเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหน้าพริ้มพราว.

            “พี่กูลมีเ๹ื่๪๫สำคัญอะไรจะคุยกับพริ้มหรอคะ” พริ้มพราวถามอนุกูล แล้วเขาก็ยื่นเอกสารที่อยู่ในมือให้เธอ

            “อะไรกันคะ?” พริ้มพราวขมวดคิ้วพร้อมกับเปิดมันออกดูแล้วก็พบว่ามันเป็๲เอกสารเรียนต่อของเธอ

            .

            .

            กลับไปที่กริชซึ่งรอให้คนไปตามพริ้มพราวมาอยู่พักใหญ่แล้ว.

            “แล้วพริ้มพราวล่ะ?” เขาถามคนงานที่อาสาไปตามให้ แต่กลับไม่พบพริ้มพราวเดินตามมาเหมือนกับทุกครั้ง .

            “คุณพริ้มพราว ไม่ได้อยู่ที่บ้านใหญ่ครับนาย” คนงานบอกเขา .

            “ฉันเห็นเดินไปทางหลังไร่นะคะนาย” แล้วคนงานหญิงอีกคนหนึ่งที่อยู่แถวๆนั้นก็โพล่งขึ้นมา

            “ท่าทางลับๆ ล่อๆ ด้วยค่ะ” นางพูดต่อในขณะที่กริชกำลังคิด ท้ายไร่มันอยู่ใกล้กับไร่ของไอ้อนุกูลนี่!

            .

            .

            กลับมาที่พริ้มพราวกับอนุกูลที่กำลังยืนคุยกันอยู่….

            “ขอบคุณนะคะพี่กูล แต่ว่าพริ้มตัดสินใจแล้ว” พริ้มพราวตัดสินใจปฏิเสธอนุกูลที่ช่วยหาทางให้เธอได้กลับไปเรียนต่อ ที่จริงอีกแค่สองปีเธอก็น่าจะเรียนจบแล้ว

            “พริ้มกลับไปไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”

            “นี่เธอคิดดีแล้วจริงๆ หรอพริ้ม นั่นมันอนาคตของเธอเลยนะ”

            อนุกูลไม่เคยเห็นด้วยกับการปฏิเสธอนาคตต่อไปของตัวเองของพริ้มพราว หลังคดีสิ้นสุดลงอนุกูลไม่เคยเชื่อว่าพริ้มพราวจะใช้ชีวิตอยู่ในไร่นั้นอย่างมีความสุขต่อไปได้อีกในเมื่อกริชยังไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลและยังตราหน้าหญิงสาวว่าเป็๲ฆาตกรอยู่ตลอดเวลา

            “หรือว่าไอ้คุณกริชมันบังคับเธอ?” หรือนี่เป็๞เหตุผลที่ทำให้พริ้มพราวกลัว

            “ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณกริชหรอกค่ะ พริ้มตัดสินใจของพริ้มเอง” แต่ดูเหมือนว่าพริ้มพราวจะยังปกป้องกริชอยู่ในความรู้สึกของอนุกูล

            “ฟังพี่นะพริ้มพราว” อนุกูลจับที่ไหล่ของเธอทั้งสองข้างแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “ตอนนี้ชีวิตของเธอมันไม่มีอะไรแน่นอนอีกแล้วเธอก็รู้ใช่มั้ย” เมื่อก่อนที่นี่ยังมีแม่ของกริชเป็๲ร่มบุญให้กับพริ้มพราวอยู่ แต่ทว่าตอนนี้ทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว

            “เธอจะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะเพราะไม่รู้ว่าไอ้คุณกริชนั่นมันจะไล่เธอออกจากไร่แสงจันทราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้” .

            “เขาไล่พริ้มไปจากไร่นี้ไม่ได้หรอกค่ะ” พริ้มพราวสวนกลับมาอย่างใจเย็น.

            “อีกอย่างถ้าพริ้มได้กลับอังกฤษ….มันยังมีอีกหลายปัญหารอพริ้มอยู่นะคะ” พริ้มพราวถอนหายใจ


    ………….

    ฝากกดถูกใจและกดติดตามนิยายใหม่เป็๲กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ