เศษเถ้าธุลีจากหมัดของกล้ายังล่องลอยในอากาศ
แต่สายตาของทุกคน กลับจับจ้องไปยังจุดเดียว—ประตูผนึกกลางลานหมู่บ้าน ที่ไม่ควรมีอยู่ตรงนั้น
มันปรากฏขึ้นเอง
ั้แ่วินาทีที่กล้าปล่อย "หมัดสังหารเทพา" ใส่ศัตรูในตอนก่อน—บางอย่างใต้ดิน...ตื่นขึ้น
> “หมัดนั้นไม่ใช่ของข้า”
กล้าพึมพำ
“มันเหมือนมีมือของใครอีกคน ทะลวงผ่านร่างข้าออกไป...”
ทศพลเดินเข้ามาเงียบ ๆ
ร่างกายเขายังมีแผลจากการต่อสู้กับ "ั์ดำ" ในตอนก่อน
แต่ในแววตา—มีความหนักแน่น
> “แก่นพลังของเ้าตอบสนองต่อ ‘คำสาปชั้นใต้ดิน’”
“มันคือหมัดของ ‘ผู้ปลุกคำพิพากษา’ …ไม่ใช่แค่หมัดต่อสู้ธรรมดาอีกต่อไป”
ออรพิณยื่น "แก่นเวท" ที่เธอชิงมาได้จากอสูร
มันสั่นราวกับกลัวบางสิ่ง
แม้เธอพยายามควบคุม แต่มันกรีดเสียงร้องคล้าย “อ้อนวอน”
> “มันไม่ได้กลัวเรา มันกลัวสิ่งที่ตื่นขึ้นต่างหาก...”
เสียงะเิกัมปนาทดังกึกก้องจากใต้พื้นดิน
ทุกคนหันไปมองยังประตูหิน—ที่ตอนนี้มี "ลายอักขระเรืองแสงสีเื" ผุดขึ้นทีละเส้น
ผนึกเริ่มแตก
---
บนท้องฟ้า
ชาลีบินสำรวจ เห็นเครือข่ายเวทโบราณเหนือหมู่บ้านขยายกว้างออก
เงาดำคล้ายร่างหนึ่ง “ลืมตา” มองย้อนลงมา
และวินาทีนั้น—ขนนกทุกเส้นของเขาลุกชัน
> “มันเห็นพวกเราแล้ว...”
---
ย้อนกลับไปในมิติลึก
ในซากวิหารร้างกลางหุบเหว
เทพาทมิฬ—เงาร่างไร้ใบหน้า นั่งบนแท่นบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยกระดูก
เขาเอียงศีรษะไปทางหนึ่ง...เหมือน “ได้ยินเสียงของหมัดนั้น”
> “หมัดนั้น...”
“กลับมาแล้วงั้นหรือ...หมัดของเ้าสุริยา...”
เสียงของมันต่ำ ดุดัน และเต็มไปด้วยความแค้น
แต่มันแสยะยิ้ม
> “น่าสนุกขึ้นแล้ว...ผู้สืบทอดตัวใหม่เอ๋ย”
---
กลับมาที่กลุ่มกล้า
พื้นดินกลางลานหมู่บ้านแตกออก
เสาหินเจ็ดต้นผุดขึ้นพร้อมกัน พร้อมเสียงลั่นของโซ่เหล็กเวทพันธนาการบางสิ่งไว้ข้างใต้
กล้าเดินไปข้างหน้า ชูหมัดขึ้นช้า ๆ
“ถ้าข้าคือผู้ถูกเลือก...ถ้างั้นข้าจะเป็คนจบมันด้วยตัวเอง”
ออรพิณ, ทศพล, และชาลี ยืนเคียงข้างกัน
> “ถ้าจะปลุกมัน...ก็ให้เราทุกคนเป็คนต้อนรับมันกลับมาด้วยมือของพวกเรา”
และในวินาทีนั้น
เงาดำตนหนึ่ง “ลอยขึ้นจากรอยแยก”
ร่างไม่ชัดเจน แต่มีแขนขนาดั์ มีเขาเหมือนเทวะ และเสียงหัวเราะที่กึกก้องไปทั่วแผ่นดิน
> “ข้ากลับมาแล้ว...บุตรแห่งสายเืสังหาร”
---
จบบทที่ 11
> หมัดที่ฟาดฟ้ากำลังเผชิญหน้ากับอำนาจเทวะที่ถูกลืม
และชะตากรรมของผืนแผ่นดิน…เริ่มนับถอยหลัง