หิว !
ประตูรถกระแทกปิดปัง! ร.ท.ทัศน์ถึงบ้านมนัสเนตรปาไปเที่ยงกว่า รถบัสของกองทัพออกจากลพบุรี 7 โมงตรง ดันตื่นสายตาลีตาเหลือกอาบน้ำแต่งตัวขึ้นรถไม่ทันกินข้าวเช้า เมื่อคืนดึกไปหน่อย ผู้ฝูงเ้าถิ่นกองบิน 2พาไปเลี้ยงส่งบันเทิงเริงรมย์พอหอมปากหอมคอ หิวไส้กิ่วพอทนแต่ที่กะว่าถึงบ้านไม่เกินห้าโมงเช้านี่สิ เ้ากรรมพลขับริดสีดวงแตก ! วุ่นวายแวะร้านยา เภสัชกรแนะนำให้ซื้อหมวกคลุมผมอาบน้ำกับน้ำแข็งทำเป็ถุงประคบเย็นแก้ขัด พลขับปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เขาอาสาขับแทน เหยียบมิดได้มิดแต่เอาเข้าจริงไม่แม่นเส้นทาง ตอนจ่าแกกระมิดกระเมี้ยนหลบไปประคบก้นเบาะหลังสุด นักบินขับรถบัสเลี้ยวผิดแยกกว่าจะวนกลับเสียเวลาไปหลาย
เฮ้อ! ถึงดอนเมืองเลยกำหนดโข เขาขับเชลบีซึ่งจอดทิ้งไว้กลับบ้าน สวดตัวเองมาตลอดทาง...นายทัศน์ยังไม่รู้จักนายทัศน์ดีเอาเสียเลย ช่างไม่รู้เลยว่าจะคิดถึงหนัก ที่ชะล่าใจเพราะสมัยเป็ นนอ.จีบสาวสวยชนิดตะลึงลานเฝ้ารอวันออกโรงเรียน ศุกร์เย็นแต่งชุดกระเป๋ากลับบ้านพร้อม นายเวรปั่นจักรยานมาแจ้งให้กลับเข้าโรงเรียนด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่อยากจำ หน้าแห้งกลับโรงนอน ใครมีนัดพบสาวนี่แทบดิ้น พวกเราถูกฝึกให้ผิดหวัง แรก ๆ ใบหน้าตราตรึงลอยวนกระสับกระส่าย หลัง ๆ เรียนหนักชักสร่าง พอสาวเ้าไปเรียนต่างประเทศยิ่งจาง จากประสบการณ์นึกว่าจะคลายเฉกเช่นกัน แต่ไม่ยักใช่ เจ็บใจตัวเองชะมัด ! ไม่ได้เห็นหน้าเสาร์ก่อนเสาร์นี้ชวดอีก รู้อย่างนี้ขับรถไปลพบุรีเองแต่แรกจะได้กลับทันเจอะเจอเธอในสวน
พอเข้าบ้านกระอักซ้ำ ไม่เจอสาวเจอแต่ป้า ๆ ยาย ๆ เต็มบ้าน พ่อไปประชุมต่างประเทศแม่ยกก๊วนคุณหญิงคุณนายมาตั้งวง ขยาดจะฝ่าคณะรำพัดเขาอ้อมเข้าห้องกินข้าวทางหลังตึกแทน เปิดตู้เย็นข้างเคาน์เตอร์ชงกาแฟตรงแพนทรี หิวกินควายได้ทั้งตัวมีแซนด์วิชไก่งวงร้านดังก็ยังดี แล้วดูแม่ทำ มัวแต่กินถกกินล้มไม่ซื้อของว่างตุนไว้เลย นั่นอะไรบนโต๊ะ...เล็บมือนาง แม่นะแม่ซื้อขนมส่ง ๆแถวนี้มา ตอนเด็กกินในตลาดจนแค่เห็นยังเอียน พ่อกลับมาก่อนเถอะจะยุให้เ้าเฟื่องฟ้องพ่อ แม่เล่นไพ่ !
หิวด้วยหงุดหงิดด้วยคุณทัศน์พาลยันขนม ไหงตัวกะเปี๊ยกเลี้ยกแท้ แต่ท้องมันร้องสั่งมือราดเครื่องคลุก มีอะไรใส่ปากก่อน อื้มมม...แป้งเหนียวนุ่มเคล้ามันกะทิหอมงาคลุกมะพร้าวเค็มปะแล่มๆ แซมกลิ่นใบเตยด้วย รสชาติสดมาก ขนมพื้น ๆ ทำไมอร่อยได้อย่างนี้ หวานแหลมอีกนิดจะยิ่งถูกลิ้นเขา อยากขอน้ำตาลงาเพิ่มแต่ไม่เห็นใครให้เรียกใช้
ระหว่างก้าวไปนายทหารหนุ่มยังนึกเสียดาย สุดสัปดาห์ก่อนรุ่นเขามีคุณชายเจตคนเดียวกลับพระนคร ตอนนั้นยังนึกสองจิตสองใจ ปกติไปต่างจังหวัดสักครึ่งเดือนเขาจะนั่งรถหน่วยงานเฮฮากับเพื่อนฝูงและอยู่ยาวรวดเดียวไม่เคยกลับบ้าน่วันหยุดคั่น เขาชอบบรรยากาศอำเภอต่างถิ่น ท่องเมืองเดินตลาดนั่งร้านโอยัวะกับกลุ่มเพื่อน ชมสาวเมืองนั้นพอชุ่มตาชื่นใจ ไม่สานสัมพันธ์เรื่อยเปื่อยหากไม่มั่นใจจะรับผิดชอบได้ ไม่นิยมหว่านสาวหรือหาเมียทั่วสารทิศที่ไปราชการ หนนี้แลสาวไม่ค่อยม่วนใจนึกแต่อยากให้ครูพิศมาเที่ยวด้วยกัน ไอ้เราจะกลับบ้านก็มัวกลัวผิดสังเกต ได้แต่นึกอิจฉาตอนนายคุณชายกลับไปหา...คุณหญิงน้อยคนนั้นสินะ ส่วนเราอีกตั้งเจ็ดวันกว่าจะได้เจอ...ครูพิศ
ย่างเข้าครัวสายตาปะทะข้างหลังร่างหนึ่ง เสื้อผ้าป่านขาวปักลายดอกไม้เล็ก ๆแขนสามส่วน กางเกงยีนคาดเข็มขัดสาน ผ้าฟ้าขอบลูกไม้ถักพับสามเหลี่ยมโพกผม แวบแรกงัน ๆ งง ๆแม่ครัวบ้านเขาไม่มีอ้อนแอ้นทรงนี้
ลูกน้อยหอยสังข์ที่ไหนแอบออกมาเตรียมสำรับ...
ครูพิศ วาบขึ้นเท่านั้นอารมณ์หงุดหงิดค้างหายเกลี้ยง ไม่กี่ก้าวจากประตูเขาตรงเข้ายื่นจานขนม
“โรยน้ำตาลเพิ่มให้หน่อย”
เ้าตัวหันมาสะดุ้งอ่อนๆ ร่างแกร่งในเครื่องแบบทหารอากาศผิวกรำแดดเหมือนทาสีน้ำตาลเบอร์เดียวกับคุณชายหมอก โผล่มาทีไรผวาทุกที ตักขนมลงกล่องเสร็จว่าจะกลับอยู่แล้วเชียว
ร.ท.ทัศน์แลมองครูพิศด้วยพิศวง ทุลักทุเลเกือบคลาดสุดท้ายโดยไม่นึกฝัน ณ ขณะนี้เธออยู่กับเขาในครัวบ้านมนัสเนตร
เป็ไงมาไง...
เหตุเกิดจากสมาคมรำพัดซึ่งมี6 สมาชิก แบ่งฝักฝ่ายคือท่านหญิงประกายมาสทรงกลด-คุณหญิงปานใจ-คุณไผทจิตอยู่ฝั่งเ้ากับผู้ดีเก่า ฝั่งเศรษฐีใหม่พื้นเพชาวบ้านผนึกกำลังโดยคุณหญิงสดศรี-คุณนายสอางค์-คุณนายส้มป่อย ธรรมดารำอยู่วิกบ้านคุณหญิงปานใจเนื่องจากท่านเ้าคุณผู้เป็สามีถึงแก่อนิจกรรมแล้ว ่นี้บ้านกำลังซ่อมต้องย้ายวิก บ้านสองคุณนายผู้ดีใหม่ต้องห้ามแกบอกเดี๋ยวผัวเตะ สิบโมงเช้าเสาร์นี้เลยมารำบ้านคุณหญิงรัฐมนตรีชั่วคราว สองฟากตีไพ่ประสมประคารมกันไปมา
ท่านหญิงผู้นำก๊กเืสีน้ำเงินทรงวางถ้วยข้าวแช่เรียกน้ำย่อยลงถาด ลั่นระฆังเก๊งแรก !
“ข้าวแช่นี่ครัวที่บ้านทำรึ”
“ซื้อเพคะ” สดศรีตั้งรับ
“รสชาติก็พอใช้ได้ แต่...แหมฉันคิดถึงข้าวแช่ของเ้าจอมมารดาท่าน สมัยเด็กฉันตามหม่อมแม่ไปห้องเครื่องในวังหลวงเลยมีบุญได้กิน ต้นตำรับแท้ ๆ เลย ที่ไหนไม่มีเทียม”
“แหม...กับข้าวกับปลาชั้นเอกไม่ได้มีแต่ในวังหรอกมั้งคะ ท่านหญิงยังเด็จเหวยโอเรียนเต็ล”
“ฉันเปลี่ยนบรรยากาศจ้ะ”
“สมัยนี้อยากกินเลิศเลอปานไหน มีเงินซื้อเอาสิเพคะ”
“ของดีสมัยก่อนยังไม่มีใครทำออกขาย ถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้ วังเ้านายบ้านขุนนางเกณฑ์บ่าวไพร่มีอึดตะปือนั่งประดิดประดอยทำ อย่างเครื่องหวานต้องวังวิมุขมาศ...ญาติกัน”
“อ๋อ ร้านขนมที่แม่ค้าเป็คุณหญิง ดิฉันเคยไปเก้อร้านปิด ขนมวังวิมุขมาศหยุดไหว้เ้าตรุษจีนน่าหัวร่อ หม่อมราชวงศ์แต่งกับอาตี๋ก็แบบนี้”
ท่านหญิงทรงค้อนขวับแต่แม่สดศรีก็ส่งมาเข้าทาง
“พูดถึงลูกสาววังนั้นฉันเองก็นะ มีญาติจนพูดลำบาก แบกหน้ารับไปด้วย”
“ทานโทษ ไม่อยากจะบอก” สดศรีจั่วไพ่
ไม่อยากจะบอก คือเงี่ยหูรอรอบวงได้เลย
“นี่ก็ได้เปียโนจากวังวิมุขมาศมาหลังนึง”
“ถึงว่าไง กระสันอยากดองกับวังฉัน พี่สาวคนโตเป็แม่ค้าไปคนละ คนกลางระริกอยากแต่งกับหลานชายรองของฉันใจจะขาดแต่คุณชายฉลาดเขี่ยกระเด็น ตาแม่น้องสุดท้องเร่งเร้าจะแต่งกับคุณชายคนเล็กให้ได้”
“คนที่เป็เพื่อนทหารรุ่นเดียวกับลูกชายดิฉันเหรอท่าน”
“นั่นล่ะ”
“อ้าว ไหนท่านว่าผู้หญิงเรียนเป็หมอ ก็ฟังไม่ขี้เหร่”
“ฮู้ยยย ทุกวันนี้ฉันยังไม่อยากจะเชื่อ...เรียนเป็มดเป็หมอ เขาว่าชอบโดดเรียน แต่งตัวเฉิดฉายทำเป็มาเรียนตำรับวังอักขระกานต์ที่ตำหนัก ที่แท้มาจ่อจองหลานฉัน”
“ยังไงท่าน”
“อย่างเสาร์ที่แล้วคุณชายว่าจะมาจากลพบุรี คงรู้แกวลูกสาววังโน้นมาแบะท่าคอย หายเข้ากลีบเมฆไม่มาเลย ผู้ชายเผ่นกระเจิงยังไม่เจียมเพียรเฝ้าดักรอยันมืดค่ำ ดีไม่ดีออกลายเรียนไม่จบตามพี่สาวกลาง ไม่ผิดปาก เชื่อสิ ! ก็จะเรียนไปทำไมได้แต่งเข้าวังฉันสบายไปทั้งชาติ มาอี๋อ๋อประจบกะอีแค่ทำขนม พระองค์หญิงประทานกำไลเงินเนื้อแท้หัวไพลินสองเม็ดเขื่องน้ำง้ามงามฝีมือช่างวังหลวง ขนาดแค่เกาะห้องเครื่องยังไม่ได้เป็สะใภ้ ลูกสาวกับพ่อช่วยกันจ้ำช่วยกันถ่อกู้ฐานะ”
“กินเศียร!” ส้มป่อยทิ้งไพ่
ท่านหญิงกับคุณหญิงมัวนัวเนียต่อฝีปาก เสร็จคุณนาย ! ส้มป่อยกินอีกแล้ววงผ่องไทยวี้ดว้ายกระตู้วู้กันใหญ่ ข้างห้องติดกันครูพิศเดินมาเพื่อจะเข้ารายงานคุณหญิงว่าคุณเฟื่องซ้อมเปียโนถึงไหน แว่วเสียงคุ้นหูเธอตีโค้งหักหลบ ค่อย ๆ เยี่ยมหน้าส่องในห้องรับแขก
ท่านหญิงประกายมาสทรงกลดจริง ๆ ด้วย !
ที่ว่าเสด็จไปสมาคมกับเพื่อนทุกเสาร์ มาบริหารนิ้วสนามเดียวกับคุณหญิงสดศรีเองหรือนี่ ทำไมโลกกลมวงเล็กนัก ! นินทากันเผ็ดมันเลย ต้นตอข่าวซุบซิบว่าร้ายเธอกับพี่สาวมาจากท่านหญิงและกระจายจากวงไพ่นี่เอง
เท้าถอยกรูดจะเลียบออกข้างตึก แต่เป็ไปได้ว่าคนขับรถของอักขระกานต์อาจอยู่แถวที่พักคนรถข้างโรงจอดริมสนาม ต้องกลับไปตั้งหลักด้านในก่อน
ระหว่างหาลู่ทางเอาตัวรอด ได้ยินเ้าของบ้านบ่นดังใกล้เข้ามา
‘ฉันล่ะเบื๊อเบื่อ แม่คุณแต่ละคนขุดเอาชาววังบรรพบุรุษมาประกวดประขัน เครื่องคาวต้องวังโน้นเครื่องหวานต้องวังนี้ ผู้ดีแท้ลิ้นชุบทองยิ่งพวกกระเป๋าแห้งยิ่งขนเอาสมบัติผู้ดีเก่ามารุมถล่ม เฮอะ ! จะไปยากอะไรฉันก็กวาดซื้อเรียบทุกวัง แม่บ้านใหญ่ก็ซื้อตัวมาไม่ใช่ถูก ๆ ท่านหญิงเจอทีเด็ดแน่’
เสียงกระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับติดกับค่ายกลบ้านมนัสเนตร รัมภาเพียงพิศถอยร่นลึกเข้าในครัว !