ประกายตาของเิเหยียน (เร็นไซ) ทอแววคมปลาบขึ้นมาเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะกลับสู่ความสงบนิ่งดังเดิม เขากระชับกระบี่เหล็กในมือ ััได้ถึงความธรรมดาสามัญของมัน แต่ในใจกลับไม่ได้รู้สึกย่อท้อ 'อาวุธเป็เพียงส่วนขยายของเจตจำนง แม้จะเป็เพียงเหล็กธรรมดา แต่หากใช้อย่างถูกหลัก ย่อมสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอ...หรืออย่างน้อย ก็สร้างความรำคาญให้เ้าอสรพิษนี่ได้มากกว่าเดิมล่ะนะ'
สถานการณ์เบื้องหน้าเข้าขั้นวิกฤต เจิ้งอี้และซูเม่ยกำลังต้านทานการโจมตีของอสูรงูเพลิงเกล็ดอัคคี (火鳞炎蛇) อย่างยากลำบาก แสงพลังปราณรอบตัวเริ่มริบหรี่ลง ศิษย์พี่หลิวที่เสียพัดคู่ใจไป ทำได้เพียงหลบหลีกและโจมตีสนับสนุนอย่างไร้เรี่ยวแรง ดูเหมือนความหวังทั้งหมดกำลังจะดับสิ้น
'ถึงเวลาต้องขยับบ้างแล้วกระมัง การปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ คงไม่เป็ผลดีต่อการเดินทางของข้าแน่' เิเหยียนตัดสินใจ เขามิได้พุ่งเข้าปะทะโดยตรง แต่เริ่มเคลื่อนไหวไปตามเงามืดข้างผนังถ้ำอย่างแ่เบา
หลักการ "ฟูริน" (風輪 - ห่วงแห่งวายุ) ถูกนำมาประยุกต์ใช้ แม้จะยังไม่สามารถควบคุมพลังฟ้าดินธาตุลมได้อย่างสมบูรณ์ แต่ความเข้าใจใน "การเคลื่อนไหวไร้ร่องรอย" และ "การอ่านกระแส" ก็ยังคงฝังลึกอยู่ในสัญชาตญาณนักดาบของเขา เขาก้าวเท้าอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงเศษหินที่อาจก่อให้เกิดเสียง ทุกย่างก้าวผสานเข้ากับจังหวะการต่อสู้เบื้องหน้า ราวกับเป็นักร่ายรำในเงา
อสูรงูเพลิงกำลังมุ่งความสนใจไปที่เจิ้งอี้เป็หลัก มันอ้าปากเตรียมพ่นเพลิงอีกครั้ง!
'จังหวะนี้แหละ!'
เิเหยียนใช้ปลายเท้าดีดตัวออกจากผนังถ้ำ พร้อมกับเหวี่ยงกระบี่เหล็กในมือออกไป! ไม่ใช่การฟันหรือแทง แต่เป็การ "ขว้าง" อย่างสุดกำลัง!
"ฟิ้ว! เคร้ง!"
กระบี่เหล็กพุ่งเข้าปะทะกับเกล็ดหนาบริเวณสีข้างของอสูรงูอย่างจัง! มันไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรงอะไรนัก เพียงแค่ทำให้เกิดเสียงดังและประกายไฟเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของอสูรงูได้ชั่วขณะ!
"โฮกกก!" อสูรงูคำรามอย่างหงุดหงิด มันหันขวับมามองหาต้นตอของเสียง
การกระทำที่ดู "โง่เขลา" และ "สิ้นคิด" นี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง!
"เิเหยียน! เ้าขว้างกระบี่ทิ้งทำไม!" ศิษย์พี่หลิวะโอย่างไม่เชื่อสายตา นั่นเป็อาวุธชิ้นเดียวที่เด็กนั่นมี!
แต่เิเหยียนไม่ได้สนใจ เขาอาศัยจังหวะที่อสูรงูหันมา ใช้เท้าเหยียบผนังถ้ำส่งร่างเล็กๆ ของตนเองพุ่งขึ้นไปในอากาศ! พริบตาต่อมา เขาก็ตกลงมายืนอยู่บน "หลัง" ของอสูรงูเพลิงได้อย่างน่าอัศจรรย์!
'หลักวารี...ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์' เขานึก การเคลื่อนไหวนี้ดูเสี่ยงอย่างยิ่ง แต่ด้วยการคำนวณจังหวะและการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม เขาสามารถทำได้อย่างราบรื่น
อสูรงูเพลิงรู้สึกถึงน้ำหนักบนหลัง มันสะบัดตัวอย่างรุนแรง หมายจะสลัดผู้บุกรุกตัวน้อยให้หลุดออกไป แต่เิเหยียนกลับใช้เท้าทั้งสองยึดเกาะเกล็ดที่ขรุขระนั้นไว้แน่น ดุจตีนตุ๊กแก! พร้อมกันนั้น มือข้างที่กำ "ศิลาไร้ลักษณ์" สีดำสนิทไว้ ก็กดแนบลงไปกับแผ่นหลังร้อนๆ ของอสูร!
'คราวนี้...ลองดูดซับพลังงานจากต้นตอโดยตรงดูบ้างซิ ว่าศิลาประหลาดนี่จะทำอะไรได้'
วินาทีที่ศิลาสีดำัักับเกล็ดอสูร เิเหยียนรู้สึกได้ถึงพลังงานความร้อนมหาศาลที่ไหลทะลักเข้ามาในศิลาก้อนนั้นอย่างรวดเร็ว! มันไม่ได้ะเิหรือแสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกมาภายนอก แต่ภายในศิลา กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เขาััได้ลางๆ!
"กร๊าซซซซ!" อสูรงูเพลิงกรีดร้องออกมาอย่างเ็ประคนสับสน! มันรู้สึกเหมือนพลังงานธาตุไฟในร่างส่วนนั้นถูก "ดูด" ออกไปอย่างรวดเร็ว! ความรู้สึกนี้ทำให้มันทั้งตื่นตระหนกและเ็ปอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!
มันสะบัดร่างอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม! เิเหยียนที่อยู่บนหลังถูกเหวี่ยงไปมาอย่างรุนแรง แต่เขาก็ยังคงกดศิลาไว้แน่น!
"เกิดอะไรขึ้นกับมัน?!" เจิ้งอี้ร้องถามอย่างประหลาดใจ เขาเห็นอสูรงูมีท่าทีผิดปกติไป
"ข้า...ข้าไม่รู้!" ซูเม่ยตอบเสียงสั่น
เิเหยียนรู้สึกว่าศิลาในมือเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ พลังงานที่ไหลเข้ามาเริ่มเกินกว่าที่ศิลาจะรับไหว 'ดูท่า...ศิลานี่จะดูดซับพลังงานได้จริง แต่ก็มีขีดจำกัด คงต้องพอแค่นี้ก่อน' เขาตัดสินใจดึงมือกลับ พร้อมกับใช้แรงส่งจากการสะบัดตัวของอสูร ดีดร่างของตนเองออกจากหลังของมัน แล้วตกลงบนพื้นอย่างนุ่มนวลด้วยหลักการ "จิริน" (ห่วงแห่งปฐี)
อสูรงูเพลิงยังคงดิ้นรนด้วยความเ็ปและสับสน พลังงานธาตุไฟบริเวณแผ่นหลังของมันดูจะอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การควบคุมเปลวเพลิงไม่เสถียรเหมือนเดิม
"ศิษย์พี่เจิ้งอี้! ตอนนี้แหละ!" เิเหยียนะโบอกเสียงดัง ชี้ไปยังจุดที่พลังงานธาตุไฟของอสูรอ่อนลง
เจิ้งอี้แม้จะยังงุนงง แต่ก็เชื่อในสัญชาตญาณของตนเองและสิ่งที่เห็น เขารวบรวมพลังปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมด โคจรไปยังปลายกระบี่จนเกิดเป็แสงสีเหลืองทองเจิดจ้า! "เคล็ดกระบี่ทลายปฐี!"
เขากระโจนเข้าใส่อสูรงู แทงกระบี่เข้าใส่บริเวณแผ่นหลังที่เิเหยียนชี้บอกอย่างสุดกำลัง!
"ฉัวะ! โฮกกกกก!"
คราวนี้ กระบี่ของเจิ้งอี้สามารถทะลวงผ่านเกล็ดที่เคยแข็งแกร่งนั้นเข้าไปได้! อสูรงูเพลิงกรีดร้องโหยหวนเป็ครั้งสุดท้าย ร่างมหึมาของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะล้มฟาดลงกับพื้นถ้ำ แน่นิ่งไปในที่สุด!
ความเงียบเข้าปกคลุมโถงถ้ำอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของเหล่าศิษย์ และเสียงน้ำหยดจากผนังถ้ำ
ศิษย์พี่หลิวอ้าปากค้าง มองซากอสูรั์สลับกับมองเิเหยียนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ซูเม่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความโล่งอก ส่วนเจิ้งอี้ดึงกระบี่ออกมา ยืนมองเิเหยียนด้วยสายตาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
เิเหยียน (เร็นไซ) ก้มลงมองศิลาสีดำในมือ มันยังคงอุ่นๆ แต่ไม่มีพลังงานไหลเวียนออกมาแล้ว 'ดูเหมือนว่า...ข้าจะได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจมาแล้วสินะ ศิลาไร้ลักษณ์...หรืออะไรก็ตามแต่ที่มันเป็ บางที...นี่อาจจะเป็กุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจพลังงานของโลกนี้ก็ได้'
เขากำศิลานั้นแน่น แล้วเก็บมันกลับเข้าห่อสัมภาระอย่างเงียบเชียบ ไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆ ที่มองมา การต่อสู้จบลงแล้ว แต่การเดินทางและการค้นหาคำตอบของเขา...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
(จบตอนที่ 10)