คำถามของเดลดังก้องอยู่ในหัวจนไอรีนไม่สามารถที่จะหยุดคิดได้เลย เธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายคาดหวังจะให้เธอพูดอะไรออกมาขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินอยู่ภายในทุ่งกุหลาบขาวด้านหลังพระราชวังวินเทอร์แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ยังคงปล่อยให้ความเงียบเข้ามาปกคลุมระหว่างเธอและเขาจนได้
ทุกจังหวะย่างก้าวดูเงียบไปถนัดตาเพราะต่างไม่มีใครพูดกับใคร จนกระทั่งเสียงฝีเท้าของคนแปลกหน้าดังขึ้น เดลถึงจะขยับตัวคว้าแขนของสตรีที่เดินอยู่ข้างกันเพื่อหลบให้พ้นจากสายตาของทหารยาม
“เงียบก่อน”
“อย่าขยับตัวมาก อยู่ให้นิ่งที่สุด อีกประเดี๋ยวข้าจะปล่อยเ้าเอง”
เป็เพราะถูกมือของอีกฝ่ายปิดปากไว้ เธอจึงไม่สามารถพูดทักท้วงอะไรได้ นอกเสียจากทำตัวให้นิ่งที่สุดตามที่เขาบอก ในระหว่างนั้นดวงตาสีโกเมนก็เผลอเหลือบมองเครื่องหน้าอันได้รูปของเขาจนทำให้เธอไม่สามารถละสายตาได้และนอกจากนั้น…
“หัวใจเต้นแรงขนาดนี้เป็เพราะเ้ากลัวถูกจับได้หรืออย่างไร”
ไอรีนรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้า เธอไม่ได้ใจเต้นแรงเพราะกลัวพวกทหารยามเ่าั้แต่เป็เพราะความใกล้ชิดของเธอกับเดลต่างหาก มันใกล้จนเกินไปและเธอก็ไม่สามารถละสายตาจากเสี้ยวหน้าของเขาได้เลย
เธอจึงเลือกที่จะถลึงตาใส่เขาเป็คำตอบราวกับว่า้าจะปฏิเสธการคาดเดาของเขา กระทั่งเขาค่อย ๆ คลายมือออก เธอจึงรีบถอยห่างด้วยความรวดเร็ว
“เป็อันใดไป เ้าไม่ยอมพูดจากับข้าั้แ่เมื่อครู่แล้ว”
“แหมคุณองค์ชายคะให้เวลาฉันได้หายใจหน่อยเถอะค่ะ คุณเล่นปิดปากฉันขนาดนั้นให้ตายยังไงก็หายใจไม่ออก”
เขาไม่ได้ตอบอะไรนอกจากมองร่างเล็กที่ถอยห่างออกไปไกล นางดูหายใจหอบและเหนื่อยราวกับไปวิ่งออกกำลังกายมา ดูเหมือนว่าเขาจะคาดการณ์ได้ถูกว่านางกลัวพวกทหารยามจับได้ “ถ้าเช่นนั้น หากเ้าหายใจได้สะดวกแล้วเราจะกลับกันเลยก็ได้”
“อ้าว? ก็คุณบอกเองนี่คะว่าอยากจะมาััโลกภายนอก จะรีบกลับแล้วเหรอ?”
เสียงใสถามออกมาด้วยความงุนงง ก่อนจะเห็นว่าเดลเสมองไปทางอื่นเสียแล้ว บางครั้งเธอก็ไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของเขาเท่าไหร่นัก และสุดท้ายการทัวร์พระราชวังวินเทอร์ของวันก็สิ้นสุดลงด้วยการกลับไปยังอะพาร์ตเมนต์
__________________________________________________
กล่องอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าดูน่ากินไม่ใช่น้อยแต่ก็เป็เพราะว่าเดลยังคงรู้สึกหวาดระแวงสตรีแปลกหน้าคนนี้ จึงทำให้เขาได้แต่ทอดสายตามองพลางเริ่มรู้สึกถึงท้องไส้ที่กำลังปั่นป่วน
“ไม่มียาพิษหรอกค่ะ คุณก็เห็นว่าเราแวะซื้อด้วยกันและอีกอย่างคราวก่อนฉันก็ทำอาหารสำเร็จรูปให้คุณกิน คุณยังรอดมาได้”
องค์ชายสามไม่ได้ตอบสิ่งใดออกไป เขาเพียงแต่สบตากับคนตรงหน้าและค่อย ๆ หยิบช้อนส้อมขึ้นมาตักอาหารเข้าปากด้วยความหิวโหยพร้อมเริ่มถามสิ่งที่ตนเองสงสัยไปด้วย
“ปีนี้เป็ปีที่เท่าไร?”
“ปี2022 ค่ะ”
เป็ไปได้อย่างไรกันเขาข้ามเวลามาไกลถึงเพียงนี้เลยอย่างนั้นหรือ ให้คิดอย่างไรเดลก็ไม่อยากจะเชื่อกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ มันเป็เื่ยากที่จะทำใจว่าเขาข้ามเวลามาห้าร้อยกว่าปี
“คุณนี่ก็ถามอะไรแปลก ๆ นะคะ”
เสียงของไอรีนทำให้คนที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิดเริ่มได้สติขึ้นมาอีกครั้ง เดลเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะวางช้อนส้อมลงดังเดิม “ข้าเพียงแค่้าความแน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน”
“มันคือความจริงค่ะแต่ให้ตายยังไงฉันก็ทำใจเชื่อไม่ได้เลยว่าคุณคือองค์ชายสามตัวจริงเสียงจริงแล้วหลุดมิติมา”
“ข้าเองก็ใช่ว่าจะทำใจได้ที่ต้องมาเจอคนหน้าเหมือนอันย่าขนาดนี้”
คิ้วเรียวขมวดมุ่นขึ้นมาด้วยความสงสัยใคร่รู้เพราะเธอรู้สึกคุ้นชื่อของผู้หญิงคนนี้เป็อย่างมาก จนกระทั่งข้อความในบันทึกและประวัติศาสตร์ที่เคยเรียนได้ผุดขึ้นมาในความทรงจำ
“อันย่า เกรแฮม บุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลเกรแฮมน่ะเหรอคะ? ในบันทึกบอกว่าเธอเป็คู่หมายขององค์ชายสามแต่ก็ไม่ได้แต่งงานกันเพราะเลดี้เกรแฮมหนีลงเรือไปก่อน”
ไอรีนสังเกตเห็นว่าเขาไม่ได้ตอบอะไรเธอราวกับว่าสิ่งที่เธอพูดออกมานั้นเป็ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ทว่าท่าทีหลังจากนั้นก็กลับทำให้เธอรู้สึกแปลกใจเพราะเดลไม่ได้มีท่าทียินดียินร้ายกับการที่คู่หมายหนีไปเช่นนี้
“ข่าวของเ้าถูกต้องทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดที่ข้าต้องคัดค้านให้เสียเวลา”
ท่าทางของเขาดูเหนื่อยล้าแต่เธอก็ไม่แปลกใจเท่าไรนักเพราะการตะลอนออกไปข้างนอกและพบกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคยคงทำใจยากกว่าถ้าหากว่าเขามาจากอดีตจริง ๆ น่ะนะ
To be continue...