บทที่ 8 โสม
ในปัจจุบันที่คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้น โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ก็ดูจะทวีความซับซ้อนตามไปด้วย และยิ่งเป็คนที่มีฐานะมั่งคั่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความขลาดกลัวต่อความตายมากขึ้นเท่านั้น เมื่อมีชีวิตที่สุขสบายพรั่งพร้อม ย่อมไม่มีใครอยากจากโลกนี้ไปก่อนเวลาอันควร
หากเป็เพียงโรคภัยเล็ก ๆ น้อย ๆ เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันก็พอจะรักษาให้หายขาดได้ไม่ยาก
แต่หากต้องเผชิญกับโรคร้ายที่ไร้ทางรักษา ต่อให้มีเงินทองกองเท่าูเาก็ไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้
‘ถ้าหากฉันสามารถใช้พลังจากหยดน้ำนี้รักษาโรคให้คนพวกนั้นได้ เงินทองคงจะไหลมาเทมาอย่างไม่ขาดสายแน่ ๆ’
‘และที่สำคัญ... เครือข่ายเส้นสายและอิทธิพลมหาศาลก็จะตามมาด้วย’
อย่างไรก็ตาม การจะนำหยดน้ำนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลย เพราะตัวเขาเองไม่มีความรู้พื้นฐานทางการแพทย์เลยแม้แต่นิดเดียว
หลิวอวี่พยายามขบคิดหาหนทางนำหยดน้ำมาใช้ประโยชน์อย่างเป็รูปธรรมแต่ก็ยังมองไม่เห็นช่องทางที่เหมาะสม เขาจึงทำได้เพียงพักเื่นี้ไว้ก่อนเพื่อรอจังหวะและโอกาสที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต
เขาล้มตัวลงบนเตียง นอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไป
ในขณะที่หลิวอวี่กำลังหลับใหลอย่างสงบ กลับมีใครบางคนที่ยังไม่อาจข่มตาหลับลงได้
ณ ‘อู่เยี่ยหวงถิง’ สถานบันเทิงที่หรูหราและมีชื่อเสียงที่สุดในเซียงซาน
ภายในห้องส่วนตัวระดับจักรพรรดิหมายเลข 888
เติ้งเจียหรงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เขากำลังพยายามเค้นสมองหาวิธีจัดการกับหลิวอวี่ให้สิ้นซาก
"พี่หรงครับ ตามความเห็นของผมนะ... แค่ส่ง ‘เฮยเสอ’ ไปสั่งสอนมันสักหน่อยก็น่าจะพอแล้วมั้งครับ" ชายหนุ่มท่าทางเ้าสำราญในชุดสีสันฉูดฉาดที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเติ้งเจียหรงเอ่ยขึ้น เขาโอบไหล่หญิงสาวในชุดเย้ายวนด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนพูดเื่ดินฟ้าอากาศ
"แค่สั่งสอนมันน่ะเหรอ? มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ! ผู้หญิงของฉัน... มันกล้าดีมาจากไหนถึงมาแตะต้อง? ฉันต้องให้มันได้รับบทเรียนราคาแพงที่มันจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต" เติ้งเจียหรงเค้นเสียงพูดด้วยความอาฆาต
พูดตามตรง การจะจัดการกับหลิวอวี่ในตอนนี้ดูจะเป็เื่ที่ยากกว่าที่คิด เดิมทีการขัดขวางเส้นทางอาชีพของเขาเป็เื่ที่บงการได้ง่าย ๆ แต่เ้าหมอนี่กลับมีดวงแข็งเกินไป สามารถหาของทะเลล้ำค่ามาทำเงินได้เป็แสนหยวนในเวลาอันสั้น จนตอนนี้เขาไม่จำเป็ต้องดิ้นรนหางานทำอีกต่อไปแล้ว
สำหรับคนที่ไม่มีภาระเื่เงินและยังหาจุดอ่อนไม่เจอ การจะจัดการให้เด็ดขาดนอกจากวิธีรุนแรงก็แทบจะมองไม่เห็นทางอื่น
"เื่นั้นหมูมากครับพี่ แค่ให้เฮยเสอจับตัวมันมาทรมานให้หนัก ๆ สักสองสามวัน ดูสิว่ามันจะยังกล้าอึดอยู่ไหม? ขอแค่ไม่ถึงขั้นเหลือบ่ากว่าแรงจนมีคนตาย เื่อื่นผมจัดการเคลียร์ให้ได้หมด"
ชายเ้าสำราญเอ่ยพลางลูบไล้ร่างของหญิงสาวข้างกายอย่างย่ามใจ "พอถึงตอนนั้น เราก็แค่ถ่ายภาพสภาพอันน่าสมเพชของมันเก็บไว้ พี่คิดว่าหลี่รั่วหลานจะยังเหลือความรู้สึกดี ๆ ให้กับไอ้สวะในสภาพแบบนั้นอยู่อีกเหรอ?"
"จริงด้วย เหวินเฉิง! ทำไมฉันถึงคิดเื่ง่าย ๆ แบบนี้ไม่ออกนะ! แกช่วยรีบติดต่อเฮยเสอให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าเขาจัดการเื่นี้ได้สำเร็จ ฉันรับรองว่าจะไม่ทำให้เขาต้องผิดหวังแน่นอน" คำพูดของเหวินเฉิงช่วยจุดประกายความหวังให้เติ้งเจียหรงในทันที
"โธ่ พี่หรง... พี่กำลังหลงทางอยู่น่ะสิครับ แถมยังมัวแต่ไปทุ่มเทใส่ใจหลี่รั่วหลานมากเกินไปจนมองข้ามจุดนี้ไปเสียสนิท เอาเป็ว่าปล่อยให้เป็หน้าที่ของผม เหวินเฉิง คนนี้เถอะครับ รับรองว่าผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยและถูกใจพี่แน่นอน"
เหวินเฉิงละมือจากร่างหญิงสาวแล้วหันมาตบหน้าอกรับประกันอย่างเป็มั่นเป็เหมาะ
ตระกูลของเหวินเฉิงแม้จะมีฐานะดีในเซียงซาน แต่หากเทียบชั้นกับตระกูลเติ้งแล้วยังถือว่าห่างชั้นกันอยู่มาก ดังนั้นเหวินเฉิงจึงคอยทำหน้าที่เป็ทั้งลูกน้องผู้ซื่อสัตย์และที่ปรึกษาคนสนิทให้เติ้งเจียหรงมาโดยตลอด
...
เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวอวี่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น สิ่งแรกที่เขาทำคือการมุ่งหน้าไปดูผลการทดลองที่กระถางต้นไม้
เขาพบว่ากระบองเพชรทรงกลมไม่เพียงแต่จะฟื้นคืนชีพกลับมาอย่างสมบูรณ์เท่านั้น แต่มันยังมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว ‘ในเมื่อหยดน้ำที่ฉันสะสมมามีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ แล้วถ้าฉันนำไปใช้กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นล่ะ?’
‘อย่างเช่นพวกสมุนไพรล้ำค่าอย่าง โสม หรือ กวาวเครือแดงจีน...’
พอนึกถึงตรงนี้ หลิวอวี่ก็รู้สึกว่าเมื่อวานเขาประเมินพลังของหยดน้ำนี้ต่ำไป แม้จะยังไม่รู้วิธีนำไปรักษาโรคโดยตรง แต่เขาก็สามารถนำมันมาใช้ในด้านการเพาะปลูกสมุนไพรหายากได้นี่นา!
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จอย่างรวดเร็ว เขาก็รีบออกจากห้องเช่ามุ่งหน้าสู่จุดหมายใหม่
เมื่อกินมื้อเช้าเสร็จ เขาก็รีบไปที่ตลาดสดและควักเงินห้าสิบหยวนซื้อเมล็ดพันธุ์โสมป่ามาหนึ่งห่อเล็ก ๆ
จากนั้นเขาก็ยอมควักเงินอีกสองร้อยหยวนซื้อกระถางดอกไม้ขนาดใหญ่สี่ใบพร้อมกับดินถุงใหญ่อีกหนึ่งถุง กลับมายังห้องเช่าและเริ่มลงมือทันที
เขาค่อย ๆ บรรจุดินลงในกระถางแต่ละใบอย่างตั้งใจ ก่อนจะวางเมล็ดโสมป่าลงไปอย่างเบามือ และสุดท้ายก็เรียกหลิงสุ่ยออกมา
หยดน้ำที่เขาควบคุมออกมาเมื่อวานนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยพลังแห่งชีวิต หลิวอวี่จึงตัดสินใจตั้งชื่อให้มันว่า ‘หลิงสุ่ย’
สำหรับสมุนไพรล้ำค่าอย่างโสม ยิ่งมีอายุมากมูลค่าของมันก็ยิ่งสูง พลังงานที่มัน้าใช้ในการเติบโตย่อมมหาศาลตามไปด้วย ดังนั้นหลิวอวี่จึงไม่ได้หยดน้ำลงไปเพียงหยดเดียวเหมือนครั้งที่ใช้กับกระบองเพชร แต่เขาใช้ในปริมาณที่มากเท่ากับหนึ่งชาม
หลิวอวี่ตัดสินใจรดหลิงสุ่ยให้แก่เมล็ดโสมเพียงเมล็ดเดียวก่อน เพื่อเฝ้าดูผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
หลังจากที่เขารดหลิงสุ่ยลงไปทั้งหมดสี่ชาม หลิวอวี่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที ดินสีน้ำตาลธรรมดาเริ่มค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีดำขลับประหนึ่งดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด และมีกลิ่นหอมสะอาดจาง ๆ ลอยออกมา
และแล้ว ปาฏิหาริย์ที่แท้จริงก็บังเกิดขึ้น
เพียงสามนาทีต่อมา เมล็ดโสมป่าก็เริ่มแตกหน่อ มีใบอ่อนค่อย ๆ ม้วนตัวโผล่พ้นดินขึ้นมา หลังจากนั้นใบเ่าั้ก็เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วราวกับภาพที่เห็นในวิดีโอที่เร่งความเร็ว มันขยายขนาดและเพิ่มจำนวนใบขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งออกดอกและติดผลในที่สุด
เมื่อผลของมันสุกงอมเต็มที่ หลิวอวี่ก็รีบเก็บเกี่ยวผลเ่าั้ออกมา ซึ่งแต่ละผลมีเมล็ดซ่อนอยู่ภายในสองเมล็ด
รวมทั้งหมดเขาเก็บได้ 53 ผล ซึ่งทำให้เขามีเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นถึง 106 เมล็ด
หลังจากเก็บเมล็ดพันธุ์เรียบร้อยแล้ว หลิวอวี่ก็ยังคงจดจ่ออยู่กับการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของต้นโสมต่อไป
แม้รูปลักษณ์ภายนอกของมันจะดูเหมือนหยุดการเติบโตไปแล้ว แต่หลิวอวี่ััได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังไหลเวียนและแปรสภาพอยู่ใต้ชั้นดินที่ลึกเข้าไปถึงส่วนราก
เขาเฝ้ามองโสมต้นนั้นอยู่นานร่วมครึ่งชั่วโมง แม้มันจะยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็ค่อยไป แต่ความตื่นเต้นทำให้หลิวอวี่เริ่มจะนั่งไม่ติดที่ เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาทำเลและราคาของวิลล่าในเซียงซาน
‘ตอนนี้ฉันมีเงินอยู่ประมาณหกล้านหยวน การจะซื้อวิลล่าเดี่ยวขนาดสักสามร้อยถึงสี่ร้อยตารางเมตรแบบที่ฝันก็น่าจะพอเป็ไปได้’
ทว่าข้อมูลในโลกออนไลน์กลับไม่มีวิลล่าที่พร้อมให้เข้าอยู่ได้ทันทีหลงเหลืออยู่เลย ดูเหมือนว่าเขาคงจะต้องเสียเวลาไปติดต่อที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเองเสียแล้ว
ในระหว่างที่รอให้โสมเติบโตเต็มที่ หลิวอวี่จึงเปิดแอปพลิเคชันวีแชทขึ้นมาดู พบว่ากลุ่มเพื่อนร่วมชั้นเรียนยังคงเงียบเหงาไร้ความเคลื่อนไหว นั่นเป็เื่ปกติ เพราะตอนนี้ทุกคนเพิ่งจะเรียนจบและอยู่ใน่เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่วุ่นวายจนไม่มีเวลามานั่งคุยเล่นกันในกลุ่ม
เขาส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะเข้าเกมเพื่อฆ่าเวลาไปสักพัก
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งถึงบ่ายสามโมง หลิวอวี่ก็สังเกตเห็นว่าต้นโสมหยุดการเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิงแล้ว
เขารีบวางโทรศัพท์ลงและพุ่งตัวไปจ้องมองโสมต้นนั้นด้วยความตื่นเต้น
เขาค่อย ๆ ใช้มือขุดดินรอบ ๆ โสมอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะประคองมันขึ้นมาวางลงบนผ้าขาวที่เตรียมไว้ เพื่อสำรวจและพิจารณารายละเอียดของโสมทั้งสี่ต้นอย่างใกล้ชิด