วีรบุรุษอหังการ

    44 กำลังผสมห้าชนเผ่า

            หลิวหนิงเทียนยืนอยู่บนเวทีตรงลานกว้างกลางค่าย เบื้องหน้ามีโลงศพที่บรรจุศพของรองเจ้าสำนักกระบี่อมตะหลิวจิ้นป้าน ด้านหลังมีจอมโจรสำราญชงเมิ่งที่นั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้  และหลิวอิงที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่  เหล่าศิษย์สำนักกระบี่อมตะและชาวยุทธ์ทั้งหลายยืนก้มหัวสำรวม  บนศีรษะผูกผ้าสีขาวไว้ทุกข์ให้แก่รองเจ้าสำนักผู้ล่วงลับ


            บรรยากาศโศกเศร้าตึงเครียดครอบคลุมทุกผู้คน  ความเงียบคืบคลานปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า  การสูญเสียบุคคลสำคัญของสำนักไป  ทำให้เหล่าผู้ติดตามบังเกิดความหวาดหวั่นภายในใจ  ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่หลิวหนิงเทียนรู้ดี เขาจึงทำการสร้างเวทีกลางค่ายและนำโลงศพของหลิวจิ้นป้านมาตั้งไว้  หากเป็นผู้คนทั่วไปคงนำศพของคนทรยศไปทำลายทิ้งแล้วหาเหตุผลให้มันจากไปอย่างไร้ร่องรอย  แต่นั่นไม่ใช่วิธีการของคนเจ้าปัญญาเช่นเขา  ทุกการสูญเสียย่อมมีผลตอบแทนเสมอ คราครั้งนี้เขาจะกระทำในสิ่งที่ขัดใจตนเองอีกสักครั้ง เพื่อปลุกจิตวิญญาณแห่งนักสู้ของผู้ใต้บังคับบัญชาให้ฮึกเหิมกว่าเดิม

     

            หลิวหนิงเทียนเปิดฝาโลงศพออกมา จ้องมองเข้าไปในโลงใบนั้นด้วยสายตาที่ทุกข์ระทม  เขาหลั่งน้ำตาอาบสองแก้มของตนเอง จากนั้นจึงหันไปยังผู้คนที่กำลังเศร้าโศกเสียใจว่า


            “น้องชายของข้าหรือรองเจ้าสำนักของพวกเจ้า เป็นบุคคลที่เสียสละตนเองเพื่อผู้อื่นมาตลอด  เขามักจะกล่าวกับข้าเสมอว่าคนเกิดมาเพื่อสร้างวีรกรรมให้ลือเลื่อง จารึกชื่อไว้บนแผ่นดินให้คนรุ่นหลังกล่าวถึงในฐานะวีรบุรุษ  และวันนี้เขาก็กระทำเช่นนั้นจริง ๆการเข้ารับมือกับยอดฝีมือนับร้อยของพรรคมารเพื่อช่วยให้ข้ารอดพ้นจากอันตราย  สุดท้ายก็แลกมาด้วยความตายของตนเอง สมกับวีรบุรุษผู้กล้าที่พวกเราสมควรคุกเข่าให้ความเคารพอย่างแท้จริง”


            พูดจบก็คุกเข่าเบื้องหน้าโลงศพ เพียงครู่เดียวคนทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์ก็คุกเข่าลงเช่นกัน รวมไปถึงจอมโจรสำราญชงเมิ่งเองก็ลุกขึ้นมาแล้วคุกเข่าอยู่ด้านหลังของหลิวหนิงเทียน ในใจอดนึกชื่นชมเจ้าสำนักกระบี่อมตะผู้นี้ไม่น้อย  ในสนามรบสิ่งสำคัญที่สุดคือขวัญกำลังใจและจิตใจห้าวหาญของนักรบ ซึ่งตอนนี้คนผู้นี้กำลังจะใช้ศพของคนทรยศในการปลุกจิตวิญญาณแห่งนักรบของคนเหล่านี้


            หลังจากคุกเข่าได้ครู่ใหญ่ หลิวหนิงเทียนก็ลุกขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปยังผู้คนของตนเอง  กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันว่า


            “วันนี้พรรคมารยกกำลังมารุกรานพวกเรา  พรากคนที่เรารักไป  ความผิดนี้ไม่สามารถให้อภัยได้ ข้าในฐานะผู้นำและเป็นผู้อาวุโสที่สุดในที่แห่งนี้  ขอเป็นตัวแทนของเหล่าพี่น้องที่จากไป  ถามหาความกล้าหาญจากตนเองและพวกท่าน ในที่นี้มีใครอยากสังหารคนของพรรคมารให้สิ้นซากบ้าง?”


            ผู้คนต่างกระโดดลุกขึ้นยืนแล้วเสียงตะโกนคำว่าฆ่ามันดังกระหึ่ม แต่ละคนส่งเสียงออกมาด้วยความเดือดดาลและคับแค้นใจ การมาของพรรคมารทำให้ช่วงเวลาอันสงบสุขของพวกมันหมดสิ้นไป  สิ่งเดียวที่สมควรกระทำ ณตอนนี้คือขับไล่ผู้รุกรานกลับไป และคืนความสงบกลับมาสู่เมืองผิงเหยาอีกครา


            กระบี่อมตะหลิวหนิงเทียนบรรลุในสิ่งที่ตนเองปรารถนาแล้ว บัดนี้เขาต้องการสู้รบแตกหักกับพรรคมารอีกครั้ง การต่อสู้จบยิ่งไวยิ่งเป็นผลดีต่อฝั่งตนเอง  เพราะพรรคพวกของตนเองไม่ได้ถูกฝึกฝนให้มาอยู่ในสนามรบเช่นนี้มาก่อน ต่างใช้ชีวิตในฐานะชาวยุทธจักรมากกว่าการมารวมตัวเช่นนี้

     

            หากไม่มีอะไรผิดพลาด คืนวันพรุ่งนี้จะเป็นเวลาที่พวกเขาเปิดการโจมตีค่ายใหญ่ของศัตรู

             

             

             

             

            เอี้ยนเฟยซาควบม้าไปยังเนินด้านหน้าด้วยจิตใจที่ฮึกเหิม วันนี้เป็นวันที่กองกำลังแห่งทุ่งหญ้านัดมารวมตัวกัน ณทุ่งหญ้าสีเงินที่อยู่ด้านหลังเนินแห่งนี้ ผืนหญ้าเขียวขจีเบื้องหน้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แม่น้ำสายยาวคดเคี้ยวคล้ายพญางูยักษ์ที่ยืดยาวไม่รู้จบสิ้น


            ชายหนุ่มตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมาเก็บหญ้าสีเงินทั้งใบและดอกมาทำยา  เนื่องจากส่วนที่เคยเก็บตอนขามาล้วนถูกใช้ไปจนหมดสิ้น  น่าเสียดายที่ผู้คนเหล่านี้มีสมุนไพรชั้นยอดอยู่ใกล้มือ  แต่กลับไม่รู้จักใช้สอยให้เป็นประโยชน์ ปล่อยให้โรคภัยไข้เจ็บทำลายร่างกายผู้คนมากมาย  โชคดีที่เขาเดินทางมาถึงที่นี่  จึงได้บอกวิธีการใช้ใบและดอกของหญ้าสีเงินในการรักษาผู้คนแก่หมอประจำเผ่าถานจู่และโหลวจู่  เขาปล่อยให้ลมอบอุ่นยามเช้าพัดผ่านใบหน้า  ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึงเสียที  วันที่จะได้ออกเดินทางไปตามหายอดสตรีในดวงใจ


            ชายหนุ่มยืนรับลมอยู่เกือบหนึ่งเค่อ  ในที่สุดก็ควบม้าลงจากเนิน  มุ่งหน้าไปยังค่ายกระโจมของเผ่าถานจู่  เมื่อมาถึงก็ตรงไปยังกระโจมรับรองแขก  ยังไม่ทันที่จะเข้าไปในกระโจมทั้งตัว ร่างอันหอมกรุ่นของสตรีนางหนึ่งก็โผเข้าสู่อ้อมอก  สตรีผู้นี้ย่อมเป็นโหลวเจียวผู้งดงาม  เขาใช้สองมือโอบกอดหญิงสาวด้วยความรัก ช่วงเวลาหกเจ็ดวันที่ผ่านมาทั้งสองตัวติดกันตลอด  จะมีเพียงช่วงเวลาที่ชายหนุ่มออกไปรักษาโรคให้แก่ผู้คนเท่านั้น  นอกจากนั้นทั้งสองก็อยู่แต่ในกระโจม พลอดรักและสานสัมพันธ์ฉันท์คู่รักข้าวใหม่ปลามัน

     

            เอี้ยนเฟยซาไม่เคยรู้สึกเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นนี้มาก่อน  การได้ครอบครองสตรีผู้หนึ่งทั้งกายและใจ  ทำให้ตนเองรู้สึกเป็นผู้พิชิตอย่างแท้จริง  เขาเอื้อมมาเสยคางของหญิงสาวขึ้นมา  จากนั้นก็บรรจงจูบอย่างดูดดื่มคราหนึ่ง  กล่าวว่า


            “วันนี้ข้าต้องออกเดินทางพร้อมกับกองกำลังผสมห้าชนเผ่า  เจ้ายังคงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน เมื่อเสร็จธุระแล้วข้าจะกลับมารับเจ้าไป....ออกเดินทางพร้อมกับข้า”


            “ท่านต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ  หากท่านจากไปไม่กลับมาอีก  ข้าสาบานจะฆ่าตัวตายในทุ่งหญ้า ให้ฝูงหมาป่าฉีกกระชากซากซากศพให้ไม่เหลือชิ้นดี..”


            เอี้ยนเฟยซารีบใช้นิ้วมือปิดปากนาง คำพูดที่เอ่ยออกไปเป็นคำสาบานที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์ มีแต่ศพไร้คนเหลียวแลเท่านั้นจึงจะถูกทิ้งในทุ่งหญ้าให้กลายเป็นอาหารของสัตว์ป่า  ทั้งสองโอบกอดกันครู่หนึ่ง จึงได้แยกจากกันแล้วลงมือรับประทานอาหารเช้า ผ่านไปครู่เดียวก็มีคนของถานหลันเซ่อมาเรียกชายหนุ่มให้ออกเดินทางพร้อมกับกองกำลังของเผ่าถานจู่

     

            เอี้ยนเฟยซาปลอบประโลมโหลวเจียวที่อยู่ในอาการอาลัยอาวรณ์ครู่หนึ่ง ก็ออกจากกระโจมและเดินทางไปยังทุ่งหญ้าสีเงินพร้อมกับกองทหารม้าเผ่าถานจู่จำนวนหนึ่งพันห้าร้อยคน   แต่ละคนล้วนเป็นชายฉกรรจ์ที่เหี้ยมหาญดุดัน อาวุธประจำตัวของพวกมันเป็นคันธนูอย่างดีกับดาบโค้งหนึ่งเล่ม ธงอาชาผงาดปลิวพลิ้วไสวอยู่เหนือกองทัพที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย  แลดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนกองกำลังในแผ่นดินใหญ่ แต่กลับไม่เกิดความวุ่นวายหรือโกลาหลแม้แต่ครั้งเดียว แสดงให้เห็นถึงทักษะการบังคับม้าอันยอดเยี่ยมของนักรบบนหลังม้าเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

     

            เวลาผ่านไปประมาณสองเค่อ  กองทัพม้าก็เดินทางมาถึงทุ่งหญ้าสีเงิน ถานหลันซู่ได้เลือกพื้นที่ใกล้เนินและอยู่ติดกับแม่น้ำในการก่อตั้งค่าย  เมื่อก่อตั้งกระโจมชั่วคราวเสร็จสิ้น  ก็เรียกเหล่านายกองมามอบหมายหน้าที่ในค่าย  ซึ่งประกอบไปด้วยฝ่ายดูแลม้า  ฝ่ายลาดตระเวน ฝ่ายหุงหาอาหาร  และฝ่ายก่อสร้าง เมื่อพวกมันรับหน้าที่ไปแล้วก็ดำเนินการตามแนวทางของกองทัพแห่งทุ่งหญ้า  เอี้ยนเฟยซากับถานหลันเซ่อควบม้าขึ้นไปบนเนินที่สูงที่สุด  ทั้งสองมองไปยังทิศตะวันออกก็พบเห็นกองกำลังอีกกลุ่มหนึ่งกำลังก่อสร้างค่ายอยู่ เพียงดูจากลักษณะการตั้งค่าย ถานหลันเซ่อก็บอกว่าเป็นค่ายของชนเผ่ากัวจู่

     

            “ชนเผ่ากัวจู่อยู่ห่างจากที่นี่ไปไม่ไกล  จึงเดินทางมาถึงเร็วกว่าชนเผ่าอื่น  การใช้ทวนหนักบนหลังม้าของพวกมันเป็นหนึ่งไม่มีสอง เหล่าโจรปล้นสินค้าเกรงกลัวทวนบนหลังม้าของเผ่ากัวจู่มากกว่าธนูของพวกเราเสียอีก ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องใช้ให้มือทวนเหล่านี้อยู่แนวหน้าให้ได้”


            “พวกท่านมีจุดเด่นกันคนละแบบเช่นนี้ ไม่ทราบว่าอีกสามเผ่าที่เหลือมีจุดเด่นด้านใดบ้าง”


            “เผ่าโหลวจู่มีกองกำลังม้าเร็วที่มีลูกเล่นหลากหลายที่สุด  มีอาวุธหลายชนิดอยู่ในมือ  รวมไปถึงอาวุธลับอย่างเช่นอาวุธอัคคีด้วย  เผ่าเซี่ยงจู่มีม้าศึกเกราะหนักอยู่กองหนึ่ง  เนื่องจากพวกมันครองพื้นที่ติดแม่น้ำใหญ่  อยู่ตรงข้ามกับแผ่นดินใหญ่  จึงรับเอาลักษณะเด่นของทัพม้าจากฝั่งโน้นมา ส่วนเผ่าต้ายจู่จะเป็นทัพผสมผสานระหว่างกัวจู่และพวกเรา  เป็นทัพม้าที่ใช้ทวนเบาและมีธนูติดตัวทุกคน  กลายเป็นการผสมผสานที่ลงตัว เป็นทัพม้าที่ยากต่อกรด้วยเพราะจะเว้นระยะห่างในการต่อสู้เสมอ”


            “ล้วนแล้วแต่เป็นทัพที่น่ายำเกรง  โอ หากหมู่บ้านของเรามีกองกำลังส่วนตัวเช่นนี้อยู่บ้าง คงไม่ถูกเหล่าโจรร้ายบุกปล้นเกือบทุกฤดูเช่นทุกวันนี้”


            เอี้ยนเฟยซาตั้งจิตปณิธานเอาไว้ว่าหากตนเองรอดกลับไปยังบ้านเกิดของตนเอง จะทำการก่อตั้งกองกำลังต่อต้านเหล่าโจรร้ายสักกองหนึ่ง ด้วยวิทยายุทธ์ของตนเองที่ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดในตอนนี้  ย่อมเหนือกว่าเจ้าสำนักเสือดำผู้เป็นอาจารย์แล้ว  คงสามารถโน้มน้าวคนพวกนี้ได้


            เอี้ยนเฟยซาและถานหลันเซ่อขี่ม้าวนรอบเนินเขารอบหนึ่ง  ก็กลับไปยังค่ายของตนเอง เอี้ยนเฟยซาอยู่ในค่ายจนถึงเวลาเย็นก็ได้ยินเสียงเป่าเขาสัตว์เป็นสัญญาณที่ตนเองไม่รู้จัก ครู่หนึ่งร่างของถานหลันเซ่อก็ปรากฏตัวขึ้นบนหลังม้า  ควบขี่ขึ้นเนินไปอย่างรวดเร็ว  จากนั้นคนสนิทของมันก็มาบอกกล่าวกับเอี้ยนเฟยซาว่านั่นเป็นการประชุมเรื่องการเดินทัพ มีแต่เหล่าหัวหน้าเผ่าเท่านั้นที่เข้าร่วมได้ เมื่อได้ยินดังนั้นเอี้ยนเฟยซาจึงกลับไปยังกองไฟ  ลงมือย่างเนื้อต่อจากเดิม

     

            เวลาผ่านไปสองเค่อโดยประมาณ  ถานหลันเซ่อก็กลับมาถึงค่ายของตนเอง  คนรีบเข้ากระโจมแล้วเรียกประชุมนายกอง  รวมไปถึงเอี้ยนเฟยซาด้วย  เมื่อทุกคนมาถึงพร้อมหน้า หัวหน้าเผ่าถานจู่ที่เริ่มชรากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

     

            “พรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางตอนพระอาทิตย์ขึ้น  ชนเผ่ากัวจู่ที่มีหนึ่งพันคนจะเป็นทัพหน้า ชนเผ่าโหลวจู่ที่มีหนึ่งพันสองร้อยคนอยู่ทางปีกซ้าย ชนเผ่าต้ายจู่ที่มีกำลังพลหนึ่งพันสามร้อยคนอยู่ทางปีกขวา  ชนเผ่าเซี่ยงจู่ที่มีกำลังพลหนึ่งพันนายอยู่ตรงกลาง  และพวกเราอยู่ท้ายขบวน  คอยป้องกันระวังด้านหลังให้กับทั้งหมด”


            “เซี่ยงถงฉีอันกลอกกลิ้ง นั่นคงเป็นตำแหน่งที่มันคิดว่าปลอดภัยที่สุดแล้ว”


            เอี้ยนเฟยซาอดที่จะพูดไม่ได้ เมื่อนึกถึงอาการท่าทางของหัวหน้าเผ่าเซี่ยงจู่ในการประชุมห้าชนเผ่าที่ผ่านมา  เหล่านายกองของเผ่าถานจู่ล้วนหัวร่อออกมา  ถานหลันเซ่อไม่ได้กล่าวกระไรอีก  เพียงเรียกตัวนายกองแต่ละคนมามอบหมายหน้าที่ให้

     

            เอี้ยนเฟยซาเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว จึงออกจากกระโจมกลางแล้วกลับไปยังกระโจมของตนเอง ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยเข้าร่วมใสสมรภูมิใดมาก่อน  ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกสำหรับชายหนุ่มผู้ออกเดินทางตามหาความฝันอย่างเขา

     

     

    คล้ายกับเรื่องวีรบุรุษอหังการ ที่คุณอ่าน

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786