เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    ตอนที่ 45 ปฐมศาสตรา ( rewrite )

    เนื้อเรื่องย่อของตอนที่ 44· เคดิฟข่มเห่งรังแกสตรีที่อยู่ในห้องของมัน· ซีว่างเข้ามาภายในห้องแล้วเฉลยว่าสตรีที่อยู่ในห้องของมันไม่ใช่หยางน่า แต่เป็นแม่ของเคดิฟ ที่ถูกซีว่างสวมหน้ากากแปลงโฉมให้มีหน้าตาเหมือนหยางน่า ส่วนตัวจริงหนีออกนอกกิลด์ไปแล้ว· ซีว่างโชว์ศิลาบันทึกจิตรให้เคดิฟดู ว่ามันบันทึกเหตุการณ์ตอนที่เคดิฟกระทำทั้งหมดไว้· เคดิฟและซีว่างปะทะกันจนซีว่างนำร่างของมารดาของเคดิฟมาบังร่างของคนเอง จนเคดิฟพลั้งมือสังหารมารดาตนเอง· ซีว่างไปช่วยซูจินยี่ที่โดนทารุณออกมา แล้วเดินทางหลบหนีออกจากกิลด์วิญญาณ· ย่อหน้าสุดท้ายก่อนจบตอน “ แก๊ก. ” เป็นเสียงกิ่งไม้หัก ซีว่างรีบหันไปต้นเสียงก่อนจะเอ่ยออกมา “ ผู้ใด !! ”
    -------------------------------

    “ผู้ใด!!” ซีว่างร้องตะโกนออกไป พร้อมกับหยิบกระบี่ออกมา
    ก่อนที่จะมีบุรุษหนุ่มหน้าตาดีผู้หนึ่ง จะเดินออกมา “ช้าก่อนท่าน..” มันเดินออกมาพร้อมกับ ยกมือขึ้นไว้เหนือหัว
    “เจ้าคือใคร…!!” ซีว่างยังไม่ยอมลดอาวุธลง มันกลับยิ่งระวังตัวมากขึ้น เพราะผู้ที่อยู่ตรงหน้ามันมีพลังถึง เหยียบนภาขั้นที่ 5 เท่ากับแอรีส มันผู้นี้สามารถกำราบชายหนุ่มได้อย่างง่ายดาย
    แต่บุรุษผู้นี้นั้น ดูจากอายุอานามของมันเพียงยี่สิบต้น ๆ เท่านั้น มันยังเยาว์วัยอยู่มาก แต่กลับมีพลังถึงเพียงนี้ นี่คืออัจฉริยะขนานแท้
    “ข้ามาดี…ข้ามีเรื่องให้ท่านช่วย..” บุรุษหนุ่มตรงหน้านั้นกล่าวออกมา ก่อนจะโยนถุงมิติของตนเองออกไปข้างหน้า
    ถุงมิตินั้นตกลงตรงข้างเท้าของซีว่างทันที ก่อนที่บุรุษหนุ่มจะกล่าวออกมา “ข้ามีนามว่า ไอเด็น หรือคนอื่นเรียกข้าว่า ทอรัส (ราศี ราศีพฤษภ) เป็นผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ของกิลด์วิญญาณ..”
    เมื่อมันพูดคำว่ากิลด์วิญญาณขึ้นมา ใบหน้าของซีว่างกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย เพราะมันคิดว่าหนีรอดมาจากเงื้อมมือของพวกมันได้แล้ว แต่กลับปล่อยให้มันผู้นี้ติดตามตัวมันมาได้
    “เจ้าตามข้ามา..มีจุดประสงค์อันใด..” ที่ซีว่างถามไป มันไม่ได้หวังคำตอบ มันเพียงแต่ถามเพื่อถ่วงเวลาเพื่อหาวิธีเอาตัวรอด
    “ใจร่ม ๆ ท่าน..ข้ากล่าวต่อท่านไปแล้ว , ว่าข้ามาขอความช่วยเหลือ” บุรุษหนุ่มกล่าวบอกต่อซีว่างซ้ำอีกครั้ง
    “ให้ข้าช่วย..? เรื่องใดที่ข้าต้องสนใจเรื่องของเจ้า..” ซีว่างกล่าว ก่อนจะคิดอุบายภายในใจ ‘ทำเช่นไรดี..พี่ซูไม่รู้สึกตัวเช่นนี้ , แถมเจ้าหมอนี้..มันมีพลังมากกว่าข้า , ข้าจะทำเช่นไรดี..หากมีเจ้าอยู่ด้วย , ข้าคงจักไม่ต้องปวดหัวปรานนี้..หยางน่า’
    “ข้ามีความแค้นต่อกิลด์วิญญาณเช่นเดียวกับท่าน..ที่ข้าเข้าร่วมกิลด์กับพวกมัน , เพราะข้าจำเป็น” มันกล่าวออกมาก่อนจะ คุกเข่าลงไปแล้วก้มหัวลงหมอบพื้น แล้วกล่าวต่อว่า “ครอบครัวของข้า..โดนเจ้าชาติชั่วเคทิฟสังหารล้างตระกูล , โปรดท่านจอมยุทธ์ออกหน้าช่วยเหลือข้า..ข้าจักมิวันลืมบุญคุณในครั้งนี้..”
    กริยาเช่นนี้ทำให้ซีว่างสับสนเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเริ่มเชื่อคำพูดของมันขึ้นมาเล็กน้อย เพราะด้วยพลังของมันสามารถสังหารซีว่างได้ในทันที ไม่มีทางจะทำกิริยาอ่อนน้อม หรือกระทั่งคุกเข่าเช่นนี้เป็นอันแน่
    ก่อนที่ซีว่างจะเก็บกระบี่ แล้วกล่าววาจาออกมาในทันที “ไหนเจ้าเล่าเรื่องราวของเจ้าให้ข้าฟัง , แล้วข้าจะไตร่ตรองอีกที”
    เมื่อซีว่างกล่าวออกมา ไอเด็นก็เงยหน้าขึ้นพ่นลมจะลุกขึ้นยืน “ข้าเป็นบุตรคนโตของท่าน เอเดน…อดีตตอนท่านยัง..” บุรุษหนุ่มกล่าววาจานิ่งค้างไว้เช่นนั้น พร้อมแสดงสีหน้าที่เจ็บปวดออกมา ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ตอนท่านยังมีชีวิตอยู่ , ท่านเป็นถึงแม่ทัพฝั่งใต้..เป็นสุดยอดนักรบแห่งอาณาจักร , แต่ก็ต้องเสียทีให้กับไอโฉดเคทิฟ”
    “พลังของมัน ณ ตอนนั้นไม่สามารถต่อกรกับท่านพ่อของข้าได้ , มันจึงทำการ..ลอบฉุดน้องสาวข้าไป , ก่อนมันจะยื่นข้อเสนอ..ต่อรองต่อพ่อข้า , หากท่านยอมกินยาพิษฆ่าตัวตาย..มันจักปล่อยน้องสาวของข้า , แต่เมื่อพ่อข้ายอมตกลงและทำตาม..มันกับผิดคำพูด” ไอเด็นกล่าวหยุดค้างไว้ตรงนี้ แสดงสีหน้าที่เจ็บปวดออกมา ความเจ็บปวดที่แสดงออกมาทางหน้าตาที่บิดเบี้ยวนั้น ช่างน่าเห็นใจนัก มันพยายามจะกลั้นน้ำตาของตนเองไว้ ก่อนจะกล่าวเพิ่มเติมจากที่มาเอ่ยค้างไว้ “มันสังหารคนทั้งตระกูลของข้า..ก่อนขืนใจน้องสาวข้า , ก่อนมันจะสังหารนางหลังจากมันสุขสมดั่งใจหมาย..”
    ไอเด็นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด ขณะมันกล่าวออกมา ถึงจะไม่อาจเห็นหยดน้ำตาของมันได้ แต่ซีว่างสามารถสัมผัสได้ว่า คนผู้นี้..ร้องไห้จนน้ำตาของมันเหือดแห้งไปแล้ว..
    “แล้วเหตุใดเจ้าเคดิฟ..มันถึงฆ่าล้างตระกูลเจ้า ? , ครอบครัวของเจ้าวิเศษอย่างไร..ถึงต้องลงเอยเช่นนั้น ?” ซีว่างถามคำถามออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นช่องว่างให้ไอเด็นตอบเลยแม้แต่น้อย
    “ตระกูลของข้า..ถือครองของข้าวิเศษชิ้นหนึ่ง , ของชิ้นนั้นท่านสามารถเปิดดูภายในถุงมิติตรงหน้าท่านได้” ไอเด็นกล่าวก่อนจะชี้ไปที่ถุงมิติข้างเท้าของซีว่าง
    แต่ด้วยความที่ยังไม่ไว้ใจเต็มร้อย ซีว่างจึงใช้ขาเตะถุงมิติกลับไปให้กับไอเด็น ก่อนจะบอกให้มันเปิดของภายในถุงมิติ “เจ้าเปิดแล้วนำออกมาให้ข้าดู”
    ซีว่างแสดงกิริยาออกไปเช่นนี้ ไอเด็นกับไม่มีความรู้สึกโกรธมันเลยแม้แต่น้อย ด้วยตัวของไอเด็น มันอยู่ข้างกายศัตรูของมันมาเนิ่นนาน มันจึงระวังตัวอย่างมาก เช่นเดียวกับการกระทำของซีว่าง มันจึงเข้าใจดีในการกระทำของชายหนุ่ม
    ไอเด็นจึงล้วงเข้าไปในถุงมิติ ดึงดาบสีม่วงเล่มหนึ่งออกมา ดาบเล่มนี้นั้น..มิได้มีไอพลังที่แสดงให้เห็นถึงความวิเศษของมันเลยแม้แต่น้อย
    ก่อนที่ไอเด็นจะชี้แจงต่อซีว่าง เมื่อเห็นหน้าตาของซีว่างที่แสดงถึงความกังขาต่อตนเองและดาบเล่มที่อยู่ในมือ
    “ท่านอย่าพึ่งดูถูกดูแคลนดาบเล่มนี้..มันยังเป็นดาบที่ไม่สมบูรณ์ , มันจึงมิสามารถแสดงแสนยานุภาพที่แท้จริงของมันได้” ไอเด็นพลันแสดงสีหน้าออกมาด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อกล่าวจบ
    “ไม่สมบูรณ์ ? หากมันเป็นดาบที่ไม่สมประกอบ แล้วเหตุใดเจ้าถึงทราบได้ว่า..มันมีพลังมากมายล้นเหลือ?” ยิ่งสนทนากับไอเด็น ซีว่างยิ่งเหมือนกลายเป็นคนโง่พูดคนละภาษา ไม่สามารถเข้าใจมันได้สักที
    “ท่านคงเข้าใจผิดไป…ดาบเล่นนี้นั้น , จะมีดาบคู่แฝดของมันอีกเล่มหนึ่ง , หากนำทั้งสองเล่มมาถือไว้ในมือสองข้างแล้วเดินพลังปราณเข้าไป , ศาสตราวุธทั้งสองเล่มก็จะหลอมรวมกันกลายเป็นดาบเล่มใหม่ , ดาบนั้นมีนามว่า ปฐมศาสตรา!!”
    “ปฐมศาสตรา? ช่างเป็นชื่อดาบที่อวดดีนัก…แล้วมันมีความพิเศษเช่นใด? , ถึงกับทำให้ตระกูลเจ้าสิ้นไป?” ซีว่างกล่าวออกมาด้วยความกังขาและสงสัย
    “ในพงศาวดารได้กล่าวไว้ว่า…ปฐมศาสตรามันถูกสร้างขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้า , เพื่อนำมาตัดแบ่งระหว่างสวรรค์ โลกมนุษย์ และ นรกโลกัลให้แยกออกจากกัน , หากผู้ใดได้ครอบครอง...มันผู้นั้นก็มิต่างจากได้รับคำอวยพรจากพระผู้เป็นเจ้า..”
    ยิ่งมันกล่าวออกมา ยิ่งทำให้ซีว่างเกิดความกังขาต่อสิ่งที่มันพูด เพราะจากที่เอสเธอร์บอกเล่าแก่มัน คนของทวีปนี้นั้นอพยบมาจากโลกที่ซีว่างจากมา
    เมื่อเห็นซีว่างแสดงสีหน้าอย่างชัดเจน ว่าไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองกล่าวออกมา ไอเด็นจึงโยนดาบให้ซีว่าง ก่อนจะกล่าวตามหลังว่า
    “ท่านลองส่งพลังปราณของท่าน..เข้าไปในดาบเล่มนี้ดู , แล้วท่านจะเชื่อในสิ่งที่ข้าเล่าเมื่อครู่นี้ทันที”
    ซีว่างรับดาบมา พลิกซ้ายพลิกขวาตรวจสอบดู ว่าดาบเล่มนี้มันมีอะไรแตกต่างจากดาบทั่วไปหรือไม่
    เมื่อสังเกตดูดี ๆ ดาบเล่นนี้ไม่มีศิลาธาตุที่ติดอยู่ในดาบ เหมือนกับศาสตราอื่น ๆ ของคนทวีปนี้ แล้วตัวดาบเป็นดาบที่ไม่สมบูรณ์จริง ๆ ด้านหน้าและด้านหลังดาบนั้นไม่เหมือนกัน มีรอยแหว่งออกมา เหมือนกับใครตัดอีกครึ่งหนึ่งของดาบออกไป
    ก่อนที่ซีว่างจะลองทำในสิ่งที่ไอเด็นบอกตนเมื่อครู่ ค่อย ๆ ส่งไอปราณเข้าไปในดาบเล่มนี้
    แต่จู่ ๆ เหมือนมีหลุมดำอยู่ภายในดาบสีม่วงเล่มนี้ มันดูดพลังปรานณของชายหนุ่มเรื่อย ๆ
    ชายหนุ่มพยายามจะปล่อยมือของตนเองออกจากดาบ แต่เหมือนมีบางอย่างบีบรั้งเอาไว้ ตอนนี้มือข้างที่ถือดาบมิได้ทำตามในสิ่งที่สมองของตนเองสั่ง จนไอปราณของซีว่างถูกดูดออกไปจนหมด ทำให้ชายหนุ่มสลบลงไปกองกับพื้นทันที ภาพที่เห็นสิ่งสุดท้ายคือภาพของ ไอเด็นที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาก่อนที่ภาพจะตัดไป
    ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด ซีว่างก็ลืมตาขึ้นมา แต่ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นมิใช่ที่ ที่ตนเองอยู่เมื่อครู่
    พอเริ่มรู้สึกตัวลืมตาตื่น ซีว่างเริ่มสังเกตร่างกายของตัวมันก่อน ตอนนี้มันลอยอยู่เหนือพื้นราวกับร่างกายของมันไร้น้ำหนัก ร่างกายของมันมิได้สวมใส่เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว มันรีบมองซ้ายมองขวาทันทีเพื่อหาเสื้อผ้าของตัวมันเอง แต่ข้างกายมันนั้นไม่มีของที่มันค้นหาอยู่เลย มันพบเพียงแต่ก้อนเมฆที่ตนเองกำลังยืนเหยียบอยู่ พอมองขึ้นไปข้างบนกับเป็นสีดำ ไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ซีว่างรู้สึกจิตตกเป็นอย่างมาก ที่ตนเองไม่รู้เรื่องว่าเกิดอันใดขึ้นบ้าง
    “รอคอยมานานเหลือเกิน...”
    เป็นเสียงที่ก้องและดังเป็นอย่างมาก จนสามารถทำให้หูของซีว่างแหลกละเอียดได้ ซีว่างพยายามเอานิ้วอุดหูของตนเอง เพื่อลดผลกระทบกับเสียงนี้ แต่ก็มินำพา เพราะเสียงมันดังมาจากภายในหัวของซีว่าง
    “รอคอยมานานเหลือเกิน...”
    เสียงนี้ดังทวนซ้ำประโยคเดิม ทำให้ซีว่างรู้สึกทรมานอย่างมาก ตอนนี้ซีว่างปวดหูของตนเองเป็นอย่างมาก ก่อนจะตะโกนออกมา “หุบปาก...ข้าจักตายอยู่แล้ว!!”
    พอจบประโยคของชายหนุ่ม โลกรอบกายของซีว่างสั่นไหวอย่างมาก ก่อนที่จะปรากฏดาบเล่มหนึ่งตรงหน้าของซีว่าง เป็นดาบที่ไม่คุ้นตายิ่งนัก เป็นดาบสีดำเทา รูปร่างของมันดูน่าเกรงขาม มีไอปรานลอยออกมารอบ ๆ ตัวดาบ สร้างแรงกดดันให้ซีว่างมากมายนัก
    “ในที่สุด..ก็ได้พบกัน..” เกิดเสียงขึ้นในหัวของซีว่างอีกครั้ง แต่ครานี้นั้นมิได้ดังจนปวดหูเหมือนเมื่อครู่
    ซีว่างมองไปที่ดาบเล่มนี้อย่างระแวดระวังอย่างมาก เพราะไอปราณที่ปล่อยออกมาจากดาบเล่มนี้นั้น อันตรายเป็นอย่างมาก ซีว่างสามารถสัมผัสถึงแรงกดดันที่มหาศาลได้อย่างชัดเจน
    “ในที่สุด...การรอคอยกว่าแสนปีก็เกิดผล , นายแห่งข้า..”
    ซีว่างรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย กับคำว่า ‘นายแห่งข้า’ ก่อนที่มันจะกล่าวถามออกไป
    “ข้ามีความสำคัญเช่นไร...เหตุใดต้องเป็นข้า?” ซีว่างกล่าวถามออกไปเพื่อจะให้มันอธิบายให้หายข้องใจ
    “หนึ่งวิญญาณ..สองร่างกาย..สองภพ..แต่เรื่องราวเดียวกัน..” ตัวดาบสั่นกึกกึก ขณะที่มันสื่อสารต่อซีว่าง
    ‘มันสามารถรับรู้เรื่องราวของข้าได้...มันต้องเป็นปฐมศาสตราเป็นแน่..’
    “ท่านคือผู้ที่ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง..และท่านก็มีสองร่างเช่นข้า..มีแต่ท่านเท่านั้นที่สามารถถือครองข้าได้”
    เมื่อดาบเล่มนี้บอกเล่าออกมาเช่นนี้น ซีว่างจึงลองเอื้อมมือเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อจะสัมผัสตัวดาบอย่าง ช้าช้า....ช้าช้า........ช้าช้า.............
    แต่พอเอื้อมไปใกล้จะถึงตัวดาบนั้น ก็เกิดกระแสของอัสนีผ่าลงมาข้างหน้าของซีว่างอย่างจัง แต่ชายหนุ่มสามารถไหวตัวพุ่งตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่จะถูกอัสนีเมื่อครู่ผ่าใส่
    ซีว่างค่อย ๆ เดินไปสำรวจตรงพื้นที่ตนยืนอยู่เมื่อครู่ ตรงพื้นเมฆที่โดนอัสนีผ่าผ่านไปเป็นรูโหว่ ที่สามารถมองลงไปยังข้างล่างได้ แต่ภาพที่ซีว่างเห็นผ่านรูนี่นั้น เป็นเพียงสีดำ มิสามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย
    “ท่านยังไม่สามารถถือครองข้าได้ในตอนนี้...ท่านต้องตามหาอีกขั้วหนึ่งให้ครบเสียก่อน..” ตัวดาบสั่นกึก ๆ ออกมมพร้อมกับเสียงที่ดังอยู่ในโสตของชายหนุ่ม
    “แล้วอีกครึ่งหนึ่งของเจ้าอยู่ที่ใด..”
    “ท่านจะทราบเองเมื่อท่านตื่น” ครานี้เสียงที่อยู่ในหัวดังมาก ดังมากกว่าครั้งแรกที่มันได้ยินเสียอีก
    ซีว่างพยายามเอานิ้วอุดหูของตนเอง ก่อนที่จะรู้สึกตัวอีกทีว่าร่างกายของมันกลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง สิ่งแรกที่มันมองเห็นก็คือ ท้องฟ้าที่มืดลงแล้ว
    ซีว่างรีบลุกขึ้นมาอย่างว่องไว สอดส่องทุกสิ่งที่อยู่รอบกาย ก่อนจะเห็นไอเด็นและซูจินยี่กำลังนั่งถกเถียงเรื่องบางอย่างอยู่
    “ท่านคงเสียสติไปแล้ว !! , ข้าไม่มีวันเห็นด้วยที่ท่านจะให้..น้องชายข้าไปเสี่ยงอันตรายอย่างเด็ดขาด!!” เสียงของซูจินยี่ตะโกนลั่นออกมา
    “แล้วท่านจะให้ข้าทำเช่นไร.... ? จริงอยู่ว่าสิ่งที่ข้าทำมันคือการแก้แค้น , แต่หากปล่อยให้มันได้ครอบครองปฐมศาสตรา , ท่านคิดว่า..คนทั้งแผ่นดินนี้จะเป็นเช่นไร , มันมิใช่คนที่มีใจบุญสุนทรานนะท่าน..หากมันได้สิ่งนั้นไว้ในครอบครอง..”
    ไอเด็นหยุดกล่าววาจา หลังจากมันสังเกตเห็นซีว่างได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว
    “พวกท่านกำลังถกเรื่องใดกันอยู่หรือ?” ซีว่างกล่าวถามออกมา เพราะมันยังปะติดปะต่อเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้
    “เห๊อะ!!” ซูจินยี่พ่นลมออกจากจมูกของตนเอง ก่อนที่จะกล่าวด้วยวาจาที่โกรธเกรี้ยว “ก็มันผู้นี้จักให้เจ้าไปทำในสิ่งที่อันตรายถึงชีวิต...แล้วข้าจักยอมได้อย่างไร” ซูจินยี่จ้องมองไอเด็นด้วยสายตาที่แดงก่ำ
    หากตัวซูจินยี่นั้นมีพลังมากหรือเทียบเท่าไอเด็น มันคงกระโดดเข้าไปขย้ำคอของไอเด็นเสียตอนนี้ มันได้แต่มองด้วยสายตาชิงชั่ง และด่าทออยู่ในใจ
    “ข้าก็บอกเหตุผลท่านไปตั่งมากมาย..เหตุใดท่านมิฟังคำข้าบ้าง..” ไอเด็นกล่าวออกมาด้วยความเหนื่อยใจ จ้องมองซูจินยี่ที่กำลังโมโหโกรธาอย่างหดหู่
    หลังจากนั้นมันทั้งสองคนก็ได้แต่จ้องหน้ากัน มิได้มีผู้ใดกล่าววาจาออกมาสักผู้ ซีว่างจึงเดินเข้าไปหาพวกมัน ก่อนจะเอ่ยถามออกมา
    “ไหนท่านลองเล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังได้หรือไม่? ทั้งเรื่องดาบเล่มนี้..และเรื่องความพิเศษของตระกูลท่าน , ว่าเหตุใดถึงได้มีสิ่งของที่อันตรายเช่นนี้ไว้ในครอบครอง”
    เมื่อได้ยินสิ่งที่ซีว่างกล่าวถามออกไป ซูจินยี่พยายามจะพูดขัดออกมา แต่ซีว่างส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นการเตือนต่อตัวพี่ชายของตนเอง ซูจินยี่จึงได้แต่นิ่งเงียบ แต่ก็ยังแสดงสายตาไม่เห็นด้วยออกมา
    “อย่างที่ข้าบอกท่านไปเมื่อครึ่งเดือนก่อน..อ้อท่านคงมิรู้ว่าตนเองสลบไปถึงสิบห้าวันเต็ม..”
    ก่อนที่ไอเด็นจะกล่าววาจาต่อ ซีว่างรีบพูดขึ้นมา “สิบห้าวัน!! แย่แล้ว...”
    “เรื่องนี้ไว้หาลือกันคราวหลัง , หยางน่า..ตอนนี้หยางน่าไม่รู้จะเป็นเช่นไรบ้าง..ต้องรีบกลับไปพบนางโดยด่วน!!” ก่อนที่ซีว่างจะทะยานร่างกายของตนเองออกไป โดยมิได้กล่าวบอกต่อผู้ใดเลยแม้แต่น้อย
    เมื่อพวกมันทั้งสองคน ไอเด็นและซูจินยี่เห็นชายหนุ่มรีบเร่งจากไป พวกมันทั้งสองจึงรีบตามไปติด ๆ
    ระหว่างเดินทางนั้น ซีว่างจำเป็นต้องแอบตามชายป่า เพราะตอนนี้ซีว่างนั้นมีค่าหัวอย่างมากต่อกิลด์วิญญาณ ที่ตั้งราคาไว้สูงลิบ
    เนื่องจากไอเด็นเป็นผู้อาวุโสลำดับที่ 2 มันจึงสามารถรู้ข่าวสารเรื่องนี้อย่างง่ายดาย เมื่อเดินทางเจอคนกิลด์วิญญาณ ซีว่างก็มิได้เผยตัวออกไป เพราะมันเกรงว่าถ้าสังหารคนของกิลด์วิญญาณทุกคนที่อยู่ตามรายทาง จะทำให้คนกิลด์วิญญาณที่เหลือสามารถรับรู้ตำแหน่งของซีว่างได้
    มันจึงให้ไอเด็นคอยออกหน้าเมื่อตรวจพบคนกิลด์วิญญาณ ส่วนมันและซูจินยี่จำเป็นต้องแอบให้ห่างจากระยะตรวจสอบจากพลังปราณ เมื่อปลอดภัยพวกมันจึงเริ่มเดินทางต่อ
    ทำให้การเดินทางในครั้งนี้ล่าช้าเป็นอย่างมาก ด้วยความเร็วของท่าร่ายเคลื่อนดาราเหยียบจันทรานั้น จะสามารถถึงที่หมายได้ในสามวัน แต่นี้มันกินเวลาไปห้าวันเต็ม ๆ กว่าจะถึงจุดที่นัดหมายหญิงสาวเอาไว้
    สถานที่นัดหมายก็คือ ถ้ำเก่าที่นางเคยมาหลบซ่อนในตอนที่หนีจากซูจินยี่มา
    เมื่อซีว่างมาถึง หยางน่าเหมือนสามารถรับรู้ได้ นางจึงออกมาต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว แต่นางมิได้ออกมาคนเดียว ผู้ที่ออกมากับนางด้วยคือเอสเธอร์
    เมื่อหยางน่าเห็นซีว่าง หญิงสาวจึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะหญิงสาวแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน แต่ด้วยความทะนงตนของนาง จึงไว้ลายของตนเอง เพียงเอ่ยปากในเชิงตำหนิติเตียนออกไป“เจ้าปล่อยให้ข้ารอเนิ่นนานนัก..ช่างไร้มารยาทต่ออิสตรียิ่งนัก”
    แต่สีหน้าที่นางแสดงออกมา แสดงเป็นนัยว่า ‘ ขอบคุณสวรรค์..ที่มันรอดกลับมาได้ ’
    ซีว่างจึงกล่าวหยอกเย้าหญิงสาวเล็กน้อย “ข้าเองก็คิดถึงเจ้ายิ่งนัก , อ้อ..ข้ารู้มาว่า..หากสหายหรือคนสนิทของแผ่นดินนี้กลับมาหลังจากที่หายหน้าไปนาน , พวกมันจะโผเข้ากอดกันและหอมแก้มกันซ้ายขวา...ไหน ๆ ก็อยู่บ้านเมื่อของพวกมันแล้ว , ลองทำดูก็มิเสียหายหลอกหนา..”
    ก่อนที่ซีว่างจะอ้าแขนออกเดินเข้าหาหญิงสาว แต่ด้วยท่านทีและนิสัยที่หญิงสาวคุ้นเคย นางจึงออกมือตบไปที่หน้าของชายหนุ่มอย่างเต็มมือ จนหน้าของซีว่างหันไปด้วยความเจ็บปวด
    “ข้ารู้สึกดีจริง ๆ ที่มีร่างเนื้อ , เมื่อเจ้าพูดไม่เข้าหู..ข้าสามารถตบเจ้าได้อย่างถนัดมือ” หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าที่สุขสมใจของตนเอง ที่สามารถทำร้ายร่างกายชายหนุ่มได้ดั่งใจต้องการ
    เอสเธอร์ได้แต่ส่ายหน้าน้อย ๆ กับกริยาของซีว่าง ซูจินยี่เอามือขึ้นมาปิดปกตนเองและพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ ส่วนไอเด็นยังสับสนในสิ่งที่เกิดขึ้น และมึนงงต่อความสัมพันธ์ของหญิงชายคู่นี้ ว่าอยู่ระดับไหนกัน
    ซีว่างได้แต่เอามือกุมใบหน้าของตนเอง ร้องโอดโอยออกมา แต่มันมิได้เจ็บจริง ๆ เพียงแต่มันจะออดอ้อนให้หญิงสาวเป็นห่วงมัน แต่ด้วยการที่อยู่กับซีว่ามานาน นางจึงรู้ทัน พอผ่านไปไม่กี่อึดใจ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวมิได้แยแสต่อตนเอง ซีว่างจึงลุกขึ้นด้วยสีหน้าเศร้าใจเล็กน้อย
    ก่อนที่ไอเด็นจะขัดช่วงเวลาแห่งความสุขของพวกมันไว้เท่านี้ แล้วกล่าวออกมาว่า
    “เริ่มคุยธุระกันเถิด..จักไม่ทันกาล”

    คล้ายกับเรื่องเงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight ) ที่คุณอ่าน