วันนี้เป็วันที่มีแสงแดดไม่แรงนัก อากาศกำลังเย็นสบายแต่หากมีลมก็ทำให้หนาวเหน็บเช่นกันเพราะกำลังเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ระหว่างที่นางกำลังสอนเสี่ยวเป่าเขียนและรู้จักอักษรอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเอะอะมาจากทางหน้าบ้าน
พ่อลู่และจางซื่อกำลังตากผักกาดขาวและหัวผักกาดเพื่อนำมาทำผักดองสำหรับหน้าหนาวอยู่นั้นมีคนมาเคาะประตูหลัก
ปัง ปัง ปัง !
“เปิดประตูหน่อย”
เสียงของหญิงมีอายุเล็กน้อย น้ำเสียงหงุดหงิด ฟังจากเสียงก็รู้ว่าเป็เหอซื่อมารดาของพ่อลู่นั้นเอง พ่อลู่ได้ยินก็รีบไปเปิดประตูพร้อมทักทาย
“ท่านแม่พี่ใหญ่ เข้ามาก่อนสิ”
คนที่เดินเข้าประตูมาคือเหอซื่อมารดาของพ่อลู่และผู้ที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่ก็คือพี่ชายคนโตของเขานั้นเอง
เหอซื่อมาที่บ้านนี้เป็ครั้งแรกในรอบหลายเดือนั้แ่แยกบ้านกันนางเข้ามาในลานบ้านพลันมองสำรวจไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้าละโมบขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
จ้าวอิงได้ยินเสียงก็พาเสี่ยวเป่าเดินออกมาลานหน้าบ้านเช่นกัน
ลุงใหญ่หรือลู่ต้าไห่พี่ชายคนโตของพ่อลู่ เห็นจ้าวอิงเดินมาเช่นกันเข้าจ้องนางตาแทบจะไม่กระพริบ แววตาที่คิดไม่ซื่อมองอย่างจาบจ้วงขึ้นลงช่างน่าควักลูกตาออกมาเสียจริง
“หึ เดี๋ยวนี้ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่กันแล้วหรือปล่อยให้แยกบ้านออกมา เพียงมารยาทพื้นฐานก็สอนเด็กมันไม่ได้เห็นได้ชัดว่าลูกสะใภ้ของเ้ามันบกพร่องยิ่งนักเห็นทีข้าคงต้องรับเสี่ยวเป่าไปอบรมเองเสียแล้ว”
เหอซื่อกล่าวขึ้นมา
จ้าวอิงฟังแล้วยังมิทันได้ทำอันใดเสี่ยวเป่าก็ร้องไห้จ้าออกมาเสียงดังลั่นเสียก่อน
“ไม่นะท่านแม่เสี่ยวเป่าไม่ไปอยู่กับย่าทวดไม่เอานะท่านแม่ ฮื้อ ฮือ”
เสี่ยวเป่าร้องไห้สะอึกสะอื้นหวาดกลัวถึงขีดสุดตอนนี้หน้าซีดไปแล้ว
พ่อลู่และจางซื่อรีบเดินมาอุ้มเสี่ยวเป่า แต่เสี่ยวเป่าไม่ยอมปล่อยมือที่กอดจ้าวอิงไว้จ้าวอิงจึงอุ้มเสี่ยวเป่าขึ้นมาแนบอกพร้อมลูบหลังปลอบ
“โอ๋ ๆ เสี่ยวเป่าลูกรักแม่ไม่ให้เสี่ยวเป่าไปไหนทั้งนั้น ไม่ร้องนะย่าทวดเพียงล้อเล่นเท่านั้น”
นางพูดซ้ำ ๆเพื่อให้เสี่ยวเป่าสงบลง
จ้าวอิงหันไปทางพ่อลู่ พ่อลู่มีหรือจะไม่เข้าใจจึงเบี่ยงประเด็นไป
“ท่านแม่ วันนี้ไฉนถึงมาท้ายหมูบ้านได้เล่าหากมีธุระฝากคำใครมาบอกสักคำก็ได้ข้าจะไปหาท่านเอง”
ลู่ซานถิงบอกกับแม่ของเขา
เหอซื่อได้ยินเสียงเสี่ยวเป่าที่ร้องไห้จ้า ให้ตายก็ไม่ยอมอยู่กับนางก็พลันหน้าบึ้งตึงกว่าเดิม
จนเกือบลืมจุดประสงค์ที่มาวันนี้แล้ว หากลู่ซานถิงไม่ถามนางเสียก่อน
“หากข้าไม่มาจะเห็นหรือว่าพวกเ้ามีชีวิตที่ดีขนาดนี้ซ่อมแซมบ้านขุดบ่อน้ำมีชุดเสื้อผ้าใหม่ใส่ผ่านมาหลายเดือนเ้าผู้เป็ลูกมิเห็นส่งอันใดเพื่อแสดงความกตัญญูแม้สักนิด
ข้าเลยต้องมาดูเองเผื่อว่าพวกเ้าอาจจะไม่มีอันจะกินจะได้ช่วยเหลือได้บ้างแต่นี่เห็นกันอยู่ว่าพวกเ้าอยู่ดีกว่าข้าเสียอีก ถุย”
เหอซื่อยิ่งพูดใบหน้านางยิ่งบิดเบี้ยว พูดจบก็ถ่มน้ำลายลงพื้น
เหอซื่อพูดถึงตรงนี้แล้วแม้คนโง่ยังฟังออกว่านางมาที่นี่เพราะ้าอะไร
พ่อลู่ที่เสียใจในความลำเอียงของเหอซื่ออยู่แล้วยิ่งได้ฟังประโยคนี้ยิ่งเศร้าในใจขึ้นอีก หากพวกเขาทุกข์ยากลำบากแม่ของเขาคงยินดีอย่างงั้นหรือ
สีหน้าของพ่อลู่ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด จ้าวอิงที่กำลังปลอบเสี่ยวเป่าแล้วได้ยินเหอซื่อพูดก็ขมวดคิ้วแล้วเดินออกมา นางต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
“ต้องขอบคุณสิบตำลึงจากท่านในวันแยกบ้านที่ทำให้พวกเรามีวันนี้หากท่านอยากได้ความกตัญญู แน่นอนท่านพ่อมีใจให้ท่านเต็มเปี่ยมแต่มีใจก็ไม่มีกำลังท่านเป็ผู้ใหญ่คงไม่ถือสากระมัง”
จ้าวอิงพูดจบก็จ้องตากับเหอซื่อตรงๆ
เหอซื่อหน้าบิดเบี้ยวแดงสลับเขียวเห็นได้ชัดว่าโกรธมากขนาดไหนแต่เมื่อถูกจ้าวอิงจ้องตาเช่นนี้ก็ทำให้นางเกิดความกลัวขึ้นมาเหมือนกัน
“ดู ๆ ช่างอกตัญญูยิ่งนักเ้าเป็เพียงสะใภ้มีสิทธิอันใดมาสอดคำ”
เหอซื่อกล่าวพร้อมกับหลบตาจ้าวอิงแล้วหันไปจ้องหน้าพ่อลู่แทน
พ่อลู่ไม่อาจแบกรับคำกล่าวหาว่าอกตัญญูได้ แต่จ้าวอิงไม่เหมือนกันเดิมก็เป็คนร้ายกาจอยู่แล้ว นางจะเสียชื่อเสียงอีกสักหน่อยก็ไม่เป็อะไรเื่ปะทะคารมเช่นนี้นางก็ไม่ได้กลัวเช่นกัน
“โถ่ ๆ ๆ ท่านย่าของสามีหากท่านยังไม่ทราบข้าจะบอกท่านเองเ้าค่ะ ข้าก็มีสิทธิที่เงินซ่อมบ้าน ขุดบ่อน้ำซื้อชุดใหม่เป็ของข้าอย่างไรเล่าท่านย่า ท่านพ่อเพิ่งหายป่วยท่านแม่ก็เช่นกันแล้วหากไม่มีเงินสินเดิมของข้าท่านว่าพวกเราจะลืมตาอ้าปากได้เพราะเงินสิบตำลึงกับบ้านร้างโกโรโกโสที่แทบจะซุกหัวนอนไม่ได้อย่างนั้นหรือ”
จ้าวอิงไม่ทนอีกต่อไป
จางซื่อที่อยู่ข้าง ๆนางก็รีบเดิมมาดึงเสื้อจ้าวอิงไว้
“อาอิงแม่กับพ่อเ้าต้องขอบคุณเ้าจริง ๆนั่นแหละเพียงค่ายาของพ่อเ้าหมดไปสิบกว่าตำลึงถึงได้เดินได้แต่กับท่านย่าเ้าอย่าได้ถกเถียงกับท่านเลยท่านอายุมากแล้วเดิมควรเป็พวกเราไปหาท่านไม่ควรให้ย่าเ้าเดินมาถึงท้ายหมู่บ้านเช่นนี้จริง ๆ”
แม้ว่าในใจลึก ๆของจางซื่อจะสาแก่ใจที่จ้าวอิงตอกหน้าแม่สามีนางมาก็ตามแต่อย่างไรนั้นก็ขึ้นชื่อว่าแม่สามีไม่อาจทำเกินไปได้
พ่อลู่เห็นเห่อซื่อใบหน้าบิดเบี้ยวกว่าเดิม ใกล้จะเข้ามาทำร้ายจ้าวอิงแล้วเขาก็เข้ามากั้นกลางระหว่างจ้าวอิงและเหอซื่อ
“ท่านแม่อย่าถือสาอาอิงเลย นางนำเงินเก็บออกมาดูแลบ้านทั้งหมดหลายสิบตำลึงหากไม่มีนางช่วยป่านนี้ข้าคงเดินมิได้แล้ว คงต้องเป็คนพิการขาเป๋ไม่อาจจะกตัญญูท่านได้อีก”
เหอซื่อยืนตัวสั่นเทาชี้หน้าจ้าวอิงด้วย กล่าวอะไรไม่ออกทำได้เพียงพูดออกมาว่า
“เ้า เ้า …..”
ลุงใหญ่ที่ไม่พูดแม้สักคำเห็นสถานการณ์ว่าเงินของบ้านน้องสามของเขาเป็จ้าวอิงดูแลเกินกว่าครึ่งของแผนวันนี้ต้องล้มเหลวแล้ว จึงรีบไกล่เกลี่ย
“น้องสามเ้าหายดีก็ดีแล้วจ้าวอิงดูแลเ้าก็เป็การแสดงความกตัญญูต่อพวกเ้าเมื่อพวกเ้าไม่เดือดร้อนอันใดก็ควรแสดงน้ำใจต่อท่านพ่อท่านแม่บ้างจึงจะเหมาะสม”
จ้าวอิงฟังแล้วขมวดคิ้ว เดินออกมาข้างพ่อลู่และอาศัยตอนที่นางเดินผ่านลู่ต้าไห่ นางได้แอบโปรยผงคันใส่เขาไปเล็กน้อยแต่เพียงเล็กน้อยนี้ คาดว่าคืนนี้เขาคงนอนหลับไม่ได้อย่างแน่นอนบางทีหากคืนนี้เขาไม่อาบน้ำ ผงคันนี้คงเผื่อแผ่ไปยังภรรยาเขาด้วย
“ข้าจำได้ว่าตอนแยกบ้านก็ตกลงกันชัดเจนว่าทุกปีจะส่งเสบียงให้บ้านหลักไร่ละสิบชั่งท่านให้ที่ดินมาเพียงสามไร ก็คือสามสิบชั่งกับเงินห้าตำลึง
แน่นอนพวกเรามิลืมแน่นอน ตอนนี้ยังไม่ถึงกำหนดการท่านย่าจะรับเป็หัวผักกาดก่อนได้หรือไม่ตอนนี้ของล้ำค่าที่สุดในบ้านก็มีเพียงเท่านี้แล้ว แต่คงให้ท่านหมดไม่ได้ไม่อย่างนั้นเสี่ยวเป่าของเราคงต้องอดข้าวแล้ว”
จ้าวอิงกล่าวออกมาพร้อมทำท่าจะไปหยิบหัวผักกาด
เหอซื่อหายใจเข้าออกแรง ๆ เห็นว่าเถียงจ้าอิงไม่ได้ แล้วนางจึงบอกว่า
“หึ จ้าวอิงตอนนี้พูดได้เ้าก็พูดไปเถอะถึงเวลาเหวินเหยากลับมาข้าจะให้เขาหย่าเ้า เ้าก็เช่นกัน”
เหอซื่อพูดจบก็หันหน้าไปหาพ่อลู่
“ถึงเวลาเ้าต้องให้เหวินเหยาหย่านางเช่นกัน”
เหอซื่อที่มาเสียเที่ยวให้เกรี้ยวกราดยิ่งนักทิ้งท้ายไว้แล้วนางก็สะบัดหน้าเดินออกไป ไม่มีใครเดินออกไปส่งนางสักคนกว่าพ่อลู่จะเรียกสติตัวเองกลับมาได้ เหอซื่อและลู่ต้าไห่ก็ออกไปพ้นรั้วบ้านแล้ว
เขาจึงเร่งฝีท้าวตามออกไปแต่เมื่อเห็นว่ามารดาเขาไปไกลแล้วจึงหันหลังกลับแล้วปิดประตูบ้านทันที
ในลานบ้าน
“ท่านแม่หย่าคือสิ่งใดหรือ”
เสี่ยวเป่าออกจากอ้อมกอดของจ้าวอิงแล้วถามด้วยความสงสัยจ้าวอิงเองก็ไม่ได้ปิดบังสอนในความเป็จริงดีกว่าให้เสี่ยวเป่าเรียนรู้ผิด ๆ
“การหย่าคือการตกลงที่จะแยกจากกัน ต่างคนต่างไม่อยู่ร่วมกันแล้วเพียงแต่คำว่าหย่านี้ใช้กับผู้ที่เป็สามีภรรยากันเท่านั้น”
จ้าวอิงอธิบาย
เสี่ยวเป่าเข้าใจก็เหมือนไม่เข้าใจจ้าวอิงเห็นสีหน้าเขาดังนั้นนางจึงเปลี่ยนเื่เพื่อให้เขาไม่สนใจเื่นี้อีก
“เอาล่ะแม่มีองุ่นด้วยนะไหนใครจะกินองุ่นบ้าง”
“เย้ ๆ องุ่นของท่านแม่อร่อยสุด ๆ”
เสี่ยวเป่าลืมแล้วว่าเมื่อสักครู่เขาหวาดกลัวแค่ไหน
เด็กน้อยช่างดีจริง ๆ มีของกินก็ลืมเื่อื่น ๆแล้ว
จางซื่อเดินมาจับมือจ้าวอิงไว้พร้อมพูดปลอบใจ
“วางใจเถอะนะอาอิง แม่ไม่ยอมให้เหวินเหยาหย่าเ้าหรอก”
จ้าวอิงยิ้มรับ
“เ้าค่ะท่านแม่”
ส่วนพ่อลู่ก็กลับไปตากหัวผักกาดที่ทำค้างไว้ต่อไปแต่ใบหน้ายังคงอึมครึมอยู่
จางซื่อเห็นดังนั้นนางจึงถอนหายใจออกมาแรง ๆ
“ปล่อยพ่อเ้าไปก่อนเดี๋ยวเขาก็ดีขึ้นเขาเป็คนที่รักความถูกต้องและความกตัญญูมาก เจอแบบนี้ เฮ่อ…”
จางซื่อปิดท้ายด้วยการหายใจออกมาแรง ๆ ส่ายหัวเบา ๆจากนั้นก็หันหลังกลับเข้าห้องโถงอีกครั้ง
•─────❅❀❅────•