“ม่ายหวายแล้วโว้ยยยย!”
หนุ่มนักบาสฯ ฟุบลงบนโต๊ะร้านปังนมอย่างไร้เรี่ยวแรง
ภายหลังการตะบี้ตะบันอัดเนื้อหาเร่งรัดสำหรับการสอบมิดเทอมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าสมองที่จดจำสูตรสมการมากมายร้อนฉ่า ประหนึ่งเครื่องยนต์ที่ทำงานหนักติดต่อกันเป็เวลานาน
ไอ้เต้นอนฟุบหมดสภาพ ใบหน้าซีดเซียวิญญาพร้อมจะหลุดลอยออกจากร่างทุกเมื่อดูไปก็ตลกชอบกล ซ่าไม่ออกละสิมึง ฮ่าฮ่าฮ่า
ส่วนติวเตอร์จำเป็อย่างดรีมที่บัดนี้สวมแว่นอ่านหนังสือกรอบหนา กำลังตรวจการแก้สูตรแคลคูลัสฝีมือไอ้เต้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
“ถูกทั้ง 5 ข้อ บทจะตั้งใจก็ทำได้นี่นา” ครูดรีมกล่าวชมเชย
“มึงสอนดีด้วยแหละ เข้าใจง่ายกว่าอีแนนอีหมิวเยอะ แม่งคิดถูกจริงๆที่รอมึงกลับมา...”
“ชมกูไป ก็ไม่มีรางวัลให้หรอกนะ” ดรีมบอก
“สัด กูชมจริงเหอะ มึงติวเก่งจริง คนโง่งีบหลับในเซคตลอดยังเข้าใจเลย”
“เป็อะไรของมึง?? จู่ๆ ก็พูดชม มึงตัวร้อนไม่สบายรึเปล่า??” ดรีมตาโต มือขาวทาบบนหน้าผากเต้
“ไข้ก็ไม่ขึ้นนี่หว่า”
“สาด ไหนว่าให้คุยกับมึงดีๆ ไงกูก็คุยดีแล้วเสือกระแวงจ้องจับผิดกูเพื่อ??” เพื่อนจอมกวนทักท้วง
“ก็กูปรับโหมดตามมึงไม่ทันนี่หว่า เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายใครจะไปรู้วะ”คนตัวเล็กตอบ
เด็กหนุ่มเก็บชีทกับกระดาษทดเข้ากระเป๋าสะพายอย่างอ่อนล้า ติวหนังสือให้เพื่อนใช้พลังงานมากกว่าที่คิดนะเนี่ยเล่นเอาหมดแรงข้าวต้มเลย
ระหว่างที่ติวอยู่นั้น ดรีมก็เงี่ยหูฟังบทสนทนาของหนุ่มนักธุรกิจที่คุยโทรศัพท์ติดต่องานตลอด่บ่ายจวบจนกระทั่งตอนนี้ซึ่งเป็เวลาหนึ่งทุ่มแล้ว พี่เจก็ยังคงคุยงานต่อเนื่องรัวๆ และเช็กไฟล์ทางสมาร์ตโฟนไปด้วย
“ครับ... รบกวนส่งเมลใบเสนอราคาทั้งสิบห้องมาได้เลยครับ ผมจะให้เลขาแจ้งกลับโดยเร็วที่สุด...รับทราบครับ รายละเอียดคุยกับทีมงานผมได้เลยครับ”
เสียงทุ้มตอบกลับปลายสาย ดีลงานลูกค้าด้วยความเป็มืออาชีพ
หนุ่มลูกครึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตขาวสะอาดสะอ้านขนาดพอดีตัวปลดกระดุมคอเสื้อลงมาเผยให้เห็นไหปลาร้าและแผงอกที่แน่นขนัดบางส่วนแขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงระดับศอกโชว์ไรขนสีน้ำตาลอ่อนรำไรบนท่อนแขนหนาร่างสูงใหญ่นั้นนั่งไขว้ขาในกางเกงสแล็คผ้าวูลชั้นดีที่ตกกระทบกับแสงไฟในร้านคาเฟ่เด็กหนุ่มมองโครงสร้างร่างกายที่แข็งแกร่งน่าค้นหานั้นอย่างหลงใหลได้ปลื้ม
เ้าตัวเล็กนึกครึ้มอกครึ้มใจ ซบศีรษะกับไหล่กว้างของหนุ่มลูกครึ่งเสียเลย
พี่เจหันมามองดรีมด้วยแววตาเอ็นดู ก่อนจะประเคนหอมแก้มใสไปฟอดใหญ่ปากยังคงดีลงานทางโทรศัพท์ต่อไปไม่มีสะดุด
ลำแขนแกร่งโอบรอบเอวบางจากด้านหลังซึ่งดรีมก็ปล่อยให้อีกฝ่ายััแต่โดยดีบรรยากาศระหว่างทั้งสองดูอ่อนหวานดึงดูดเข้าหากันอย่างเป็ธรรมชาติจนเต้ประหลาดใจ
หนุ่มนักกีฬาเฝ้าสังเกตอากัปกิริยาที่เปลี่ยนไปของคนทั้งสองอย่างเงียบงันดรีมที่ปกติจะมีทีท่าระแวดระวัง เว้นระยะห่างจากอีกฝ่ายอยู่ตลอดทว่าภาษากายตอนนี้กลับแสดงออกถึงการเปิดรับอีกฝ่ายเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นอีกทั้งท่าทีกระดากอายก็แทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลยหนุ่มนักกีฬาคาดเดาว่า่เวลาห้าวันห้าคืนที่ผ่านมาคงมีเื่ราวดีๆ เกิดขึ้นเป็แน่
“งั้นแค่นี้นะครับ แล้วจะติดต่อกลับไปอีกทีครับ...ปิ๊บ!”
“วางสายแล้วเหรอฮะ?”ดรีมถาม
“ใช่ครับ พอดีงานติดพันั้แ่่บ่ายเลย”
“ขอบคุณฮะ พี่เจงานยุ่งแท้ๆ ยังอุตส่าห์ลางานมาส่งผมถึงนี่”
“ไม่หรอก เป็ความตั้งใจของพี่อยู่แล้วครับ...แล้ววันนี้สองคนติวหนังสือกันเสร็จแล้วเหรอ?”ร่างสูงใหญ่ถาม
“เสร็จแล้วฮะ พรุ่งนี้ยังเหลือเวลาอีกวัน ค่อยฝึกแก้โจทย์กันฮะ”
มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มสีน้ำตาลประกายแดงอย่างรักใคร่เด็กหนุ่มร่างบางถูใบหน้าของตนเข้ากับฝ่ามือของอีกฝ่ายราวกับเด็กน้อยออดอ้อนผู้ใหญ่น่าเอ็นดูเป็ที่สุด
"ดรีมกับเต้จะกลับรึยังครับ เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งนะ”ชายหนุ่มเสนอตัว
“กลับเลยก็ดีนะฮะ พี่เจเองก็จะได้กลับคอนโดไปพักผ่อนด้วย”เสียงหวานกล่าว
“แล้วคืนนี้มึงจะค้างไหน หอกูรึหอมึง?” ไอ้เต้ถามขึ้น
“พี่ว่าดึกแล้วเราค้างหอเต้ไปเลยก็ดีนะพรุ่งนี้จะได้อ่านหนังสือด้วยกันอีกไงครับ ไม่เสียเวลาเดินทางด้วย”เสียงทุ้มเสนอแนะ
“...พี่เจไม่หึงแล้วเหรอฮะ?”
คนตัวเล็กถามอย่างไม่แน่ใจนัก
“ไม่เลยครับ เื่หึงมันผ่านมาตั้งนานแล้ว กลับกันพี่สบายใจเสียอีกที่เราได้อยู่กับเต้”พี่เจยิ้ม “จริงๆ พี่เองก็สงสัยนะว่าทำไมไม่ย้ายมาอยู่หอเดียวกันกับเต้เสียเลยล่ะหอเราอยู่ไกลว่าตั้งเยอะ”
“ตอนแรกผมก็กะจะอยู่หอนั้นแหละฮะ แต่เสียดายห้องพักเต็มตลอด”
“หอกูคนจองล่วงหน้ากันเป็เดือน ถ้ามึงอยากอยู่ต้องลงชื่อกับลุงเ้าของไว้ก่อนแล้วเขาจะไล่โทรกลับตามคิวเอง” เต้แนะนำ
“เออก็ดีนะ เดี๋ยวกูไปติดต่อไว้ดีกว่า” เด็กหนุ่มตัวน้อยพยักหน้าเชิงเห็นดีด้วย
“โอเคครับ งั้นพวกเรากลับหอของเต้กันเถอะ”
ทั้งสามพากันขึ้นรถ BMW สีเงินเมทัลลิกคันงามที่จอดอยู่หน้าร้านปังนม ดรีมนั่งด้านข้างคนขับในขณะที่เต้นั่งเบาะหลังที่มีกระเป๋าเสื้อผ้าของเพื่อนวางไว้อยู่ก่อนแล้ว
ท้องฟ้ายามค่ำคืนมืดมิดมีเพียงแสงสว่างจากเสาไฟฟ้าบนท้องถนนส่องนำทางเป็ระยะรถคันงามแล่นไปยังจุดหมายปลายทางคือหอพักรวมของหนุ่มนักกีฬาซึ่งเป็หอที่อยู่เยื้องตรงข้ามกับประตูมหาลัยพอดิบพอดี เรียกได้ว่าเป็ที่พักทำเลทองที่เดินทางสะดวกที่สุดในย่านนี้ก็ว่าได้ด้วยตำแหน่งโลเคชั่นแล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมห้องพักนี้ถึงถูกจับจองเต็มอยู่ตลอดเวลา
ใช้เวลาไม่นานทั้งสามก็มาถึงหอพักของเต้
รถสปอร์ตคันงามจอดสนิทเบื้องหน้าอาคารสีขาว เบรกมือถูกดึงขึ้น ก่อนใบหน้าคมสันจะโน้มหาร่างที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับอย่างเชื่องช้านิ้วมือหนาเชยคางมนที่ไม่ทันตั้งตัวและแล้วริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาก่อนที่ดรีมจะรู้ตัวเสียอีก
ไอ้เต้ผู้นั่งเบาะหลังอ้าปากขากรรไกรแทบค้าง ดวงตาที่เบิกโพลงนั้นมองเห็นริมฝีปากของคู่รักประกบกันผ่านเงาสะท้อนของกระจกหน้ารถเต็มตาแถมยังเป็จูบที่ใช้ลิ้นพัวพันกันอย่างดูดดื่มเร่าร้อนอีกด้วย
“อื้อ...พี่เจ...อ๊ะ...”
แขนเรียวโอบกอดรอบคอชายหนุ่มอย่างคุ้นเคย ร่างบางเองก็ตอบสนองริมฝีปากที่ประกบอย่างรักใคร่ไม่แพ้กัน
หนุ่มนักกีฬาที่บัดนี้ตัวแข็งทื่อประดุจก้อนหิน รีบพาตัวเองลงจากรถโดยเร็วด้วยไม่อยากเป็สักขีพยานการพลอดรักระหว่างคนทั้งสองในรถคันอีกต่อไป
ปัง!
“อื้อ...ฮ๊า....”
นอกจากจุมพิตวาบหวามแล้ว นิ้วมือหนายังััยอดอกนุ่มภายใต้เสื้อยืด ที่ตอนนี้เริ่มมีปฏิกิริยาชูชันแข็งขันขึ้นมาดรีมแอ่นกายน้อมรับััแห่งความสุขนั้นตามปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ
แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ต้องดันมือหนานั้นออกด้วยไม่อาจทนต่อความรู้สึกเสียวซ่านที่ได้รับไหว
“ฮ่า...ตรงนี้พอแล้วฮะ...ไอ้เต้รออยู่...” ดรีมกระซิบเสียงสั่นเครือ
“แต่พี่ยังไม่พอนี่นา” หนุ่มลูกครึ่งยังคงดึงดันจะััเนินอกนั้นต่อ
“บ้า... อ๊ะ...”
“ชอบให้พี่บีบเค้นเหรอครับ หน้าอกเราน่ะ”
“ชอบฮะ... อีก...สิฮะ...”
เด็กหนุ่มยินยอมให้อีกฝ่ายมอบรสจูบดูดดื่มพร้อมกระตุ้นเนินอกขาวไปด้วยปลายลิ้นของดรีมและพี่เจพัวพันกันอยู่เช่นนั้นนานสองนานไม่มีทีท่าจะแยกออกจากกันเลย
จนริมฝีปากที่ประกบแน่นผละออกจากกันในท้ายที่สุดสายตาทั้งสองสอดประสานอย่างวิงวอนราวกับไม่อยากจะพรากจากกันในค่ำคืนนี้เลย
“อื้อ... พี่เจ... เราไม่ได้อยู่กันสองคนนะฮะ...”
“รู้ครับ แต่จะไม่ได้เจอดรีมอีกหลายวันนี่นา ต้องขอชาร์ตพลังหน่อย”
“...พี่เจหน้าอย่างหนาเลยนะฮะ เมื่อกี้ไม่รู้จักอายไอ้เต้บ้างเลย” คนน่ารักท้วงติง
“เพิ่งรู้เหรอครับ ฮะฮะฮะ”
เด็กหนุ่มกอดร่ำลาร่างสูงใหญ่อีกครั้งก่อนจะลงจากรถไป รถสปอร์ต BMW คันงามแล่นออกสู่ท้องถนนใหญ่จนหายลับไปจากสายตา ดรีมมองตามท้ายรถของคนสำคัญไปด้วยความคะนึงหาสุดประมาณ
ดรีมถือสัมภาระเดินเข้าหอมาต้อยๆ พบว่าไอ้เต้ยังไม่ขึ้นห้องยังยืนรอเขาอยู่ที่ล็อบบี้ทั้งสองจึงพากันขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกัน
บรรยากาศภายในลิฟต์ที่มีเพียงเพื่อนซี้สองต่อสองโดยสารไปด้วยกันแลดูเงียบแบบกระอักกระอ่วนอย่างไรชอบกล ร่างบางสังเกตเห็นท่าทีประหม่าของเพื่อนผิวแทนที่ดูลุกลี้ลุกลนพิลึก
“ไอ้เต้ มึงเป็อะไร ปวดขี้ก็ไปขี้ปะ?” ดรีมบอก
“ใช่ซะที่ไหนเล่า!ก็มึงกับพี่เจแม่งจู่ๆ ก็ดูดปากกันต่อหน้ากูแบบนั้น แล้วจะให้กูทำตัวยังไงวะ!!” เพื่อนหนุ่มสกินเฮดสติแตกไปแล้ว
“อ่าโทษที กูเองก็เผลอจูบกลับไปตามความเคยชิน” ดรีมตอบเพียงนึกถึงรสจูบแสนเร้าใจเมื่อครู่ ยังรู้สึกรุ่มร้อนไม่หายจนเผลอจรดปลายนิ้วกับริมฝีปากตนเองโดยไม่รู้ตัว
“เคยชิน? แปลว่ามึงจูบกันเยอะแล้วอะดิ”
“ก็นิดหน่อย...”
“เด็กเนิร์ดอนามัยคนเดิมหายไปไหนแล้ววะ แค่พูดเื่ช่วยตัวเองมึงก็อายม้วนต้วนละเดี๋ยวนี้แม่งไวไฟฉิบ”
“ไม่รู้โว้ย บรรยากาศมันพาไป...”
“ตกลงมึงกับพี่เจถึงขั้นไหนแล้ววะ?? ถึงห้องเล่าให้กูฟังด่วนๆ เลยสัด“ ไอ้เต้ย้ำ
ตึ๊ง!
และแล้วประตูลิฟต์ก็เปิดออก
“มึง... คือกูกับพี่เขาจูบกันแล้วว่ะ... จูบแบบโคตรดูดดื่มจูบเช้าจูบเย็นอ่ะมึง... แบบจูบกันจนเป็กิจวัตรประจำวันไปแล้ว...”
“เอออันนั้นกูเห็นกับตาแล้ว ละมีมากกว่าจูบยังวะ?”
“...”
“อะไรนะกูไม่ได้ยิน?”
“...”
“พูดไรของมึงวะ”
“...ว่ะ”
“ว่าไงนะ??”
“...กูโดนพี่เขาสไลด์หนอนว่ะ” เสียงหวานตอบเบาหวิว
“เชี่ย กูว่าละมันต้องมีซัมติ่งแฮ๊บเป้น มันไม่จบแค่จูบแน่ๆ !”
สุดท้ายทั้งสองก็อดใจรออัปเดตความเป็ไปก่อนถึงห้องพักไม่ไหวหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งรีบเร่งไขกุญแจเข้าห้องครั่นคร้ามอยากฟังตอนต่อไปของเพื่อนจนอดรนทนไม่ไหว
“แล้วไงต่อ มึงโดนเอายังวะ?”ไอ้เต้เร่งเร้าอยากรู้
“ยังว้อยยย! กูยังไม่กล้าขนาดนั้น!” ดรีมโวยวายดังลั่น
“ทำไมยังวะ??”
“ก็... กูยังไม่เคยนี่หว่า มันก็ต้องค่อยเป็ค่อยไปสิวะ...”คนขี้อายพูดในลำคอ
“โห... เอาจริงนะ กูละนับถือใจพี่เจแกว่ะพ่อพระหรือยังไงเป็กูนะคงไม่หยุดแต่ใช้มือแหงๆ “
ดรีมจ้องเพื่อนตาโต
“เชี่ยเต้! ไหนมึงบอกว่าไม่ชอบผู้ชายไง! แล้วทำไมถึงจะทำต่อวะ??”
“ไม่ใช่โว้ย กูจินตนาการว่าใช้มือให้ผู้หญิงจนเสร็จแล้วยังไงมันก็ต้องไปต่อให้สุดปะวะ?? หายากนะคนที่จะอดทนให้เกียรติคู่นอนขนาดนี้” เพื่อนตัวสูงออกความคิดเห็น
“มันก็จริงอยู่นะ...”
“พี่เจแม่งสุภาพบุรุษตัวจริงเลยนี่หว่า มึงก็โชคดีแล้วล่ะที่เจอคนดีๆแบบพี่เขา”
“งั้นเหรอวะ”
“เขารักมึงมากเลยนะ ไม่งั้นไม่อดใจรอคอยมึงขนาดนี้หรอก” ไอ้เต้กำชับ
กระเป๋าเสื้อผ้าถูกวางลงบนโต๊ะทำงานดรีมนำชุดไปรเวทสำหรับใส่วันพรุ่งนี้ออกมาแขวนบนราว ระหว่างกำลังคิดอะไรเพลินๆ
“แล้วกูก็มีเื่สำคัญอยากจะปรึกษามึงด้วย ไอ้เต้...เื่นี้กูจนปัญญาจริงๆ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญอย่างมึงช่วยว่ะ...“
สีหน้าคนตัวเล็กตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเต้รับรู้ได้ทันทีว่าดราม่าแน่นอน
“เสียงเครียดเชียวมึง มีอะไรก็เล่ามาเถอะกูยินดีซัพพอร์ตเสมอไอ้ฝันเฟื่อง”
มือของหนุ่มนักบาสฯ ตบไหล่เพื่อนตัวน้อย พร้อมรับฟังปัญหาหนักอกเฉกเช่นทุกครั้งเพื่อเพื่อนคนนี้หากเขาช่วยได้ก็ยินดีช่วยอย่างเต็มที่อยู่แล้วไม่ว่าเื่นั้นจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม
น้ำเปล่าสองแก้วถูกวางเสิร์ฟลงบนโต๊ะญี่ปุ่นขนาดเล็ก ระหว่างรอรับฟังสิ่งที่ดรีมกำลังจะเล่าขอคำปรึกษาต่อไป
หนุ่มผิวแทนบอกตัวเองว่าจะช่วยซัพพอร์ตเพื่อนอย่างสุดกำลังก็จริงไม่ว่าจะปัญหาหนักหนาอะไรก็จะช่วย แต่ในสถานการณ์อันน่าอึดอัดใจนี้เขาจะให้คำแนะนำอะไรเพื่อนได้บ้างละเนี่ย??
“เดี๋ยวนะ...”
มือใหญ่ของนักบาสฯ มหาลัยกุมขมับตนเอง เขารู้สึกวิงเวียนศีรษะเหงื่อซึมทั่วกายหลังจากได้ยินปัญหาหนักอกของดรีม
“...กูขอทวนคำถามแม่งอีกทีนะ ไอ้ฝฟ....สรุปคือตรงนั้นของพี่เจใหญ่โตมโหฬารมากจนมึงกลัวจะรับไม่ไหว...แล้วมึงจะทำยังไงดี... นี่คือคำถามที่มึงอยากปรึกษากูชะ??” หนุ่มผิวแทนถามซ้ำว่าหูตนไม่ได้ฝาดไปแน่ๆ
“ใช่มึง ตามนั้น” ดรีมยืนยันเป็มั่นเป็เหมาะ
“แล้วไหนมึงว่าขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญไงวะ! แล้วกูไม่เคยมีอะไรกับผู้ชาย จะช่วยอะไรมึงได้วะ!!” เต้แผดเสียง
“อย่างน้อยมึงก็ปัดแอ๊พมาเยอะ มีประสบการณ์เื่อย่างว่ามากกว่ากูนี่นา...ขอร้องละไอ้เต้…เื่แบบนี้กูไม่รู้จะไปปรึกษาใครแล้วจริงๆ ถ้ามึงไม่ช่วยกูก็ไม่รู้จะไม่พึ่งใครแล้ว! ”
ดรีมกอดแขนผิวแทนของเพื่อนแน่นสุดจะวิงวอน จนหนุ่มนักบาสฯ ชักจะสงสารเห็นอกเห็นใจขึ้นมาบ้าง
“ไอ้ห่าฝันเฟื่อง เห็นหน้าดำคร่ำเครียดกูก็นึกว่าเื่อะไรเื่ปี้เื่เย่อกันนี่เอง ปัดโถ่...”
“เห็นงี้กูก็คิดมากนะไอ้เต้... ตอนไปอาศัยอยู่ด้วยกันที่คอนโดพี่เขามันดีมากเลยพี่เขาออกไปบริษัทส่วนกูก็ทำงานบ้านทำอาหารไป ชีวิตแม่งโคตรดีแฮ๊ปปี้มากอ่ะ”ดรีมอธิบาย
“มึงก็เลยอยากพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้นว่างั้นเถอะ”
“อืม ประมาณนั้น”
“...ตกลงกับพี่เจมึงเอาจริงใช่มั้ย เขาดูตั้งใจจีบมึงจริงๆ นะเว้ย”
“จริงจังดิ กูไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเลยมึง เขาคือคนพิเศษกูอยากอยู่ข้างเขาและใช้ชีวิตด้วยกันจริงๆ นะ” เสียงหวานกล่าวกำชับหนักแน่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“เออ ใจตรงกันก็ดีแล้ว กูยินดีกับความรักของมึงด้วยว่ะ”
“ขอบใจนะ...”
“ทีนี้กลับมาเื่พี่เจ ตกลงมึงเลือกโพลเป็รับแล้วชะ??”
ใบหน้าหวานแดงซ่าน ตอบอ้อมแอ้ม
“ก็... ประมาณนั้น...”
“เพื่อนกูจะมีผัวแล้วสิ”
“ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเป็เมียนี่หว่า แต่พี่เจเขา... ซะขนาดนั้น...กูก็ต้องเป็รับแล้วมั้ย??”
“แต่มึงก็โอเคใช่ปะ แบบไม่ค้านความรู้สึกอ่ะ?” ไอ้เต้ถามอย่างเป็ห่วงเป็ใย
“กูถึงทำใจอยู่ทุกวี่ทุกวันเนี่ยไง แถมของเขายังอนาคอนด้าซะขนาดนั้น ก่อนจะเข้ามาสุดกูได้ตายก่อนแน่ๆ!” ดรีมโวยลั่น
“แล้วของพี่เขาจะใหญ่โตสักแค่ไหนกันเชียววะ? มึงพูดซะยังกะเป็ปัญหาระดับชาติ”
คำพูดนั้นทำเอาดวงตาคู่งามถมึงทึง
“มึง!!! มันใหญ่มาก!ใหญ่กว่าแตงร้านอีกมึง! แล้วแม่งก็แข็งสุดยอดเอาเป็ว่ามือกูกำไม่รอบอะ!!! โซบิ๊กใหญ่แบบไม่เกรงใจใคร... แบบตระหง่านผงาดง้ำสุดๆ แข็งแกร่งไม่บันยะบันยังอ่ะมึง!!!” ดรีมบรรยายสรรพคุณตาลีตาเหลือกราวกับสิ่งที่พูดนั้นคือปืนใหญ่หรืออาวุธร้ายแรงระดับชาติก็ไม่ปาน
“ตกลงมึงขอคำปรึกษาหรือหาเื่อวดผัววะ?” เพื่อนนักกีฬาอดแซวไม่ได้
“เชี่ย... คนกำลังเครียด มึงไม่ต้องมาเล่นลิ้น” ดรีมพูดเบรก
“พี่เขาเป็ลูกครึ่งยุโรปมันก็ต้องใหญ่อยู่แล้วปะวะมึงไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยรึไง?”
“ก็ตอนไปเดตแรกไม่ได้นึกถึงประเด็นนี้นี่หว่า จนมาเห็นกับตาตัวเอง กูงี้ผวาขังตัวเองอยู่ในห้องเลยนะมึงไม่กล้าเผชิญหน้าพี่เขาอยู่พักใหญ่... คือมันติดตามากอ่ะยิ่งใหญ่อลังการบานตะไทมากจริงๆ...”
ใบหน้ามนตื่นกลัวจนโอเว่อร์ สำหรับเต้แล้วช่างน่าขบขันแต่ก็น่าสงสารมากเช่นกัน
“เออ ขนาดมันใหญ่โตแล้วเป็ปัญหาตรงไหนวะ? ใหญ่สิดี คนชอบของใหญ่กันทั่วบ้านทั่วเมือง”ไอ้เต้บอก
“รูตูดกูหลวม ขี้ไม่ต้องเบ่งกันพอดี”
“หล่อลื่นเยอะๆ ก็น่าจะช่วยได้รึเปล่า?”
“กูไม่รู้ว่ะแต่พี่เจเคยเล่าว่าสมัยก่อนเที่ยวกลางคืนใช้ชีวิตโลดโผนมากอ่ะ”
“ก็แสดงว่าผ่านมาเยอะ ถ้าผู้ชายคนอื่นรับได้มึงก็ไม่ต้องกังวลไป พี่เขาแอ๊ดว๊านซ์คงมีสกิลพอตัวไม่ทำให้มึงเจ็บตัวหรอก...อีกอย่างเขาออกจะทะนุถนอมหวงมึงยังกะเ้าหญิงซะขนาดนั้นยังไงก็ไม่ทำร้ายมึงแน่นอนกูฟังธงเลย”
ไอ้เต้พูด ในมุมผู้ชายด้วยกันดูยังไง เขาก็รักไอ้ฝันเฟื่องยังกะอะไร
“อืม พี่เขาก็พูดอยู่ว่าทำได้...” ดรีมพึมพำเสียงอ่อย
“ตามคลิปผู้หญิงก็มีอะไรทางข้างหลังได้นะเชื่อเถอะร่างกายมนุษย์เรายืดหยุ่นกว่าที่มึงคิด ไม่ต้องคิดมากไปหรอก”เต้แชร์จากประสบการณ์ที่เคยพบเห็นมา
“งั้นเหรอ... มันอาจจะไม่เ็ปอย่างที่กูคิดก็ได้เนอะ...”
“ช่าย แล้วมึงก็ไม่ใช่คนแรกที่มีอะไรข้างหลังด้วย LGBT คนอื่นเขามีได้ มึงก็ต้องมีได้สิ”
“นั่นสิเนอะ...”
ใบหน้าเรียวถอนหายใจโล่งอก รับรู้ได้ว่าแรงตึงเครียดมหาศาลบนบ่าค่อยๆ มลายหายไปเสียสิ้น
“เออสิ แล้วนี่มึงมาปรึกษากูเื่นี้ต่อจากนี้กูจะมองหน้ามึงกับพี่เจเหมือนเดิมได้ไงวะแม่งเห็นภาพคู่มึงฟีดเจอริ่งกันมาแต่ไกลแล้วเนี่ยะ” ใบหน้าหนุ่มนักบาสฯ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกชอบกล
“เชี่ยเต้ ในหัวมึงมีแต่เื่อย่างว่าเหรอวะ!” ดรีมอุทาน
“มึงอ่ะตัวดี เป็คนจั่วหัวประเด็นนี้เองนะ!”
“เออ จริงด้วยว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
“ไม่ต้องมาหัวเราะสาด กูละปวดหัวกับคู่มึงจริงๆตัวก็เหม็นไปอาบน้ำเลยไป!”
เพียะ!
“โอ๊ย!!!”
คนตัวเล็กสะดุ้งโหยง รู้ตัวอีกทีก็ถูกผ้าขนหนูผืนใหญ่เขวี้ยงใส่หน้าเต็มเปา
มือขาวเนียนลูบปลอบประโลมใบหน้าตนเองป้อยๆ
“ไหนว่าจะซัพพอร์ตกูไง” ดรีมโวยลั่น “โยนมาได้ มันเจ็บนะเว้ย!”
“กูก็รับฟังเื่มึงแล้วไง ไปอาบน้ำซะ อย่าให้กูต้องพูดซ้ำ”
“ไหง จู่ๆ ก็ใจร้ายกับกูจังวะ??” ดรีมพูดน้อยใจ
“ห้องกู กูมีสิทธิ์โว้ย” เ้าของห้องออกคำสั่ง
“เออๆ ไปอาบน้ำแล้วก็ได้”
หลังจากรับฟังปัญหาเป็ที่เรียบร้อย ไอ้เต้กลับเข้าสู่โหมดคนถ่อยอีกครั้งบางครั้งดรีมเองก็ตามอารมณ์สวิงไปมาของเพื่อนไม่ทันเหมือนกันเดี๋ยวดีเดียวร้ายสลับขั้วอยู่เรื่อย เมนส์มาเหรอวะ??
เมื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกายเป็ที่เรียบร้อย เด็กหนุ่มเช็กข้อความไลน์พบว่าชายหนุ่มสุดที่รักว่าถึงคอนโดแล้ว
ดรีมอมยิ้ม พิมพ์ตอบกลับไป
เด็กหนุ่มยิ้มแก้มแทบฉีกยินดีปราโมทย์เป็ที่สุดความรู้สึกฟินเว่อร์ล้นเอ่ออย่างหาที่เปรียบไม่ได้ และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เขามีแฟนเป็ตัวเป็ตนซะทีแถมอีกฝ่ายคือพี่เจพ่อไมโครเวฟที่ทั้งหล่อทั้งใจดีที่สุดในโลกอีกต่างหาก
ตึ๊ง ตึ๊งตึ๊ง
ทันใดนั้นเองเสียงเรียกเข้าที่คุ้นหูก็ดังขึ้น
“สวัสดีฮะพี่เจ!”
ดรีมรับสายวิดีโอคอลด้วยเสียงสองสุดจะหวานซึ้งใบหน้าหนุ่มลูกครึ่งผู้เป็ที่รักปรากฏบนหน้าจอพร้อมรอยยิ้มแก้มปริั์ตาสีควันบุหรี่ส่อแววยินดีปรีดาอย่างยิ่ง
“สวัสดีครับคุณแฟนคิดถึงนะครับ!”
“คิดถึงเหมือนกันฮะพี่เจถึงกับรีบคอลมาหาเลยเหรอ”
“มีแฟนแล้วก็อยากเห็นหน้าแฟนนี่ครับดีใจจังดรีมยอมคบกับพี่แล้ว!”พี่เจในเวลานี้ดี๊ด๊าเหมือนเด็กตัวน้อย ดูแล้วน่ารักจังเลย
“ดีใจเหมือนกันฮะดรีมมีแฟนกะเขาแล้วนะ”
“นั่นสิครับ พี่อยากเห็นหน้าคุณแฟนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย!”
“ฮะดรีมเองก็อยากเห็นหน้าคุณแฟนสุดหล่อเหมือนกัน” ใบหน้าหวานยิ้มแฉ่ง
“ใจตรงกันเลยครับสอบเสร็จเมื่อไรไปเดตกันนะเดี๋ยวพี่จะพาไปตระเวนกินร้านอร่อยเอง!”
“สัญญานะฮะอีกสองวีคเจอกันแน่!” เด็กหนุ่มรับคำ “ผมจะเตรียมล้างท้องรอพี่เจเลย”
“อีกสองอาทิตย์เลยเหรอ...นานจัง แค่นี้พี่ก็คิดถึงเราจะแย่แล้วเนี่ย”
“บ้าเพิ่งแยกจากกันไม่ถึงชั่วโมงเองฮะ” เด็กหนุ่มอมหัวใจพองโตจนแทบะเิออกมาแล้ว
“พอดรีมไม่อยู่แล้วห้องคอนโดพี่ดูกว้างเงียบเหงามากเลยครับอยู่กับโมชิสองคนแล้วมันอ้างว้างยังไงก็ไม่รู้”ชายหนุ่มลูกครึ่งพูดเสียงเศร้าสร้อย
“เดี๋ยวสอบเสร็จแล้วผมจะกลับไปค้างแน่ฮะอยากหนุนแขนคุณแฟนนอนทุกคืนอีกจัง”
“ห้องพี่พร้อมต้อนรับดรีมเสมอนะ”
“ขอบคุณฮะพี่เจ”
แอ๊ด
หนุ่มนักกีฬาออกมาจากห้องน้ำพร้อมบ็อกเซอร์ปกปิดร่างกายตัวเดียวเฉกเช่นเคยเต้ไหว้พี่เจในมือถืออีกครั้ง
“อยู่หอไม่ต้องไปใส่เสื้อก็ได้ครับเต้ตามสบายเถอะ” เสียงทุ้มกล่าวเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผิวสีทำท่าจะหยิบเสื้อบาสฯ มาใส่
“แต่ดรีมต้องใส่เสื้อตลอดนะครับแฟนพี่พี่หวงไม่อยากให้ใครเห็น เรายิ่งน่ารักๆ อยู่”พี่เจแฟนหนุ่มป้ายแดงทำเสียงเข้ม
“...ใครจะอยากมาเห็นร่างกายผมละฮะมีแต่พี่เจเท่านั้นแหละคิดทะลึ่งตึงตัง”
“ไม่รู้ละห้ามถอดเสื้อยกเว้นอยู่กับพี่สองคนนะ อันนี้พี่ซีเรียส” เสียงทุ้มย้ำเตือน
“ฮะฮะ ได้สิฮะดรีมรักคุณแฟนนะฮะ” เสียงหวานออดอ้อนแฟนหนุ่มลูกครึ่งพร้อมโบกมือลา
“ฝันดีครับรักดรีมนะครับ”
“ฝันดีฮะผมก็รักพี่เจฮะ”
“บายครับ”
“บ๊ายบายฮะ”
คู่รักที่เพิ่งตกลงคบหากันสดๆร้อนๆ ร่ำลาวางสายไปในที่สุด ดรีมหันมาสบตากับหนุ่มผิวแทนที่จ้องมองมาด้วยสายตากระหยิ่มยิ้มย่อง
“มองอะไรของมึงจะแขวะอะไรกูอีกล่ะ” ร่างบางดักทางเพราะรู้ว่าต้องโดนอีกฝ่ายจิกกัดเป็แน่
“เปล๊า...แค่คิดเฉยๆ ว่าคู่มึงน่ารักดี อาจจะเป็คู่ที่เหมาะสมกันแล้วก็ได้” ไอ้เต้กล่าวเสียงเรียบ
ดรีมมองหน้าเพื่อนด้วยความประหลาดใจ
“พูดอะไรดีๆกับเขาก็เป็เหมือนกันนี่ มึงอ่ะ” ดรีมบอก
“ก็มึงบอกให้กูพูดดีด้วยกูก็พูดแล้วไง ...จากนี้จะพยายามพูดถนอมน้ำใจมึงมากขึ้นแล้วกันจะได้ไม่ผิดใจกันอีกโอเคปะ”
“อื้มขอบใจนะ” ร่างบางกล่าว รู้สึกซาบซึ้งใจจัง
“ยินดีด้วยนะมึง”ไอ้เต้พูด
“เื่อะไรวะ?”
“ที่มึงกับพี่เจตกลงคบกันเป็แฟนแล้วไงกูได้ยินเมื่อกี้ ดีใจด้วยนะ ได้คบกันซะที” เพื่อนจอมกวนบอก
“...ขอบใจส่วนนึงก็เพราะมึงโหลดแอ๊พให้นี่แหละ ถึงได้เจอกันกับพี่เจ”
“สำนึกบุญคุณกูซะสิ”
“เออถึงได้กลับมาติวหนังสือให้อยู่นี่ไง... ยังไงก็แต๊งกิ้วนะ ไอ้เต้ ไม่งั้นกูคงไม่ได้เจอพี่เจแล้วแน่ๆ”
“กูเองก็ขอบคุณมึงนะไม่มีมึงคงอ่านหนังสือไม่รู้เื่แหง”
“ไม่หรอกมึงเป็คนเก่งหัวไว ติวนิดหน่อยก็แก้โจทย์ได้แล้ว ยังไงก็สอบได้อยู่แล้ว” ดรีมพูด เขาชื่นชมเต้จากใจจริง
“เออเอาเป็ว่าแต๊งกิ้วน่ะ” ไอ้เต้พูด
“แต๊งกิ้วมึงเหมือนกัน”
“อืม”
“อืม...”
ทั้งสองยิ้มให้กันเขินๆชอบกล ไม่เคยพูดขอบคุณกันไปมาแบบนี้มาก่อน มันจั๊กกะเดี๊ยมยังไงก็ไม่รู้
แน่นอนว่าก่อนนอนต้องเล่นROV กันสักแมทช์ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ดรีมมาค้างเฉกเช่นทุกครั้งเหล่าเพื่อนชมรมบาสฯ ของเต้เองก็สแตนบายพร้อมตีป้อมอยู่แล้วเด็กหนุ่มทั้งสองสวมหูฟัง in-ear เปิดเกมในสมาร์ตโฟนโดยไม่ต้องนัดหมาย
ดรีมเล่นสายซัพพอร์ตรับหน้าที่ฮีลเพื่อนเช่นเคยหนุนหลังให้เต้กับสมาชิกตี้ทุกคนลุยด่านหน้าเต็มที่ เพื่อนซี้โหวกเหวกโวยวายลั่นหอโดยไม่สนห้องอื่นที่กำลังติวหนังสือกันอยู่เลย ต่างระบายความเครียดจากการเตรียมตัวสอบอย่างหนักหน่วงมาตลอดวัน
เกมนี้ใช้เวลามากกว่าที่คิดกว่าสองเพื่อนซี้จะชวนกันปิดไฟนอนก็ปาไปสี่ทุ่มกว่า ไอ้เต้ยังอยากเล่นต่ออีกสักแมทช์แต่เพื่อนตัวน้อยก็ห้ามไว้เพราะพรุ่งนี้อยากติวหนังสือกันแต่เช้าเ้าของห้องจิ๊ปากแต่ก็ยอมปิดเครื่องแต่โดยดี
สองเกลอต่างนอนสลบหลับใหลไม่ได้สติท่ามกลางความมืดน่องขาของเต้ละเมอพาดเกยขาเรียวบนเตียงนอน
ดรีมมองเพื่อนตัวดีที่ส่งเสียงกรนดังสนั่นน้ำลายไหลอย่างเบื่อหน่ายทำได้เพียงขยับตัวหลีกหนีมายังขอบเตียงอีกฝั่งเท่านั้น
หนุ่มน้อยหน้ามนเปิดมือถืออีกครั้งั์ตาสวยมองรูปภาพใบหน้าหล่อเหลาสไตล์หนุ่มลาตินของคนรักพลางฉีกยิ้มกว้างไม่เคยรู้สึกรักใครมากมายเท่านี้มาก่อนเลย
-----------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีค่ะ ^___^
Dune แต่งตอนนี้ไปก็กรี๊ดดดดดดดดด กรี๊ดลั่นบ้าน กรี๊ดทิพย์ว่าเค้าตกลงเป็แฟนกันแล้วแก๊ อินกว่าคนอื่นก็ไรท์นี่แหล่ะ 5555555
สวีทหวานเกินต้านมาก็นาน แต่ยังไม่ลงเอยกันซะที ในที่สุดก็ official เป็ฝั่งเป็ฝาซะทีนะนุ้งดรีม ฮรือๆๆๆ (สภาพไรท์ประหนึ่งคุณแม่ที่ลูกชายออกเรือนเลยค่ะ 55555)
ตอนต่อไป น้องดรีมกับพี่เจจะไปมาหาสู่กันมากขึ้น ตัวติดกันมากขึ้น ยังไงก็ระวังเบาหวานขึ้นตากันด้วยนะคะ