ตอนที่ 51 ตั้งครรภ์
เมื่อเห็นเช่นนั้นทุกคนจึงรีบวิ่งตามออกไปดูหวังซู่เหมยทันทีฟู่ต้าจวงจึงบอกให้พาเธอไปหาแพทย์แผนจีนประจำหมู่บ้านทันทีแต่ฟู่ต้าหย่งบอกว่าจะพาเธอไปโรงพยาบาลในเมืองแทน ทำเอาฟู่ต้าอันที่เห็นฉากนี้ก็รู้สึกตกใจขึ้นมาทันทีเขาคิดว่าพี่สะใภ้ใหญ่ต้องกินอะไรที่ผิดสำแดงในตอนที่พวกเขาอยู่ที่บ้านตระกูลหลี่อย่างแน่นอน! จึงรีบเข้าไปเข็นรถให้ทันที
ฉือหมิ่นที่เห็นเช่นนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะดึงพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอเงียบ ๆ พร้อมกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของเธอ
“พี่สะใภ้ใหญ่ ประจำเดือนเดือนที่แล้วของพี่มาปกติหรือเปล่าคะ ? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังซู่เหมยก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมกับครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนจะพบว่าประจำเดือนของเธอไม่มาถึง 2 เดือนแล้วซึ่งเธอยังคิดอยู่เลยว่าตัวเองนั้นเข้าสู่วัยที่หมดประจำเดือนแล้วหรือเปล่า ?
หวังซู่เหมยจึงตอบน้องสะใภ้ของเธอไปตามตรงทำเอาฉือหมิ่นที่ได้ยินนั้นไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีพี่สะใภ้ใหญ่เพิ่งจะมีอายุเพียง 36 ปีเองไม่ใช่หรือ ! ? แล้วมันจะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไรกัน! ?
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่กำลังจะทำให้ฉันหัวเราะจนตายอยู่นะ ปีนี้พี่เพิ่งจะอายุ 36 ปีเองไม่ใช่เหรอคะ ประจำเดือนของพี่จะหมดได้อย่างไรกัน !เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ! ” หลังจากที่ฉือหมิ่นหัวเราะอยู่ครู่หนึ่งเธอก็ได้โพล่งออกมา
“ใช่แล้ว ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ ? ” ฟู่ต้าหย่งมีท่าทีที่ดูตื่นตระหนกเป็นอย่างมากใช่แล้ว ใช่แล้ว ! ! !
“หรือว่าคุณ กำลัง...?”
หวังซู่เหมยเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันเธอจึงทำได้เพียงมองไปที่เขาด้วยความสงสัยเท่านั้น
“อืม ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดเอาไว้แล้ว โชคชะตาไม่ได้เลือกถามเราว่าพร้อมหรือไม่หรอกนะคะ”ฟู่เยี่ยนแสร้งทำเป็นพูดด้วยท่าทีที่ดูเคร่งขรึม
“ใช่แล้ว เสี่ยวฮั่ว ช่วยทำนายโชคชะตาให้แม่หน่อยได้ไหม”หวังซู่เหมยยังคงเชื่อใจลูกสาวของเธออยู่
“แม่คะ แบบนี้หนูคงต้องตรวจชีพจรของแม่สักหน่อยแล้วล่ะค่ะหนูคิดว่าการทำนายโชคชะตาคงจะไม่ได้ผล ? ”
หลังจากที่พูดจบฟู่เยี่ยนก็ได้ประคองหวังซู่เหมยมานั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆก่อนจะใช้นิ้วสามนิ้ววางลงไปบนข้อมือของผู้เป็นแม่ เพื่อตรวจดูชีพจร
“แม่คะ ไหนหนูขอลองตรวจชีพจรมือซ้ายของแม่ดูอีกครั้งหน่อยสิคะ”ฟู่เยี่ยนตรวจชีพจรอย่างละเอียด และสิ่งที่เธอสัมผัสได้นั้นไม่ต่างจากตอนเช้าเลยอีกทั้งตอนนี้เธอยังรู้สึกถึงจังหวะการเต้นของชีพจรได้ชัดเจนกว่าก่อนหน้านี้อีกด้วย
“ไอ้หยา อย่าทำให้ฉันเป็นกังวลมากไปกว่านี้เลย เสี่ยวฮั่วเธอไม่ได้เรียนวิชาแพทย์แผนจีนมาสักหน่อย ! ”ฟู่ต้าอันพูดออกมาด้วยท่าทีที่ดูหงุดหงิด
“ใครบอกว่าหนูทำไม่ได้กันล่ะคะ ? ”
“แม่คะ อันที่จริงหนูรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะค่ะแม่ถูกกำหนดให้มีลูกชาย 3 คน และลูกสาว 2 คน เมื่อเช้าหนูบังเอิญจับไปที่แขนของแม่และหนูก็พบว่าชีพจรของแม่ดูแปลกไป ! ซึ่งหนูก็ได้ตรวจดูให้แน่ใจอีกครั้งแล้วก่อนจะพบว่าแม่น่าจะตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนครึ่งแล้วค่ะ ! ”ฟู่เยี่ยนอธิบายให้หวังซู่เหมยฟังอย่างชัดเจน
“ถึงว่าล่ะแม่ก็แปลกใจอยู่ว่าทำไมลูกถึงห้ามไม่ให้แม่ดื่มไวน์ตอนเราอยู่ที่บ้านตระกูลหลี่ !เด็กคนนี้นี่ ทำไมถึงไม่บอกแม่ให้รู้เรื่องนี้ก่อนกันล่ะ ! ”หวังซู่เหมยพูดออกมาด้วยสีหน้าที่มีความสุข เธอเป็นคนที่รักเด็กมาโดยตลอดอยู่แล้วและตอนนี้ไวน์ของเธอก็ขายดีมากอีกด้วย เธอจึงยิ่งรู้สึกดีมาก ๆที่กำลังจะมีลูกอีกคน !
“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีจนพ่อถึงกับพูดไม่ออกเลยใช่ไหมล่ะคะ ! ”ฟู่เยี่ยนมองไปยังฟู่ต้าหย่งที่กำลังนั่งอยู่เงียบ ๆ
“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ต้าหย่งคุณไม่มีความสุขที่จะได้ลูกชายเพิ่มอีกคนอย่างนั้นเหรอ ? ” หวังซู่เหมยเอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกับท่าทีที่ฮึดฮัดเล็กน้อยเพราะอารมณ์ของหญิงตั้งครรภ์นั้นแปรปรวนง่ายอยู่แล้ว
“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ? ผมกำลังมีความสุขอยู่ต่างหากล่ะผมมีความสุขมากจนพูดอะไรไม่ออกเลย ! เด็กคนนี้เป็นดังของขวัญสำหรับผมเลยก็ว่าได้ !” ในที่สุด ฟู่ต้าหย่งก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง และตอนนี้เขาก็รู้สึกสงสัยว่าสิ่งนี้เป็นผลมาจากที่เขาดื่มน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเสี่ยวฮั่วหรือเปล่า
เพราะน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นช่วยขับสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ออกจากร่างกายได้ไม่น้อยเลยซึ่งนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ภรรยาของเขาตั้งครรภ์อีกครั้งก็เป็นได้
ในตอนนี้ ทุกคนต่างก็มีความสุขเป็นอย่างมากและฉือหมิ่นเองก็ทั้งรู้สึกมีความสุขและอิจฉาไปพร้อมกันเพราะหลังจากที่เธอให้กำเนิดเจี๋ยฟ่างนั้น เธอก็ไม่ตั้งครรภ์อีกเลย ก่อนหน้านี้ฟู่ต้าจวงมักจะออกไปปฏิบัติภารกิจอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงไม่ค่อยได้อยู่ติดบ้านมากนักแต่ตอนนี้ฟู่ต้าจวงได้กลับมาประจำการที่ค่ายทหารแล้วและเขาก็อยู่บ้านมากว่าครึ่งปีแล้วด้วย ทว่าเธอก็ยังไม่มีข่าวดีสักที
เธออยากมีลูกสาวอีกสักหนึ่งคน !คงจะดีไม่น้อยหากเธอมีลูกสาวที่หน้าตาน่ารัก เหมือนหลานสาวทั้งสองคนของเธอ !
ฉือหมิ่นมองไปที่ฟู่เยี่ยน พร้อมกับครุ่นคิดอยู่ภายในใจว่าเธอควรจะขอให้เสี่ยวฮั่วช่วยหาวิธีแก้ปัญหานี้ดีหรือเปล่า? หากทำแบบนั้นมันจะน่าอายเกินไปไหม ? ตอนนี้ฉือหมิ่นกำลังรู้สึกลังเลเพราะเธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีนั่นเอง
ส่วนทางด้านฟู่ต้านีก็ได้เริ่มเตรียมทำอาหารเพื่อที่จะฉลองทันทีโดยมีหวังซู่เหมยตามเข้าไปในครัวเพื่อเป็นผู้ช่วยแต่กลับถูกฉือหมิ่นและฟู่ต้านีบอกให้เธอออกไปนั่งพักผ่อนข้างนอกแทน
เมื่อหวังซู่เหมยเห็นว่าเธอได้ถูกห้ามไม่ให้ช่วยเตรียมอาหารเธอจึงคิดว่าจะไปที่สวนหลังบ้านเพื่อดูไวน์สักหน่อยแต่กลับถูกฟู่ต้าหย่งห้ามเอาไว้เสียก่อน โดยบอกว่าเขาจะไปดูให้แทนจึงทำให้หวังซู่เหมยโกรธและมองไปที่เขาอย่างไม่พอใจ
เธอจึงได้เดินกลับออกมาจากสวนหลังบ้านและทำได้เพียงนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ดูเด็ก ๆ วิ่งเล่นเท่านั้นเนื่องจากเธอเคยทำสิ่งต่าง ๆ อย่างอิสระ เมื่อต้องมานั่งอยู่เฉย ๆ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อเห็นท่าทางที่ดูไม่มีความสุขของผู้เป็นแม่ฟู่เยี่ยนจึงได้หัวเราะออกมาทันที แม่ของเธอคุ้นเคยกับการทำงานมาโดยตลอดดังนั้นหลังจากที่ถูกห้ามจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เธอจะรู้สึกว่าสูญเสียอะไรบางอย่างไป
“แม่คะ เพราะอาเล็ก และอาสะใภ้รองเป็นห่วงแม่ถึงได้ทำแบบนี้เอาไว้พรุ่งนี้เราไปตรวจที่โรงพยาบาลในเมืองสักหน่อยดีกว่าค่ะหากหมอบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี แม่ก็ยังพอที่จะทำงานเบา ๆ ได้บ้างแม่จะได้ไม่เบื่ออย่างไรล่ะคะ” ฟู่เยี่ยนพูดปลอบใจแม่ของเธอที่กำลังอารมณ์แปรปรวนอยู่
“แม่ยังต้องไปโรงพยาบาลอีกอย่างนั้นเหรอ ? แม่ไม่ได้ไปที่นั่นอีกเลยตั้งแต่ตอนที่คลอดลูกแล้วนะอีกอย่าง ลูกก็ตรวจชีพจรของแม่แล้วไม่ใช่เหรอ ? หากลูกยังรู้สึกเป็นกังวลอยู่เอาไว้แม่จะขอให้หมอจางมาตรวจดูชีพจรของแม่อีกครั้งก็แล้วกัน”หวังซู่เหมยรู้สึกงุนงงเล็กน้อยมีผู้หญิงในหมู่บ้านคนไหนบ้างที่ไปโรงพยาบาลหลังจากคลอดบุตร !
“แม่คะ ตอนที่แม่คลอดพวกหนู แม่อายุเท่าไหร่กันตอนนี้ไม่ว่าใครต่างก็ไปโรงพยาบาลกันทั้งนั้นแหละค่ะไม่เชื่อแม่ก็ลองไปถามอาสะใภ้รองดูก็ได้”ฟู่เยี่ยนพยายามโยนเรื่องนี้ไปให้ฉือหมิ่นรับช่วงต่อ
เมื่อได้ยินสิ่งที่เสี่ยวฮั่วพูดฉือหมิ่นที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัวก็ได้เดินออกมาทันที
“พี่สะใภ้ใหญ่ เสี่ยวฮั่วพูดถูกแล้วล่ะคะเมื่อก่อนไม่ได้มีหมอเฉพาะทางสำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แต่ตอนนี้ในโรงพยาบาลทหารได้มีสูติแพทย์และนรีแพทย์แล้วนะคะเอาไว้พรุ่งนี้เราลองไปที่โรงพยาบาลในเมืองเพื่อตรวจดูอาการสักหน่อยเถอะค่ะการใช้วิธีตรวจทางวิทยาศาสตร์นั้นย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าอยู่แล้วและพวกเขายังสามารถทำอัลตราซาวนด์เพื่อดูว่าเด็กมีสุขภาพที่แข็งแรงดีหรือเปล่าอีกด้วยค่ะ! ”
“อัลตราซาวนด์อย่างนั้นเหรอ ? ใช่ที่ใครต่างก็พูดกันว่าสามารถดูเด็กผ่านทางหน้าท้องได้ใช่หรือเปล่า? ” หวังซู่เหมยเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างแล้วซึ่งเธอเองก็รู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากจริง ๆ
“ใช่แล้วค่ะ มันถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งในโรงพญาบาลของกองทัพได้มีสิ่งนี้แล้วฉันจึงคิดว่าโรงพยาบาลในเมืองก็น่าจะมีเหมือนกัน”
“แม่คะ แม่ไม่อยากลองดูหน่อยเหรอ พรุ่งนี้เราไปโรงพยาบาลกันเถอะนะคะ”ฟู่เยี่ยนชื่นชมอาสะใภ้รองของเธอเป็นอย่างมาก เพราะแค่พูดไม่กี่คำก็สามารถชักชวนแม่ของเธอได้สำเร็จแล้ว
“ก็ได้ เอาไว้พรุ่งนี้เราลองไปดูกันแล้วกัน”หวังซู่เหม่ยพูดพร้อมกับตบไปที่ต้นขาของตัวเองเบา ๆ
แต่ทว่าเช้าวันรุ่งขึ้นเธอกลับไม่ได้ไปโรงพยาบาลอย่างที่พูดเอาไว้เนื่องจากฟู่เหล่าชวนได้มาที่บ้านของพวกเธอตั้งแต่เช้าตรู่
ก่อนหน้านี้ฟู่ต้าจวงและฉือหมิ่นได้ไปที่บ้านของเขา แต่วันนั้นเขาไม่อยู่บ้านและเขาก็เพิ่งจะกลับมาที่บ้านเมื่อวานนี้เองและเขาก็รู้สึกไม่ค่อยดีนักหากจะมาหาลูกชายของเขาที่บ้านของฟู่ต้าหย่ง
แต่เมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วนแล้วความละอายใจของเขาก็ได้หายไปในทันทีเขาไม่คิดเลยว่าเมื่อวานนี้จะมีคนของตระกูลฟู่ไปที่บ้านตระกูลหลี่เพื่อหารือเรื่องการแต่งงานซึ่งฟู่เหล่าชวนได้ยินเรื่องนี้มาจากป้ากุ้ยหลันเพื่อนบ้านของเขา และยังได้ไปที่บ้านแม่สามีของฟู่ต้าอันมาแล้วอีกด้วย
และฟู่เหล่าชวนก็รู้สึกโกรธมาก ๆ เพราะพวกเขาไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการแต่งงานของฟู่ต้าอันเลยด้วยซ้ำเขาจึงต้องยอมกลับมาที่บ้านของตัวเองอีกครั้งและครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่นาน และยังคงรู้สึกไม่พอใจแม้แต่น้อยจึงได้ขอให้เพื่อนร่วมงานช่วยลางานให้กับเขา ก่อนจะมาถามเรื่องราวทั้งหมดกับฟู่ต้าหย่งในวันนี้
นั่นเป็นเหตุผลที่ฟู่เหล่าชวนมาที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ยิ่งไปกว่านั้นเขาอยากจะมาที่นี่เพื่อสอบถามเรื่องที่หนิวชุ่ยฮวาได้เล่าให้เขาฟังด้วยซึ่งเธอได้บอกกับเขาว่า ลูกชายคนรองของเขาไม่ได้รับจดหมายที่เขาส่งไปเลยแบบนั้นก็แสดงว่าแผนการที่เขาได้วางเอาไว้ก็ต้องเปล่าประโยชน์ไปด้วยอย่างนั้นหรือ ?
เช้าตรู่ของวันนี้เหล่าพี่น้องตระกูลฟู่ก็ได้ตื่นกันตั้งแต่เช้าเพื่อมาออกกำลังกายซึ่งวันนี้อารองได้เรียนรู้เทคนิคการฝังเข็มทั้งหมดแล้วและที่เหลือก็เพียงแค่การเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำไปประยุกต์ใช้เท่านั้นในผลการเรียนรู้ขั้นสุดท้ายนี้ ฟู่เหมี่ยวมีทักษะที่ดีกว่าฟู่เซินและอารองของพวกเขาเล็กน้อยทั้งยังดูมีความยืดหยุ่นมากกว่าอีกด้วย
“เสี่ยวฉุ่ย ทำได้ดีมาก ในอนาคตเธอสามารถใช้มันป้องกันตัวได้ดีเลยทีเดียวแต่เธอต้องห้ามประมาทเด็ดขาด เพราะยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเธออยู่มากมายเลย”ฟู่ต้าจวงมองไปยังฟู่เหมี่ยวที่กำลังภาคภูมิใจในตัวเองอยู่ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะพูดตักเตือนออกไป
“อารองคะเสี่ยวฮั่วก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าผู้เชี่ยวชาญในด้านการฝังเข็มมีแค่พวกเราเพียงสี่คนบนโลกใบนี้เท่านั้น! และตอนนี้หนูก็เป็นอันดับสองรองจากเสี่ยวฮั่วด้วยนะคะ ! ”ฟู่เหมี่ยวพูดออกมาด้วยความภาคภูมิใจและสิ่งนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นปลอดภัยเป็นอย่างมากอีกด้วย
“ดูพูดเข้าสิ ถ้าอย่างนั้นเรามาประลองฝีมือกันหน่อยดีหรือเปล่า ฮึ !เก่งจริงเธอก็เข้ามาเลย ดูสิว่าเธอจะแตะต้องตัวฉันได้หรือเปล่า ! ”ฟู่เซินพูดด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อก้าวไปข้างหน้าเขาก็รู้สึกได้ในทันทีว่าความยืดหยุ่นของเขานั้นเป็นรองน้องสาวมาก ๆดังนั้นเขาจึงเริ่มรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย
ส่วนฟู่เหมี่ยวเองก็ดูจะกระตือรือร้นในการประลองครั้งนี้มากเช่นกันเข้ามาเลย
“ไอ้หยา โอ้ย แขนของฉัน เสี่ยวฉุ่ยฉันยังไม่ทันได้บอกให้เริ่มการประลองเลยนะ ! ทำไมเธอถึงรีบนักล่ะ”ฟู่เซินที่ถูกโจมตีเข้าไปก็โวยวายขึ้นมาทันที
“นี่คือสิ่งที่นายควรจะได้รับหากพูดจาดูถูกคนอื่นหากนายกำลังต่อสู้กับใครก็ตามข้างนอก จำเอาไว้อย่าพูดโอ้อวดตัวเองให้มันมากนักเวลานายโดนอัดเสียเองจะได้ไม่ต้องอับอาย ! แบบนั้นมันดูตลกมากเลยนะ รู้หรือเปล่า !” ฟู่เหมี่ยวพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา
ส่วนฟู่เยี่ยนที่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะตามเช่นกันบางครั้งพี่รองของเธอก็ช่างเป็นคนที่ซื่อบื้อมากจริง ๆ !