ปรียาเหลือบเห็นเขาหลับก็ไม่คิดจะชวนคุยอะไรต่อขับรถไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงบ้านของเขา เธอจึงได้ปลุกเขา “คุณยะ ถึงบ้านแล้วค่ะ”
อ้อยเห็นรถคุณปรียามาจอดหน้าบ้านก็รีบเดินไปไขกุญแจเปิดประตูรั้วให้
เมื่อประตูเปิดออกปรียาก็ขับรถเข้าไปจอดข้างใน แล้วก็ก้าวลงจากรถ เดินไปเปิดที่เก็บของร้องบอกแม่บ้านว่า “ป้าอ้อย วันนี้ปรีซื้อกุ้งแม่น้ำมา ป้าช่วยเอาไปทำเมนูเด็ดๆ นะคะ”
“ค้าคุณปรี”อ้อยรับคำแล้วก็เดินไปยกถุงใส่กุ้งออกมาจากรถหรู แล้วก็รีบเข้าครัวไปจัดการทำอาหาร
อารยะลงจากรถแล้วก็หันไปพูดกับปรียาว่า“เชิญครับ”
ปรียายิ้มให้เขาแล้วก็เดินเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นเคย เธอมาที่นี่บ่อยจนกลายเป็แขกขาประจำไปแล้วพอๆ กับตะวันที่มักจะมาขลุกอยู่ที่นี่เช่นกัน คิดถึงตะวันยังไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงของตะวันร้องเรียกอยู่หน้าบ้านแล้ว “ไอ้ยะ มาช่วยหิ้วของเร็ว”
อารยะได้ยินเสียงเพื่อนรักก็หันไปมองเห็นรถเพื่อนมาจอดขวางอยู่หน้าบ้านแล้ว
ส่วนตะวันก็ลงมาเปิดที่เก็บของท้ายรถหิ้วถุงใส่ของหลายใบทีเดียว
อารยะจึงเดินไปช่วยถือ ถามว่า“ซื้อไรมาเยอะแยะ?”
“หนังสือคุณจันน่ะซิ”ตะวันตอบพลางส่งถุงให้เพื่อน
อารยะก็รับมาเขารู้สึกว่าเพื่อนใส่ใจคุณเ้าหญิงจากต่างโลกเป็พิเศษ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากแซวอะไร
แล้วคนทั้งสามก็เดินเข้าไปในบ้านซึ่งเปิดแอร์เย็นๆไว้แล้ว
เบื้องนอกมีมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งจอดอยู่ข้างทางคนขี่ก็โทรศัพท์รายงานว่า “คุณปรีมาที่บ้านนายอารยะอีกแล้วครับคุณภาส”
ภาสกรได้ฟังก็ขบกรามแน่น สั่งว่า“จับตาดูต่อไป”
“ครับ”คนขี่มอเตอร์ไซต์รับคำสั่งแล้วก็ทำทีไปจอดดักซุ่มอยู่มุมหนึ่ง
ส่วนภาสกรก็กำลังแต่งตัวเตรียมไปงานแต่งงานของไฮโซหนุ่มคนหนึ่งที่จัดงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการณ โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งงานนี้เขาได้ข่าวว่าปรียาก็จะไปด้วยจึงคิดจะไปดักเจอในงาน วันนี้แหละเขาจะต้องหาทางรวบหัวรวบหางยัยไฮโซนี่ให้ได้ยิ่งปล่อยเวลาเนิ่นนานไป เกิดพลาดขึ้นมาไอ้ที่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงตามจีบไปก็สูญเปล่าแล้ว อีกทั้งเ้าหนี้ก็ตามทวงยิกๆ แล้วอย่างน้อยเขาต้องได้ไถเงินแม่นี่มาบ้างก็ยังดี
ภายในบ้าน 4 หนุ่มสาวนั่งคุยกันไปสารพัดสารพัน
อ้อยก็ทำอาหารยกไปเสิร์ฟเป็ระยะๆ
จนกระทั่งตะวันหยิบโทรศัพท์ซึ่งส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาเขาเห็นว่าเป็แจ้งเตือนงานแต่งงานของเพื่อนไฮโซที่รู้จักกันคนหนึ่งก็หันไปมองปรียาแล้วถามว่า“ค่ำนี้มีงานแต่งของไอ้พอลกับคุณดาราที่ชื่อมิรันตรีนี่บ้านคุณก็ได้รับเชิญไม่ใช่เหรอ?”
“ค่ะ” ปรียาพยักหน้า ตอบว่า“ปรีก็ต้องไปงานนี้เหมือนกัน”
แล้วเธอก็มองตะวันด้วยสายตามาดหมาย
ตะวันรีบโบ้ยไปทางอารยะทันที“คุณเอาไอ้ยะไปควงออกงานเลยนะ ไม่ต้องคิดมาควงผมออกงานเด็ดขาดขืนคุณกับผมควงออกงานด้วยกัน มีหวังพวกแม่ๆ ของเราได้ไปมิตติ้งคุยกันเื่สินสอดแน่”
ปรียาก็เบนสายตาไปทางอารยะทันทีทำสายตาขอร้อง เอ่ยว่า “ยอมให้ควงออกงานเสียดีๆ นะคะ”
อารยะปากอ้าค้าง “ง่ะ!”
ไหงหวยมาตกใส่หัวเขาล่ะ!?
ตะวันก็ตบๆ ไหล่ เอ่ยว่า “ไปเถอะ”
สายตาก็มองประมาณว่า ‘นายไม่รอดหรอกเหอะๆๆๆ ไม่ต้องคิดปฏิเสธเลยไอ้ยะ’
อารยะถอนหายใจอย่างจำยอมพยักหน้ารับ “เอาๆ จะลากไปลงนรกหรือขึ้น์ที่ไหนก็ตามแต่ใจคุณแล้ว”
“น่ารัก” ปรียาชม ยิ้มแย้มให้แล้วก็หันไปถามตะวันว่า “แล้วนี่คุณจะไปชุดนี้เหรอ?”
“ผมมีสูทอยู่ในรถแล้วเดี๋ยวแต่งตัวแล้วก็ไปได้เลยครับ” ตะวันตอบพลางยกไวน์ขึ้นจิบ
“ปรีก็มีเสื้อผ้าอยู่ในรถ”ปรียาบอกแล้วเบนสายตาไปทางอารยะ “คงต้องขอยืมห้องน้ำบ้านคุณอาบน้ำแต่งตัวแล้วล่ะ”
“ครับ” อารยะพยักหน้าจิ้มกุ้งเผาใส่ปาก
“ถ้างั้นผมว่าคุณปรีไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะกว่าจะแต่งตัวเสร็จจะได้ไม่ไปงานสายเกินไป” ตะวันแนะนำพลางมองนาฬิกา
“ค่ะ” ปรียาพยักหน้ารับแล้วก็หันไปพูดกับอารยะว่า “ขอรบกวนหน่อยนะคะ”
“ครับ” อารยะพยักหน้าปรียาก็ลุกไปที่รถ หยิบชุดที่จะใส่ไปงานออกมาพร้อมกับกระเป๋าเครื่องสำอางเธอหิ้วของเข้ามาในบ้าน
อารยะก็ลุกขึ้นผายมือเชิญ“งั้นคุณขึ้นไปใช้ห้องผมล่ะกัน”
ปรียาก็พยักหน้าตกลงอย่างไม่เื่มาก
แล้วอารยะก็เดินนำปรียาขึ้นไปข้างบน
ตะวันก็ชวนเ้าหญิงจันทราคุยนั่นนู้นนี่ไปเรื่อย
เ้าหญิงจันทราก็คุยกับตะวันอย่างคุ้นเคยความรู้สึกดีๆบางอย่างก่อเกิดขึ้นในหัวใจ รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับเขา
ส่งปรียาเข้าห้องไปแล้วอารยะก็เดินลงมานั่งดื่มกินต่อ3 คนก็คุยกันไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งปรียาแต่งตัวเสร็จแล้วหิ้วเสื้อผ้าชุดเดิมกับกระเป๋าเครื่องสำอางลงมา
ทั้งสามคนก็มองปรียาเป็ตาเดียว
ตะวันก็ยกนิ้วโป้งให้ ชมว่า“สวยครับ”
ปรียายิ้มรับอย่างมาดมั่นแล้วก็บอกว่า “คุณสองคนก็ไปแต่งตัวเถอะ จะได้ไปกันเสียที”
“ครับผม”ตะวันรับคำแหมือนทหารรับคำสั่งผู้บังคับบัญชา แล้วก็เดินไปที่รถตัวเองหยิบชุดสูทออกมาแล้วก็กลับเข้ามาอีกครั้งเขาเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนเพื่อนรักอย่างถือสนิท
อารยะก็เดินตามไปด้วย เพราะไม่อยากให้ปรียาต้องรอนาน
เมื่อสองสาวอยู่กันตามลำพังก็คุยกันประสาหญิงสาว ส่วนใหญ่เป็ปรียาพูดๆ เล่าๆ
เ้าหญิงจันทราก็ฟังพลางหัวเราะอย่างขบขันไปด้วย
จนกระทั่งสองหนุ่มเดินลงมา
ปรียาก็กวาดตามองทั้งสองยกนิ้วโป้งให้ ชมว่า “อืม หล่อเลิศ น่าควงแพ็กคู่จริงๆ”
“คุณควงไอ้ยะน่ะดีแล้วไม่ต้องหาเหามาใส่หัวผมเลย” ตะวันบอกอย่างตัดรอน
ปรียาตวัดค้อนให้ทีหนึ่ง “เฮอะ”
เ้าหญิงจันทรามองตะวันรู้สึกว่าเขาดูสง่างามยิ่งกว่าวันอื่นๆ
“เอาล่ะ ไหนๆ ก็พร้อมแล้วงั้นก็ไปกันเถอะค่ะ ไปแล้ว อวยพรแล้วก็รีบชิ่ง” ปรียากล่าวอย่างติดตลก
ตะวันพยักหน้าแล้วก็หันไปร่ำลาเ้าหญิงจันทรา“ผมกลับก่อนครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาใหม่”
“ค่ะ” เ้าหญิงจันทราพยักหน้ารับ
ปรียาก็โบกมือให้ “บ๊ายบายค่ะ”
เ้าหญิงจันทราโบกมือตอบยิ้มแย้มให้ทั้งสาม
แล้วปรียาก็เดินนำไปที่รถ
ตะวันก็เดินตามออกไปอารยะหันมาพูดกับเ้าหญิงจันทราว่า “นอนก่อนได้เลยนะครับ พี่คงกลับดึกดูปิดประตูปิดหน้าต่างให้ดีๆ ล่ะ สมัยนี้โจรขโมยมันเยอะ”
“ค่ะ” เ้าหญิงจันทราพยักหน้ารับ
แล้วอารยะก็เดินออกไปเขาเดินไปหาปรียาแล้วก็แบมือ “กุญแจรถ”
ปรียาก็ส่งกุญแจให้ แล้วอารยะก็เดินไปเปิดประตูรถให้ตามประสาสุภาพบุรุษเมื่อปรียาขึ้นรถแล้วเขาก็ปิดประตูรถแล้วเดินมานั่งประจำที่คนขับจากนั้นก็ถอยรถออกไป
อ้อยก็เดินไปปิดประตูรั้วแล้วล็อคกุญแจให้ดี
ส่วนตะวันก็ขับรถนำหน้าไปก่อนแล้ว
คนขี่มอเตอร์ไซต์ซึ่งซุ่มดูอยู่ก็โทรรายงานภาสกรว่า“คุณปรีออกมาแล้วครับ”
ภาสกรรับรู้แล้วก็ตัดสายเขาตบกระเป๋ากางเกงซึ่งมีขวดยาเสียสาวอยู่ แล้วก็เปิดไฟเลี้ยว ค่อยๆ เลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรมที่จัดงาน
ภายในรถปรียาก็มองใบหน้าด้านข้างของอารยะ แอบชมในใจว่าหล่อกว่าพวกดารานายแบบที่เคยควงเสียอีก งานดีขนาดนี้ยังโสดอยู่ได้ไง? หรือว่าเป็เก้งกวาง?
“จ้องหน้าผม มีอะไรติดหน้าผมเหรอ?”อารยะถาม ตาก็มองการจราจรบนท้องถนน
ปรียาอดปากไม่ไหวก็ถามว่า“คุณหล่อขนาดนี้ ทำไมยังโสด? หรือว่าเป็เก้งกวาง?”
อารยะเหลือบมองเธอทีหนึ่งแล้วก็ตอบว่า “ผมน่ะแมนเต็มร้อย ไอ้ที่ยังโสดนี่ก็เพราะผมยังไม่เจอผู้หญิงที่ผมรักน่ะซิ”
“อ่อ” ปรียาพยักหน้ารับรู้“งั้นก็ต้องมีผู้หญิงที่คบๆ บ้างซินะปรีควงคุณออกงานอย่างนี้หวังว่าคงไม่ทำให้ผู้หญิงของคุณเข้าใจผิดนะ”
“คนคบก็ยังไม่มี คุณสบายใจได้”
“หึ๊ย! จะเป็ไปได้ยังไง?โกหกล่ะ”
“ไม่โกหก วันๆ ผมทำแต่งานกับคอยดูแลน้องจะเอาเวลาที่ไหนไปคบใครล่ะ อีกอย่างผู้หญิงส่วนมากเขาชอบสายเปย์ไอ้ผมมันไม่มีเปย์ให้เขาหรอก ใครเขาจะอยากคบด้วยล่ะ”
“อ่อ สายงกนี่เอง”ปรียาพยักหน้าเข้าอกเข้าใจ แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว เขาก็ไม่ได้งกเสียหน่อยทุกครั้งที่เธอนัดกินข้าวกับเขา เขาก็เป็คนจ่ายตลอดไม่ยอมให้เธอได้จ่ายเลยไม่ว่าจะร้านหรูขนาดไหนเขาก็ไม่เคยอิดออด แล้วจะว่า ‘งก’ ได้ยังไง เท่าที่รู้มาตำแหน่งหน้าที่การงานเขาก็ใหญ่โตพอสมควรชุดสูทที่เขาใส่แม้ไม่ใช่แบรนด์หรู แต่ก็ดูออกว่าเป็สูทสั่งตัด ฝีมือประณีต
“อ่อ ลืมถาม งานจัดที่ไหนเหรอ?”อารยะถาม สายตาก็มองรถของตะวันซึ่งขับนำหน้าอยู่ลิบๆ
“โรงแรมเซ็นทาร่าแกรนด์”
“อ่อ” อารยะพยักหน้ารับรู้แล้วก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงแรม
“ขับรถสปอร์ตคล่องเชียว”ปรียาพูดขึ้นมา มองดูเขาขับรถด้วยท่าทีคล่องแคล่วไม่มีติดขัดสักนิดราวกับว่าขับมานับไม่ถ้วนแล้ว
“เมื่อก่อนผมเคยเป็เด็กรับรถในโรงแรมกับเคยอยู่ทีมซ่อมรถแข่งน่ะ” อารยะตอบอย่างไม่ปิดบัง
ปรียาก็พยักหน้ารับรู้แล้วก็เงียบไป
อารยะก็คิดว่าเธอคงจะนึกรังเกียจเขาแล้วมั้งหลังจากนี้เธอคงตีตัวออกห่างแน่ๆ
ปรียาก็กำลังจำข้อมูลของเขาเอาไว้อืม เคยเป็เด็กรับรถ เคยอยู่ทีมซ่อมรถแข่ง นี่เขาทำงานอะไรมาบ้างนะ?
จนกระทั่งถึงโรงแรม อารยะก็จอดรถที่ลานจอดแล้วก็เดินไปเปิดประตูให้ปรียา
ปรียาก็ส่งมือให้เขาออกจากรถมายืนเคียงข้างเขาเธอหยิบกระเป๋าใบน้อยมาแล้วพยักหน้าให้เขาทำนองว่า ‘พร้อมแล้ว’
อารยะจึงปิดประตูรถแล้วกดล็อคจากนั้นทั้งสองก็เดินตรงไปยังห้องจัดงานเลี้ยง
ตะวันก็ยืนรออยู่ตรงทางเข้าโรงแรม
พอเห็นตะวันปรียาก็ยื่นมือไปคล้องแขนเขาอย่างถือสนิท “มาให้เจ้ควงซะดีๆ สุดหล่อ”
ตะวันกลอกตามองบน หมดคำจะพูด ยอมให้ปรียาควงแขนเขากับอารยะเดินไปยังห้องจัดเลี้ยง
หน้าห้องจัดเลี้ยงเ้าบ่าวเ้าสาวก็กำลังยืนถ่ายรูปกับแเื่
ปรียาก็ควงสองหนุ่มสุดหล่อไปเขียนคำอวยพรในสมุด
ตะวันขยับไปเขียนในสมุดอีกเล่มปล่อยให้ปรียาควงอารยะไป จากนั้นก็ไปทักทายเ้าบ่าวเ้าสาวกล่าวคำอวยพรตามมารยาทแล้วก็ถ่ายรูปร่วมกับเ้าบ่าวเ้าสาวขณะที่ชัตเตอร์ดังอยู่นั้น จู่ๆปรียาก็คล้ายกับมองเห็นภาพตัวเองสวมใส่ชุดเ้าสาวสีขาวยืนเคียงคู่กับอารยะเธอกะพริบตา ภาพนั้นความรู้สึกนั้นก็หายวับไป
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะเชิญเข้างานก่อนนะคะ” เสียงเ้าสาวทำให้ปรียาดึงสติกลับมา
ตะวันเดินนำหน้าไปก่อนแล้ว
ปรียาจึงควงอารยะเดินเข้างานไป
ภาสกรซึ่งเห็นปรียาเดินเข้างานมาพร้อมกับผู้ชายคนนั้นก็แอบกัดฟันกรอดๆ
ทำให้เพื่อนสนิทซึ่งยืนอยู่ข้างๆ มองตามไปเมื่อเห็นสาวสวยที่เพื่อนคั่วอยู่ควงหนุ่มมาออกงานก็กระซิบว่า “ใครวะ?”
ภาสกรยิ่งกัดฟันกรอดๆมองก้างชิ้นใหญ่อย่างโมโห แล้วก็กระซิบกับเพื่อนว่า “มึงช่วยกูเผด็จศึกมันทีซิ”
“มึงจะรวบหัวรวบหางมันคืนนี้?”เพื่อนกระซิบถาม
ภาสกรก็พยักหน้ารับ
เพื่อนก็กระซิบว่า “ได้ๆเดี๋ยวกูช่วยมึงเอง อีนี่มันก็ควงคนนั้นทีคนนี้ทีอยู่แล้วนี่เพิ่มมึงเป็ผัวมันอีกซักคนจะเป็ไรไป”
“มึงไปเปิดห้องให้กูทีเดี๋ยวยาเริ่มออกฤทธิ์แล้วกูจะรีบพามันขึ้นห้องเลย” ภาสกรกระซิบสั่ง“กูจะคอยหาจังหวะใส่ยา มึงเปิดห้องแล้วก็มาช่วยกูกันท่าไอ้สองตัวนั่นที”
“อืมๆ ได้ๆ”เพื่อนพยักหน้ารับแล้วก็แยกตัวเดินออกไปจากห้องจัดเลี้ยง
ภาสกรก็ปั้นสีหน้ายิ้มแย้มเดินเข้าไปทักทายปรียา“คุณปรี จะมางานนี้ทำไมไม่บอกผมล่ะ ผมจะได้ไปรับ”
ปรียาตัวแข็งเกร็งขึ้นมาทันทีเธอไม่ชอบสายตาของภาสกรเลย สายตาที่มองเธอเหมือนเขาเป็หมาป่าแล้วมองเธอเป็เหยื่ออันโอชะเธอมองตอบเขาสายตาเ็า พูดว่า “ขอบคุณ แต่ไม่เป็ไรค่ะ ฉันมากับแฟนแล้วค่ะ”
คำว่า ‘แฟน’ ทำให้สายตาของผู้คนแถวนั้นตกไปอยู่ที่ตัวชายหนุ่มหล่อเหลาข้างกายไฮโซสาวทันทีหลายๆ คนก็คิดว่า หนุ่มหล่อคนนี้งานดีกว่าทุกคนที่เคยเห็นไฮโซสาวควงซะอีก อืม...หล่อกว่านายภาสกรมากนักหากยืนเทียบกันแล้ว ราวกับเพชรเม็ดงามกับก้อนกรวดเลยทีเดียว
ส่วนภาสกรก็ลอบกัดฟันกรอดๆหันไปมองชายหนุ่มข้างกายปรียาเขม็ง แย้มยิ้มขึ้นยื่นมือไปแนะนำตัวเองว่า“ผมภาสกรครับ”
“ผมจำได้เราเคยเจอกันที่นครวัดครั้งนึง” อารยะตอบแล้วก็ยื่นมือไปเช็คแฮนด์ด้วยแต่ก็ไม่ได้แนะนำตัวเองแต่อย่างใด
ตะวันเห็นบรรยากาศอึมครึมก็ปราดเข้าไปพูดกับปรียาว่า“คุณปรี เราไปดูอาหารกันดีกว่า”
“ค่ะ”ปรียาพยักหน้าแล้วก็ยื่นมือไปควงแขนตะวัน หันไปพูดกับภาสกรว่า “ขอตัวก่อนนะคะ”
ภาสกรพยักหน้ารับ
แล้วปรียาก็ควงสองหนุ่มหล่อเดินไปทางโต๊ะอาหารผู้คนก็มองดูสาวไฮโซควงสองหนุ่มแล้วก็แอบซุบซิบกันว่า “อุ้ย ชีช่างมั่นหน้าควงสองเลยอ่ะ”
“นั่นมันลูกชายคุณหญิงพรรณนานี่นาต๊าย! ไปสนิทสนมกับแม่คนนั้นั้แ่เมื่อไหร่?”
“หู้ย อยากควงสองมั่งอ่ะ”
“นี่ๆก่อนจะควงสองถามสามีคุณที่ยืนหัวโด่ตรงนี้ว่าอนุญาตยัง”
“คริๆ” ฯลฯ
ปรียาควงสองหนุ่มไปที่โต๊ะอาหารแล้วก็จะเอื้อมมือไปหยิบจานมา
อารยะก็หยิบจานส่งให้
ปรียาจึงรับมาถือไว้ “ขอบคุณค่ะ”
แล้วก็เดินไปเลือกอาหารเธอเลือกผลไม้กับของหวานนิดหน่อย เพราะกินอิ่มมาจากบ้านอารยะแล้ว
ส่วนอารยะก็ถือจานตักๆ ผลไม้ที่ชอบใส่จาน
ส่วนตะวันก็ขยับไปดูอาหารแล้วเขาก็เลือกตักอาหารใส่จาน จากนั้นก็หันไปพยักเพยิดกับคนทั้งสองเหล่ตาไปยังโต๊ะที่อยู่ห่างออกไปซึ่งว่างอยู่ไม่มีคนนั่ง
ผู้คนในงานบางคนก็แอบถ่ายรูปตะวันกับปรียาและหนุ่มหล่ออีกคนเอาไว้แล้วส่งรูปให้นักข่าวเอาไปเขียนข่าวซุบซิบ
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 5 บาท 10 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ