เปลวเพลิงจากอาณาเขตแห่งราชันย์ลุกโชนกินรัศมีเกือบหนึ่งกิโลเมตรเกือบทั่วทั้งป่ามืดทึบนี้ ต้นไม้แห้งพลันถูกเปลี่ยนเป็นฟืนที่คอยเติมเชื้อเพลิง บวกกลับสายลมอ่อนๆที่พัดให้ไฟโหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งขึ้น จากความมืดมิดกลับกลายเป็นสว่างจากไฟป่าขนาดใหญ่นี้ ความร้อนของเปลวไฟนั้นถึงกับทำให้พวกสัตว์เล็กสัตว์น้อยไม่อาจจะอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป แต่ทว่าเหล่าสมุนของโจรสลัดในตำนานมันกลับยังอยู่ดี และดูเหมือนว่าเปลวเพลิงที่ร้อนละอุของผมจะไม่สามารถทำอันตรายแก่มันได้เท่าที่ควรนัก พวกมันต่างวิ่งกรูกันเข้ามาโจมตีศัตรูที่ลุกล้ำมายังอาณาเขตของมันอย่างไม่คิดชีวิต และไร้ซึ่งความกลัวจากใดๆจากสิ่งรอบข้าง ผมพลันยกคันธนูระดับ L ขึ้นเล็งเป้าเพื่อโจมตีพวกมันไว้ก่อนจะร่ายสกิลยิงออกไป ศรเจาะเกราะพุ่งเข้าหัวหนึ่งในพวกมันจนเสียหลักหงายหลักไปในขณะที่กำลังวิ่งเข้ามาหาผม ผมพยายามทิ้งระยะห่างจากพวกมันแล้วจัดการยิงสกิลตอดพวกมันไปเรื่อยๆ แต่ใช่ว่าจะทำแบบนั้นง่ายๆ เมื่อจู่ๆพวกมันกลับหยุดการเคลื่อนไหวทั้งปวง และเริ่มรวมตัวกันเพื่อจัดขบวนรบของตัวเองราวกับผู้เล่น สี่ตัวยืน สามตัวดาเมท สองตัวซัพ นั่นคือสิ่งที่พวกมันกำลังจัดกันในหนึ่งกลุ่มราวกับมีความคิดเป็นของตัวเอง โดยทั้งหมดมี 4 กลุ่มกระจายไปรอบตัวผม สายตาผมตอนนี้แทบจะมองเห็นได้ 360 องศาจากบัพ Eagle Eyes ในตอนนี้ผมสามารถมองการเคลื่อนไหวของพวกมันได้แทบจะทั้งหมด แม้มันหายใจผมก็มองเห็นและรู้สึกถึงพวกมันได้ ไม่นานพวกมันก็เริ่มเปิดศึกขึ้นอีกครั้ง ตัวยืนของทั้ง 4 กลุ่มพุ่งเข้าใส่ผมพร้อมอาวุธครบมืออย่างพร้อมเพรียงกัน ผมเห็นดังนั้นจึงใช้ Sonic หลบการโจมตีเหล่านั้นอย่างไม่ยากเย็นนัก และไปอยู่ด้านบนของพวกมันแทนพร้อมกับยิงสกิลสวนไปทันที Fire Cannon – เสริมคุณสมบัติธาตุไฟศรไฟขนาดใหญ่พุ่งลงใส่กลางวงล้อม ด้วยความรุนแรงของมันทำให้เศษดินกระจายไปข้างๆพร้อมกับกลุ่มควันที่ลอยโขมงขึ้นมา แต่ทว่าพวกมันยังอยู่ดีเพราะมีโล่บาเรียสีใสที่ถูกร่ายขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้ทันจากแนวหลังของพวกมัน ผมลองยิงซ้ำลงไปอีกทีเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของบาเรียนั้น แต่ผลที่ได้คือมันก็ยังสามารถป้องกันการโจมตีของผมได้ดังเดิม เมื่อผมเห็นว่ามันไม่ได้ผล ผมจึงเริ่มคิดได้ว่าควรเล่นงานแนวหลังก่อนเป็นอันดับแรกแล้วสิ่งต่างๆจะได้ง่ายขึ้น ผมผลิกตัวกลางอากาศพลันยกคันธนูระดับ L ขึ้นเล็งเป้าไปยังแนวหลังของพวกมันทั้ง 4 กลุ่ม แล้วยิงออกไปพร้อมกันอย่างรวดเร็ว สี่ศรเพลิงขนาดใหญ่กำลังพุ่งเข้าใส่แนวหลังของพวกมันด้วยความรวดเร็ว แต่กระนั้นแนวหน้าของพวกมันก็รีบพุ่งกลับไปใช้โล่รับการโจมตีเอาไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว แต่ด้วยความรุนแรงของทักษะจึงส่งผลให้ตัวของมันเองต้องกลิ้งล้มถอยหลังไปไกลจากแนวรบ แต่ทว่านั่นก็เป็นเพียงตัวล่อเพียงเท่านั้น ก่อนตัวผมจะถึงพื้นผมได้ส่งการโจมตีที่รุนแรงลงพื้นดินไป 4 ครั้ง เหล่าโจรสลัดยังยืนงงกันอยู่โดยไม่รู้เลยว่าอะไรกำลังคืบคลานเข้าไปหาพวกมันอยู่ใต้ดิน และไม่นานการโจมตีที่ผมส่งไปเหล่านั้นก็ปะทุออกจากผืนดินเข้ากลางวงของพวกมันจนแนวรบแตกกระจายเละไม่เป็นท่าจากความประมาทของพวกโจรสลัด HP ของพวกมันลดเป็นข้อจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว ตัวซัพพอร์ตต้องรีบร่ายสกิลฟื้นฟูให้พวกของมันเป็นการเร่งด่วน แต่มีหรือที่ผมจะยอมให้มันเป็นแบบนั้น ศรเงาเคลื่อนที่ไปตามผืนดินอย่างรวดเร็ว มันพุ่งทะลุผ่านแนวหน้าไปโจมตีแนวหลังที่ไม่ได้ตั้งตัวเพราะมัวแต่คอยฮิวเลือดให้พวกของมันอยู่ ฉึก....ฉึก......ฉึก...ศรเงาพุ่งเข้าหัวตัวซัพของพวกมันจนแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ร่างที่ไร้หัวร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นในขณะที่แนวหน้ากำลังลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมสู้หลังจากได้รับการฟื้นฟูจน HP กลับมาเต็มหลอดอีกครั้ง พวกมันพร้อมใจกันวิ่งเข้าโจมตีผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนหน้านี้นัก พวกมันไม่มีทั้งบัพเสริม หรือบัพป้องกันจากตัวซัพของมันอีกแล้ว และนี่คือโอกาสทองของผมที่จะปิดบัญชีพวกมัน ผมใช้ Sonic เคลื่อนที่หลบการโจมตีของพวกมันไปมา ด้วยความเร็วที่มากมายของผมทำให้พวกมันไม่สามารถโจมตีผมโดนเลยแม้แต่น้อย ผมถีบตัวเองกระโดดขึ้นไปอยู่เหนือหัวของพวกมันอีกครั้ง พร้อมกับเรียกใช้ทักษะบางอย่างเพื่อปิดท้าย ทักษะประจำเผ่าพันธ์ุ – ศรเพลิงฟินิกซ์กลืนกินปฐพี - เสริมคุณสมบัติธาตุไฟศรเพลิงพลันแปรเปลี่ยนเป็นนกฟีนิกซ์ยักษ์ขนาดใหญ่ นกเพลิงอมตะทะยานพุ่งลงไปหาเหล่าโจรสลัดที่ไร้ซึ่งทางสู้ ทันทีที่การโจมตีถึงเป้าหมายก็เกิดแรงระเบิดมหาศาลเกิดขึ้น เกิดหลุมขนาดใหญ่พร้อมกับเปลวเพลิงลุกท่วมบริเวณโดยรอบ เหล่าโจรสลัดถูกเพลิงที่ร้อนแรงเกินจะทานไหวจนถูกไฟคลอกทั้งเป็น และสลายกลายเป็นแสงหายไปเรียงตัว ผมล่อนลงพื้นอย่างช้าๆ สายตาพลันมองไปรอบๆตัวอย่างละเอียดเพื่อเช็คดูว่าไม่มีอะไรให้ทำแล้วจากนั้นก็เริ่มก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าต่อ พอเดินไปซักพักผมก็พบปราสาทขนาดใหญ่หลังหนึ่งเข้า ตัวปราสาทตกแต่งอย่างสวยงามแม้จะเก่าแก่ก็ตาม แต่มันยังคงความคลาสสิคไว้ดังเดิมจนน่าชวนมอง คบเพลิงส่องแสงสว่างในยามค่ำคืนถูกวางไว้บนรั่วเหล็กแหลมสูงยาวไปทั่วปราสาทแห่งนี้ พอยิ่งเดินเข้าใกล้ปราสาทหลังนั้นมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกถึงความกดดัน และจิตสังหารมากขึ้นเท่านั้น ผู้เล่นพบ ราชินีภัยพิบัติ คลาส 9 ระดับ 950 ค่ะ ตรงหน้าประตูรั้วเหล็กแหลมสูงปรากฏบางอย่างที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวสูงใหญ่เกือบสามเมตรเศษ ตัวของมันอ้วนตุตะน่ารักน่าชังเชียวล่ะ ถึงชื่อจะบอกว่าราชินี แต่เธอกลับไม่ได้มีราศีมากพอจะเป็นแบบนั้นแม้แต่น้อย ส่วนหัวของเธอนั้นไม่ใช่ศีรษะของมนุษย์ แต่มันกลับกลายเป็นหัวของปลาหมึกที่มีหนวดยั้วเยี้ยอออกมารอบหัวของเธอพร้อมกับออร่าสีดำที่ให้ความรู้สึกน่าสะอิดสะเอียดเหลือเกิน อีกทั้งยังน่าหวาดหวั่นอีกต่างหาก เธอกรีดร้องออกมาเสียงดั่งลั่นก่อนจะจ้องเขม่งมาที่ผมด้วยดวงตาสีแดงฉานของเธอที่พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูตรงหน้าเต็มทีแล้ว “ยามเฝ้าประตูสุดโหดก่อนถึงตัวบอสสินะ....” ผมจ้องเธอซักพักก่อนจะเริ่มร่ายบัพให้แก่ตนเองอีกครั้งหลังจากบัพอันเก่าหมดระยะเวลาไป และไม่ลืมที่จะนำโพชั่นเสริมพลังมาใช้เช่นเดิม พร้อมกับวิเคราะห์คู่ต่อสู้ตรงหน้าว่าใช้อะไรเป็นอาวุธ สายตาผมพลันมองไปที่มือของเธอแต่ไม่พบอาวุธใดๆคาดว่าคงเป็นสายเวทย์แน่ๆ และวงเวทย์รอบตัวเธอก็บ่งบอกได้ชัดเจน ราชินีแห่งภัยพิบัติยกมือร่ายเวทย์อย่างรวดเร็วจนปรากฏเป็นวงเวทย์ 9 วงเกิดขึ้นด้านหลังของเธอ แต่ละวงมีสีที่ต่างกัน หากมองดูดีๆจะรู้ว่านั่นคือวงเวทย์ทั้ง 9 ธาตุนั่นเอง ผมเห็นดังนั้นก็ไม่ได้มีสีหน้าร้อนรนแต่อย่างใด ซึ่งผมกะจะวัดพลังกับเธอเสียด้วยซ้ำไปตอนนี้ แต่ทว่าผมก็ต้องหยุดความห้าวไว้เพียงเท่านี้ เพราะว่าเธอนั้นร่ายเวทย์เสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยความไวที่ผมเองยังตกใจจนตั้งตัวไม่ถูก ตู้มมมม.....!!!!ลำแสงทำลายล้างทั้งเก้าธาตุพุ่งออกจากวงเวทย์เหล่านั้นด้วยความรุนแรงเกินกว่าจะจินตนาการได้ จากลำแสงเล็กๆที่เกิดจากวงเวทย์ต้นกำเนิด มันค่อยๆขยายรัศมีออกกว้างขึ้นเรื่อยๆนับตั้งแต่มันถูกปลดปล่อยพลังงานออกไป ลำแสงทำลายล้างพุ่งเป็นเส้นตรงออกไปข้างหน้าของราชินีแห่งภัยพิบัติ ตลอดทางที่ลำแสงผ่านล้วนเกิดแรงระเบิดขึ้นย่อยยับไม่เหลือชิ้นดีราวกับระเบิดนิวเคลียร์ลง แรงระเบิดยังทอดยาวจนออกนอกเกาะไปหยุดตรงกลางทะเลอันไกลโพ้น หลังจากที่สาธยายถึงความรุนแรงของมันเสร็จแล้วว่ามันอันตรายเพียงใด แน่นอนว่าผมยังอยู่ดี เพราะในช่วงวินาทีก่อนที่ลำแสงทำลายล้างจะถึงตัวผมนั้น ผมเรียกใช้งานไอเทมของผมได้ทันพอดีนั่นเอง ไอเทมถูกเรียกใช้งานตุ้มหูผาเหล็กกล้า (SSS) สกิลเรียกใช้: รับค่าเสียหายได้ไม่จำกัดเป็นเวลา 30 วินาที แม้ว่าทักษะนั้นจะรุนแรงมากแค่ไหน จะระเบิดภูเขาเผากระท่อมมากเพียงใด ทั้งหมดนั้นล้วนไร้ผลเมื่ออยู่ต่อหน้าผม และแน่นอนว่าตอนนี้ผมแทบจะอมตะเลยก็ว่าได้ ซึ่งผมมีเวลาเพียง 30 วินาที ต้องรีบจบเรื่องนี้ให้ไวที่สุด ผมเดินดุ่มๆไปหาราชินีภัยพิบัติท่ามกลางการโจมตีด้วยเวทมนตร์อันรุนแรงที่เธอเป็นคนปล่อยการออกมา แต่เวทมนตร์โจมตีพวกนั้นล้วนไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าผม ถึงกระนั้นราชินีก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอพุ่งตัวกระโดดเข้าหาผมในระยะประชิดแล้วจัดการใช้หนวดปลาหมึกที่หัวของเธอฟาดใส่ผมไปมา ความเร็วในการฟาดนั้นรวดเร็วจนผมมองตามแทบไม่ทัน ความรุนแรงของมันทำเอาร่างของผมเกือบเซไปมา แต่ผมก็ไม่ได้หลบการโจมตีนั้นเลยแม้แต่น้อย คันธนูระดับ L ถูกยกขึ้นเล็งเป้าอีกครั้ง ผมยิง Power Shot ใส่ทะลุกลางหน้าอกของเธอเพื่อหยุดการโจมตีที่บ้าระห่ำนั้น ราชินีภัยพิบัติถึงกับชะงักทันทีที่โดนศรเจาะเกราะโดยตรงของผมไปแต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะล้มเธอได้ เธอเซถอยหลังไปเล็กน้อยก่อนที่ผมจะระดมการโจมตีซ้ำไปอีก Explosion Shotผมยิงการโจมตีเข้าไปฝังในตัวเธอก่อนที่มันจะเริ่มแล่นไปทั่วร่างกายของเธอ และระเบิดออกมาจนเกิดเป็นฉากที่น่าสยดสยองไม่น่ามองเอาเสียเลยพร้อมกับร่างกายของเธอที่เต็มไปด้วยบาดแผลเล็กๆบวกกับเลือดที่ค่อยๆซึมออกมาตามรูแผลนั้นจนร่างของเธอถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน Fire netตาข่ายเพลิงถูกร่ายขึ้นมาพันธนาการราชินีภัยพิบัติไว้ เธอถูกตาข่ายเพลิงที่ร้อนระอุรัดแน่นจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามใจนึก แต่ด้วยระดับที่สูงมากของเธอส่งผลให้ตาข่ายเพลิงไม่สามารถรั้งเธอไว้ได้ไม่นานตามที่ควรนัก ผมจึงเร่งโจมตีปิดท้ายทันที บวกกับระยะเวลาไอเทมก็จวนจะหมดแล้ว Gravity Distortionหลุมดำที่มีแรงดึงดูดมหึมาที่แม้แต่ดวงดาวดวงโตยังไม่อาจต้านทานได้ ราชินีภัยพิบัติถูกแรงดึงดูดนั้นจากด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัว เธอค่อยๆถูกดูดลงไปในหลุมดำนั้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยความถึกทนของเธอทำให้เธอพยายามขัดขืนอยู่ยกใหญ่ ผมเห็นดังนั้นจึงรีบระดมยิงสกิลใส่ทันทีก่อนที่เธอจะหลุดจากพันธนาการได้ ศรเจาะเกราะถูกยิงออกไปจนทะลุทั่วร่างของเธอพร้อมกับศรเพลิงเผาร่างของเธอซ้ำจนเธอร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก่อนจะยอมแพ้โดนหลุมดำดูดเข้าไปข้างใน แต่วินาทีก่อนที่เธอจะสลายกลายเป็นแสงไป ราชินีภัยพิบัติกรีดร้องลั่นไปทั่วทั้งเกาะ เสียงมันดังมากจนผมต้องรีบเอามือมาปิดหูตัวเองเอาไว้อย่างทันท่วงทีเพราะกลัวแก้วหูจะแตกไปเสียก่อน และพอทุกอย่างเริ่มสงบลงแล้ว จู่ๆข้างในปราสาทก็เกิดเสียงร้องกลับมา มันเป็นเสียงร้องอันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจพร้อมกับจิตสังหารที่ชวนอึดอัดทะลักออกมาก่อนทุกอย่างจะสงบลงไปอีกครั้ง ผมพลันถอนหายใจเพื่อคลายอารมณ์ออกก่อนจะมองซ้ายมองขวาแล้วเดินเข้าไปในตัวปราสาทที่คาดว่าจะเป็นสถานที่พำนักของบอสที่ปกครองดันเจียนระดับตำนานนี้พร้อมกับบ่นพึมพำออกมากับตัวเองเบา “ผัวเมียกันแน่เลยแบบนี้........!!” .