ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 68 ไม่เป็นอันใด ไม่ตายหรอก

            โทสะที่หลงเซี่ยวเจ๋อหวาดกลัวไม่มาพายุที่เหล่าขุนนางใหญ่รอคอยก็ไม่มา

            องครักษ์ทั้งสี่คนก็หยุดการนำหลงเซี่ยวเจ๋อลงมาจากเสาตั้งแต่ตอนที่เขาหลั่งน้ำตาแล้ว

            ฮ่องเต้เหวินอิ้นได้สติกลับมาจากความทรงจำอันเจ็บปวดทอดพระเนตรหลงเซี่ยวเจ๋อที่ยังกอดเสาแน่น จับหน้าผากอย่างจนปัญญารับสั่งกับองครักษ์ว่า “พวกเจ้าถอยออกไป”

            หลังจากองครักษ์ถอยออกไปฮ่องเต้ก็กวาดสายพระเนตรมองเหล่าขุนนางอย่างเรียบเฉย กระแอมไอเบาสองครั้ง“ขุนนางที่รักทั้งหลายยังมีเรื่องใดต้องทูลรายงานอยู่หรือไม่?”

            ทันทีที่ฮ่องเต้ตรัสออกมาบนตำหนักใหญ่ก็ยังคงไม่มีแม้แต่เสียงนกเสียงกาเช่นเดิมเหล่าขุนนางใหญ่งึมงำในลำคอไม่กล้าพูดออกมา แต่ละคนก้มหน้าอย่างอึกอัก

            พวกเขาย่อมรู้ว่าฮ่องเต้พิโรธเสร็จสิ้นแล้วแต่ผู้ใดจะกล้ารับรองว่าโทสะของฮ่องเต้มอดลงแล้วหรือไม่ ต่อให้โทสะมอดดับแล้วดำรัสเช่นนี้ของฮ่องเต้ก็หมายความว่าต้องการเลิกประชุมผู้ใดยังจะกล้าเข้ายั่วโทสะโอรสมังกร

            พวกเขาในขณะนี้ต่อให้มีเรื่องอยากทูลเสนอก็มิกล้าเสนอแล้ว นับประสาอันใดกับเรื่องแย่ๆ พวกนั้น

            รออยู่ครู่หนึ่งยังคงไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง ฮ่องเต้จึงโบกแขนเสื้อ ส่งสัญญาณให้ขันทีข้างกาย“เลิกประชุม”

            ขันทีเดินขึ้นมาข้างหน้าตะเบ็งเสียงสูง “เลิกประชุม”

            “ขอให้ฮ่องเต้ทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี” กลุ่มขุนนางใหญ่ร้องทำความเคารพโดยพร้อมเพรียงกัน

            ฮ่องเต้เหวินอิ้นลุกขึ้นอย่างเยือกเย็นเดินลงมาจากบัลลังก์มังกร แล้วมองหลงเซี่ยวเจ๋อที่ยังทึมทื่ออยู่บนเสาตรัสเสียงเย็น “ยังไม่ลงมาอีก”

            ดูจากสถานการณ์ในยามนี้แล้วหลงเซี่ยวเจ๋อก็รู้ว่าเสด็จพ่อฮ่องเต้ทรงยอมแล้ว และดูเหมือนจะมิได้คิดลงโทษเขาที่บุกรุกตำหนักจินหลวนอีกด้วย

            ถ้ารู้เร็วกว่านี้ว่าไม้นี้ได้ผลเขาคงนำมาใช้ไปนานแล้ว จะไม่เสียเวลาอยู่ที่นี่นาน สิ้นเปลืองแรงไปมากมายเพียงนั้น

            บัดนี้หลงเซี่ยวเจ๋อบรรยายไม่ได้ว่ามีความรู้สึกเช่นใดมองฮ่องเต้ที่เสด็จออกไปจากตำหนักใหญ่แล้วก็ชะงักงันไปพักหนึ่ง หลังจากนั้นใบหน้าก็ฉายแววดีใจยิ่งนักไม่พูดพล่ามไถลลงมาจากเสาราวกับควันสายหนึ่ง วิ่งส่ายก้นดุ๊กดิ๊กตามด้านหลังฮ่องเต้ออกไป

            เมื่อออกมาจากตำหนักจินหลวนหลงเซี่ยวเจ๋อรู้ว่าเสด็จพ่อฮ่องเต้ของเขายอมแล้ว จึงกล้าหาญขึ้นมาเขาไม่ได้บอกว่ามาหาฮ่องเต้ด้วยเรื่องใด แต่เร่งให้ฮ่องเต้นั่งเกี้ยวไปตำหนักโซ่วอัน

            ระหว่างทางไปตำหนักโซ่วอันหลงเซี่ยวเจ๋อก็อธิบายเรื่องที่มู่จื่อหลิงรักษาหลงเซี่ยวหนานให้ฮ่องเต้ฟังทั้งหมด

            อธิบายจนมาถึงวันนี้ที่โรคทางสมองของหลงเซี่ยวหนานกลับมากำเริบมู่จื่อหลิงถูกไทเฮานำตัวไป เขาหมดหนทางจึงบุกรุกเข้าไปในตำหนักจินหลวนด้วยจิตใจที่ร้อนรนดังไฟ

            ตลอดทางฮ่องเต้เหวินอิ้นเพียงตรัสถามอย่างง่ายๆหนึ่งสองประโยคเท่านั้น เป็นหลงเซี่ยวเจ๋อที่พูดติดต่อกันไม่หยุดว่ามู่จื่อหลิงเก่งกาจมากเพียงใดไม่มีทางที่จะทำร้ายหลงเซี่ยวหนาน ขอให้ฮ่องเต้สืบข้อเท็จจริงออกมาให้ได้

            ตอนแรกที่ไทเฮาประทานคุณหนูใหญ่ทึมทื่อแห่งจวนจงอี้โหวให้หลงเซี่ยวอวี่ฮ่องเต้ย่อมเข้าใจความหมายโดยนัยของไทเฮา

            เดิมคิดจะช่วยหลงเซี่ยวอวี่ปฏิเสธงานสมรสนี้ไปเสียเพียงแต่หลงเซี่ยวอวี่ไม่พูดสิ่งใดก็รับการประทานสมรสจากไทเฮาแล้วสุดท้ายเขาจึงได้แต่ลืมตาข้าง หลับตาข้าง

            แม้ฮ่องเต้จะได้พบกับมู่จื่อหลิงเพียงในงานเลี้ยงของพระราชวังครั้งก่อนอย่างเร่งรีบหนึ่งครั้งแต่ว่าเขาก็มีความประทับใจในตัวลูกสะใภ้ผู้นี้อยู่มากนัก

            มู่จื่อหลิงไม่ได้โง่เขลาไร้ความรู้ตามคำเล่าลือเลยแม้แต่น้อยทั่วทั้งตัวกลับมีท่าทีสูงศักดิ์ประเภทหนึ่งแผ่ประกายออกมาจากภายใน

            ก่อนหน้านี้เขาได้ยินว่ามู่จื่อหลิงรักษาโรคทางสมองของหลงเซี่ยวหนานและรักษาโรคประหลาดที่มิอาจเข้าใกล้สตรีของหลงเซี่ยวหลีจนหายเขาในขณะนี้จึงเต็มไปด้วยความสงสัยในตัวมู่จื่อหลิงคาดไม่ถึงว่าบุตรสาวโง่งมของแม่ทัพมู่จะซ่อนคมเช่นนี้

            หลงเซี่ยวเจ๋อเห็นเสด็จพ่อฮ่องเต้ของเขาพูดน้อยจนน่าสงสารไม่รู้ว่าได้สดับฟังคำที่เขาพูดเข้าไปบ้างหรือไม่ เขาจึงกังวลขึ้นมาแล้วยังไม่ลืมชี้มือชี้ไม้ ไตร่ตรองไปพร้อมๆ กับฮ่องเต้อีกครั้ง

            “เสด็จพ่อเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่สะใภ้สามอย่างสิ้นเชิงหากพี่สะใภ้สามไม่ได้รักษาพี่ห้าจนหาย โรคทางสมองของพี่ห้าคงกำเริบไปนานแล้วจะรอมาถึงตอนนี้ได้อย่างไร ก่อนหน้านี้โรคทางสมองของพี่ห้าก็กำเริบอยู่เป็นนิจไม่มีทางรอมานานถึงเพียงนี้ได้ ยามนี้พี่ห้าปวดจนจะตายแล้วพวกเราต้องรีบพาพี่สะใภ้สามออกมา”

            พระพักตร์ของฮ่องเต้เหวินอิ้นปรากฏความเคร่งขรึมน่ายำเกรงตรัสอย่างเย็นเยียบ “เรื่องนี้เจิ้นรู้แก่ใจดี กลับเป็นเจ้า ดูเหมือนจะใส่ใจพี่สะใภ้สามของเจ้ายิ่งนักแม้แต่ตำหนักจินหลวนยังกล้าบุกรุก?”

            เมื่อหลงเซี่ยวเจ๋อถูกถามเช่นนี้ก็ชะงักไปแวบหนึ่งเปลี่ยนสีหน้ายิ้มแย้ม หัวเราะตาหยี “เสด็จพ่อ นี่พระราชดำรัสเช่นใดกันกระหม่อมใส่ใจพี่สาม รักนกต้องรักรังของนก ย่อมสมควรใส่ใจพี่สะใภ้สามนอกจากนี้ชีวิตของพี่ห้าก็มีเพียงพี่สะใภ้สามที่รักษาได้ กระหม่อมจะไม่ใส่ใจได้หรือ!”

            หลงเซี่ยวเจ๋อพูดอย่างมีแบบแผนพูดเสมือนว่าเรื่องราวเป็นเช่นนี้ ทำให้ผู้อื่นหาความผิดแปลกไม่พบแต่ว่าจะเป็นเช่นนี้จริงหรือไม่ก็มีแต่ตัวเขาเองที่รู้

            ฮ่องเต้เหวินอิ้นไม่ได้สงสัยคำพูดของหลงเซี่ยวเจ๋อตรัสด้วยความเฉียบขาด “ครั้งนี้เจิ้นจะไม่สืบสาวหาความ ไม่มีครั้งหน้า”ในบรรดาบุตรชายของเขายกเว้นหลงเซี่ยวหลีแล้วก็เป็นหลงเซี่ยวเจ๋อที่ทำให้เขาปวดศีรษะที่สุด วันทั้งวันไม่มีงานมีการทำเอาแต่สร้างเรื่องวุ่นวายในวัง ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เรื่องเล็กน้อยมิขาดสาย

            ไม่ใช่ขันทีเฒ่าผู้นี้ถูกล้อเลียนก็ขันทีน้อยผู้นั้นถูกกลั่นแกล้ง หรือไม่ก็วิ่งไปที่วังหลังก่อเรื่องจนวังหลังสุนัขวิ่งกระจายนกแตกฮือมีสนมเฟยวิ่งมาตัดพ้อต่อหน้าเขาเป็นประจำ ทำให้เขาทั้งรำคาญใจ ทั้งจนปัญญา

            ได้ยินคำตรัสของฮ่องเต้เหวินอิ้นหลงเซี่ยวเจ๋อก็ยินดีอย่างที่สุดราวกับได้รับการอภัยโทษ สีหน้าท่าทางประจบประแจงผงกศีรษะอย่างสุดชีวิต “ไม่มีครั้งหน้า ไม่มีครั้งหน้า...”

            เขาย่อมไม่คิดจะมีครั้งหน้าอีกแล้วเขาไม่อยากให้พี่สะใภ้สามตกอยู่ในกำมือของไทเฮาอีก นอกจากนี้หากยังมีครั้งหน้าเสด็จพ่อฮ่องเต้คงไม่มีทางยกโทษให้เขาโดยง่ายแน่

            แม้เขาจะคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าเสด็จพ่อฮ่องเต้จะปล่อยเขาไปแต่ว่าสามารถได้ยินเสด็จพ่อฮ่องเต้พูดกับปากว่าจะปล่อยเขาไปความรู้สึกเช่นนั้นแปลกนักช่างทำให้ประหลาดใจที่ได้รับความโปรดปรานโดยไม่ทันตั้งตัวจริงๆ

            เขาตัดสินใจแล้ว ต่อไปจะไปกลั่นแกล้งสตรีเลวร้ายในวังหลังซึ่งทำให้เสด็จพ่อรำคาญใจให้น้อยลง

            -

            มู่จื่อหลิงชำเลืองมองตำแหน่งที่เข็มคุณภาพเลวทิ่มเข้าไปก็ตื่นตกใจจนตาโตอ้าปากค้าง

            จะอย่างไรนางก็คาดไม่ถึงว่าหลินมามาจะโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้ทิ่มตรงไหนไม่ทิ่ม ดึงดันจะทิ่มเข็มคุณภาพเลวเล่มนั้นเข้าไปในซอกเล็บให้ได้คิดจะให้นิ้วของนางเน่าหรือ?

            ในขณะที่ทิ่มเข็มเข้าไปสีหน้าของมู่จื่อหลิงก็ซีดขาวราวกระดาษโดยพลัน กัดริมฝีปากของตนเองอย่างรุนแรงต่อให้ริมฝีปากเต็มไปด้วยรอยเลือดสีแดงสด นางก็ไม่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดสักแอะ

            มู่จื่อหลิงเงยศีรษะขึ้นอย่างดื้อดึงจับจ้องใบหน้าที่มุ่งร้ายจนเกือบบิดเบี้ยวของหลินมามาที่อยู่ตรงหน้าอย่างเต็มตา

            ใบหน้างดงามอ่อนช้อยของมู่จื่อหลิงในยามนี้ปกคลุมไปด้วยเม็ดเล็กเป็นชั้นๆดวงตาใสกระจ่างเย็นเยียบเหมือนดั่งหยกเหมันต์สายตาที่ราวกับดาบน้ำแข็งข่มขวัญผู้คนทำให้ผู้ที่มองตัวสั่นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่

            หลินมามานั้นเข้าวังหลังมานานแล้วเรื่องเลวๆ ก็ทำมาหมดแล้ว ใจโหดเหี้ยมอำมหิตนี่เป็นครั้งแรกที่นางได้พบคนที่ดื้อดึงและอดทนเช่นนี้

            แม้นางจะถูกสายตาทรงอำนาจเย็นชาของมู่จื่อหลิงทำให้ตัวสั่นไปเล็กน้อยแต่ว่านางก็ยังคงลงมือโดยไร้ความปรานี ทิ่มเข็มเลวเข้าไปอย่างแรงอีกรอบหนึ่ง

            ฮองเฮามองดูฉากโหดร้ายตรงหน้าด้วยสายตาไม่ใยดีมุมปากแต้มรอยยิ้มเฉยเมยอันลึกซึ้งยากหยั่งถึงราวกับว่าทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุม

            ไทเฮาพออกพอใจกับท่าทางของมู่จื่อหลิงยิ่งนักยกชาหอมด้านข้างขึ้นมาจิบคำหนึ่งอย่างสง่างาม เอ่ยปากอย่างเบาอีกครั้ง “มู่จื่อหลิงเจ้ารู้ความผิดหรือไม่?”

            มู่จื่อหลิงขบกัดริมฝีปากยิงสายตาเย็นเยียบไปทางผู้ที่นั่งดูละครอยู่บนบัลลังก์ทั้งสองคน เค้นออกมาทีละคำ“ไม่ ทราบ”

            ไทเฮาไม่ได้โมโหท่าทีหยิ่งทระนงของมู่จื่อหลิงอย่างสิ้นเชิงแต่กลับยิ่งเปี่ยมไปด้วยความสนใจมากขึ้นไปอีกริมฝีปากสีแดงสดคลี่รอยยิ้มกระหายเลือด “ในเมื่อไม่ทราบ หลินมามาสั่งสอนต่อไป”

            ท้ายที่สุดมู่จื่อหลิงก็ยังคงกลั้นเสียงคร่ำครวญไว้ได้โลหิตสีแดงสดผสมกับผงสนิมไหลออกมาด้านนอกไม่หยุดหย่อน

            หลินมามาเตรียมจะเปลี่ยนไปนิ้วอื่นขณะนี้เองก็มีเสียงแหลมสูงของขันทีดังมาจากด้านนอก “ราชรถฝ่าบาทมาถึงแล้ว”

            เสียง ‘ราชรถฝ่าบาทมาถึงแล้ว’ทำให้ผู้ใดก็มองไม่เห็นรอยยิ้มเฉยเมยที่แฝงความลึกซึ้งยากหยั่งรู้นั้นเหมือนจะโค้งยิ่งกว่าเดิมราวกับที่รอมานานเพียงนี้ก็เพียงรอให้เวลานี้มาถึง

            ไทเฮากลับตกตะลึงไปชั่วครู่หนึ่งไม่อยากเชื่อ หากนางจำไม่ผิดล่ะก็ เวลานี้ฮ่องเต้ควรจะยังไม่เลิกประชุมเช้าจะมาได้อย่างไร

            ทว่าเงาร่างคนผู้หนึ่งที่พุ่งเข้ามาจากด้านนอกอย่างรวดเร็วก็ทำให้ไทเฮารู้ว่าเหตุใดฮ่องเต้จึงมาในยามนี้ได้

            หลงเซี่ยวเจ๋อมิได้มองผู้ที่อยู่บนบัลลังก์ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการคารวะแวบแรกที่เขาเห็นคือมู่จื่อหลิงที่ถูกนางกำนัลกดให้คุกเข่าอยู่กับพื้นอย่างรุนแรงจนมิอาจขยับตัวแล้วยังมีเข็มชั้นเลวในมือของหลินมามาที่ยังมีโลหิตหยดอยู่

            ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความแดงฉานโดยพลันยกขาเรียวยาวถีบไปยังหลินมามาอย่างแรงหลินมามาไม่ทันระวังตัวก็ถูกถีบจนกระเด็นไปชนกับเสาด้านข้างกระอักโลหิตแดงสดออกมาแล้วสลบไปทันที

            หลงเซี่ยวเจ๋อใช้มือหนึ่งข้างต่อหนึ่งคนผลักนางกำนัลออกไปอย่างไร้ซึ่งความปรานี ส่วนตนเองก้มตัวลงไปพยุงมู่จื่อหลิงขึ้นมาเมื่อมองมือที่เต็มไปด้วยเลือดของมู่จื่อหลิง

            เขาก็ปวดใจเป็นที่สุดในดวงตาปรากฏความชุ่มชื้น ถามโดยระมัดระวัง “พี่สะใภ้สาม ท่านเป็นอย่างไร”

            มู่จื่อหลิงเห็นหยาดน้ำแวววาวในดวงตาที่เตรียมจะหลั่งออกมาของหลงเซี่ยวเจ๋อพลันยิ้มไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เด็กโง่ผู้นี้จะร้องไห้แล้วหรือ

            ทำถึงเพียงนี้เลยนางยังไม่ตายเสียหน่อย

            นางข่มกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ริมฝีปากแดงเลือดพยายามฉีกยิ้มบางเบา ทว่ากลับอัปลักษณ์ยิ่งกว่าร้องไห้พูดด้วยเสียงอ่อนโยน “ไม่เป็นอันใด แค่เจ็บมือเท่านั้น ไม่ตายหรอก”

            แต่ว่ายามนี้มู่จื่อหลิงต้องซาบซึ้งที่หลงเซี่ยวเจ๋อมาได้ทันเวลาพอดีจริงๆทั้งยังไม่ลืมพาฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่มาด้วย ถ้าเมื่อครู่นี้หลินมามายังทิ่มนางอีกเข็มก็ไม่รู้ว่านางจะยังอดทนต่อไปได้หรือไม่ตอนนี้เองนางจึงผ่อนลมหายใจ

            เมื่อไทเฮาบนบัลลังก์เห็นว่าหลงเซี่ยวเจ๋อไม่เห็นตนในสายตาก็มีโทสะขึ้นมาโดยพลัน“บังอาจ หลงเซี่ยวเจ๋อ ผู้ใดอนุญาตให้สายตาเจ้าไม่มีผู้อาวุโสเพียงนี้ เห็นอายเจียแล้วยังไม่ทำความเคารพอีก”

            หลงเซี่ยวเจ๋อเงยหน้ามองคนที่อยู่บนที่นั่งหลักอย่างเย็นชาขณะที่กำลังจะพูด ฮ่องเต้ก็เสด็จเข้ามาเสียก่อน

            หลังจากคนทั้งหมดทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกันไทเฮาจึงเอ่ยปากอย่างเฉยเมย “ยามนี้ฮ่องเต้ควรจะประชุมเช้ามิใช่หรือ เสด็จมาได้อย่างไร?”

            ฮ่องเต้เหวินอิ้นชำเลืองมองมู่จื่อหลิงที่ถูกหลงเซี่ยวเจ๋อพยุงไว้อธิบายอย่างเรียบง่ายทันที “การประชุมวันนี้ไม่มีเรื่องสำคัญ จึงเลิกประชุมเร็วลูกได้ยินมาตั้งแต่เช้าว่าโรคทางสมองของหลงเซี่ยวหนานกลับมากำเริบดูเหมือนจะมีเพียงหลิงเอ๋อร์ที่รักษาได้”

            วาจานี้ของฮ่องเต้นั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมาก็คือต้องการนำตัวมู่จื่อหลิงไปรักษาหลงเซี่ยวหนานส่วนเรื่องก่อนหน้านั้นดูเหมือนจะไม่คิดถามถึง

            “หึวันนั้นมู่จื่อหลิงกล่าววาจาส่งเดชต่อหน้าทุกคน ต่อหน้าอายเจีย พูดว่าโรคทางสมองของหลงเซี่ยวหนานนั้นหายเป็นปกติแล้ววันนี้โรคทางสมองของหลงเซี่ยวหนานกลับมากำเริบอีก นางหลอกลวงอายเจียเช่นนี้ อายเจียจะยกโทษให้นางได้อย่างไรหากวันนี้ยกโทษให้นางแล้ว วันหน้าจะให้อายเจียเอาหน้าไปไว้ที่ใด” ไทเฮาแค่นเสียงเย้นหยันไม่ใส่ใจใยดีเหมือนมิได้คิดจะปล่อยคนไป

            แม้ไทเฮาจะไม่รู้ว่าโรคทางสมองของหลงเซี่ยวหนานกำเริบได้อย่างไรแต่นางก็ไม่สนว่าเป็นเหตุผลใดยามนี้ไม่ง่ายดายที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้มาลงโทษมู่จื่อหลิงนางไหนเลยจะปล่อยมู่จื่อหลิงไปโดยง่าย

            ทว่าประโยคถัดมาของฮองเฮาก็ทำให้ไทเฮาเปลี่ยนความตั้งใจเดิม......

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592