“นอนนะครับ ดึกแล้ว รีบพักผ่อน” เขาบอกเธออย่างอ่อนโยน
เธอเป็ผู้หญิงคนแรกที่เขาเฝ้ามองอย่างอดทนมาตลอดหลายปี เธอทั้งน่าสนใจ น่ารัก มีเสน่ห์เฉพาะตัวของเธอที่ไม่เหมือนใคร ผมยาวนุ่มสลวย ขนตางอนรับกับจมูกและปากน้อยๆของเธอ ผิวขาวราวน้ำนม และรูปร่างของเธอ ช่างประจวบเหมาะกันอย่างพอดีไม่มีที่ติ
“ร้อนจัง…” เธอบ่นเล็กน้อย ทั้งที่อากาศในห้องเย็น แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอดื่มไปเยอะ ทำให้เธอเริ่มร้อนจนอยากถอดเสื้อผ้าที่รัดแน่นและอึดอัดนี้ออก
“จะทำอะไร” เขาพูดเสียงดุขณะที่เธอกำลังเริ่มจะถอดชุดที่ใส่ออก พร้อมทั้งยังเอามือมาหยุดมือเล็กๆของเธอที่กำลังจะเริ่มเลื้อยไปที่อื่นต่อ
“ก็ถอดเสื้อผ้าไง ปกติคนนอนที่ไหนใส่ชั้นในนอน” เธอพูดออกมาอย่างลืมตัวคิดว่าอยู่ในบ้านของตนเอง แต่ความจริงไม่ใช่ เธออยู่ในเพนต์เฮ้าส์ของเขา
“คุณทำแบบนี้ไม่ได้ มันไม่เหมาะสม หากคุณ้าถอดเสื้อผ้าออก โปรดรอสักครู่ ผมจะเดินออกไปให้คุณพักผ่อนอยู่ในห้องนี้ตามลำพัง” เขาพูดแล้วปล่อยมือออกจากเธอ ปล่อยให้เธอเปลื้องผ้าได้ตามสบาย อย่างน้อยก็สบายกายของเขาด้วย เพราะสิ่งที่อยู่ใต้กางเกงกำลังจะเริ่มพองขึ้น เนื้อตัวที่นุ่มนิ่มของเธอทำเขาเสียการควบคุม
“รูดซิปให้หน่อย” เธอดึงมือเขาไว้อย่างเบาๆ
“รู้หรือเปล่า ว่าผมก็มีความอดทนจำกัด” เขาพูดใกล้ซอกคอของเธอพร้อมกับรูดซิปชุดของเธอออกให้เห็นเนื้อขาวเนียนอย่างเบามือ
เธอถอดชุดนั้นทิ้งอย่างไม่สนใจ พร้อมกับเดินถลาเข้าไปเตียงนอน แล้วล้มตัวลงนอนโดยไม่สนใจเขาอีกต่อไป
ส่วนเขาก็ได้แต่มองแผ่นหลังน้อยๆของเธอ สายตาไม่กล้าก้มลงมองต่ำไปมากกว่านั้น ความ้าของเขาต้องจบลง และหยุดความ้านี้ เขาเลือกที่จะระบายความ้านี้ด้วยการแช่น้ำอุ่นๆสักหน่อย
แกร๊ก….
“คุณจะเข้ามาในห้องน้ำตอนที่มีผมอยู่ไม่ได้” เขารีบกล่าวห้ามเธอแต่เธอก็ยังไม่ฟังยังเดินเข้ามาอยู่เรื่อยๆ
“พอได้แล้ว อย่าดื้อ” เขาพูดเสียงดุกับเธอ
แต่เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาหาเขา แต่ที่เธอเข้าห้องน้ำมาเพียงเพราะว่าเธออยากจะอาเจียนแอลกอฮอล์ที่เธอกินเข้าไปในปริมาณที่เยอะมาก
“อ้วววววววกกกกกก อะ อ่ายยยย” หลังจากเธออาเจียนเรียบร้อยแล้วก็เช็ดปาก
“น้ำอุ่นดีไหม ขอแช่บ้างสิ” เธอพูดแค่นั้นแล้วเธอก็เดินลงมาแช่น้ำดื่มอยู่แต่ว่าตัวเองนั้นไม่ได้ใส่อะไรเลย
เขาที่พยายามหลบเลี่ยงเธออยู่แล้วที่ยิ่งต้องพยายามหลบเลี่ยงเธอเข้าไปอีก เพราะว่าเขาก็เป็ผู้ชาย การที่จะอยู่กับเธอสองต่อสองโดยที่เธอไม่ใส่อะไรเลยมันก็ไม่เป็ผลดีกับตัวเธอแล้วก็เขา
“เมื่อไหร่คุณจะเลิกอ้อนผมสักที ยิ่งคุณทำแบบนี้ผมยิ่งจะอดทนไม่ไหวนะ”
“ก็แค่ขอแบ่งแช่น้ำอุ่นบ้างทำไมขี้หวงจัง” เธอพูดเสียงขึ้นจมูกพลางไม่พอใจเขา
เขาได้แต่ถอนหายใจปล่อยเลยตามเลยตัวเองต้องรีบลุกหนี
“งั้นผมขอตัวไปนอนก่อน พรุ่งนี้ตื่นมาแล้วค่อยคุยกันแล้วกันนะ” เขาพูดทิ้งท้ายไว้ให้เธอแล้วก็ลุกหนีไปนอน
แต่ในเพนต์เฮ้าส์ของเขาทุกห้องออกแบบมาใช้งานโดยเฉพาะมีเพียงห้องนอนเพียงแค่ 1 ห้องเท่านั้นที่เหลือเป็ห้องรับแขกห้องทำงานแล้วก็ห้องครัว ดังนั้นหากเขา้าที่จะนอนจริงๆก็คงไม่พ้นที่จะต้องนอนในห้องรับแขกแล้วปล่อยแขกตัวจริงนอนในห้องนอนของตนเอง
“เมาแล้วอยากมีคนคุยด้วย ที่จริงฉันเหนื่อยมากอยากบ่นงานกับคุณเหมือนกัน แต่ว่าเราก็เพิ่งรู้จักกันคุณรู้หรือเปล่าว่าอิสระที่ฉันเฝ้ารอตามหามันอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ยิ่งพยายามเอื้อมเข้าไปก็เหมือนจะไกลสุดมือจนเอื้อมไม่ถึง” เธอได้แต่บ่นให้เขาฟัง
“อิสระหรอ อยากได้อิสระขนาดนั้นเลยหรอ?” เขาถามย้ำกับเธอเพื่อความมั่นใจ
“อิสระคือสิ่งที่หอมหวาน มันเป็สิ่งเดียวที่ฉันยังไม่เคยได้รับ”
“อิสระจากอะไร? ตอนนี้ยังไม่มีอิสระอีกหรอ”
แล้วเธอก็เล่าเื่ราว ใน่วัยเด็กของเธอให้เขาฟังรวมถึงการไม่เป็ที่ยอมรับในองค์กรและภารกิจสุดท้ายที่เธอจะต้องทำให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้เป็อิสระจากองค์กรและไปใช้ชีวิตในแบบที่เธอ้า
“ถ้าหากว่า.. ผมให้ความ้านั้นกับคุณได้ ในอนาคตคุณจะยังยืนอยู่ข้างผมอยู่ไหม?” เขาถามเธอด้วยนำสิ่งที่จริงจัง เพราะไม่ว่าสิ่งใดที่เธออยากได้เขาก็จะหามาให้
“แน่นอนสิ งั้นเรามาสัญญากัน” เธอเอามือเขาขึ้นมาเกี่ยวก้อยเพื่อให้สัญญาโดยที่ตัวเองยังเมาอยู่
“งั้นวันนี้คุณพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้คุณยังจะต้องแก้ปัญหาอีก” เขาพูดแล้วหอมทีหน้าผากเธอ
เขาแอบจัดการให้เธออยู่เงียบๆโดยไปเคลียร์ภารกิจทุกอย่างของเธอกับองค์กรให้จบสิ้น ทุกอย่างระหว่างเธอกับองค์กรไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป หลังจากนี้จะมีแต่เธอกับเขาที่มีพันธะสัญญาด้วยกัน
“Morning เมื่อคืนหลับสบายดีไหม” เขาถามเธอที่เดินออกมาจากห้องนอนของเขา
“ขอบคุณนะที่ดูแลเมื่อคืน เมื่อคืนฉันเมาแล้วทำตัวแย่ขนาดไหน” เธอถามเขาด้วยท่าทีเขินอาย เพราะว่าเธอรู้ตัวเองว่าเมาแล้วแสดงความเป็ตัวเองไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือยางอายให้ตัวเองเลยสักนิด
“คุณจำเื่ระหว่างเราเมื่อคืนไม่ได้หรอ?” เขาทำหน้ายียวนถามเธอด้วยความสงสัย
“เื่อะไร ฉันจำไม่ได้” เธอกรอกสายตากลิ้งไปมาพลังนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแต่ลืมไปสนิท
“งั้นถ้าหากจำไม่ได้ ผมจะฟื้นคืนความทรงจำให้คนดีไหม? หืมมม” เขาพูดแล้วก้มหน้าลงมาหาทีเล่นทีจริง หยอกเธอตอนเช้า
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ พูดอยู่ตรงนั้นก็พอ” เธอพูดแล้วก็ส่งสายตาให้เขานั่งพูดอยู่ที่เก้าอี้
“คุณบอกว่าคุณจะอยู่ข้างผม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มหนักแน่นและแบ่งไปด้วยความมั่นคงในคำพูด
“คุณคงไม่ได้ทำอะไรฉันใช่ไหม? เมื่อคืนเสื้อผ้าของฉันถอดออกมาได้ยังไง? ถึงฉันจะมาทำงานในภารกิจของคุณ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมสิ่งอื่นใดที่นอกเหนือจากงานนะ”
“ถ้าหากว่าผมทำอะไรคุณ หรือว่าคุณรู้สึกว่าไม่สบายใจ ผมยินดีที่จะรับผิดชอบการกระทำและคำพูดทุกสิ่งทุกอย่าง”
“ไม่จำเป็หรอกเรามาจบภารกิจด้วยกันดีกว่า”
“จบหรอ? ผมว่าเื่นี้มันเพิ่งเริ่มต้นนะ”
“นี่คุณ้าอะไรก็พูดมาให้ชัด”
“คุณ” เขาตอบสั้นๆแล้วมองเธอยังตั้งใจ
“อะไรนะ?”
“ผมตอบคำถามที่คุณถามไปแล้ว”
“นี่คุณคงไม่ได้เล่นตลกหกฉากกับฉันอยู่หรอกนะ ในภารกิจบอกว่าคุณ้าคำสั่งเสียของเดเมี่ยนที่หายไป แต่คุณไม่ให้เบาะแสอะไรเพิ่มเลยภารกิจนี้มันค่อนข้างที่จะซับซ้อนไปหน่อยนะ”
“ระหว่างเราคุณจำอะไรได้บ้างไหม?” เขาพูดเพื่อให้เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน
“ไม่นะ” เธอยังไม่ใส่ใจและไม่มีทางที่จะนึกได้
“ไม่เป็ไรเรายังมีเวลาที่จะนึกถึงมันอีกเยอะ”
‘มัน’ เขาใช้คำว่า ‘มัน’ ทำให้เธอเริ่มคิดถึงเื่ที่เธอจำไม่ได้ขึ้นมาแต่ไม่ว่าเธอพยายามจะนึกยังไงเธอก็นึกไม่ออก
“ที่นี่มีแม่บ้าน ถ้าหากว่าคุณ้าอะไร หรืออยากทานอะไรเป็พิเศษก็บอกเขาได้ อีกอย่างการอยู่ที่นี่ถ้าหากว่าไม่สะดวกสบาย หรือ้าอะไรเพิ่มก็บอกผมได้ตลอด”
“คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้จะอยู่ที่นี่ค่ะ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้้าอะไรจากคุณทั้งนั้น”
“แล้วถ้าหากว่าผมขอทวงคำสัญญาที่คุณบอกผมเมื่อคืนล่ะ”
“ห๊ะ..คำสัญญา” เธอครุ่นคิดไปพักนึงเริ่มลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน “หน๊อยยยย เมื่อคืนนายกล้าล่วงเกินฉันหรอ!” เธอชี้นิ้วไปที่หน้าของเขาหลังจากที่เริ่มนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนตัวเองนั้นอ่อยเขาขนาดไหน ให้เขารูดซิปชุดให้ เดินไปหาเขาในห้องน้ำทั้งที่ตัวเองยังแก้ผ้า ไม่มีเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้น
“คุณผู้หญิงอาจจะใช้คำผิดนะครับ คำว่า ‘ล่วงเกิน’ ควรเป็ผมที่ควรพูด”
เธอได้แต่ยืนนิ่งงานกับเหตุการณ์ที่เธอเพิ่งนึกออกเมื่อคืน หน้าเริ่มร้อนผ่าว ความอายเริ่มทำให้เธออยากแทรกแผ่นดินหนีไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว
“ผมจะรับผิดชอบทุกการกระทำที่เกิดขึ้นไม่ว่าคุณจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม”
เธออึ้งไปกับคำพูดที่สวยหรูของเขา ทั้งที่ความเป็จริงตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเธอทำงานเพื่อภารกิจ เขาก็เหมือนกับลมที่พัดลอยเข้ามาเล่นกับเธอแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็พัดหนีห่างจากเธอไป จะให้เธอเชื่อใจและไว้ใจเขาได้อย่างไรว่าที่จะไม่เป็แผนการกลลวงของเขา
“งั้นก็จบภารกิจสิ แล้วก็จบทุกอย่างกันที่ตรงนี้” เธอพูดกับเขาด้วยท่าทางมั่นใจ และพร้อมที่จะให้อภัยในสิ่งที่เขาเห็นบนร่างกายของเธอ
“ผมเป็คนเชื่อในคำสัญญาซะด้วยนะ แต่บังเอิญว่าเมื่อคืนคุณได้สัญญากับผมเอาไว้ เพราะฉะนั้นหากผมจบภารกิจ คุณก็ยังจำเป็จะต้องทำตามสัญญา” เขารีบพูดทวงสัญญากับเธอตอนที่จะไม่มีโอกาส
“สัญญา…” เธอพูดแล้วย้อนคิดถึงเมื่อคืน สัญญาอะไร เธอให้สัญญากับเขาตอนไหน?
เธอเริ่มจำได้ลางๆ นิสัยของเธอด้านไม่ดีเริ่มทำงานในเวลาที่เธอเมา ไปรับปากสัญญากับเขาอย่างเป็ดิบดี สัญญาจะอยู่ข้างกายเขาไม่จากไปไหน อยากจะเอาหัวตัวเองทุบกำแพงให้แตก แล้วสลบอยู่ตรงนี้เลย
“อ่าห๊ะ เริ่มนึกออกแล้วใช่ไหมครับ”
“คือเื่มันผ่านมาแล้ว คุณเป็ผู้ใหญ่ใจกว้าง ไม่ถือสาเอาความคนเมาอย่างฉันหรอกใช่ไหมคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนแล้วก็เอามือไปจับแขนเขา
“ปกติผมไม่ถือสาคำพูดของคนเมานะ แต่คุณเป็คนพูดเอง และผมก็หลงเชื่อไปแล้ว คุณคงต้องรับผิดชอบแล้วล่ะ”
“เอ่ออ….” เธอได้แต่อ้ำอึ้งเดาสถานการณ์ไม่ถูก นึกไม่ออกว่าจะต้องทำยังไงต่อไป “ฉันเพียงแค่อยากมีอิสระ อยากเป็อิสระเท่านั้น”