บทที่35 เส้นทางการบ่มเพาะ
“โปรดแสดงใบอนุญาตผ่านทางด้วย!” หญิงสาวในอาภรณ์สีฟ้ามีเรือนร่างที่งดงามนั้นกล่าวขึ้นใบหน้าของนางที่ไร้การเติมแต่งนั้นมีความงดงามที่ราวกับถูกสรวงสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างปรานีตจนมิอาจพรรณนาได้ผมยาวสลวยสีฟ้าอ่อนนั้นให้ความรู้สึกที่อ่อนโยนและอบอุ่น
กุนไท่ไม่ได้สนใจรูปลักษณ์ของนางเลยแม้นางจะงดงามเพียงใดก็ตามสำหรับกุนไท่นั้นเขาสนใจเพียงแค่การบ่มเพาะเท่านั้น!การหาคู่ครองเป็นเรื่องไกลตัว ชายหนุ่มแสดงใบอนุญญาติก่อนที่จะผ่านเข้าถ้ำไปกับเจียวเหม่ย
“เหตุใดเจ้าถึงได้ไม่สนใจนางเลยเล่า นางออกจะงดงามซะขนาดนั้น!” เจียวเหม่ยเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่สงสัย
“ข้าไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดเลยนอกจากต้องแข็งแกร่งขึ้นเพราะข้ามีภาระหน้าที่ที่จำต้องดูแล!” กุนไท่ตอบกลับไปด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความแน่วแน่และมุ่งมั่น
เจียวเหม่ยไม่ได้ถามอะไรต่ออีกก่อนจะเดินเข้าไปในถ้ำในสายตาของกุนไท่นั้นภายน้ำถ้ำน้ำตกมันราวกับสวรรค์ทั้งพื้นทั้งผนักทำจากวัสดุโปร่งใสมันสวยงงามตระการตาไปเสียหมดตามข้างทางมีหยกสีฟ้าที่เรียงรายอยู่ ใช่แล้ว!มันคือหยกจิตวิญญาณ!
“พี่เจียวท่านเห็นเหมือนข้าไหม?” กุนไท่หันไปหานางก่อนจะถามขึ้น
“ข้าไม่แน่ใจ ข้าเห็นทุกอย่างเป็นเหมือนถ้ำธรรมดาแต่ข้าเห็นหยกจิตวิญญาณอยู่เม็ดหนึ่งตรงนั้น”นางชี้ไปตรงที่มุมหนึ่งของถ้ำก่อนจะอธิบายออกมา
กุนไท่เชื่ออย่างสนิทใจทันทีว่านี่คือถ้ำน้ำตกแห่งโชควาสนาอย่างแท้จริง! เจียวเหม่ยนางเห็นเป็นถ้ำน้ำตกธรรมดา แต่เขาเห็นว่านี่มันไม่ใช่ถ้ำธรรมดา! พื้นผนังพวกนี้มันทำมาจากวัสดุที่มีค่ามหาศาล! แม้เขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตาม
“อย่าบอกนะว่าเจ้าเห็น…” ขณะที่นางกำลังกล่าวกุนไท่ใช้มือปิดปากนางอย่างฉับพลัน
กุนไท่พยักหน้าก่อนจะทำให้นางเงียบเสียงลงแล้วหันซ้ายหันขวาว่ามีใครได้ฟังในสิ่งที่พวกเขาพูดไหมเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจเขาก็โล่งใจก่อนจะเดินเข้าไปในถ้ำให้ลึกขึ้นอีก!
เบื้องหลังของกุนไท่นั้นมีชายชราสองคนและหญิงชราอีกคนท่าทางมาจากตระกูลที่มีอำนาจพวกเขาจับพิรุธของพวกกุนไท่ได้พวกเขามองหน้ากันอย่างเข้าใจความหมายก่อนจะติดตามพวกกุนไท่ไปดูจากท่าทางของอีกฝ่ายก็รู้ว่าอีกฝ่ายเคยทำแบบนี้มาก่อน และมีประสบการณ์มากพอสมควร!
เนื่องจากพลังบ่มเพาะของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งเกินไปทำให้กุนไท่ไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ แม้จะมีจิตสัมผัสที่แข็งแกร่งกว่าปกติมากนักแต่ก็ไม่สามารถตรวจจับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนเป็นอย่างมากได้!
ทั้งสองเดินกันมาสักพักแล้วแต่กลับไม่ได้พบอะไรเลยแม้แต่น้อยกุนไท่นั้นรู้สึกได้ว่าที่ปลายสุดของที่แห่งนี้นั้นต้องมีบางสิ่งบางอย่างรอพวกเขาอยู่เป็นแน่!
“นี่ก็เดินมาหลายวันแล้ว แต่ยังไม่พบสิ่งใดเลย เจ้าจะยังคงไปต่ออีกหรือ?”เจียวเหม่ยถามขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า
“พี่เหม่ยท่านเชื่อข้าเถอะ แม้ท่านจะเหนื่อยกว่านี้แต่สิ่งที่รอท่านอยู่ก็นับว่าคุ้มค่า!”กุนไท่ตอบกลับไปด้วยความมั่นใจ
“อืม!” เจียวเหม่ยพยักหน้าตอบพลางเดินต่อไปเพราะเหตุใดไม่รู้นางถึงได้เชื่อกุนไท่อย่างสนิทใจ!
ที่มุมหนึ่งทางด้านหลังของกุนไท่และเจียวเหม่ยนั้นมีชายชราทั้งสองและหญิงชราอีกคนนั้นแอบติดตามอยู่
“ผู้อาวุโสสิบหก! พวกเราตามเจ้าพวกเด็กนี่มาได้สักพักแล้ว! ก็ไม่เห็นมันจะพบสิ่งใดเลย อย่ามัวเสียเวลาเลย เรากลับกันเถอะ!” หญิงชรากล่าวขึ้นก่อนจะหันไปหาชายชราผู้หนึ่ง
“ข้าเชื่อสัญชาตญาณของข้าว่ามันต้องถูกต้องอย่างแน่นอน เจ้าเด็กนี่อาจจะเจอสมบัติสวรรค์ก็เป็นได้! ข้ากับกับผู้อาวุโสสิบสี่จะตามไปเอง! ส่วนผู้อาวุโสยี่สิบไม่ต้องตามไปก็ได้หากท่านอายุมากแล้วจะเหนื่อยง่ายขนาดนี้!” ผู้อาวุโสสิบหกกล่าวเย้ยหยันหญิงชราออกมานางเป็นผู้อาวุโสยี่สิบ!
ผู้อาวุโสสิบสี่พยักหน้าเห็นด้วยเขาเป็นสหายของผู้อาวุโสสิบหกทำให้เขาเห็นด้วยกับอีกฝ่าย พวกเขาทำแบบนี้มาเยอะแล้วและสำเร็จทุกครั้ง เพราะสัญชาตญาณของผู้อาวุโสสิบหกนั้นแม่นยำมาก
ผู้อาวุโสยี่สิบถอดถอนหายใจหากนางต้องการส่วนแบ่งละก็ จะต้องเชื่อฟังผู้อาวุโสสิบหกนางตัดสินใจติดตามทั้งสองไปด้วย
กุนไท่และเจียวเหม่ยยังคงกล่าวเดินต่อไปแต่แล้วก็ปรากฏแสงสีขาวตรงข้างหน้าเพียงมองดูก็รู้ว่าตรงจุดนั้นคือแสงจากทางออกของถ้ำ ทั้งสองเดินจนถึงปลายทางที่แสงส่องมา
ภายในเป็นห้องสี่เหลียมขนาดไม่ใหญ่มากตรงส่วนข้างหน้าพวกเขามีทางที่แตกออกไปอีก 2 ทาง ทางหนึ่งเรียกว่า ‘สวรรค์’ ส่วนอีกทางเรียกว่า ‘นรก’ แน่นอนว่าคนเราก็ต้องเลือกทางที่ชื่อว่าสวรรค์อยู่แล้ว ทันใดนั้นเกิดเสียงที่เก่าแก่และโบราณดังขึ้น
“ยินดีกับพวกเจ้าด้วยที่สามารถมาถึงที่นี่ได้ ที่นี่คือเส้นทางการบ่มเพาะ! พวกเจ้าทั้งสองคือผู้ที่มีโชควาสนาที่ดีจงเลือกเส้นทางมาคนละหนึ่งเส้นทาง!”
กุนไท่และเจียวเหม่ยพลันรู้สึกตกใจเพราะจู่ๆก็มีเสียงพูดดังขึ้นกุนไท่ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าวพลางประสานมือก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความเคารพว่า
“ผู้เยาว์มิอาจทราบได้ว่า ผู้ที่กล่าวนั้นมีชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่จากไหนแต่ผู้เยาว์ขอถามสักเล็กน้อยเพื่อให้กระจ่างมากยิ่งขึ้นได้หรือไม่!”
“ถามมา...” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
“ที่นี่คือที่เก็บสมบัติสวรรค์ใช่หรือไม่!” กุนไท่กล่าวถามเพื่อความแน่ใจ
“ถูกแล้ว สถานที่แห่งนี้เอาไว้หาผู้ที่มีคุณสมบัติที่สามารถใช้สมบัติสวรรค์ได้!”เสียงเก่าแก่ยังคงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เส้นทางที่ท่านให้พวกข้าเลือกนั้นคือคนละหนึ่งเส้นทางใช่หรือไม่! ถ้าอย่างนั้นข้าขอตอบว่าไม่!” กุนไท่ตอบกลับไปเจียวเหม่ยที่อยู่ด้านข้างนั้นรู้สึกตกใจนางสงสัยว่าทำไมกุนไท่ถึงได้ทิ้งโอกาสที่จะได้สมบัติออกมา
“เหตุใดเจ้าถึงคิดเช่นนั้น!” เสียงที่เก่าแก่ดังขึ้นอีกคราแต่มันกลับไม่ได้โกธรหรือแสดงอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น
“แน่นอนว่าเส้นทางทั้งสองนั้นหากจะให้เลือกคนส่วนมากจะเลือกเส้นทางสวรรค์อยู่แล้ว และอาจมีบางคนที่เลือกเส้นทางนรกแต่สำหรับข้า!ต่อให้เส้นทางที่ท่านเลือกให้จะเต็มไปด้วยลาภยศสรรเสริญแต่สำหรับข้านั้นมันเป็นเส้นทางที่ซ้ำกับผู้อื่นทำให้ไม่ท้าทายและตื่นเต้นข้าขอเลือกเส้นทางที่ไม่เหมือนผู้ใดแม้จะมีเทพเจ้ามาค่อยชี้แนะให้ก็ตาม! เส้นทางการบ่มเพาะของคนเรานั้นต้องเลือกด้วยตนเองแต่ท่านกลับเลือกให้ข้า! ข้าไม่ยอมรับ เพราะโชคชะตาของข้า ข้าต้องลิขิตด้วยตนเองเส้นทางการบ่มเพาะต้องพึ่งพาและฝ่าฟันด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นเส้นทางของข้าข้าต้องเลือก! มิใช่มีคนมาเลือกให้ข้า!” กุนไท่ตอบกลับไปด้วยความเด็ดเดียว แน่วแน่
“ยอดเยียมมาก! เจ้ามีคุณสมบัติเงื่อนไขแรก! เจ้ามีปัญญาที่ใช้ได้!เจ้าไม่ได้สูญเสียการควบคุมเมื่อรู้ว่าจะได้สมบัติสวรรค์และเจ้าได้ไตร่ตรองในคำพูดของข้าว่าข้านั้นกำลังทดสอบเจ้าอยู่เจ้าผ่านแล้ว! ส่วนเงื่อนไขอีกสองข้อที่เหลือนั้นขึ้นอยู่กับเจ้าเจ้าเป็นคนที่ห้าที่สามารถผ่านไปได้ แต่คุณสมบัติที่สองนั้นยังมิมีผู้ใดผ่านไปได้ขอให้เจ้าโชคดี!” เมื่อเสียงนั้นหายไปพลันปรากฏเส้นทางอีกทางหนึ่งขึ้น มันคือเส้นทางที่สาม!