จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 86 เห็ดวิญญาณอัคคี

                ภายในห้องของเรือนรับรองทางปีกตะวันตกสำนักหลิวขจี

                ไป๋หยุนเฟยนอนเหยียดกายบนเตียงทั้งร่างกลายเป็นสีแดงฉานน่าหวาดหวั่นคิ้วทั้งสองขมวดมุ่นด้วยความเจ็บปวดขณะที่สองมือบีบเกร็งจนเล็บจิกลงไปใต้ผิวหนังโลหิตที่หลั่งออกมาถึงกับระเหยเป็นไอทันทีเส้นเลือดดำทั้งสองแขนและลำคอปูดโปนจนมองเห็นได้ชัดเจนผิวหนังแตกระแหงราวกับแผ่นดินที่แห้งแล้ง ---ที่น่าตกใจที่สุดคือแขนขวาที่บิดเบี้ยวจนผิดรูป ใต้ผิวหนังมีโลหิตไหลซึมออกมาไม่หยุดก่อนจะระเหยกลายเป็นหมอกสีโลหิต

                อุณหภูมิภายในห้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างไป๋หยุนเฟยแม้แต่ฟูกใต้ร่างมันยังถูกเผาจนกลายเป็นจุดดำ ราวกับว่า...มีลูกไฟวิ่งพล่านอยู่ในร่างของไป๋หยุนเฟยลูกไฟนี้พร้อมจะทะลวงอกออกมาจากร่างเพื่อแผดเผามันกลายเป็นเถ้าถ่านได้ทุกเมื่อ

                หงยินนั่งที่ข้างเตียงยื่นมือวางอยู่เหนือทรวงอกของไป๋หยุนเฟยคิ้วมันขมวดแนบแน่นขณะที่หลับตาจมอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด

                ผ่านไปครู่ใหญ่ในที่สุดหงยินก็ลืมตาและยืนขึ้นอย่างแช่มช้าก่อนจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้าหยิวชิงเฟิงกับพวก

                “พี่ใหญ่หงยินเกิดอะไรขึ้นกับพี่หยุนเฟย?เขาจะไม่เป็นไรใช่ไหม? ได้โปรดเถอะ...ท่านต้องช่วยพี่หยุนเฟย!” ฉู่อวี้เหอรีบเข้าไปหาหงยินทันทีที่เห็นมันยืนขึ้นนางแหงนหน้าขึ้นมองหงยินด้วยสีหน้าคาดหวัง

                หยิวชิงเฟิงก็เดินเข้ามาเพื่อดูอาการของไป๋หยุนเฟยมันถามอย่างกังวลว่า “หงยิน ดูแล้วอาการของน้องหยุนเฟยไม่อาจวางใจได้!ท่านมีวิธีรักษาหรือไม่?”

                หงยินถอนหายใจสั่นศีรษะ“ยามนี้อาการของหยุนเฟยย่ำแย่นักไม่ทราบว่ามันใช้วิธีการใดยกระดับพลังสู่ด่านภูตวิญญาณและมันควบแน่นพลังธาตุไฟเป็นแก่นพลังอย่างไรแต่เนื่องเพราะมันยกระดับพลังรวดเร็วเกินไปร่างกายจึงไม่อาจประสานกับพลังธาตุไฟได้อย่างสมบูรณ์มิหนำซ้ำเคล็ดวิญญาณที่หยุนเฟยใช้กลับควบแน่นพลังธาตุไฟเป็นแก่นพลังได้เพียงครึ่งเดียวระหว่างการต่อสู้อาจไม่มีอันใดผิดปกติ แต่ยิ่งใช้พลังธาตุไฟมากเท่าใดก็ยิ่งเร่งเร้าให้อาการมันกำเริบเร็วขึ้นเท่านั้นพลังธาตุไฟอีกครึ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมจะทวีจำนวนขึ้นและอาละวาดเผาผลาญภายในร่างหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่ามันอาจจะถึงแก่ชีวิต...”

                สองคิ้วหงยินขมวดแนบแน่นขึ้น“ยามนี้ภายในร่างมันปั่นป่วนสับสน ข้าจึงไม่กล้าลงมืออย่างผลีผลามหากมีผู้ฝึกปรือวิญญาณธาตุน้ำอยู่อาจสามารถระงับอาการลงได้ชั่วคราว แต่ทว่าด้วยพลังวิญญาณที่ผูกพันธะกับธาตุลมเช่นข้าหรือธาตุไม้เช่นท่านพวกเราไม่สามารถทำอันใดเพื่อระงับพลังธาตุไฟที่พลุ่งพล่านภายในร่างของหยุนเฟยได้...”

                “ถ้าเช่นนั้นจะทำอย่างไรดี? มิใช่ท่านบอกว่ายิ่งทอดเวลาเนิ่นนานไปก็ยิ่งอันตรายขึ้นหรอกหรือ...”สองคิ้วมู่หว่านชิงขมวดเป็นปมด้วยความกังวล

                หยิวชิงเฟิงมองดูหงยินชั่วขณะก่อนจะเอ่ยปากขึ้นอย่างกะทันหัน“หงยิน หากเป็นท่าน ท่านสามารถทำได้ใช่หรือไม่? ท่านสามารถขจัดแก่นพลังธาตุไฟที่ไม่เสถียรในร่างมันได้...”

                หงยินพยักหน้าอย่างแผ่วเบา“ข้าย่อมทำได้ แต่ทว่าหากพวกเราทำเช่นนั้นจริงจะกลายเป็นการทำลายอนาคตของหยุนเฟยไปทั้งชีวิต!ไม่เพียงฝีมือมันจะถดถอยกลับเป็นวีรชนวิญญาณแต่ชั่วชีวิตนี้มันจะไม่อาจทะลวงข้ามสู่ด่านภูตวิญญาณได้อีก...”

                “ว่ากระไร? เป็นความจริงหรือ?”มู่หว่านชิงตะลึงงัน “หรือผลข้างเคียงจากเคล็ดวิญญาณจะน่ากลัวถึงเพียงนี้?”

                หงยินสั่นศีรษะ“อาการของหยุนเฟยออกจะผิดปกติอยู่บ้าง ข้าไม่ทราบจริงๆว่ามันทำอะไรกันแน่...แต่หากไม่ถึงคราคับขัน ข้าไม่ต้องการจะทำลายอนาคตของมัน...”

                หงยินหันไปมองไป๋หยุนเฟยที่ใบหน้าราวกับทวีความเจ็บปวดยิ่งขึ้นขณะก้มศีรษะครุ่นคิดสองตาหงยินก็ทอประกายวูบราวกับลังเลยากตัดสินใจครู่ต่อมาดูเหมือนหงยินจะตัดสินใจได้สายตามันเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวยามหันกายมาหาหยิวชิงเฟิง “พี่หยิวข้าต้องการความช่วยเหลือจากท่าน”

                หยิวชิงเฟิงตะลึงงัน“เอ๊ะ? หรือท่านคิดหาวิธีช่วยหยุนเฟยได้แล้ว? หากต้องการให้ข้าช่วยสิ่งใดก็บอกมาข้าจะช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง!”

                หงยินสะบัดแขนขวาวูบมิคาดว่ามันจะนำสมุนไพรมากมายออกมาจากแหวนช่องมิติทั้งหมดดูเหมือนกับเป็นส่วนผสมของตัวยาทั้งสิ้น --- อย่างน้อยต้องมีถึงสิบกว่าชนิดปรากฏลมพัดออกจากร่างของหงยินอย่างนุ่มนวลประคองส่วนผสมทั้งหมดลอยค้างอยู่ในอากาศ 

                ส่วนมืออีกข้างของหงยินกลับปรากฏเปลวไฟขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นที่แท้เป็นวัตถุที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสีแดงฉานยามที่ปรากฏขึ้นอุณหภูมิในห้องก็พุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วพลังธาตุไฟในร่างไป๋หยุนเฟยถึงกับสั่นไหวเป็นจังหวะสอดประสานกับเปลวไฟจากวัตถุชิ้นนี้

                หงยินมองดูสมุนไพรที่ลอยอยู่ตรงหน้าชั่วครู่ก่อนจะหันไปหาหยิวชิงเฟิง“ใช้พลังธาตุไม้ของท่านแยกตัวยาออกจากส่วนผสมเหล่านี้จากนั้นผสมเข้ากับของสิ่งนี้ให้หยุนเฟยรับประทานสมควรช่วยให้มันรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้”

                หยิวชิงเฟิงเหม่อมองดูสมุนไพรที่ลอยอยู่ในอากาศเบื้องหน้าหงยินอย่างซึมเซาแต่ละชนิดล้วนเป็นสมุนไพรอันล้ำค่า แต่ทว่ายามที่มองเห็นวัตถุในมือหงยินหยิวชิงเฟิงถึงกับแตกตื่นตะลึงลาน สองตามันเบิกกว้างก่อนจะโพล่งออกมาสุดเสียง“นี่เป็น... เห็ด... เห็ดวิญญาณอัคคี!!”

                มู่หว่านชิงก็ตื่นตะลึงยามสัมผัสได้ถึงพลังธาตุไฟอันกล้าแข็งจากวัตถุในมือหงยินเช่นกันแต่เมื่อได้ยินหยิวชิงเฟิงกล่าวตะกุกตะกักก็อดไม่ได้ต้องเอ่ยปากถามอย่างสับสน“ชิงเฟิง อะไรคือเห็ดวิญญาณอัคคี?ไฉนข้าจึงรู้สึกว่ามัน...”

                “ท่านสัมผัสได้ว่ามันเปี่ยมด้วยพลังธาตุไฟกระมัง?” หยิวชิงเฟิงพยักหน้าหลังจากสงบใจลงได้มันกล่าวอธิบายว่า “สัมผัสท่านไม่ผิดพลาด‘เห็ดวิญญาณอัคคี’นี้เปี่ยมล้นด้วยพลังธาตุไฟอันบริสุทธิ์สมบัติล้ำค่านี้เติบโตในส่วนลึกที่สุดของป่าอสูรวิญญาณภายในภูเขาไฟล้านปีจากต้นอ่อนต้องใช้เวลาหลายร้อยปีจึงจะเติบโตเต็มที่สามารถช่วยให้ผู้ฝึกปรือวิญญาณด่านวีรชนวิญญาณสามารถทะลวงสู่ด่านภูตวิญญาณได้ทันทีมิหนำซ้ำยังช่วยให้ควบแน่นแก่นพลังธาตุไฟได้อย่างง่ายดายปราศจากอันตราย!แม้แต่ผู้ฝึกปรือวิญญาณที่ไม่มีคุณสมบัติเข้ากับธาตุไฟเห็ดนี้ก็สามารถช่วยให้สามารถสร้างพันธะกับธาตุไฟในขอบเขตที่เหนือคนทั่วไปสามารถกล่าวได้ว่าผู้ใดครอบครองเห็ดวิญญาณอัคคีก็นับว่าครอบครองพลังแห่งด่านภูตวิญญาณเอาไว้แล้ว!”

                “มิหนำซ้ำสำหรับผู้ฝึกปรือวิญญาณด่านภูตวิญญาณที่ไม่ได้สร้างพันธะกับธาตุไฟสิ่งนี้ยังช่วยให้สามารถดูดซับพลังธาตุไฟเข้าสู่ร่างได้สำเร็จอีกด้วย!”หยิวชิงเฟิงอธิบายก่อนจะหันไปหาหงยิน “ท่านแน่ใจว่าจะมอบให้ไป๋หยุนเฟยจริงหรือ? เรื่องนี้...”

                หงยินพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว“เรื่องสำคัญคือช่วยชีวิตคน ข้าต้องขอรบกวนพี่หยิวแล้ว”

                หยิวชิงเฟิงใคร่ครวญชั่วครู่ก่อนจะตอบตกลงในทันที“ประเสริฐมาก! ในเมื่อน้องหงยินยอมสละสมบัติล้ำค่าเพื่อช่วยชีวิตคนโดยไม่ลังเลมีหรือที่ข้าจะตระหนี่ไม่ยอมสิ้นเปลืองพลังธาตุได้?!”

                หยิวชิงเฟิงยื่นมือดึงดูดส่วนผสมทั้งหมดเข้ามาในมือหลังจากสงบใจชั่วครู่ก็ปรากฏทรงกลมแสงสีเขียวขึ้นเหนือฝ่ามือห่อหุ้มส่วนผสมชนิดหนึ่งเข้าไปหมุนวนอยู่ภายในมองจากภายนอกสามารถเห็นสมุนไพรค่อยๆแห้งเหี่ยวกลายเป็นฝุ่นผงเหลือเพียงของเหลวใสสะอาดที่ถูกกลั่นลอยออกมา

                หลังจากผ่านกระบวนการกลั่นแยกตัวยาอีกหลายครั้งส่วนผสมทั้งหลายที่หงยินนำออกมาก็กลายเป็นฝุ่นผงไปหมดสิ้นหลงเหลือให้เห็นเพียงหยดของเหลวใส่สะอาดอยู่สิบกว่าหยด

                หยิวชิงเฟิงหลั่งเหงื่อโซมหน้ามองดูเห็ดวิญญาณอัคคีในมือหงยินไม่แน่ใจว่าจะกลั่นด้วยวิธีเดียวกับส่วนผสมอื่นดีหรือไม่ขณะที่จ้องมองด้วยความลังเล หงยินก็กล่าวขึ้น “พี่หยิวท่านเหน็ดเหนื่อยแล้วไม่จำเป็นต้องกลั่นแยกเห็ดนี้อีก ที่เหลือให้ข้าจัดการเอง”

                หลังจากระบายลมหายใจอย่างแผ่วล้าทรงกลมแสงสีเขียวในมือหยิวชิงเฟิงก็ลอยกลับเข้าสู่ร่างจากนั้นหยิวชิงเฟิงจึงล่าถอยออกไปทรุดกายลงบนม้านั่งที่ด้านข้างเห็นได้ชัดว่าการกลั่นสกัดตัวยาออกจากส่วนผสมทั้งหลายสิ้นเปลืองพลังของมันมากมายยิ่ง

                หงยินยื่นมือดึงดูดหยดของเหลวเข้ามาสู่ฝ่ามืออย่างแช่มช้าก่อนจะปรากฏลมหมุนสีครามสดใสก่อตัวขึ้นเหนือฝ่ามืออีกข้างนำพาตัวยาไปหมุนวนรอบเห็ดวิญญาณอัคคีผ่านไปครู่ใหญ่เห็ดวิญญาณอัคคีจึงเกิดเสียง‘ปัง’ขึ้นก่อนจะกลายเป็นลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นหยดของเหลวที่หมุนวนโดยรอบก็ถูกเปลวไฟกลืนกินไปหมดสิ้นอุณหภูมิหายในห้องถึงกับพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม

                ใบหน้าหงยินเคร่งขรึมจริงจังขณะที่ลมหมุนเริ่มหมุนเร็วขึ้นทุกทีลูกไฟในมือค่อยๆหดเล็กลงทีละน้อยราวกับถูกพลังบีบอัดสุดท้ายจึงถูกบีบลงจนมีขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารกมิหนำซ้ำตัวยาทั้งหลายก็ถูกหลอมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับลูกไฟจนหมดสิ้น

                หงยินระบายลมหายใจแผ่วเบาพร้อมกับส่งลูกไฟไฟที่ร่างของไป๋หยุนเฟยหงยินเพ่งตามองไปยังไป๋หยุนเฟยพลางกล่าวอย่างนุ่มนวล “หยุนเฟยข้าทราบว่าเจ้าได้ยินที่ข้าพูด ข้าจะช่วยรักษาให้แก่เจ้า จงอย่าปฏิเสธให้เจ้าชักนำสิ่งนี้เข้าไปหลอมรวมกับแก่นพลังวิญญาณ มันจะช่วยควบคุมพลังธาตุไฟในร่างและช่วยให้เจ้าพ้นจากอันตราย!”

                ดวงตาไป๋หยุนเฟยยังปิดสนิทร่างยังคงสั่นสะท้าน แต่ยังคงเค้นเสียงจากไรฟันแผ่วเบาตอบรับคำพูดของหงยิน

                ดวงตาหงยินปราศจากความลังเลมันใช้มือซ้ายบีบคางไป๋หยุนเฟยให้อ้าปากขึ้น จากนั้นใช้มือขวาป้อนลูกไฟในมือเข้าปากไป๋หยุนเฟยทันที!

                ร่างไป๋หยุนเฟยสั่นกระตุกอย่างรุนแรงมันขบกรามแนบแน่นยามที่กลืนลูกไฟลงสู่กระเพาะจากนั้นใบหน้าบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดที่ทวีขึ้น ร่างกายไป๋หยุนเฟยถึงกับถูกฉีกเปิดออกกระนั้นรอยแผลกลับไม่มีโลหิตหลั่งออกมา จะมีก็แต่หมอกโลหิตที่พวยพุ่งออกไม่หยุดยั้ง   

                จากนั้นไม่นานคิ้วของไป๋หยุนเฟยก็คลายออก อาการสั่นสะท้านก็สงบลงราวกับอาการของมันเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

                เมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในที่สุดหงยินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นจึงหันไปกล่าววาจากับทุกคนว่า“ไม่เป็นไรแล้ว พวกเราออกไปกันเถอะ ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวหยุนเฟยเองแล้วหากไม่มีอันใดผิดพลาดวันพรุ่งนี้มันสมควรจะหายดี...”

                หลังเดินออกจากห้องหงยินมองดูหยิวชิงเฟิงและพวกเดินจากไปมันยืนอยู่กลางลานเรือนรับรองจมอยู่ในภวังค์ครุ่นคิดก่อนจะสั่นศีรษะ“ทำเช่นนี้ก็นับว่าสมควรแล้ว ในเมื่อข้าไม่ได้ฝึกปรือพลังธาตุไฟแต่แรก...แต่เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับไม่ให้ไป๋หยุนเฟยทราบหวังว่ามันจะไม่สร้างความผิดหวังให้แก่ข้า...”

                จากนั้นหงยินจึงกลับเข้าห้องปิดประตูเรือนรับรองปีกตะวันตกจึงกลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

                ดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับดาราเริ่มกระพริบแสงเวลาเคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้าขณะที่ไป๋หยุนเฟยยังคงสงบนิ่งอยู่ภายในห้องในร่างมันพลังธาตุไฟที่ปะทุอาละวาดยังคงปั่นป่วนแต่พลังที่พลุ่งพล่านค่อยๆสงบลงกลายเป็นกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างหดรั้งแล้วแผ่ขยายราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ 

                ราตรีสิ้นสุดแปรเปลี่ยนเป็นรุ่งอรุณชั่วขณะที่แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในห้อง นิ้วมือไป๋หยุนเฟยเริ่มขยับเคลื่อนไหวดวงตามันค่อยๆลืมขึ้นอย่างแช่มช้า...

     

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน