วันที่ สิบเจ็ด กรกฎา เวลาช่วงเช้าเกือบเที่ยง พวกคนก็กลับมาถึงสำนักเมฆาอรุณพอดี และพวกคนก็ไม่รีรอช้า มุ่งเข้าพบเหล่าอาจารย์ตนในทันที ณ ตำหนักกลาง
หลิงคุนหลุนที่มาพบอาจารย์แล้ว คนก็กล่าว " ศิษย์กลับมาแล้ว ภารกิจในครั้งนี้ ศิษย์ขอรายงานว่า สำเร็จด้วยดี ไม่มีพลาดเหมือนครั้งก่อน "
พอคนกล่าวเสร็จ คนก็ทำการเรียกขลุ่ยทำนองมรณะออกมาจากแหวนมิติ และส่งมอบให้กับอาจารย์ตน หรือ ดอยหญ้าเขียวใหญ่
เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ที่รับมา ก็กล่าว " ดี ดี เยี่ยม เจ้าไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังดั่งคำบอกจริงๆศิษย์รัก "
" ศิษย์ยินดียิ่งทีอาจารย์พอใจ " หลิงคุนหลุนกล่าว
" ในเมื่อพวกเขาทำภารกิจที่สองกันสำเร็จแล้ว งั้นก็อย่าได้ช้าเลย บอกภารกิจที่จะให้พวกเขาไปทำเป็นภารกิจต่อไปแก่พวกเขาเถอะ พวกเขาจะได้รีบไปพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับภารกิจต่อไป " เจ้าดอยหญ้าดาบกล่าว
" ศิษย์น้องหวังซื่อเถียนกล่าวถูกแล้ว ศิษย์พี่จิงอวี่ " เจ้าดอยหมื่นปักษาสถิตกล่าว
" ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เอาตามนั้นก็แล้วกัน " หลินจิงอวี่ตอบตกลงตามความคิดของคนทั้งสอง
" พวกเจ้าจงฟัง ภารกิจต่อไปของพวกเจ้าคือ จงไปเข้าไปยังถ้ำ ณ ป่าใกล้ช่องผาร้อยศพ เพื่อกำจัดสัตว์อสูรค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยที่มารวมตัวกันอยู่ในถ้ำนี้ และสืบดูว่าในนั้นมีอะไร ทำไมพวกสัตว์อสูรค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยที่ไม่ชอบรวมฝูงกันหากินตัวเดียว ถึงมารวมตัวกันอยู่ในถ้ำเดียวกันแบบนี้ได้ " หลินจิงอวี่หรือเจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่กล่าว
" สัตว์อสูรค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยเป็นพวกหากินตัวเดียวไม่ชอบรวมฝูง หากไม่มีจ่าฝูง การที่พวกมันรวมตัวกันแบบนี้ แสดงว่ามีความเป็นไปได้หนึ่งก็คือ มีจ่าฝูง หรือสอง ข้างในนั้นมีของวิเศษที่ทำให้พวกมันบ่มเพาะตัว หรือสาม อาจมีทั้งสอง สิ่งที่ศิษย์กล่าวมาถูกหรือไม่อาจารย์ " หลิงคุนหลุนถาม
เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ตอบ " ถูกต้องแล้ว "
" หากมีจ่าฝูงพวกเจ้าจงรีบกำจัดจ่าฝูงมันซะ การที่ค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยมีจ่าฝูงคอยสั่งการ พวกมันสามารถทำลายหมู่บ้านหนึ่งได้เพียงแค่ข้ามคืนเดียว แต่หากไม่มีจ่าฝูง แต่มีของวิเศษ ก็จงนำมันกลับมายังสำนักเรา แต่หากมีทั้งสอง ก็ทำทั้งสองอย่างเข้าใจนะ " เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่กล่าว
พวกเยี่ยหลงตอบรับ """"" ศิษย์เข้าใจแล้ว """"" พร้อมๆกัน
" แล้วจะให้พวกเราเริ่มเดินทางพรุ่งนี้แบบภารกิจก่อนๆเลยหรือไม่ เพราะการเดินทางไปยังป่าใกล้ช่องผาร้อยศพต้องใช้เวลาสองวัน " โม่เฉิงฟู่ถาม
" ใช่แล้วเป็นไปตามนั้น " หลินจิงอวี่กล่าว
" เออแล้วอีกอย่างหนึ่งนะ จงระวังพวกคนพรรคมารเอาไว้ด้วย การที่พวกสัตว์อสูรค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยมารวมตัวกันแบบนี้ คงทำให้พวกมันสนใจว่าในถ้ำมีอะไรไม่น้อย " เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่กล่าว
พวกเยี่ยหลงบอกพร้อมกันว่า """"" ทราบ """""
" ในเมื่อพวกเจ้าเข้าใจกันหมดแล้ว รับแผนที่ไป และก็กลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้จะได้รีบออกเดินทาง " หลิงเถียนอี้กล่าวเสร็จก็โยนแผนที่ให้หลิงคุนหลุน
เมื่อหลิงเถียนอี้บอกมาแบบนั้นและมอบแผนที่ให้แล้ว พวกเยี่ยหลงก็ทำการคารวะและพากันเดินออกตำหนักกลางไป จากนั้นก็แยกย้ายกลับไปพักผ่อน ณ ที่ของตน
เช้าวันที่ สิบแปด กรกฎา มาถึง พวกเยี่ยหลงก็มารวมตัวกันยังจุดรวมตัวกันเมื่อสองครั้งก่อน
พอคนมารวมตัวกันครบแล้ว หลิงคุนหลุนก็เรียกเทียนไขล่องหนออกมามอบให้ทุกคน
จากนั้นคนก็กล่าว " เราจะใช้แผนดังนี้ เราจะใช้เทียนไขล่องหนเข้าไปในถ้ำเพื่อดูว่าในถ้ำมีอะไร หากมีจ่าฝูงของค้าวคาวฟันหยักใบเลื่อย เราจะลอบฆ่ามันอย่างรวดเร็ว แต่หากมีของวิเศษเราจะล่องหนไปเอาและล่องหนออกจากถ้ำ แต่หากมีทั้งสองอย่าง เอาของวิเศษก่อน และค่อยฆ่าจ่าฝูง เอาตามนี้นะ "
พวกเยี่ยหลงพยักหน้าตอบรับ
เมื่อพวกเยี่ยหลงพยักหน้าตอบรับว่าเข้าใจแล้ว
หลิงคุนหลุนก็กล่าว " งั้นเราไปกันเถอะ " พอกล่าวเสร็จคนก็เริ่มออกเดินทางนำพวกคนไป
วันที่ ยี่สิบ กรกฎา เวลาช่วงเช้า พวกคนก็ใกล้ถึงที่หมายแล้ว ห่างอีกสามร้อยก็จะถึง
พอพวกคนถึงจุดที่อีกสามร้อยเมตรก็จะถึง พวกคนก็ได้ยินเสียงคนสู้กันรางๆ
" ได้ยินอะไรมั้ย เสียงนี้มันเหมือนมีคนสู้กันเลย " โม่เฉิงฟู่กล่าว
พวกเยี่ยหลงพยักหน้าตอบรับว่าได้ยิน
หลิงคุนหลุนกล่าว " ต่อจากนี้พวกเราระวังตัวกันให้ดีๆนะ เผื่อพวกเราถูกรับรู้และถูกเข้าโจมตี "
พวกเยี่ยหลงพยักหน้าเข้าใจ เมื่อพวกเยี่ยหลงพยักหน้าเข้าใจแล้ว
พวกคนก็มุ่งไปยังจุดหมายต่อ พอมาถึงยังจุดที่มองเห็นหน้าปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งห่างกันประมาณหนึ่งร้อยเมตรแล้ว
พวกคนก็แอบหลังต้นไม้ และแอบมองคนของสำนักแดนกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ สำนักวังเมฆวายุ กับคนของพรรคมารอย่างคนของนิกายมารฟ้าและพรรคเทพอสูร ที่กำลังต่อสู้กันอยู่
เมื่อหลิงคุนหลุนเห็นดังนั้น คนก็หันมากล่าวกับพวกเยี่ยหลง " นี่เป็นโอกาสที่ดีของพวกเรา เกิดเสียงดังขนาดนี้ ตอนที่พวกเราเข้าไปในถ้ำ หากพวกเราทำอะไรที่ทำให้เกิดเสียงขึ้นมาภายในถ้ำ พวกค้างคาวที่หูดีมาก คงจะไม่พุ่งโจมตีพวกเราเป็นแน่ พวกเราอย่าเสียเวลากันอีกเลย รีบเข้าไปในถ้ำกันเถอะ "
เมื่อหลิงคุนหลุนบอกมาแบบนั้น พวกเยี่ยหลงก็พยักหน้าเข้าใจ และทำการจุดเทียนไขล่องหน มุ่งเดินเข้าไปในถ้ำกันทันที
พวกคนเดินเข้าไปในถ้ำได้เพียงแค่ยี่สิบห้าเมตร พวกคนก็เจอเข้ากับฝูงค้างคาวนับร้อยที่กำลังนอนหลับอยู่แล้ว
เยี่ยหลงที่เห็นฝูงค้าวคางนับร้อยเมื่อเข้ามาได้ไม่ลึกขนาดนี้ คนก็คิดขึ้น ' เข้ามาได้ไม่ลึก ค้างคาว ยังมากขนาดนี้ และถ้าเข้าไปลึกกว่านี้จะมากขนาดไหนเนี่ย '
พวกคนเดินเข้าไปเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึงสุดถ้ำ
เมื่อคนมาถึงสุดถ้ำแล้ว พวกคนก็เจอกับไข่มุกสีแดงที่ลอยอยู่บนอากาศเป็นสิ่งแรก ก่อนจะมองด้านบนและพบกับค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยตัวสีแดงตัวใหญ่กว่าค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยปกติ
ครั้นพวกเยี่ยหลงเห็นดังนั้น พวกคนก็รู้ในทันทีว่านี่คือจ่าฝูงของฝูงค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยเป็นแน่
พอพวกคนทราบดังนั้น ว่ามีสองอย่างคือจ่าฝูงและของวิเศษ พวกคนก็เริ่มทำตามแผน คือมุ่งไปเอาของวิเศษก่อน และค่อยสังหารจ่าฝูงค้างคาว
แต่ในระหว่างโม่เฉิงฟู่กำลังเดินไปหาไข่มุกสีแดงนั้น คนก็เกิดสะดุดจนเกือบล้มและร้องออกมา
ทันทีที่โม่เฉิงฟู่ร้องออกมาเสร็จ คนก็เงยหน้ามองขึ้นไปมองยังค้างคาวจ่าฝูง และในทันทีที่คนมองไป ในเวลาเดียวกันค้างคาวจ่าฝูงก็ตื่นขึ้นมาและส่งเสียงร้องออกมา
ทันควันที่จ่าฝูงค้างคาวตื่นและส่งเสียงร้องออกมา ค้างคาวที่เป็นลูกสมุนก็ตื่นด้วย
พอพวกค้างคาวลูกสมุนตื่นแล้ว พวกมันก็ทำการโจมตีใส่โม่เฉิงฟู่อย่างแม่นยำ ทั้งๆที่โม่เฉิงฟู่ล่องหนอยู่
โม่เฉิงฟู่ที่เห็นค้างคางพุ่งมาโจมตีใส่คนดังนั้น คนก็ดับเทียนไข และใช้พลังเวทสร้างโล่กำบังในทันที
เมื่อพวกหลิงคุนหลุนเห็นว่าโม่เฉิงฟู่ถูกโจมตีแล้ว และจำนวนของค้างคาวที่พุ่งเข้ามาโจมตีมีจำนวนมาเหลือเกิน จนเห็นว่าเกราะที่โม่เฉิงฟู่ใช้ป้องกันใกล้จะแตกเต็มทีแล้ว หลังจากใช้ป้องกันได้ไม่นาน
พวกคนที่เห็นดังนั้นยกเว้นเยี่ยหลง ก็ทำการดับเทียนและทำการเข้ามาช่วยโม่เฉิงฟู่รับมือค้างคาวอีกแรง
ในระหว่างที่พวกหลิงคุนหลุนเผยตัวเข้าสู้อยู่นั้น เยี่ยหลงที่ยังล่องหนอยู่ และคนสังเกตว่าพวกค้างคางยังไม่มีตนไหนรู้ว่ามีคนอยู่
คนจึงทำการเดินเข้าไปหาจ่าฝูงค้างคาวที่บินอยู่กับที่ เพราะกำลังออกคำสั่งลูกสมุนค้างคาวอยู่
เมื่อเยี่ยหลงมาถึงจุดที่เรียกว่า ด้านหลังของค้างคาวจ่าฝูงแล้ว คนก็ทำการใช้เวทดึงดูดกายาเทพสวรรค์ดึงร่างของค้างคาวจ่าฝูงมาหามือตน จากนั้นก็ใช้เวทกายาสายฟ้าขั้นที่สอง ปรับแต่งให้คมดุจใบมีด และใช้แทงร่างของค้างคาวจ่าฝูงไปเต็มๆ
ทันทีที่ค้างคาวจ่าฝูงตายแล้ว พวกค้างคาวลูกสมุนบางส่วนก็โจมตีพวกหลิงคุนหลุนเหมือนเดิม แต่อีกบางส่วนก็บินหนี และอีกบางส่วนก็บินวนไปมาดั่งไม่รู้ว่าจะไปไหน
พอเยี่ยหลงกำจัดค้างคาวจ่าฝูงได้แล้ว คนก็ไปหยิบมุกสีแดง
ครั้นคนได้มุกสีแดงและจำกัดจ่าฝูงค้างคาวได้แล้ว คนก็กำลังจะบอกกับศิษย์พี่ตนว่า ภารกิจเสร็จแล้ว
แต่ยังไม่ทันได้บอก ฟีนิกซ์ก็กล่าวบางอย่างบอกกับเยี่ยหลงก่อน ' ไอ้เยี่ยหลง ในกำแพงถ้ำหลังมึงมีบางอย่างซ่อนอยู่ '
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็ถาม ' มีอะไรซ่อนอยู่หรอครับ '
ฟีนิกซ์ร่างแยกตอบ ' ไม่รู้ รู้แต่ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ '
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็รอคลำๆลูบๆกำแพงถ้ำดู พอคลำไปถึงจุดหนึ่ง
ฟีนิกซ์ก็บอกขึ้น ' มันอยู่ตรงจุดนี้แหละ '
เมื่อเยี่ยหลงได้รับคำบอกมาแบบนั้น คนก็ทำลายกำแพงดูในทันที เพื่อดูว่าในกำแพงนี้มีอะไร
สิ่งที่เยี่ยหลงเจอในกำแพงก็คือคัมภีร์สวรรค์นั่นเอง
พอเยี่ยหลงเห็นแบบนั้น คนก็คิดขึ้น ' ไม่คิดแฮะว่าจะมันเจอมันที่นี่ หากสำนักเมฆาอรุณได้มันไป ก็คงกันไม่ให้นิกายมารฟ้าปลุกเทพอสูรโบราณได้อีกขั้นหนึ่ง '
หลังเยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็ทำการเก็บคัมภีร์สวรรค์เข้าแหวนมิติ
พอคนเก็บคัมภีร์สวรรค์เข้าแหวนมิติเสร็จ คนจึงค่อยหันมาหาพวกหลิงคุนหลุน
ครั้นคนหันมาหลิงคุนหลุนแล้ว และพบว่าทางด้าน
ลู่ขุยอัน คนที่ใช้โล่เวทป้องกันตนอยู่นั้น โล่ด้านหลังกำลังจะแตก
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้นก็ตะโกนเตือน " ศิษย์พี่ลู่ระวังหลัง " พลางพุ่งเข้าไปช่วยสร้างโล่ป้องกันหลังคนอีกแรง
พอคนช่วยให้ลู่ขุยอันไม่ให้เกราะแตก และโดนโจมตีจากทางด้านหลังแล้ว
เยี่ยหลงก็ทำการตะโกนบอกกล่าวกับพวกตน " ข้าได้มุกวิเศษมาแล้ว และสังหารจ่าฝูงค้างคาวได้แล้ว พวกเรารีบหนีกันเถอะ "
หลังเยี่ยหลงกล่าวมาแบบนั้น หลิงคุนหลุนก็มองไปยังจุดค้างคาวจ่าฝูงเคยอยู่ และพบว่ามันตายจนวิญญาณสีเหลืองของมันออกมาแล้ว
คนที่เห็นเช่นนั้น ก็กล่าว " พวกเราจุดเทียนและมุ่งถอยออกจากถ้ำ และมุ่งกลับไปยังทางเดิมขามา แล้วอีกครึ่งลี้ค่อยดับเทียน แล้วค่อยมาเจอกัน "
พอหลิงคุนหลุนออกคำสั่งมาแบบนั้น พวกเยี่ยหลงก็ทำตาม
เมื่อพวกเยี่ยหลงทำตามและมาถึงยังจุดนัดหมายที่ให้ดับเทียนแล้ว พวกคนก็ดับเทียน
ครั้นดับเทียนแล้ว พวกคนก็พบว่าไม่มีใครหายไปหรือไปผิดทาง หรือไปไกลกว่าจุดนัดหมาย
พอพวกคนมาถึงจุดที่ต้องการแล้ว หลิงคุนหลุนก็กล่าวกับเยี่ยหลง " ศิษย์น้องเยี่ย ส่งไข่มุกมาให้ศิษย์พี่ เดี๋ยวศิษย์พี่เก็บไว้ให้เอง "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็ไม่ค้าน ส่งมอบมุกสีแดงให้กับหลิงคุนหลุนไป
เมื่อคนส่งมุกสีแดงไปให้กับหลิงคุนหลุนไปแล้ว คนก็กล่าว " ศิษย์พี่ มีบางสิ่งที่ข้าได้มาจากในถ้ำอีกอย่าง ข้าคิดว่ามันควรเก็บไว้กับศิษย์พี่ "
" มันคืออะไรฤา " หลิงคุนหลุนถาม
เยี่ยหลงไปตอบด้วยคำพูด ทำเพียงแสดงให้ดู
" นี่มัน คัมภีร์สวรรค์ " หลิงคุนหลุนกล่าว
ทันทีที่หลิงคุนหลุนกล่าวรับรู้ว่ามันคืออะไรจากการได้เห็นเสร็จ
เยี่ยหลงก็ทำการส่งมอบคัมภีร์สวรรค์ให้กับ
หลิงคุนหลุน
เมื่อหลิงคุนหลุนได้คัมภีร์สวรรค์มาอยู่กับมือแล้ว คนก็กล่าว " ศิษย์น้องเยี่ย เจ้าเก่งมาก ความสำเร็จในภารกิจครั้งนี้นับมาเป็นของเจ้าเลย "
เยี่ยหลงกล่าว " อย่าเยินยอข้าเลย หากพวกศิษย์พี่ไม่ดึงความสนใจของพวกค้างคาวเอาไว้ มีหรือข้าจะไปเอามาได้ "
โม่เฉิงฟู่กล่าว " ก็จริง หากไม่มีพวกข้า มีหรือเจ้าจะไปเอาไข่มุกแดงมาได้ "
" เอาเถอะ ไม่ว่าจะเป็นเพราะพวกเรา หรือ เป็นเพราะความสามารถศิษย์น้องเยี่ยเองก็ตาม แต่ก็ถือว่าภารกิจครั้งนี้สำเร็จแล้ว แค่นี้ก็พอ " หลิงคุนหลุนกล่าว
" เอาล่ะ พวกเรากลับสำนักกันได้แล้ว " หลิงคุนหลุน
กล่าวบอก
ทันทีที่หลิงคุนหลุนกล่าวเสร็จ คนก็เดินนำพวกเยี่ยหลงกลับสำนักไป