War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 58

    วันที่ สิบเจ็ด กรกฎา เวลาช่วงเช้าเกือบเที่ยง พวกคนก็กลับมาถึงสำนักเมฆาอรุณพอดี และพวกคนก็ไม่รีรอช้า มุ่งเข้าพบเหล่าอาจารย์ตนในทันที ณ ตำหนักกลาง


    หลิงคุนหลุนที่มาพบอาจารย์แล้ว คนก็กล่าว " ศิษย์กลับมาแล้ว ภารกิจในครั้งนี้ ศิษย์ขอรายงานว่า สำเร็จด้วยดี ไม่มีพลาดเหมือนครั้งก่อน "


    พอคนกล่าวเสร็จ คนก็ทำการเรียกขลุ่ยทำนองมรณะออกมาจากแหวนมิติ และส่งมอบให้กับอาจารย์ตน หรือ ดอยหญ้าเขียวใหญ่


    เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ที่รับมา ก็กล่าว " ดี ดี เยี่ยม เจ้าไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังดั่งคำบอกจริงๆศิษย์รัก "


    " ศิษย์ยินดียิ่งทีอาจารย์พอใจ " หลิงคุนหลุนกล่าว


    " ในเมื่อพวกเขาทำภารกิจที่สองกันสำเร็จแล้ว งั้นก็อย่าได้ช้าเลย บอกภารกิจที่จะให้พวกเขาไปทำเป็นภารกิจต่อไปแก่พวกเขาเถอะ พวกเขาจะได้รีบไปพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับภารกิจต่อไป " เจ้าดอยหญ้าดาบกล่าว


    " ศิษย์น้องหวังซื่อเถียนกล่าวถูกแล้ว ศิษย์พี่จิงอวี่ " เจ้าดอยหมื่นปักษาสถิตกล่าว


    " ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เอาตามนั้นก็แล้วกัน " หลินจิงอวี่ตอบตกลงตามความคิดของคนทั้งสอง


    " พวกเจ้าจงฟัง ภารกิจต่อไปของพวกเจ้าคือ จงไปเข้าไปยังถ้ำ ณ ป่าใกล้ช่องผาร้อยศพ เพื่อกำจัดสัตว์อสูรค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยที่มารวมตัวกันอยู่ในถ้ำนี้ และสืบดูว่าในนั้นมีอะไร ทำไมพวกสัตว์อสูรค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยที่ไม่ชอบรวมฝูงกันหากินตัวเดียว ถึงมารวมตัวกันอยู่ในถ้ำเดียวกันแบบนี้ได้ " หลินจิงอวี่หรือเจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่กล่าว


    " สัตว์อสูรค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยเป็นพวกหากินตัวเดียวไม่ชอบรวมฝูง หากไม่มีจ่าฝูง การที่พวกมันรวมตัวกันแบบนี้ แสดงว่ามีความเป็นไปได้หนึ่งก็คือ มีจ่าฝูง หรือสอง ข้างในนั้นมีของวิเศษที่ทำให้พวกมันบ่มเพาะตัว หรือสาม อาจมีทั้งสอง สิ่งที่ศิษย์กล่าวมาถูกหรือไม่อาจารย์ " หลิงคุนหลุนถาม


    เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ตอบ " ถูกต้องแล้ว "


    " หากมีจ่าฝูงพวกเจ้าจงรีบกำจัดจ่าฝูงมันซะ การที่ค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยมีจ่าฝูงคอยสั่งการ พวกมันสามารถทำลายหมู่บ้านหนึ่งได้เพียงแค่ข้ามคืนเดียว แต่หากไม่มีจ่าฝูง แต่มีของวิเศษ ก็จงนำมันกลับมายังสำนักเรา แต่หากมีทั้งสอง ก็ทำทั้งสองอย่างเข้าใจนะ " เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่กล่าว


    พวกเยี่ยหลงตอบรับ """"" ศิษย์เข้าใจแล้ว """"" พร้อมๆกัน


    " แล้วจะให้พวกเราเริ่มเดินทางพรุ่งนี้แบบภารกิจก่อนๆเลยหรือไม่ เพราะการเดินทางไปยังป่าใกล้ช่องผาร้อยศพต้องใช้เวลาสองวัน " โม่เฉิงฟู่ถาม


    " ใช่แล้วเป็นไปตามนั้น " หลินจิงอวี่กล่าว


    " เออแล้วอีกอย่างหนึ่งนะ จงระวังพวกคนพรรคมารเอาไว้ด้วย การที่พวกสัตว์อสูรค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยมารวมตัวกันแบบนี้ คงทำให้พวกมันสนใจว่าในถ้ำมีอะไรไม่น้อย " เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่กล่าว


    พวกเยี่ยหลงบอกพร้อมกันว่า """"" ทราบ """""


    " ในเมื่อพวกเจ้าเข้าใจกันหมดแล้ว รับแผนที่ไป และก็กลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้จะได้รีบออกเดินทาง " หลิงเถียนอี้กล่าวเสร็จก็โยนแผนที่ให้หลิงคุนหลุน


    เมื่อหลิงเถียนอี้บอกมาแบบนั้นและมอบแผนที่ให้แล้ว พวกเยี่ยหลงก็ทำการคารวะและพากันเดินออกตำหนักกลางไป จากนั้นก็แยกย้ายกลับไปพักผ่อน ณ ที่ของตน


    เช้าวันที่ สิบแปด กรกฎา มาถึง พวกเยี่ยหลงก็มารวมตัวกันยังจุดรวมตัวกันเมื่อสองครั้งก่อน


    พอคนมารวมตัวกันครบแล้ว หลิงคุนหลุนก็เรียกเทียนไขล่องหนออกมามอบให้ทุกคน


    จากนั้นคนก็กล่าว " เราจะใช้แผนดังนี้ เราจะใช้เทียนไขล่องหนเข้าไปในถ้ำเพื่อดูว่าในถ้ำมีอะไร หากมีจ่าฝูงของค้าวคาวฟันหยักใบเลื่อย เราจะลอบฆ่ามันอย่างรวดเร็ว แต่หากมีของวิเศษเราจะล่องหนไปเอาและล่องหนออกจากถ้ำ แต่หากมีทั้งสองอย่าง เอาของวิเศษก่อน และค่อยฆ่าจ่าฝูง เอาตามนี้นะ " 


    พวกเยี่ยหลงพยักหน้าตอบรับ


    เมื่อพวกเยี่ยหลงพยักหน้าตอบรับว่าเข้าใจแล้ว 

    หลิงคุนหลุนก็กล่าว " งั้นเราไปกันเถอะ " พอกล่าวเสร็จคนก็เริ่มออกเดินทางนำพวกคนไป


    วันที่ ยี่สิบ กรกฎา เวลาช่วงเช้า พวกคนก็ใกล้ถึงที่หมายแล้ว ห่างอีกสามร้อยก็จะถึง


    พอพวกคนถึงจุดที่อีกสามร้อยเมตรก็จะถึง พวกคนก็ได้ยินเสียงคนสู้กันรางๆ


    " ได้ยินอะไรมั้ย เสียงนี้มันเหมือนมีคนสู้กันเลย " โม่เฉิงฟู่กล่าว


    พวกเยี่ยหลงพยักหน้าตอบรับว่าได้ยิน


    หลิงคุนหลุนกล่าว " ต่อจากนี้พวกเราระวังตัวกันให้ดีๆนะ เผื่อพวกเราถูกรับรู้และถูกเข้าโจมตี "


    พวกเยี่ยหลงพยักหน้าเข้าใจ เมื่อพวกเยี่ยหลงพยักหน้าเข้าใจแล้ว 


    พวกคนก็มุ่งไปยังจุดหมายต่อ พอมาถึงยังจุดที่มองเห็นหน้าปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งห่างกันประมาณหนึ่งร้อยเมตรแล้ว


    พวกคนก็แอบหลังต้นไม้ และแอบมองคนของสำนักแดนกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ สำนักวังเมฆวายุ กับคนของพรรคมารอย่างคนของนิกายมารฟ้าและพรรคเทพอสูร ที่กำลังต่อสู้กันอยู่


    เมื่อหลิงคุนหลุนเห็นดังนั้น คนก็หันมากล่าวกับพวกเยี่ยหลง " นี่เป็นโอกาสที่ดีของพวกเรา เกิดเสียงดังขนาดนี้ ตอนที่พวกเราเข้าไปในถ้ำ หากพวกเราทำอะไรที่ทำให้เกิดเสียงขึ้นมาภายในถ้ำ พวกค้างคาวที่หูดีมาก คงจะไม่พุ่งโจมตีพวกเราเป็นแน่ พวกเราอย่าเสียเวลากันอีกเลย รีบเข้าไปในถ้ำกันเถอะ "


    เมื่อหลิงคุนหลุนบอกมาแบบนั้น พวกเยี่ยหลงก็พยักหน้าเข้าใจ และทำการจุดเทียนไขล่องหน มุ่งเดินเข้าไปในถ้ำกันทันที


    พวกคนเดินเข้าไปในถ้ำได้เพียงแค่ยี่สิบห้าเมตร พวกคนก็เจอเข้ากับฝูงค้างคาวนับร้อยที่กำลังนอนหลับอยู่แล้ว


    เยี่ยหลงที่เห็นฝูงค้าวคางนับร้อยเมื่อเข้ามาได้ไม่ลึกขนาดนี้ คนก็คิดขึ้น ' เข้ามาได้ไม่ลึก ค้างคาว ยังมากขนาดนี้ และถ้าเข้าไปลึกกว่านี้จะมากขนาดไหนเนี่ย '


    พวกคนเดินเข้าไปเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึงสุดถ้ำ 


    เมื่อคนมาถึงสุดถ้ำแล้ว พวกคนก็เจอกับไข่มุกสีแดงที่ลอยอยู่บนอากาศเป็นสิ่งแรก ก่อนจะมองด้านบนและพบกับค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยตัวสีแดงตัวใหญ่กว่าค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยปกติ


    ครั้นพวกเยี่ยหลงเห็นดังนั้น พวกคนก็รู้ในทันทีว่านี่คือจ่าฝูงของฝูงค้างคาวฟันหยักใบเลื่อยเป็นแน่


    พอพวกคนทราบดังนั้น ว่ามีสองอย่างคือจ่าฝูงและของวิเศษ พวกคนก็เริ่มทำตามแผน คือมุ่งไปเอาของวิเศษก่อน และค่อยสังหารจ่าฝูงค้างคาว


    แต่ในระหว่างโม่เฉิงฟู่กำลังเดินไปหาไข่มุกสีแดงนั้น คนก็เกิดสะดุดจนเกือบล้มและร้องออกมา


    ทันทีที่โม่เฉิงฟู่ร้องออกมาเสร็จ คนก็เงยหน้ามองขึ้นไปมองยังค้างคาวจ่าฝูง และในทันทีที่คนมองไป ในเวลาเดียวกันค้างคาวจ่าฝูงก็ตื่นขึ้นมาและส่งเสียงร้องออกมา


    ทันควันที่จ่าฝูงค้างคาวตื่นและส่งเสียงร้องออกมา ค้างคาวที่เป็นลูกสมุนก็ตื่นด้วย


    พอพวกค้างคาวลูกสมุนตื่นแล้ว พวกมันก็ทำการโจมตีใส่โม่เฉิงฟู่อย่างแม่นยำ ทั้งๆที่โม่เฉิงฟู่ล่องหนอยู่


    โม่เฉิงฟู่ที่เห็นค้างคางพุ่งมาโจมตีใส่คนดังนั้น คนก็ดับเทียนไข และใช้พลังเวทสร้างโล่กำบังในทันที


    เมื่อพวกหลิงคุนหลุนเห็นว่าโม่เฉิงฟู่ถูกโจมตีแล้ว และจำนวนของค้างคาวที่พุ่งเข้ามาโจมตีมีจำนวนมาเหลือเกิน จนเห็นว่าเกราะที่โม่เฉิงฟู่ใช้ป้องกันใกล้จะแตกเต็มทีแล้ว หลังจากใช้ป้องกันได้ไม่นาน


    พวกคนที่เห็นดังนั้นยกเว้นเยี่ยหลง ก็ทำการดับเทียนและทำการเข้ามาช่วยโม่เฉิงฟู่รับมือค้างคาวอีกแรง


    ในระหว่างที่พวกหลิงคุนหลุนเผยตัวเข้าสู้อยู่นั้น เยี่ยหลงที่ยังล่องหนอยู่ และคนสังเกตว่าพวกค้างคางยังไม่มีตนไหนรู้ว่ามีคนอยู่


    คนจึงทำการเดินเข้าไปหาจ่าฝูงค้างคาวที่บินอยู่กับที่ เพราะกำลังออกคำสั่งลูกสมุนค้างคาวอยู่


    เมื่อเยี่ยหลงมาถึงจุดที่เรียกว่า ด้านหลังของค้างคาวจ่าฝูงแล้ว คนก็ทำการใช้เวทดึงดูดกายาเทพสวรรค์ดึงร่างของค้างคาวจ่าฝูงมาหามือตน จากนั้นก็ใช้เวทกายาสายฟ้าขั้นที่สอง ปรับแต่งให้คมดุจใบมีด และใช้แทงร่างของค้างคาวจ่าฝูงไปเต็มๆ


    ทันทีที่ค้างคาวจ่าฝูงตายแล้ว พวกค้างคาวลูกสมุนบางส่วนก็โจมตีพวกหลิงคุนหลุนเหมือนเดิม แต่อีกบางส่วนก็บินหนี และอีกบางส่วนก็บินวนไปมาดั่งไม่รู้ว่าจะไปไหน


    พอเยี่ยหลงกำจัดค้างคาวจ่าฝูงได้แล้ว คนก็ไปหยิบมุกสีแดง


    ครั้นคนได้มุกสีแดงและจำกัดจ่าฝูงค้างคาวได้แล้ว คนก็กำลังจะบอกกับศิษย์พี่ตนว่า ภารกิจเสร็จแล้ว


    แต่ยังไม่ทันได้บอก ฟีนิกซ์ก็กล่าวบางอย่างบอกกับเยี่ยหลงก่อน ' ไอ้เยี่ยหลง ในกำแพงถ้ำหลังมึงมีบางอย่างซ่อนอยู่ '


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็ถาม ' มีอะไรซ่อนอยู่หรอครับ '


    ฟีนิกซ์ร่างแยกตอบ ' ไม่รู้ รู้แต่ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ '


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็รอคลำๆลูบๆกำแพงถ้ำดู พอคลำไปถึงจุดหนึ่ง 


    ฟีนิกซ์ก็บอกขึ้น ' มันอยู่ตรงจุดนี้แหละ '


    เมื่อเยี่ยหลงได้รับคำบอกมาแบบนั้น คนก็ทำลายกำแพงดูในทันที เพื่อดูว่าในกำแพงนี้มีอะไร


    สิ่งที่เยี่ยหลงเจอในกำแพงก็คือคัมภีร์สวรรค์นั่นเอง


    พอเยี่ยหลงเห็นแบบนั้น คนก็คิดขึ้น ' ไม่คิดแฮะว่าจะมันเจอมันที่นี่ หากสำนักเมฆาอรุณได้มันไป ก็คงกันไม่ให้นิกายมารฟ้าปลุกเทพอสูรโบราณได้อีกขั้นหนึ่ง '


    หลังเยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็ทำการเก็บคัมภีร์สวรรค์เข้าแหวนมิติ


    พอคนเก็บคัมภีร์สวรรค์เข้าแหวนมิติเสร็จ คนจึงค่อยหันมาหาพวกหลิงคุนหลุน


    ครั้นคนหันมาหลิงคุนหลุนแล้ว และพบว่าทางด้าน

    ลู่ขุยอัน คนที่ใช้โล่เวทป้องกันตนอยู่นั้น โล่ด้านหลังกำลังจะแตก


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้นก็ตะโกนเตือน " ศิษย์พี่ลู่ระวังหลัง " พลางพุ่งเข้าไปช่วยสร้างโล่ป้องกันหลังคนอีกแรง


    พอคนช่วยให้ลู่ขุยอันไม่ให้เกราะแตก และโดนโจมตีจากทางด้านหลังแล้ว


    เยี่ยหลงก็ทำการตะโกนบอกกล่าวกับพวกตน " ข้าได้มุกวิเศษมาแล้ว และสังหารจ่าฝูงค้างคาวได้แล้ว พวกเรารีบหนีกันเถอะ "


    หลังเยี่ยหลงกล่าวมาแบบนั้น หลิงคุนหลุนก็มองไปยังจุดค้างคาวจ่าฝูงเคยอยู่ และพบว่ามันตายจนวิญญาณสีเหลืองของมันออกมาแล้ว


    คนที่เห็นเช่นนั้น ก็กล่าว " พวกเราจุดเทียนและมุ่งถอยออกจากถ้ำ และมุ่งกลับไปยังทางเดิมขามา แล้วอีกครึ่งลี้ค่อยดับเทียน แล้วค่อยมาเจอกัน "


    พอหลิงคุนหลุนออกคำสั่งมาแบบนั้น พวกเยี่ยหลงก็ทำตาม


    เมื่อพวกเยี่ยหลงทำตามและมาถึงยังจุดนัดหมายที่ให้ดับเทียนแล้ว พวกคนก็ดับเทียน


    ครั้นดับเทียนแล้ว พวกคนก็พบว่าไม่มีใครหายไปหรือไปผิดทาง หรือไปไกลกว่าจุดนัดหมาย


    พอพวกคนมาถึงจุดที่ต้องการแล้ว หลิงคุนหลุนก็กล่าวกับเยี่ยหลง " ศิษย์น้องเยี่ย ส่งไข่มุกมาให้ศิษย์พี่ เดี๋ยวศิษย์พี่เก็บไว้ให้เอง "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็ไม่ค้าน ส่งมอบมุกสีแดงให้กับหลิงคุนหลุนไป


    เมื่อคนส่งมุกสีแดงไปให้กับหลิงคุนหลุนไปแล้ว คนก็กล่าว " ศิษย์พี่ มีบางสิ่งที่ข้าได้มาจากในถ้ำอีกอย่าง ข้าคิดว่ามันควรเก็บไว้กับศิษย์พี่ "


    " มันคืออะไรฤา " หลิงคุนหลุนถาม


    เยี่ยหลงไปตอบด้วยคำพูด ทำเพียงแสดงให้ดู


    " นี่มัน คัมภีร์สวรรค์ " หลิงคุนหลุนกล่าว


    ทันทีที่หลิงคุนหลุนกล่าวรับรู้ว่ามันคืออะไรจากการได้เห็นเสร็จ


    เยี่ยหลงก็ทำการส่งมอบคัมภีร์สวรรค์ให้กับ

    หลิงคุนหลุน


    เมื่อหลิงคุนหลุนได้คัมภีร์สวรรค์มาอยู่กับมือแล้ว คนก็กล่าว " ศิษย์น้องเยี่ย เจ้าเก่งมาก ความสำเร็จในภารกิจครั้งนี้นับมาเป็นของเจ้าเลย "


    เยี่ยหลงกล่าว " อย่าเยินยอข้าเลย หากพวกศิษย์พี่ไม่ดึงความสนใจของพวกค้างคาวเอาไว้ มีหรือข้าจะไปเอามาได้ "


    โม่เฉิงฟู่กล่าว " ก็จริง หากไม่มีพวกข้า มีหรือเจ้าจะไปเอาไข่มุกแดงมาได้ "


    " เอาเถอะ ไม่ว่าจะเป็นเพราะพวกเรา หรือ เป็นเพราะความสามารถศิษย์น้องเยี่ยเองก็ตาม แต่ก็ถือว่าภารกิจครั้งนี้สำเร็จแล้ว แค่นี้ก็พอ " หลิงคุนหลุนกล่าว


    " เอาล่ะ พวกเรากลับสำนักกันได้แล้ว " หลิงคุนหลุน

    กล่าวบอก


    ทันทีที่หลิงคุนหลุนกล่าวเสร็จ คนก็เดินนำพวกเยี่ยหลงกลับสำนักไป

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน