มีเพียงสายตาคมกริบที่จ้องมองไปรยาก่อนที่ก้าวออกมา ภูมิพยัตมองไปยังทางเดิน คิดถึงร่างเนียนนุ่มในวงแขนและกลิ่นหอมละมุนที่ชวนให้เขากระสับกระส่าย เขาไล่ให้เธอไปนอนแต่หัวค่ำแต่ตัวเขาเองที่นอนไม่หลับ จนต้องเดินลงมานั่งจิบเบียร์อยู่ตามลำพังและเฝ้ามองว่าเธอจะเปิดประตูห้องออกตอนไหน และ..เขาพบว่าตัวเองนั้นคอยเก้อ
มือใหญ่หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนกดเบอร์คนสนิทแล้วกรอกเสียงลงไป
“ไอ้ตุ้มเหรอ”
“ครับเ้านาย”
“มาซ่อมโคมไฟทางเดินที่บ้านให้หน่อยซิ”
“มันก็เสียตั้งนานแล้วนี่ครับแล้วผมก็บอกเ้านายให้ซ่อมนานแล้วด้วย”
“เออ! แต่ตอนนี้อยากให้มาซ่อม เอ็งจะมาซ่อมไหม? หรือว่าจะให้คนอื่นมาทำแทนแล้วเอ็งก็ไปหางานที่อื่นทำ!”
“ครับๆเ้านายผมเอาอุปกรณ์แล้วจะเข้าไปเลยครับ”
“เออให้มันเร็วเหมือนเวลาเรียกไปกินเหล้าหน่อย”
“ครับเ้านาย”
ภูมิพยัตไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันจะไปห่วงทำไมยัยเด็กตัวเล็กขาสั้นแบบนั้น แต่ถ้าเมื่อวานเขาไม่เดินมาส่องดูว่าเธอจะกลับมายังไงป่านนี้คงหน้าตาบวมปูนเพราะล้มกลิ้งไปแล้ว แต่นอกจากโคมไฟที่หัวเสาแล้วพื้นที่ปูอิฐตัวหนอนก็ไม่เป็ระเบียบ เขาปล่อยทิ้งไม่ให้ใครมาดูแลนานแล้วชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ กดเบอร์โทรศัพท์อีกเบอร์
“ไอ้วิน”
“ครับเ้านาย”
“หาคนมาเรียกบล็อกตัวหนอนตรงทางเดินระหว่างเรือนเล็กกับเรือนใหญ่ให้หน่อย”
“ใครจะมารึครับนาย”
“ไม่มีแต่ให้หาคนมาทำ”
“ตอนนี้หรือครับนาย”
“เออตอนนี้และเดี๋ยวนี้”
“มันก็ยังดีอยู่ไม่ใช่หรือครับนาย”
“ถ้าเอ็งยังเห็นข้าเป็เ้านายก็เลิกซักเลิกถามหาคนมาทำให้มันเสร็จ ถ้ามีใครเดินแล้วสะดุดอิฐล้มละก็...ได้ไปหาที่ทำงานใหม่แน่”
“ได้ครับนายไม่เกินครึ่งชั่วโมงผมพาลูกน้องไปเลยครับ”
ภูมิพยัตได้แต่ระบายลมหายใจออกทางปากเขาเกาศีรษะตัวเอง ไม่อยากคิดถึงเหตุผลที่ตัวเองทำลงไปก็เพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียว เขาสะบัดศีรษะไปมาแล้วรีบก้าวไปที่รถ ไม่หรอกเขาไม่ได้ทำอะไรเพื่อเธอเลยสักนิดก็แค่ต้องซ่อมไฟทางเดิน แล้วก็ปูอิฐตัวหนอนใหม่ของมันต้องทำตั้งนานแล้วแค่มันบังเอิญทำตอนที่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาต่างหาก
ไปรยามองจนร่างสูงขับรถออกไปแล้วก็ลอบถอนหายใจ เธอควรทำตัวเป็ผู้หญิงโง่ๆใช่ไหม? เพื่อจะได้ไม่ผิดสังเกต ก็เธออยากช่วยเขานี่นะงานที่สบายเกินไปก็อยากทำงานให้คุ้มค่าข้าวที่กินไป หญิงสาวจัดการทำความสะอาดครัวแล้วทำความสะอาดบ้าน ในใจคิดถึงคนที่บ้านโน้น เธอปิดมือถือไม่กล้าให้ใครรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนถ้าถูกจับได้แล้วคุณอายังมีความคิดที่จะเอาเธอไปเร่ขายอีก เธอคงทนไม่ได้แน่ๆ หนี้ที่เกิดจากการพนันมันไม่น่ายื่นมือเข้าไปช่วยเลยนี่นะ ถ้าจะบอกว่าคุณอาทำตัวของตัวเอง เธอจะถูกตำหนิว่าไม่กตัญญูอีกใช่ไหม? แต่ถ้าเธอยอมทำตามที่คุณอา้านั้นหมายถึงชีวิตเธอทั้งชีวิตที่ไม่อาจกลับเป็เช่นเดิมได้
“หนูปรายเสร็จแล้วมาช่วยแม่ทางนี้หน่อยนะจ๊ะ”
“ค่ะคุณท่าน” ไปรยาเช็ดมือแล้วเดินตามหลังคุณไปรยาขึ้นไปชั้นบน
“ถ้ารู้ว่าลูกภูมิสร้างบ้านหลังใหญ่แล้วให้พ่อกับแม่อยู่ลำพังแบบนี้ไม่ให้สร้างั้แ่แรกหรอก” คุณรำเพยบ่น
“คุณพยัตคงอยากให้คุณท่านอยู่สบายมีทุกอย่างพร้อมสรรพ”
“ไม่ต้องมาพูดแก้ตัวแทนมันเลยเ้าลูกคนนี้ ปลูกบ้านสองชั้นนี่คิดไหมว่าพ่อแม่แกแล้วจะเดินขึ้นบันไดยังไงไหวปีหน้าคงต้องจัดห้องหับใหม่แล้ว เดินขึ้นบ้านไม่ไหว”
“คุณท่านยังไม่แก่เลยค่ะเดินเหินกระฉับกระเฉงแบบนี้อยู่เป็มิ่งขวัญลูกหลานอีกยาวนานแน่นอนค่ะ”
“หนูปรายก็อยู่ที่นี่ด้วยกันนานๆซิคนแก่ไม่ค่อยมีใครมาคุยด้วยมันก็เหงาปากนะ ไม่ได้พูดกับใครเลย น้ำลายมันจะบูดเอา”
“ปรายก็รักที่นี่ค่ะอยากอยู่นานๆแต่...” ถ้าทุกคนรู้ความจริงจะยังรักและเอ็นดูเธอแบบนี้หรือเปล่าล่ะ
“อย่าคิดมากเลยนะตาภูมินะเขาต้องดูแลโรงงานแถมมีคนงานเป็ร้อย เขาก็เลยเป็พวกขวางโลกไปหน่อยแต่ถ้าไม่แกร่งพอก็เอาคนงานไม่อยู่ เอาไว้มีโอกาสลองไปเดินเล่นดูที่โรงงานซิ หนูจะเข้าใจเขามากขึ้น”
“ขอบคุณค่ะคุณท่าน”
คุณรำเพยพาไปรยามาที่ห้องเก็บของส่วนตัว ตู้เสื้อผ้าใบใหญ่อัดแน่นด้วยเสื้อผ้ามากมายแม้จะเก็บอย่างดีแต่ก็มีฝุ่นจับบ้าง ไปรยามองแล้วก็อ้าปากค้างนอกจากเสื้อผ้าแล้วยังมีผ้าไหม ผ้านุ่งสวยๆหลายผืน
“สมัยสาวๆแม่ก็ชอบแต่งตัวนะ พ่อเขาก็ตามใจ พอเราเริ่มลืมตาอ้าปากได้ก็ให้แม่ซื้อเสื้อผ้าตามใจได้ แม่คิดว่าถ้ามีลูกสาวก็จะยกให้ลูกแต่ดันได้ลูกชาย เสื้อผ้ามันเลยเยอะอยู่แบบนี้ ปรายมาดูซิ ตัวไหนพอใส่ได้บ้างแต่ถ้าไม่ถูกใจค่อยไปหาซื้อใหม่เอาก็ได้นะจ๊ะ”
“นี่ก็ยังดีๆทั้งนั้นเลยนะคะเอาไปซักรีดก็เหมือนของใหม่เลยค่ะ” ไปรยาหยิบเสื้อผ้าสมัยคุณรำเพยสาวๆออกมาดู มันเป็เสื้อผ้าสไตล์วินเทจที่ยังดูร่วมสมัย
“เอาซิชอบตัวไหนแม่ให้เลยจ๊ะ”
“ปรายขอสักสามสี่ชุดก็พอค่ะแต่ถ้าคุณท่านอนุญาตปรายจะขึ้นมาทำความอาดให้นะคะเสื้อผ้าที่เป็ผ้าไหมเราน่าจะเก็บแยกไว้ต่างหาก บางชิ้นงามมากนะคะ”
“เอาซิแม่ก็อยากทำนะ แต่เดี๋ยวนี้มันเหนื่อยง่าย เมื่อก่อนประนอมเขาก็มาช่วยบ้าง”
“ได้ค่ะปรายทำความสะอาดบ้านเสร็จแล้วจะมาทำห้องนี้นะคะ”
“ไม่ต้องรีบหรอกจ๊ะเรายังต้องอยู่ด้วยกันอีกนานนี่”
“ค่ะ”
ถ้าเป็จริงได้ก็ดีซิไปรยาได้แต่ยิ้ม จากเดิมที่คิดว่าจะได้เสื้อผ้าไม่กี่ชุด กลายเป็เสื้อผ้านับสิบเธออยู่ชั้นบนจนเพลินได้เวลารับประทานอาหารเที่ยงคุณบุญมามีหลายโรครุมเร้าจำเป็ต้องทานอาหารตรงเวลา เธอหอบเสื้อผ้าเดินลงมาและลงถังเครื่องซักผ้าแล้วมาดูคุณบุญมา เธอออกจะแปลกใจที่มีคนอยู่หน้าบ้านมากมายจนอดถามกับเ้าของบ้านไม่ได้
“นั้นนะเรอะไอ้เสือมันให้ลูกน้องมาซ่อมโคมไฟทางเดินกับปูอิฐตัวหนอนใหม่ ไม่รู้นึกยังไงของมันโคมไฟเสียมาครึ่งปีไม่เห็นอยากซ่อม จู่ๆก็นึกทำขึ้นมา”
ไปรยานึกถึงเื่เมื่อคืนเพียงแค่คิดถึงเขา ใบหน้าหวานก็แดงระเรื่ออย่างที่เ้าของไม่รู้ตัว แต่ผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนสังเกตเห็นได้ชัดเจน นี่ไอ้ลูกชายปากแข็งทำเอาใจไปรยาเองหรอกหรือ? เสียดายที่เป็ผู้หญิงที่เจนนี่ส่งตัวมาแต่ก็รู้สึกว่าไปรยาไม่เหมือนผู้หญิงขายบริการทั่วไปเลยสักนิด
“คุณท่านรับประทานอาหารเที่ยงเลยนะคะจะได้ทานยา ตอนบ่ายคุณท่านจะทำอะไรเป็พิเศษไหมคะ”
“เดินหมากแก้มือเมื่อวานเสียหน่อย”
“แหม! ปรายสู้คุณท่านไม่ไหวหรอกค่ะ เมื่อวานปรายแค่ฟลุกค่ะ”
“เดินหมากมันไม่มีคำว่าฟลุกหรอกมาแก้มือกันสักตาก็แล้วกันนะลูกปราย”
“ถ้าอย่างนั้นคุณท่านทานข้าวและทานยาให้เรียบร้อยปรายขอตัวไปดูดฝุ่นห้องนอนให้ก่อนนะคะ เสร็จแล้วจะมาเดินหมากด้วยสักกระดาน”
“ได้ๆพ่อจะกินข้าวให้หมดจานเลย”
ไปรยามองไปนอกหน้าต่างอีกครั้งแล้วหันมาถามคุณบุญมา
“คุณท่านค่ะพวกคนงานเขาจะทานข้าวอะไรกันที่ไหนคะ”
“ไม่รู้ซิพ่อก็ไม่ได้ถาม”
ไปรยายิ้มแล้วขอตัว ร่างเล็กเดินไปใกล้แล้วส่งยิ้มอย่างเป็มิตรแต่ทำเอาหนุ่มๆถึงกับตะลึงในความงดงามดุจดอกไม้ป่าของหญิงสาวแปลกหน้า
“สวัสดีค่ะ”
“สะ..สวัสดีครับ” ต่างพากันพูดติดอ่างกันไปหมด
“เที่ยงแล้วไม่พักกินข้าวเที่ยงกันหรือคะ”
“ครับว่าจะออกไปซื้ออยู่พอดี”
“ถ้าไม่รังเกียจเมื่อวานทำแกงหม้อใหญ่ไว้สองสามอย่างจะเอามาอุ่นให้ทานกันค่ะ”
“ขอบคุณมากเลยครับคุณ...คุณ..”
“ปรายค่ะเรียกปรายก็ได้ไม่ต้องมีคุณหรอกค่ะ ปรายเป็แม่บ้านค่ะ”
“อ้อ! แม่บ้านคนใหม่ที่เ้านายหามาแทนป้าประนอมนี่เอง”
“ค่ะขอเวลาสักสิบนาทีนะคะ”