โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 31 สมบัติสวรรค์แห่งธรรมชาติ

    ในช่วงเช้าตรู่ บรรยากาศเต็มไปด้วยหมอกที่ลงหนา ในขณะที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นอย่างช้าๆ เซนได้เดินทางตลอดเวลาโดยไม่พักผ่อนเป็นเวลากว่าสองวันจนในที่สุดชายหนุ่มก็สามารถที่จะมาถึงบริเวณทะเลสาบที่ตอนนี้ตัวเขาเองก็ยังไม่ทราบชื่อของมัน แต่มันดูงดงามและอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยปลามากมาย

    ในขณะที่เซนคิดว่าต้องการจะพักผ่อนหลังจากการเดินทางเต็มที่ที่ใช้ความเร็วเต็มพิกัดเป็นเวลานาน ชายหนุ่มได้สร้างหอกปลายแหลมจากเศษไม้ที่ผุพัง เพื่อที่จะใช้มันจับปลาในทะเลสาบแห่งนี้ แม้ว่าชายหนุ่มนั้นจะไม่จำเป็นต้องกินอาหารใดๆ แต่เขาเองก็ยังต้องการลิ้มรสของอาหารที่อร่อยอยู่

    “บรรยากาศที่นี่ดีจริงๆ ข้าควรจะสร้างบ้านขึ้นริมทะเลสาบ”

    เซนนั้นชอบบรรยากาศโดยรอบที่รอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามอย่างมาก และเขากำลังคิดที่จะสร้างบ้านด้วยความสามารถใหม่ที่พึ่งได้รับมา ทะเลสาบแห่งนี้นั้นอยู่ห่างจากประเทศนัวร์ไม่มากนัก และมันค่อนข้างเงียบเนื่องด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างเซนก็ยังไม่อาจรู้ได้

    ชายหนุ่มตัดสินใจว่าจะเดินเข้าไปในเมืองพรุ่งนี้และตามหาชายหนุ่มที่ชื่อว่าแซมซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าเมืองวอเตอร์ฟอร์ด

    ในขณะที่เซนกำลังฮัมเพลงและก้าวเท้าลงไปในทะเลสาบมองหาสัตว์ทะเลตัวโตๆ กินนั้น อยู่ๆ ผิวน้ำก็กระเพื่อมขึ้นพร้อมๆ กับการปรากฏตัวขึ้นของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่มีขนาดใหญ่ มันดูเหมือนอสรพิษในตำนานมีเกล็ดสีฟ้าและนัยน์ตา,นัยนาสีเหลืองเหมือนกับบุษราคัม เซนที่ได้เห็นมันครั้งแรกก็ดูจะตกตะลึงไม่ใช่น้อยมันดูงดงามอย่างมาก อย่างไรก็ตามหากไม่นับที่ว่ามันมีคมเขี้ยวที่สะท้อนให้เห็นว่ามันเป็นสัตว์ที่ห่วงถิ่นและดุร้ายอย่างมาก

    “ตรงนี้เป็นถิ่นแกงั้นเหรอ? ขอฉันจับปลาสักสองสามตัวก่อนได้ไหมแล้วฉันจะจากไปทันที…”

    เซนกล่าวขึ้นมาและหวังว่าอสรพิษเบื้องหน้าของเขาจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด

    [อสรพิษน่านน้ำสีคราม ระดับ?]

    ดูเหมือนเสียงในหัวของเซนที่ดังขึ้นนั้นจะไม่ได้ช่วยเหลืออะไรชายหนุ่มเลยเนื่องจากระดับของชายหนุ่มตอนนี้ต่ำเกินไป และเขาไม่ได้หวังว่าจะรีบเพิ่มระดับอะไรเพราะตอนนี้ดูเหมือนการเพิ่มระดับของเขาจะไม่ได้ช่วยให้ค่าสถานะต่างๆ เพิ่มขึ้นแล้ว

    หากย้อนกลับไปในขณะที่เขาดำรงอยู่ภายในโลกใต้พิภพก่อนหน้า ในระหว่างที่เขาได้ขุดเหมืองหาแร่ที่มีค่าต่างๆ เพื่อจะนำมาแลกกับเม็ดเงิน เสียงในหัวของเขาก็ได้ดังขึ้นหลังจากระดับได้เพิ่มขึ้น

    [ติ๊ด! ยินดีด้วยท่านเลื่อนระดับแล้ว…ค่าสถานะของท่านมาถึงขีดจำกัดเกินกว่าจะพัฒนาไปต่อได้ มีเพียงค่าพลังวิญญาณเท่านั้นที่เพิ่มหนึ่งหน่วย]

    อย่างไรก็ตามในความคิดของชายหนุ่มแม้ว่าเสียงในหัวจะบอกกับเขาเช่นนี้ แต่ชายหนุ่มคิดว่าเขายังสามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกฝนร่างกายทะลวงขีดจำกัด โดยอาจจะใช้วิธีที่บ้าบิ่นอย่างการอาศัยในทะเลลึกที่เขาบังเอิญเคยทำ

    อสรพิษน่านน้ำสีครามที่ดูเหมือนจะโกรธอย่างมากที่มนุษย์นั้นเข้ามาบุกรุกสถานที่ของมัน ล่าสุดที่มีมนุษย์มาจับปลาในบ้านของมันเวลาก็ผ่านมากว่าร้อยปีแล้ว และมนุษย์พวกนั้นล้วนไม่มีสักคนเดียวที่สามารถเอาชีวิตรอดจากมันไปได้

    อย่างไรก็ตามมนุษย์เบื้องหน้ามันนั้นกลับทำให้มันประหลาดใจ เพราะสัญชาตญาณของมันนั้นบอกว่าห้ามเข้าไปยุ่งเด็ดขาด แต่ด้วยความหยิ่งทะนงและถือตัวว่าตัวมันนั้นยิ่งใหญ่กว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มันจึงไม่ยอมถอยและเลือกที่จะเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย และแล้วในขณะที่มนุษย์เบื้องหน้ามันนั้นพูดบางอย่างกับมัน มันก็พอจะจับใจความได้บ้างแต่มันไม่ยอมอย่างแน่นอน

    เมื่อเห็นมนุษย์เบื้องหน้ายังยืนยันที่จะไม่จากไป มันก็เริ่มจู่โจมทันที

    “คลื่นนนนนน!”

    บริเวณผิวน้ำที่เซนยืนอยู่นั้นเกิดกระแสน้ำวนที่รุนแรงเป็นอย่างมากซึ่งมันมากพอที่จะฉีกกระชากร่างกายของมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย ขากางเกงของเซนที่สัมผัสกับผิวน้ำตอนนี้เริ่มฉีกขาด อย่างไรก็ตามร่างกายของชายหนุ่มกับไม่ได้รับผลกระทบกับกระแสน้ำนี้เลย เขาเพียงแค่หงุดหงิดที่เห็นปลาใต้น้ำนั้นหนีไปเสียแล้ว

    “แกจะเอาจริงๆ ใช่ไหม?”

    เซนถามอสรพิษน่านน้ำสีครามอีกครั้ง และในเวลานั้นเองเจ้าอสรพิษก็ตระหนักได้ว่ามนุษย์เบื้องหน้าของมันนั้นแข็งแกร่งอย่างมากแม้แต่เวทมนตร์ที่รุนแรงของมันยังไม่สามารถระคายผิวมนุษย์เบื้องหน้าได้

    “อย่าเอาคลื่นน้ำกระจอกๆ แบบนี้มาเล่นกับข้าเลย ข้าอยู่ใต้ทะเลลึกมากว่าสองปี กระแสน้ำแต่นี้อ่อนแอเกินไป ลองดูกระแสน้ำของข้า!”

    เซนยิ้มขึ้นอย่างดูถูกจากนั้นก็ใช้เท้าสะบัดน้ำขึ้น ท่าทางเขานั้นมันไม่ต่างอะไรกับเด็กๆ ที่กำลังเล่นน้ำอยู่ ทันใดนั้นเกิดน้ำกระเซ็นขึ้นเป็นหยดๆ เหมือนกับฝนเม็ดเล็กๆ อย่างไรก็ตามน้ำที่กระเซ็นออกไปนั้นเปรียบดั่งใบมีดที่พุ่งไปด้วยความเร็วสูงสุด

    “ฉั่วะ!”

    “กร๊าซซซซซซซซซซ!”

    รอยแผลลึกจำนวนมากที่ราวกับเกิดจากมีดบาดปรากฏตามร่างกายของอสรพิษร้ายหลังจากหยดน้ำนั้นได้พุ่งผ่านร่างกายของมัน มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่สุดจะทนก่อนที่จะล้มลงด้วยความอ่อนแอรอเวลาที่จะตายในไม่ช้า ในตอนนี้มันรู้สึกผิดอย่างมากที่ดันไปท้าทายตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างเซน อย่างไรก็ตามในโลกนี้นั้นไม่มียาแก้ความเสียใจแต่อย่างใด ดังนั้นมันจึงทำได้แค่ตายไปเท่านั้น

    ในระหว่างนั้นเซนก็กลับมาผิวปากอีกครั้งพร้อมกับเดินหาปลาต่อ อย่างไรก็ตามในเวลานั้นเองผิวน้ำก็ได้กระเพื่อมขึ้นอีกครั้ง และมีสิ่งที่ดูเหมือนกับอสรพิษน่านน้ำสีคราม อย่างไรก็ตามดูเหมือนมันจะตัวเล็กกว่ามาก เห็นได้ชัดว่ามันยังเด็กอยู่ แต่อนาคตแน่นอนว่ามันต้องงดงามเหมือนกับแม่ของมันอย่างแน่นอน

    เมื่อลูกของมันปรากฏตัวขึ้นมาอสรพิษน่านน้ำสีครามเหลือชีวิตและลมหายใจอยู่ได้อีกไม่นานก็พยายามขยับร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลของมันมาบดบังลูกของมันทันที แสดงให้เห็นว่ามันจะใช้ชีวิตของมันปกป้องลูกของมันเอง อย่างไรก็ตามอสรพิษน่านน้ำสีครามตัวลูกของมันนั้นจะไม่ได้หวาดกลัวเซนเลย มันขยับร่างตัวน้อยๆ น่ารักของมันมาบังร่างของแม่มัน พร้อมกับส่งเสียงขู่ใส่เซน อย่างไรก็ตามสำหรับเซนนั้นเสียงขู่นั้นไม่ได้ดูน่ากลัวอะไรเลย มันกลับดูน่าเวทนายิ่งนัก และในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง

    ชายหนุ่มเดินไปเบื้องหน้าของอสรพิษตัวน้อยขนาดเท้ากับลูกสุนัขเท่านั้นท่าทางของเขาดูแข็งกระด้างและเย็นชาตามปกติ อสรพิษตัวน้อยพยายามจะปกป้องแม่ของมัน อย่างไรก็ตามเซนนั้นได้เอื้อมมือไปสัมผัสที่ศีรษะของเจ้าตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังสั่นสู้ด้วยความหวาดกลัว

    “เจ้าถอยไปก่อนเถอะ ข้าจะช่วยแม่ของเจ้า”

    เซนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มันดูอ่อนโยนที่สุดอย่างไรก็ตามหากมีมนุษย์ยืนอยู่ตรงนี้สักคน พวกเขาจะต้องขำแน่ๆ เพราะมันดูตลกเกินไป

    แน่นอนว่าเจ้าตัวน้อยนั้นไม่ได้ไว้วางใจเซนเลยแม้แต่นิดเดียว อย่างไรก็ตามกว่ามันจะรู้ตัวเซนก็ได้เคลื่อนไหวไปใกล้แม่ของมันเสียแล้ว เมื่อมันหันกลับไปมันก็เห็นชายหนุ่มกำลังเอื้อมมือไปสัมผัสที่ร่างของแม่มัน ก่อนที่จะเกิดแสงสีเขียวอันอ่อนโยนล้อมรอบร่างกายแม่ของมัน

    แสงสีเขียวนั้นสะท้อนกับทะเลสาบทำให้เกิดภาพอันสวยงาม เซนกำลังใช้พลังของมุกสวรรค์อนันตกาลในการรักษาอสรพิษน่านน้ำสีครามอยู่ ซึ่งในโลกนี้เองไม่น่าจะมีสิ่งใดที่มุกสวรรค์อนันตกาลซึ่งเป็นสมบัติระดับสวรรค์ไม่สามารถรักษาได้

    เมื่อแสงสีเขียวนั้นปรากฏทั้งป่าและทะเลสาบที่อยู่ใกล้ๆ ต่างกลายเป็นมีชีวิตชีวาทันที พวกสัตว์ทั้งหลายทั้งดุร้ายและไม่ดุร้ายต่างพากันมาร้องรอบและเฝ้ามองอยู่ๆ ห่างๆ โดยไม่มีท่าทีจะเข้ามาทำร้ายเซนเลยแม้แต่นิดเดียว

    เซนมองภาพโดยรอบด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าการใช้พลังของมุกสวรรค์นั้นจะสร้างปรากฏการณ์เช่นนี้

    ร่างกายของอสรพิษที่กำลังจะตายในไม่ช้าอยู่ๆ ก็กลับมาแข็งแรงดังเดิมราวกับการปรากฏขึ้นของปาฏิหาริย์