ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 74 ไซโคบิสต์ทัล

             



             “ไฮ~ พวกเธอทางนี้”


              เสียงของหญิงสาวที่โบกมือดังขึ้นอย่างสดใสเรย์มองตามเสียงไปก็พบกับสาวสวยที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่วงกิริยางามสง่า


              “แหม... ไม่เจอกันนานเลยนะเรย์คุง ยังจำอาได้อยู่ไหม”


              “คุณอาโคซุเอะสินะครับ”


              เรย์พยักหน้ารับ พร้อมกับโค้งคำนับอย่างมีมารยาทแม้จะเลือนรางไปบ้างตามกาลเวลา แต่เขายังจำเธอได้


              “แหม~ เรียกเอนซุเหมือนตอนที่เธอยังเป็นเด็กแบบเดิมเถอะเราใช่คนอื่นคนไกลเสียที่ไหนกัน”


              เอนซุเท้าศอกกับโต๊ะว่ายิ้มๆ ขณะจิบกาแฟในมือ


              เธอคือ‘โคซุเอะ เอนซุ’ ลูกสาวเพียงคนเดียวและน้องเล็กสุดจากบรรดาพี่น้องทั้งหมดสี่คนเธอเกิดในครอบครัวซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจโลจิสติกส์รายใหญ่ระหว่างประเทศและกำลังขยายตัวอย่างมากในยุคที่มีดันเจี้ยนเกิดขึ้นไปทั่วโลก


              เอนซุนั้นมีใบหน้าสวยคมทรงเสน่ห์ ผิวพรรณงดงามแบบผู้ดีมีตระกูล ผมตัดสั้นสีเขียวสว่างสดใสของเธอตัดรับเข้ากับดวงตาสีมรกตคู่งามเค้าหน้าคมสันอย่างเด่นชัด ยิ่งเสริมภาพลักษณ์ของคนนิสัยร่าเริงกระตือรือร้นบวกกับผิวขาวหุ่นดีของเธอซึ่งดูก็รู้เลยว่าผ่านการคุมอาหารมาอย่างพิถีพิถันแต่งตัวด้วยเชิ้ตดำแขนยาวตัดกระโปรงสั้นสีแดงจึงเข้ากับบุคลิกอย่างน่ารัก


              เรย์คิดว่าส่วนสูงของเธอไม่น่าเกินร้อยหกสิบห้าคาดคะเนจากสายตาเมื่อยืนเทียบกับคางูยะที่สูงเกือบร้อยเจ็ดสิบห้า


              เอนซุมีบุคลิกร่าเริงสดใสทั้งกิริยาและน้ำเสียงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าอยู่ตลอดเวลา


              ในขณะที่คางูยะมีภาพลักษณ์คล้ายพระจันทร์เต็มดวงยามค่ำคืนอันเหน็บหนาวเอนซุก็นับว่าไม่ต่างอะไรจากดวงอาทิตย์ยามเช้าอันแสนจะสว่างสดใสแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเพื่อนรักกันได้


              "จะว่าไปเรย์คุงเธอตัวสูงขึ้นเยอะเลยนะ และดูสุขุมขึ้นด้วยอาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เจอกันเธอยังตัวเท่านี้อยู่เลย"


              เอนซุว่าพร้อมทำมือประกอบ


              "น่าจะบอกว่า'แข็งทื่อ' มากกว่าล่ะมั้งครับดูเหมือนทุกคนจะรู้สึกว่าผมเป็นคนที่คุยด้วยยาก จนไม่มีใครอยากเข้าใกล้"


              เรย์ยิ้มบาง ๆและตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


              "ไม่จริงมั้ง!หน้าเหมือนพ่อขนาดนี้ สาว ๆ ต้องแวะเวียนมาไม่ขาดสายแน่”


              “วันนี้คุณเอนซุก็มาซื้อของเหมือนกันงั้นเหรอครับ”


              เขาเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องและเป็นฝ่ายถามเธอแทน


              “พอได้ยินว่าวันนี้ฉันจะพาเธอไปซื้อของใช้ส่วนตัวก็เลยร้องจะตามมาด้วยให้ได้น่ะค่ะ”


              สีหน้าคางูยะขณะตอบคำถามแทนดูเยือกเย็นไร้อารมณ์เหมือนกับสีหน้ามาตรฐานในยามปกติของเธอ แต่ในดวงตาแฝงแววของอารมณ์ขบขัน เจือด้วยความสงสารเอาไว้บางส่วนด้วย


              “ก็ฉันเหงานี่นาพวกพี่ชายก็ไปติดต่องานที่ต่างประเทศตั้งหลายสัปดาห์กว่าจะกลับส่วนเธอก็เอาแต่ทำงานงก ๆ กว่าจะหาเวลาว่างมาเที่ยวเป็นเพื่อนได้ ป่านนั้นฉันคงเฉาตายอยู่บนที่นอนโดยที่ไม่มีใครมาพบศพแล้วล่ะย่ะ”


              เอนซุทำแก้มป่องส่งเสียงขึ้นจมูกใส่ ขณะที่คางูยะได้แต่ทำหน้าอ่อนใจให้กับคนว่างที่ดันขี้เหงา


              “สรุปติดเพื่อนนั่นเองสินะครับ”


              เขายิ้มขบขัน


              “ใช่จ้ะ”


              เอนซุยกมือขวาขึ้นมาเลียนแบบท่าปฏิญาณตน ล้อเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติจนเรย์เกือบเผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมา


              “ถ้าคางูยะไม่เอาแต่ทำงานอาคงชวนนางออกเที่ยวทุกวันไปแล้ว”


              “ผมเข้าใจเลยล่ะครับ เพราะเพื่อนที่คลิกกันจริงๆ หายากยิ่งกว่าแฟนซะอีก”


              เรย์ออกความเห็นทำให้เขานึกถึงเรื่องราวมิตรภาพในอดีต ที่ตนเองก็เคยมีขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้


              “แต่ข้อความที่เธอฝากผู้หญิงคนนั้นไปบอกนี่จะไม่รุนแรงไปหรือคะ”


              คางูยะเอ่ยถึงเรื่องเมื่อเช้าที่อีกฝ่ายส่งข้อความมาระบายเกี่ยวกับที่เธอพูดว่า ‘คุณพ่อคะได้โปรดเลิกยุ่งกับผู้หญิงพรรค์นี้ซะทีเถอะค่ะ’ให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเข้ามาเกาะแกะพ่อของเธอ


              “หึอายุก็ไม่ได้มากกว่าฉันเท่าไหร่แต่ดันทำตัวเหมือนแม่แล้วสะเออะรับสายแทนพ่อฉันเองนี่นาฉันบอกเรื่องนี้กับพ่อไปตั้งไม่รู้กี่ครั้ง ป่านนี้พ่อคงชินแล้วล่ะ...ที่ฉันพูดซ้ำพูดซากอยู่อย่างนั้นก็เพราะว่าต้องการจะสาปผู้หญิงนั่นต่างหากรู้ไหมว่าคำพูดที่ถูกพูดซ้ำเรื่อย ๆ น่ะสามารถจะบิดเบือนได้กระทั่งความเป็นจริง...เขาเรีบกว่าคำสาปของเด็กผู้หญิงไงล่ะ”


              เอนซุยิ้มเย็นอย่างไม่เกรงกลัว


              เรย์อดคิดไม่ได้ว่าเธอช่างเหมาะกับบทนางร้ายผู้เข้มแข็ง


              “ปีนี้ก็อายุ 35 แล้ว เธอโตเกินกว่าจะทำตัวเป็นเด็กๆ แล้วนะเอนซุ”


              คางูยะส่ายหัวให้กับความเป็นเด็กของอีกฝ่าย


              หลังจากนั้น พวกเขาทั้งสามใช้เวลาช่วงเช้าจนถึงบ่ายคล้อยในการช้อปปิ้งที่ย่านโอโมเตะซันโดซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังจากทั่วโลกบรรยากาศอบอวลไปด้วยความหรูหราและผู้คนเดินขวักไขว่เรย์เดินตามสองสาวไปทุกมุมของย่านนี้ พวกเขาแวะร้านแฟชั่นหลากหลายตั้งแต่เสื้อผ้าทันสมัยไปจนถึงเครื่องประดับหรูหรา


              เรย์เป็นคนแบกถุงช้อปปิ้งเต็มสองมือเดินตามสองสาวอย่างเต็มใจ คางูยะและเอนซุผลัดกันหยิบของจากชั้นวางอย่างสนุกสนานโดยที่คางูยะมักจะคอยดูแลและตามใจเอนซุ เหมือนแม่ที่มาคอยคุมลูก


              เวลาที่เหลือนั้นคือการเดินหิ้วของพะรุงพะรังตามบริการสองสาวราวกับพ่อบ้านส่วนตัว สายตาหลายคู่ที่เจือความอิจฉาน้อยๆ ต่างก็ทิ่มแทงมาทางเขา ขณะเดินระหว่างกลางสาวสวยสองคน เข้าออกร้านเสื้อผ้าผู้หญิงเป็นว่าเล่น


              “อะแวะทางนี้ก่อน ฉันกำลังอยากได้ชั้นในใหม่พอดี”


              เอนซุลากเขาเข้ามาในร้านขายชุดชั้นในสตรีแบรนด์ดัง


              “...เรย์คุงคิดว่าตัวไหนเหมาะกับอามากกว่ากัน”


              เธอเอ่ยถามพร้อมกันหยิบกางเกงชั้นในลายลูกไม้สีต่างๆ ขึ้นมาทาบตัวให้เขาเลือกอย่างหยอกเย้าโดยที่เขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวภายในร้านท่ามกลางสายตาของสาว ๆ ที่กำลังเดินเลือกสินค้า


              “ผมไม่แน่ใจว่าตัวไหนเหมาะกับคุณเอนซุมากกว่าแต่ถ้าถามผมว่าชอบแบบไหนล่ะก็…”


              เรย์ซึ่งเข้าใจเจตนาของเอนซุที่ต้องการหยอกเขาดีจึงก้าวเข้าไปกระซิบพร้อมกับหยิบจีสตริงลายลูกไม้ส่งให้เธอแทน จนเอนซุถึงกับอึ้งหน้าแดงไม่คิดว่าเด็กชายตัวน้อยขี้อายในอดีตจะมาไม้นี้กับเธอ


              “หรือจะเป็นตัวนี้ดีครับ”


              เขาหยิบกางชั้นในลายทาง มีโบสีแดงติดอยู่ตรงกลางยื่นให้เธอ


              เอนซุคล้ายกับเข้าใจความหมายของเรย์หันมามองเขาแวบหนึ่งแล้วหัวเราะ


              "อาไม่ใช่เด็กสิบขวบนะ"


              "ผมก็ไม่ใช่นานแล้วเหมือนกันครับ"


              เขาอมยิ้มกล่าว ไม่ปล่อยให้เอนซุหยอกล้อได้ฝ่ายเดียว


              สุดท้ายจึงได้คางูยะมาลากทั้งคู่ออกจากร้านไปแทนท่ามกลางสายตาและเสียงกระซิบกระซาบของสาว ๆ คนอื่นภายในร้าน



     

              แสงแดดยามบ่ายส่องไปทางร้านกาแฟตรงมุมถนนสายลมพัดผ่านเมล็ดกาแฟหอมกรุ่นให้อาบเป็นสีทอง


              ดอกทานตะวันในกระถางที่บานอยู่บนโต๊ะค่อยๆ หันกลีบดอกไม้เพื่อเพลิดเพลินกับแสงแดดอันอบอุ่น


              เหล่าแมวเหมียวแสนน่ารักกำลังนอนอาบแดดพวกมันกางอุ้งเท้าที่คล้ายดอกไม้บานไปบนขอบหน้าต่างและบิดขี้เกียจอย่างพึงพอใจ


              ไม่ก็โชว์พุงกลม ๆของมันบนโต๊ะกาแฟและส่งเสียงกรนอย่างสบายใจ และท่ามกลางบรรดากลุ่มแมวเหมียวนั้นเรย์เห็นร่างหญิงสาวแสนสง่ากำลังนั่งนิ่ง ๆ ให้เหล่าแมวเหมียวแสนร่างเริงปีนป่ายบางตัวก็เอาหัวไถเธอเบา ๆ


              เรย์แทบไม่เคยเห็นมุมนี้ของคางูยะมาก่อน


              “ไม่สบอารมณ์เลยค่ะทำไมต้องใช้ให้เรามารอในร้านแบบนี้ด้วย”


              เธอเงยหน้ามองมาด้วยดวงตาสีม่วงอันหนักแน่นขึงขัง


              ถึงปากจะว่าแบบนั้นแต่ก็เต็มไปด้วยปฏิกิริยาที่นุ่มนวลและเต็มไปด้วยความระมัดระวังเพราะเกรงว่าจะทำให้แมวน้อยตื่นตระหนก ทั้งที่รอบตัวเธอเหมือนแผ่รังสีน่ากลัวออกมาโดยไม่รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ดูท่าเจ้าตัวเล็กพวกนี้จะกลับชอบเธอเอามากๆ


              เวลานี้นี้พวกเขาทั้งสองอยู่ในคาเฟ่แมวแห่งหนึ่งขณะกำลังรอเอนซุเข้าไปทำธุระในห้างสรรพสินค้าซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ภายในคาเฟ่แมวแห่งนี้บรรยากาศช่างสดใสโต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดวางอย่างลงตัว มีมุมหนึ่งของร้านที่ตกแต่งด้วยหมอนอิงสีสันอ่อนๆ และมีเบาะนุ่มสำหรับให้เหล่าแมวเหมียวนอนพักผ่อนผนังร้านถูกประดับด้วยรูปถ่ายของแมวในอิริยาบถต่าง ๆ รวมถึงภาพวาดฝีมือเด็ก ๆที่มาวาดและฝากไว้ให้กับทางร้าน มีกลิ่นหอมของกาแฟและขนมเค้กลอยอบอวลในอากาศทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าไป


              “ทำไมเธอถึงไม่โดนเจ้าพวกนี้ป่วนบ้างเลยล่ะคะ...ตัวฉันมีอะไรน่าดึงดูดตรงไหนกันฮึ—”


              ปากยังว่าแบบนั้นต่อไปส่วนมือก็ยังเกาพุงให้พวกมันอย่างเท่าเทียมโดยที่ไม่โดนสวบ เพราะสำหรับพุงแมวนั้นเป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุดในร่างกายและส่วนมากตามสัญชาตญาณของพวกมันแล้ว มักจะหวงแหนพุงเป็นที่สุด


              ทว่าสำหรับคางูยะ ดูเหมือนจะได้รับข้อยกเว้น


              “เพราะอาจารย์กับพวกมันมีอะไรบางอย่างที่คล้ายกันล่ะมั้งครับ”


              เรย์ถ่ายรูปเก็บบันทึกภาพหายากที่น่าดึงดูดนี้ไว้ขณะที่หญิงสาวมองค้อนใส่กล้อง ก่อนจะได้เข้าไปช่วยแกะเจ้าแมวเหมียวจอมซนเหล่านั้นออกให้เธอ


              ทว่าช่วงเวลานั้นเอง ได้มีเสียงกรีดร้องโหวกเหวกโวยวายขึ้นทำลายความสงบสุขนั้นอย่างไม่ทันตั้งตัว


              เรย์เห็นภาพผู้คนวิ่งหนีออกจากห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้ามอย่างแตกตื่นเสาเหล็กแท่งเหลี่ยมหลายอันถูกโยนตามหลังออกมาจนข้าวของพังเสียหาย ผู้คนวิ่งกระเจิงออกจากห้างบางคนมีแผลถลอกและเลือดออกตามร่างกายพนักงานร้านค้าและลูกค้าต่างพยายามช่วยกันพยุงผู้ที่ล้มลุกคลุกคลานเสียงกรีดร้องดังขึ้นเป็นระยะ


              “เกิดอะไรขึ้นที่ฝั่งนั้นกันน่ะ!?”


              ลูกค้าที่กำลังเพลิดเพลินภายในร้านต่างเริ่มให้ความสนใจยืนมุงซุบซิบออกันที่มุมผนังกระจกของร้าน


              “เอนซุ!”


              คางูยะที่กำลังดีดตัวลุกขึ้นทว่าถูกเรย์กดไหล่ให้นั่งลงกับที่อย่างใจเย็น


              “อาจารย์โทรแจ้งหน่วยงานอะไรก็ได้ แล้วหลบอยู่ที่นี่ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะเข้าไปตามคุณอาเอนซุเอง”


              เรย์รีบวิ่งไปยังฝั่งตรงข้ามไม่รอให้หญิงสาวได้เอ่ยปากทักท้วง


              เขาพยายามสอบถามคนที่วิ่งสวนออกมาหลายคนแต่ก็ไม่มีใครอยู่ให้คำตอบเขา จนกระทั่งพบชายคนหนึ่งวิ่งหนีหกล้มจนหน้าคว่ำเรย์จึงเข้าไปช่วยพยุงชายคนนั้นขึ้นมา


              “รบกวนช่วยบอกทีว่าข้างในเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอครับ”


              “ฉะ...ก็ไม่แน่ใจ แต่ได้ยินคนเห็นเหตุการณ์บอกว่ามีอัลเตอร์เอโก้กำลังตกอยู่ในสภาวะ ‘ไซโคบีสต์ทัล’ (PsychoBestral) ไล่ทำร้ายผู้คน... เธอเองก็รีบหนีไปซะถ้ายังรักชีวิตอยู่ล่ะก็!”


              ‘ไซโคบีสต์ทัลงั้นเหรอ...นี่มันอาการเดียวกับที่ริเสะเป็นอยู่เลย’


              ชายคนดังกล่าวว่าเสร็จก็รีบหนีตามคนอื่นๆ ไป


              เรย์นึกถึงสิ่งที่คางูยะเคยบอกเขาเกี่ยวกับอาการของริเสะซึ่งตอนนี้ได้มีการเก็บร่างของเธอไว้ที่สถาบันวิจัยแห่งหนึ่ง


              เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นต่อเนื่อง


              เขาได้ยินมาว่าในปัจจุบันสถานที่ราชการ บริษัทเอกชน ห้างร้าน บ้านเรือน ไปจนถึงโรงแรม ล้วนมีเครื่องคอยตรวจจับสัญญาณการใช้พลังงานอีเธอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อคอยรักษาความปลอดภัย


              เรย์วิ่งสวนฝ่าคนที่กำลังหนีตายอย่างแตกตื่นจนเข้ามาถึงกลางห้างได้สำเร็จข้าวของกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่บางส่วนเต็มไปด้วยเศษกระจกและเหล็กที่หลุดร่วงเสียงกรีดร้องยังคงดังอย่างต่อเนื่อง และในช่วงเวลานั้นเองเขาเห็นร่างของชายคนหนึ่งถูกโยนลงมาจากชั้นบนกระแทกพื้นอย่างแรงเรย์รีบวิ่งเข้าไปดูพร้อมกับก้มลงตรวจสอบอาการของชายคนนั้น แต่สิ่งที่เขาเห็นคือร่างที่ไร้ชีวิตและเต็มไปด้วยเลือด

     

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810