Thunder God Emperor จักรพรรดิอัสนีเทพเจ้า

    ภาคที่1 ตอนที่48 ฝ่ามืออัสนีเทวะ!

    ตอนที่48 ฝ่ามืออัสนีเทวะ!

     

    แซด! แซด! ควับ ตูม!

    หัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงที่กำลังจ้องมองเฟิงอี้อย่างฉงนสงสัยนั้นฉับพลันก็ต้องรีบถอยร่นเพราะสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังทำลายล้างที่รุนแรงกำลังกดดันเข้ามาที่ร่าง

    เส้นสายอีสนีสีทองระเบิดแผ่กระจายฟุ้งออกไปทั่วทิศเป็นเสี่ยวฉุนที่ตอนนี้ราวกับว่ากำลังจักคลั่งมันรู้สึกเดือดดาลศัตรูขึ้นมาเป็นอย่างมากที่ศัตรูสร้างบาดแผลให้กับมัน

    คลื่นเส้นสายอัสนีแผ่กระจายออกไปจนทำให้หัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงนั้นต้องถอยร่นออกไปเสี่ยวฉุนก็มิได้คิดจักทำเพียงเท่านี้ฉับพลันนั้นมันพุ่งติดตามศัตรูไปด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

    สัตว์อสูรนั้นแน่นอนว่าทุกตัวมีทักษะเพิ่มการมีชีวิตรอดคือความบ้าคลั่งที่กระตุ้นทุกส่วนในร่างกายของมันให้แสดงพลังรบออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จักทำได้

    เสี่ยวฉุนเองก็มิได้ต่างกันมันก็มีทักษะความสามารถนี้แม้ว่าจักบาดเจ็บแต่ทว่าร่างกายของมันตอนนี้เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ทรงพลังจนราวกับว่ามันดูตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกส่วนหนึ่ง

    “มันคลั่งงั้นรึ?!”

    “แต่มันยังมีสติปัญญา…หึ!”หัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงรู้ดีว่าตอนนี้เสี่ยวฉุนมันแสดงไพ่ตายออกมาแล้วคือทักษะคลั่งของสัตว์อสูร

    และยังเหมือนกับว่าตอนนี้เสี่ยวฉุนก็ยังมิได้ขาดสติมันแสดงทักษะคลั่งออกมาโดยมิได้ขาดสติ!

    สัตว์อสูรระดับกำเนิดเส้นชีพจรปกติมิสามารถทำอย่างนี้ได้แน่นอนอย่างน้อยต้องเป็นสัตว์อสูรระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่9ถึงจักทำได้!

    สวบ!

    ได้ยินเพียงเสียงแหวกอากาศฉับพลันความเร็วของเสี่ยวฉุนก็ระเบิดออกมาสุดขีดมันรวดเร็วเป็นอย่างมากทำให้แทบที่จักทันทีร่างของเสี่ยวฉุนก็มาปรากฏเบื้องหน้าของหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงพร้อมกับตะปบฝ่าเท้าที่มีกรงเล็บแหลมคมดุจคมกระบี่ชักนำเส้นสายอัสนีให้แผ่กระจายออกมาตลอดเวลาราวกับจักกลายเป็นดวงอาทิตย์ที่เจิดจรัส

    “ถอยไป!”หัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงพลันใบหน้าเคร่งเครียดพลังรบที่เสี่ยวฉุนปลดปล่อยออกมาในตอนนี้มันเป็นอันตรายต่อตัวของมันยิ่งนัก!

    ออร่าสีแดงฉานแผ่กระจายออกมาจากร่างกายของหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงจนกลบร่างทั้งร่างของเขาไปจนหมดก่อให้เกิดเป็นรูปร่างของมังกรโลหิตตัวหนึ่ง

    ซูบ!

    มังกรโลหิตอ้าปากกว่างจู่ๆออร่าแดงฉานก็พลันไหลรวมมาอยู่ในปากของมังกรโลหิตออร่าสีแดงฉานเริ่มเจิดจรัสแผ่กระจายออกมาอยู่เนื่องๆ

    ซู่!

    ออร่าสีแดงฉานราวกับเป็นทางสายหนึ่งมุ่งตรงพุ่งพรวดผ่านอากาศออกไปในชั่วพริบตาเห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของมันก็คือเสี่ยวฉุนที่มาพร้อมกับพลังทำลายล้างที่น่าหวาดหวั่น

    ตูม!

    เสี่ยวฉุนฟาดฝ่าเท้าลงปะทะกับออร่าพลังสีแดงฉานที่ราวกับว่าเป็นสายทางนั้นพลังทั้งสองนั้นกดดันกลืนกินไปมาอย่างมิหยุดยั้งจนเกิดเสียงดังกัมปนาทราวกับว่าสวรรค์จักล่มก็มิปาน!

    ครื้น! ครื้น!

    กร๊าซ!

    กระบวนท่าและพลังของทั้งสองสลายไปฉับพลันนั้นหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉาหลิงก็พลันระเบิดออร่าสีแดงฉายออกมากวาดออกไปทั่วทิศทางจนแม้แต่ท้องนภาก็ยังเปลี่ยนสีเป็นสีแดงฉานหากทอดครรลองดวงเนตรขึ้นไป

    “โลกโลหิต!”นี่คือเสียงที่เฟิงอี้และเสี่ยวฉุนได้ยิ้นผ่านโสตประสาทของตนมันคือเสียงของหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงนั่นเอง

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าทำให้ข้าต้องใช้วิชานี้จงดีใจเสียเถิดเจ้าเดรัจฉาน!”

    “วิชาโลกโลหิตของข้าเมื่อพวกเจ้าได้เข้ามาแล้วมิมีทางออกไปได้…ตายเสียเถิด!”จู่ๆร่างของหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงก็พลันเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในโลกโลหิตนี้เสี่ยวฉุนนั้นสัมผัสรับกลิ่นมืดบอดไปหมดเพราะกลิ่นคาวคลุ้งของโลหิตแผ่กระจายออกมาทั่วทั้งอากาศทุกส่วนในเวลานี้

    สัมผัสพิเศษเองก็เลือนรางยิ่งนักนี่เป็นเคล็ดวิชาที่ปั่นปวนศัตรูได้ดียิ่งนัก

    ‘โลกโลหิตงั้นรึ? สิ่งนี้เรียกว่าโลกโลหิตได้ด้วยหรือ?'เฟิงอี้ครุ่นคิดอย่างสบายอารมณ์อยูู่บนก้อนหินเช่นเคยเพราะนี่มันโลกหิตโลกใดกัน? ของเด็กเล่นพรรณนี้ก็กล้าเอ่ยขานว่าเป็นโลกโลหิตหากว่าสหายของเฟิงอี้ยังอยู่คงจักหัวเราะจนสำลักน้ำลายไปเลยเสียก็ได้เพราะว่าหากเอาสิ่งนี้ไปเทียบกับวิชาโลกโลหิตของจริงที่เป็นของจักพรรดิเทพโลหิตแล้วนั้นมันต่างกันราวกับว่าอยู่คนละโลกเลยก็มิปาน

    โลกโลหิตของจักรรดิเทพโลหิตนั้นสามารถที่จักทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในเขตแดนโลกโลหิตนั้นต้องหลั่งโลหิตออกมาอย่างมิอาจต้านทานได้ทั้งยังปิดสัมผัสรับรู้ได้ทุกส่วน!

    ดังนั้นแม้แต่เหล่าเทพปีศาจก็ยังคงเกรงขามในตัวของจักรพรรดิเทพโลหิตมิน้อยยามที่ยังคงมีชีวิตอยู่

    โลกโลหิตที่เฟิงอี้เห็นอยู่ในตอนนี้คือภาพลวงตาดีๆอันหนึ่งเท่านั้นเองและเฟิงอี้ก็มองออกได้ทะลุปรุโปร่งเสียเลยด้วยซ้ำไปว่าหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงนั้นอยู่ที่ใดในเขตแดนโลกโลหิตเด็กเล่นนี้

    “หึหึ…”เฟิงอี้มิสามารถที่จักอดทนที่จักหลุดขบขันออกมาได้จึงเค้นเสียงหัวเราะน้อยๆอย่างแปลกประหลาดอารมณ์ของเฟิงอี้ในตอนนี้ก็ทำให้หวนนึกถึงความทรงจำหนึ่งที่นานมาแล้ว…

    ในตอนนั้นเฟิงอี้อายุเพียง15ปีเท่านั้นมีเด็กชายคนหนึ่งแววตาสดใสสุกสกาวดั่งดวงอาทิตย์ยามเย็นเลือนผมของเด็กชายคนนั้นมีสีแดงฉานดุจโลหิตซึ่งมันดูแสดตาเป็นอย่างมากเด็กชายคนนั้นเข้ามาหาเฟิงอี้ด้วยความตื่นเต้นและร่าเริงพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยร้อยยิ้มที่สดใสว่า

    “ยินดีที่ได้พบ! ข้าเหมาเหมิงจางข้ามีฉายาอันเกรียงไกรในอนาคตว่าจักรพรรดิเทพโลหิต! ข้านั้นเก่งกาจเรื่องควบคุมโลหิตอย่างมิมีใครเทียบ!”

    หลังจากที่เด็กชายคนนั้นเอ่ยขึ้นมาอย่างนี้ตั้งแต่ตอนที่พบกับเฟิงอี้ในครั้งแรกมันก็ทำให้เฟิงอี้ต้องชะงักงันในคำโออวดของเด็กชายเบื้องหน้าว่าในอนาคตตนจักต้องมีฉายาว่าจักรพรรดิเทพโลหิต

    แต่ทว่าหลายร้อยปีผ่านไปเด็กน้อยจอมโออวดผู้นั้นก็สามารถทำได้อย่างที่เอ่ยมุ่งหน้าสู้ดินแดนเทพแม้จักมิมีผู้สนับสนุนหรือหนุนหลังเลยก็ตามและยังเป็นสหายร่วมรบก่อนที่จักสิ้นใจไปในท้ายที่สุดอีกด้วย!

    “เหมาเหมิงจาง…”เฟิงอี้เอื้อนเอ่ยคำนี้ออกมาด้วยความโศกเศร้าแต่ทว่าฉับพลันนั้นจิตสังหารที่ท่วมท้นก็พลันแผ่กระจายออกไปทั่วสารทิศ!

    ควับ!

    แม้แต่ท้องนภาสีแดงฉานที่ถูกเรียกว่าโลกโลหิตก็พลันสั่นไหวพลังสวรรค์ต่างแตกกระเจิงปั่นป่วนไปหมดท้องนภาสีแดงฉานจู่ๆก็พลันกลายเป็นมืดมัวและบิดเบือนมีออร่าสีเหลืองทองผสมปนเปไปกับความมืดมิดนั้น

    “เจ้ามิมีสิทธิ์ตั้งเรียกขานวิชาขยะพรรค์นี้ว่าโลกโลหิต!”เฟิงอี้เอ่ยเสียงเย็นฉับพลันนั้นเส้นสายอัสนีสีทองก็พลันแผ่กระจายออกไปจากร่างของเฟิงอี้จนเจิดจรัสราวกับว่าดินแดนแห่งนี้กลายเป็นโลกแห่งอัสนีก็มิปาน

    เส้นสายอัสนีพุ่งพรวดขึ้นไปบนท้องนภาในชั่วพริบตาเวลานั้นเองก็จับตัวกันกลายเป็นรูปร่างฝ่ามือขนาดใหญ่สีเหลืองทองที่ส่งกลิ่นอายทำลายล้างทำให้ทุกสรรพสิ่งต่างสั่นสะท้านหวาดกลัว

    นี่คือเคล็ดวิชาลับไพ่ตายที่เฟิงอี้ใช้เมื่อยามจวนตัวแล้วจริงๆเท่านั้นถึงจะงัดออกมาแต่ทว่าตอนนี้เฟิงอี้มิได้อยู่ในสภาพจวนตัวทว่าเขากำลังจักสั่งสอนให้มดปลวกรู้สึกสำเหนียกตนเองว่าอย่าได้ริอาจที่จักคิดแอบอ้างใช้ชื่อวิชาของสหายผู้ร่วมเป็นร่วมตายของตนมาก่อกรรมทำเข็ญ!

    นี่มีเท่ากับว่ากำลังทำให้สหายของเขาต้องชื่อเสียงมัวหมองหรอกหรือ?!

    “อะ…อันใดกัน!”

    ตูม!

    ครื้น! ครื้น! ครื้น!

    ฝ่ามืออัสนีสีเหลืองทองเจิดจรัสขนาดใหญ่พลันล่วงหล่นลงมาจากท้องนภาด้วยความเร็วที่น่าตื่นตะลึงบดขยี้ร่างของหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงภายในชั่วพริบตา!

    มิได้มีแม้แต่เวลาทีจักกรีดร้องโหยหวน!

    พื้นปฐพีสั่นสะเทือนจนพฤกษานาๆพันธ์ุรอบๆรัศมี10กิโลเมตรสั่นไหวอย่างรุนแรงบางต้นถึงกับหกโค้นลงมาอย่างมิอาจต้านทานกับแรงสั่นสะเทือนนี้ได้

    คลื่นเสียงระเบิดดั่งลั่นกัมปนาทแผ่กระจายออกไปไกลจนทำให้สัตว์อสูรหรือสัตว์ป่าน้อยใหญ่ต่างตื่นตระหนกจนสะดุ้งทุกหย่อมหญ้า!

     

    จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องThunder God Emperor จักรพรรดิอัสนีเทพเจ้า ที่คุณอ่าน