ตอนที่ 30อสูรน้ำ
เรือฉลามท่องคลื่นได้เดินทางมาถึงน่านน้ำใกล้กับหุบเขาไผ่เขียวเรือที่พวกมันใช้นั่นสามารถล่องได้เร็วมากใช้เวลาแค่ครึ่งวันก็มาถึงระหว่างทางไม่ได้พบเจออุปสรรคใด สามารถมาถึงน่านน้ำได้อย่างราบรื่น
พอเรือมาถึงเขตน่านน้ำแห่งนี้พวกลูกเรือต่างตื่นตัวเตรียมพร้อมตลอดเวลาสายตาต้นหนที่ยืนอยู่บนเสากระโดงเรือสาดส่องไปทั่วผืนน้ำ
พวกเจียงหวู่เฉินตอนนี้นั่งอยู่กับฉินหงเฉิน ท่าทางนางไม่ได้กังวลในสถานการน์ตรงหน้าเท่าไหร่นัก
“น้องชายหลังจากนี้จะกราบเข้าเป็นศิษย์สำนักไผ่เขียว?”
“แน่นอนข้าอยากจะแข็งแกร่งขึ้น จะได้ปกป้องเสี่ยวไป๋ได้”
“โหดูพึ่งพาได้จัง ดูท่าเจ้าจะเป็นห่วงน้องสาวมาก”
“ย่อมแน่นอนเพราะนางเป็นครอบครัวของข้า”เสี่ยวไป๋ได้ยินก็เข้ามากอดแขนหวู่เฉิน พรางยิ้มอย่างอารมดี
“เกอเกอดีที่สุด ฮิฮิ ”
ทันใดนั้นมีเสียงของลูกเรือรายงานดังมาจากข้างนอก“คุณหนูที่ผิวน้ำมีการเคลื่อนไว้โปรดออกมาดูด้วยขอรับ”
ฉินหงเฉินได้ยินก็ถือดาบเดินออกไปจากห้องกัปตันเรือเจียงหวู่เฉินและเสี่ยวไป๋เดินตามไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
รอบด้านนั่นเงียบสนิท มองไล่ไปที่ผืนน้ำไร้วี่แววสิ่งมีชีวิตทันใดนั้นกลับเห็นระลอกคลื่นจากการเคลื่อนไหวใต้น้ำ ตรงเข้ามาที่เรือ
ฉินหงเฉินไม่พิลี้พิไรในมือวาดดาบโคจรเป็นลำแสงสีแดงพุ่งโจมตีไปทีระลอกคลื่นนั้น
ตูม ซูมม
เสียงน้ำกระจายพร้อมปรากฏสิ่งมีชีวิตคล้ายปลาขนาดยักษ์มันโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำอ้าปากโชว์ฟันนับไม่ท้วนอันแหลมคม แต่มีสองอันที่ยื่นออกยาวกว่าซี่อื่นเหมือนดาบขนาดยักษ์
“ยิง”สิ้นเสียงคำสั่งของหญิงสาวทันใดนั้นเรือฉลามท่องคลื่นก็ลั่นปืนใหญ่หลายกระบอกระดมโจมตีไปที่อสูรปลาจนมันร้องโหยหวนพุ่งหนีลงทะเลไป
“อสูรตัวนี้มันปลาเขี้ยวดาบที่เป็นอสูรขั้นบาดาลขั้นสูงนิ”ลูกเรือต่างพูดออกมาอย่างไร้ความกังวล อสูรระดับบาดาลขั้นสูงสุดเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญกายระดับสูงในขั้นเดียวกันปกติอสูรจะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์เล็กน้อยยิ่งสู้ในทะเลเป็นที่ได้เปรียบของมันย่อมสร้างปัญหาได้มากขึ้น
แต่ฉินหงเฉินนั้นอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานไปแล้วอีกทั้งยังแข็งแกร่งกว่านักพรตสร้างรากฐานทั่วไปอยู่หลายส่วนการจัดการอสูรปลาเขี้ยวดาบตัวนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไรมากนัก
ฉินหงเฉินนิ่งเงียบสะกิดร่างขึ้นไปบนเสากระโดงเรือสายตาสอดส่องปล่อยสัมผัสปรานไปที่ผืนน้ำรอบด้านทันใดนั้นที่ด้านซ้ายของเรือก็มีระลอกคลื่นพุ่งเข้าหา
นางเค้นเสียง โคจรกายาปรานสีแดงหุ้มร่างพุ่งออกจากเสากระโด่งเหมือนลูกศรสีแดงพุ่งเข้ากับระลอกคลื่นนั้น
เปรี้ยงงง กรี้สสสส
ปลาเขี้ยวดาบโดนโจมตีเข้าที่หัวจนเลือดนองไปทั่วพื้นน้ำมันมองร่างบางที่ยืนเสียบดาบไปที่หัวมันอย่างเคียดแค้นก่อนจะผลิกร่างหายไปในทะเลพร้อมฉินหงเฉินที่เกาะติดอยู่
"ทำยังไงดีคุณหนูโดนอสูรนั้นลากลงทะเลไปแล้ว!”
“ไม่ต้องกังวลคุณหนูนั้นฝีมือสูงส่งย่อมไม่เป็นอะไร อีกเดี๋ยวก็กลับขึ้นมา”
หวู่เฉินและเสี่ยวไป๋ต่างมองไปที่ผืนน้ำที่ฉินหงเฉินหายไปอย่างกังวล
...........................
ในน้ำทะเลที่ลึกและมืดมิดปลาเขี้ยวดาบนั้นพุ่งว่ายไปด้วยความเร็วเนื่องจากฉินหงเฉินนั้นปักดาบไว้ที่หัวมัน เลือดของมันจึงไหลไปตามทางเป็นสาย
ฉินหงเฉินตั้งใจให้มันลากลงมาในทะเลนางสามารถกลั้นหายใจในน้ำได้เป็นชั่วยามย่อมไม่มีปัญหาแต่นางกลัวว่าอสูรปลาจะกลัวแล้วหนีไป ถ้านางไม่สามารถฆ่ามันได้ในคลานี้ภายภาคหน้ามันย่อมสร้างปัญหาให้ผู้อื่นอีก
นางพยายามโคจรลมปรานเข้าไปในตัวดาบเพื่อให้ลมปรานเข้าไประเบิดร่างอสูรปลาจากภายในหัวของมันระเบิดออกเป็นชิ้นๆเศษซากเลือดเนื้อต่างกระจายไปทั่วน้ำ
ในขณะที่นางจะว่ายกลับไปที่เรือในผืนทะเลที่มืดมิดก็ปรากฏบางอย่างมากมายตรงเข้ามาหานางมันเป็นฝูงปลาเขี้ยวดาบจำนวนเกือบยี่สิบตัว ...นางจะไม่มีปัญหาถ้ามันมีจำนวนน้อยกว่านี้หรือไม่ได้สู้ใต้น้ำ
นางตัดสินใจว่ายขึ้นผิวน้ำถ้าได้อยู่บนผิวน้ำนางน่าจะรับมือพวกมันได้ฉินหงเฉินนั้นเร็วมากแต่ถ้าเทียบกับความเร็วของฝูงปลาเขี้ยวดาบกลับด้อยกว่าเล็กน้อย ก่อนที่นางจะโผล่พ้นผิวน้ำปลาเขี้ยวดาบสองตัวก็เข้าถึงตัวนาง
นางโคจรปรานสีแดงตวัดดาบในมือฟันไปที่หัวของปลาทั้งสองจนมันกระเด็นไปเนื่องจากที่นี้เป็นใต้น้ำท่าดาบของนางสามารถแสดงประสิทธิภาพได้แค่สองส่วนไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ แต่ก็ทำให้มันบาดเจ็บ
ปลาเขี้ยวดาบที่เหลือใกล้เข้ามาฉินหงเฉินฝืนใช้กระบวนท่าฉลามทลายปฐพีใต้น้ำทันใดนั้นกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงดันร่างบางพุ่งขึ้นเหนือน้ำ
ตูมผิวน้ำระเบิดออกมาเป็นคลื่นที่เหนือสุดมีร่างในชุดแดงขี่คลื่นขึ้นมาสูงขึ้นไปในอากาศพร้อมทั้งร่างปลาเขี้ยวดาบ6-7ตัวต่างโดนคลื่นซัดขึ้นฟ้ามาด้วยเมื่อคนบนเรือเห็นภาพนี้ต่างตกตะลึง
“ฉลามทะลวงศึก”
ฉินหงเฉินตวัดดาบกลางอากาศส่งเป็นคลื่นพลังดาบสีแดงผ่าร่างฉลามที่ลอยขึ้นฟ้าระเบิดเป็นสองส่วนทั้งหมด
ปลาที่เหลือต่างพุ่งขึ้นมาจากผิวน้ำกะใช้เขี้ยวดาบอันแหลมคมเพื่อผ่าร่างบางบนฟ้าให้เป็นชิ้นๆเรือฉลามท่องคลื่นลั่นระดมปืนใหญ่เข้าใส่ฝูงปลาเขี้ยวดาบสกัดมันไปได้ส่วนนึง
กลางอากาศไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้ปลาเขี้ยวดาบที่รอดพ้นจากกระสุนปืนใหญ่กับพุ่งมากัดร่างของนางแต่ฉินหงเฉินใช้กระแสลมปรานเบี่ยงร่างออกเล็กน้อยทำให้คมเขี้ยวของปลาได้แค่ฉีกชายเสื้อนางขาดไป
ฉินหงเฉินเสียบดาบไปที่ปลาเขี้ยวดาบตัวนั้นก่อนใช่ร่างของมันเป็นแท่นส่งดีดร่างพุ่งเข้าหาฉลามตัวต่อไปนางก็ใช้ดาบเสียบหัวปลาตัวนั้นก่อนจะใช้ร่างมันเป็นแท่นเหยียบพุ่งไปหาปลาตัวต่อไป
นางทำอย่างนี้ครั้งแล้วเล่าจนลอยตัวกลับมาบนเรือฉลามท่องคลื่นอย่างงดงามตูม ตูม ตูม บนท่องฟ้าปลาเขี้ยวดาบทุกตัวต่างระเบิดออกเพราะพลังปรานที่แฝงเอาไว้
ภาพที่ทุกคนเห็นไม่ต่างอะไรกับการจุดดอกไม้ไฟเศษเลือดเศษเนื้อของอสูรปลาเขี้ยวดาบทั้งหมดต่างปลิวตกไปในทะเลจะเป็นสีโลหิต
“ยอดเยี่ยมสมกับเป็นคุณหนู”
“ดีฆ่าได้ดี”
“คุณหนูฉินจงเจริญ”
“สำนักเราจะต้องยิ่งใหญ่ภายใต้การนำของคุณหนู!”
“ฉินหงเฉินฉินหงเฉิน”
“ฉินหงเฉินฉินหงเฉิน”
“ฉินหงเฉินฉินหงเฉิน”
“ฉินหงเฉินฉินหงเฉิน”
เสียงตะโกนโห่ร้องดังก้องไปทั่วเรือพวกมันความจริงเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งภายใต้การนำของหัวหน้าสำนักฉินแต่หลังหัวหน้าสำนักบาดเจ็บสาหัส ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป
พวกมันพบกับความยากลำบากมากมายในช่วงเวลาหลายเดือนมานี้พอได้เห็นฉินหงเฉินก็เหมือนได้จุดประกายความหวังใหม่ พวกมันพึ่งได้สมบัติมาพยุการเงินอีกทั้งด้วยพรสวรรค์ของคุณหนูบางทีฝึกอีกซัก20ปีอาจจะไปถึงขอบเขตของหัวหน้าสำนักนำพาสำนักคุ้มภัยฉลามขาวกลับไปสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง!
แต่ทันใดนั้นอยู่ๆผืนน้ำด้านข้างก็ระเบิดขึ้นปรากฎอสูรปลาเขี้ยวดาบขนาดใหญ่กว่าเดิม5เท่าอ้าปากเตรียมจะกินเรือเข้าไปทั้งลำคนบนเรือต่างตกตะลึงนี่มันปลาอสูรเขี้ยวดาบที่วิวัฒนาการน์แล้วจนเป็นสัตว์อสูรระดับปฐพี
ฉินหงเฉินหน้าซีดเผือด ในการฆ่าฝูงปลาเขี้ยวดาบก่อหน้าทั้งท่าไม้ตาย ทั้งการใช้ลมปราณแฝงเข้าไประเบิดศัตรูจากภายในนางได้ใช้พลังปรานไปจนหมดแล้ว!