จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 7 ตอนที่ 185 ต่อสู้กับศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์

                กระบี่ยาวแหวกอากาศพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วไป๋หยุนเฟยหน้าแปรเปลี่ยนรีบถีบเท้ากับพื้นสุดแรง ร่างมันพลิ้วออกไปดุจสายลมพริบตาเดียวก็ถอยหลังหลังไปห้าหกวาขณะเดียวกันสายตาก็จ้องเขม็งไปยังทิศทางที่กระบี่ยาวพุ่งออกมา

                “ฉึก!” กระบี่ยาวปักลงกับพื้นตรงที่ไป๋หยุนเฟยยืนอยู่เมื่อครู่กระบี่ปักลงไปไม่ถึงครึ่งเล่มก็พลันระบิดเปลวเพลิงออกเผาพื้นดินโดยรอบในรัศมีครึ่งวาจนไหม้เกรียมส่วนตัวกระบี่สั่นไหวจนเกิดเสียงดัง‘วิ้งวิ้ง’

                ขณะที่กระบี่ยาวปักลงบนพื้นก็มีเงาร่างคนผู้หนึ่งทะยานติดตามออกมามันหยั่งเท้าลงที่พื้นข้างกระบี่พร้อมกับใช้มือขวากุมด้ามจับหมุนร่างชักกระบี่ขึ้นจากนั้นจึงก้าวถอยหลังไปยืนขวางหน้าเด็กสาวเอาไว้

                ผู้มามีหน้าตาธรรมดาดูแล้วอายุรุ่นราวคราวเดียวกับไป๋หยุนเฟยเมื่อหันมองไปยังเด็กสาวซึ่งมีคราบน้ำตาบนใบหน้านั่งคุกเข่าโอบกอดเจ้าหมูหันอยู่สีหน้าจึงค่อยผ่อนคลายลงจากนั้นมันจึงหันกลับไปจ้องมองไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าเดือดดาลพร้อมกับร้องออกมาว่า “เจ้าช่างบังอาจนัก ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร แต่กล้ารังแกศิษย์น้องข้าเจ้าก็ต้องตาย!!”

                การปรากฏตัวของอีกฝ่าย ที่จริงไป๋หยุนเฟยดูออกตั้งแต่เห็นการแต่งกายของมันแล้วว่าเป็นใคร--- ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์

                “ศิษย์น้อง? คิดไม่ถึงว่าเด็กสาวนางนี้ก็เป็นศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์เช่นกัน!” ไป๋หยุนเฟยลอบแตกตื่นมันมองดูชายหนุ่มที่ใบหน้าเกรี้ยวกราดตรงหน้าพร้อมกับประสานมือคารวะ “สหายท่านนี้ เข้าใจผิดแล้ว ที่จริงข้า...”

                “อย่ามาเล่นลิ้น!เจ้าบัดซบไม่รู้จักที่ตาย! ให้ข้าสั่งสอนเจ้าก่อนแล้วค่อยมอบให้ท่านอาจารย์จัดการ!”ผู้ใดจะทราบว่าเจ้าคนที่ชื่อ‘เฟยเหนียน’ผู้นี้กลับไม่เปิดโอกาสให้ไป๋หยุนเฟยได้ชี้แจงมันสะบัดกระบี่ยาวพุ่งเข้าหาทันที ดูจากพลังวิญญาณที่แผ่ออกมา ถึงกับเป็นภูตวิญญาณระดับปลาย!

                “ข้าบอกแล้วว่าเป็นการเข้าใจผิดข้าคือ...” ไป๋หยุนเฟยชะงัก แต่ยังคงคิดจะอธิบายต่อ

                “เฟี้ยว!”

               กระบี่ยาวที่ห่อหุ้มด้วยแสงสีแดงพุ่งทะลวงเข้าใส่หัวไหล่บีบให้ไป๋หยุนเฟยต้องหลบหลีกอย่างเร่งร้อน

                “ข้าเป็น……..”

                “ผัวะ!”

               อีกฝ่ายกระโจนเข้ามาพร้อมกับถีบใส่ท้องน้อยของมัน

                “ข้า……”

                “เคร้ง!” กระบี่ที่ฟันลงมาถูกมันใช้แขนต้านรับเอาไว้

                “……”

                ไป๋หยุนเฟยเริ่มมีโทสะแล้ว

                มีอย่างที่ไหน ไม่คิดแม้แต่จะฟังเหตุผล!ในเมื่อเจ้าไม่ฟัง ข้าก็จะฟาดให้เจ้าลงไปกองกับพื้นแล้วค่อยชี้แจง!

                ไป๋หยุนเฟยแค่นเสียงเย็นชามันไม่คิดจะกล่าววาจาไร้สาระอีก รีบสลับเท้าใช้ออกด้วยท่าเท้าเหยียบคลื่นร่างมันโยกส่ายเล็กน้อยกระบี่ของอีกฝ่ายก็แทงถูกเพียงเงาร่างติดตาจากนั้นไป๋หยุนเฟยหงายร่างเอนหลังพร้อมกับซอยเท้าถอยหลังถี่ยิบเพียงพริบตาเดียวก็ล่าถอยออกไปร่วมห้าวา

                มันยื่นมือขวาออกทวนเปลวอัคคีก็ปรากฏขึ้นเมื่อถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไปเปลวเพลิงที่ร้อนแรงบาดตายิ่งกว่ากระบี่ของอีกฝ่ายก็ทะลักออกไป๋หยุนเฟยยั้งร่างแล้วพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่ายามล่าถอยจากนั้นจึงวาดทวนฟาดขวางใส่หว่างเอวอีกฝ่ายในบัดดล!

                ยามทวนเปลวอัคคีปรากฏขึ้นเฟยเหนียนก็สีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ยามจ้องมองการรุกโต้กลับที่ดุดันฉับไวสีหน้ามันก็กลายเป็นเคร่งขรึมเตรียมรับมือกับทวนที่ฟาดใส่จะยกกระบี่ขึ้นป้องกันก็ดูท่าจะไม่อาจต้านรับไหว แต่เฟยเหนียนเพียงเบิกตากว้างโดยไม่มีที่ท่าว่าจะหลบเลี่ยงมันสะบัดมือเก็บกระบี่เข้าไว้พร้อมกับนำค้อนยักษ์ออกมาในทันทีมือทั้งสองของมันกุมกระชับด้ามค้อนแนบแน่นพร้อมกับร้องออกมาเบาๆจากนั้นจึงฟาดค้อนปะทะใส่ทวนเปลวอัคคีอย่างหักโหม

               นี่เป็นครั้งแรกที่ไป๋หยุนเฟยพบเจอการรับมือท่ากวาดจู่โจมของทวนเปลวอัคคีเช่นนี้ทวนและค้อนปะทะกันอย่างรุนแรงพลังจากการปะทะของอาวุธทั้งสองรุนแรงจนทวนเปลวอัคคีแทบหลุดจากมือแต่เฟยเหนียนเองก็ไม่ถนัดใช้ค้อนเช่นกัน ร่างมันจึงพลิกหมุนออกไปแต่ระหว่างหมุนตัวมันก็เก็บค้อนเข้าไว้ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับไป๋หยุนเฟยในมือก็ถือจักรสีทองที่มีขอบดุจฟันเลื่อยเอาไว้แล้วมันอาศัยแรงเหวี่ยงหมุนตัวซัดจักรในมือหมุนควงฝ่าอากาศจนบังเกิดเสียง‘วิ้งวิ้ง’เข้าหาไป๋หยุนเฟยอย่างฉับพลัน

                ไป๋หยุนเฟยล่าถอยอย่างเร่งร้อนเพิ่งสลายพลังสะท้อนที่มากับทวนเปลวอัคคีได้หมด จักรฟันเลื่อยก็แหวกอากาศดังหวีดหวิวเข้ามาพลังสีทองที่ยื่นขยายจากฟันเลื่อยร่วมสามนิ้วยิ่งทำให้มันน่าหวาดหวั่นขึ้นไปอีกพริบตาเดียวจักรฟันเลื่อยก็มาถึงตรงหน้าไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วแนบแน่นก่อนจะยกทวนเปลวอัคคีขึ้นป้องกัน ได้ยินเสียงปะทะดัง‘เคร้ง’พร้อมกับจักรสีทองถูกสะท้อนออกไป ส่วนไป๋หยุนเฟยกลับต้องล่าถอยไปอีกหลายก้าวชั่วขณะที่จะรุกตอบโต้ก็เห็นอีกฝ่ายกำมือขวาราวกับกุมสิ่งของบางอย่างเอาไว้จากนั้นก็กระชากดึง

                ได้ยินเสียงลมหวีดหวิวแว่วเข้าหูไป๋หยุนเฟยก็สีหน้าแปรเปลี่ยนอีกครา มันรีบเอียงศีรษะตามสัญชาติญาณพร้อมกับยกมือขวาขึ้นแล้วแสงสีทองก็วาบผ่านฉีกแขนเสื้อข้างขวาจนขาดวิ่นได้ยินเสียงเสียดสีแหลมคมบาดแก้วหูดังขึ้นพร้อมกับประกายไฟจากโลหะกระทบกันแลบแปลบที่แท้ก็เป็นจักรสีทองซึ่งถูกปัดกระเด็นไปเมื่อครู่บินวกกลับมาโจมตีใส่อีกครั้ง!

                อีกฝ่ายยกมือขึ้นรับกงจักรสีทองเอาไว้พร้อมกับคลายมือขวาออกเส้นไหมเรียวบางซึ่งมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็นก็ถูกดึงรั้งเข้ามาเก็บไว้ที่ตรงกลางของกงจักร

                การต่อสู้ยกแรกผ่านไปภายในเวลาเพียงชั่วครู่อีกฝ่ายใช้ออกด้วยวัตถุวิญญาณถึงสามชนิดอย่างต่อเนื่องไป๋หยุนเฟยเพียงทันได้ใช้ทวนเปลวอัคคีและปลอกแขนมีดเพลิงเพื่อป้องกันเท่านั้นแต่นั่นก็เป็นเพราะ อย่างแรกมันไม่ได้มีความคิดที่จะต่อสู้เป็นตายกับอีกฝ่ายอย่างที่สองมันยังคงตกตะลึงต่อวิธีการต่อสู้ของอีกฝ่ายอยู่

                “นี่คือวิธีการต่อสู้ของศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์หรือ...”สายตาของไป๋หยุนเฟยทอแววกังขา ก่อนหน้านี้ที่เคยต่อสู้มามันเป็นฝ่ายเปลี่ยนอาวุธไปมาอยู่ตลอดเวลา คาดไม่ถึงว่าวันนี้จะกลายเป็นตรงกันข้ามยามนี้ไป๋หยุนเฟยจึงบังเกิดความคิดผุดขึ้นในใจ --- วัตถุวิญญาณหรือข้าก็มีอยู่ไม่น้อย!

                ทวนเปลวอัคคีมีพลังโจมตีที่รุนแรงหากจู่โจมใส่แล้วอีกฝ่ายหลบไม่พ้นทั้งยังกระตุ้นให้เกิดการระเบิดขึ้นเรื่องราวจะกลายเป็นยุ่งยากขึ้นไปอีกดังนั้นไป๋หยุนเฟยจึงสะบัดมือเก็บทวนไว้ก่อนจะพลิกข้อมืออีกครั้งแล้วมีดสั้นมากมายก็ปรากฏในมือเตรียมที่จะซัดจู่โจมจากระยะไกล

                เฟยเหนียนก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเมื่อพบว่าผู้ที่รังแกศิษย์น้องมีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าตนมันจึงเริ่มมีโทสะและไม่คิดจะยืดเยื้ออีก มันกู่ร้องขึ้นดูท่าแล้วคงคิดจะใช้ท่าไม้ตายออกมา

               เพียงสะบัดมือขวากล่องไม้สีดำสูงครึ่งวากว้างหนึ่งเชียะก็ปรากฏขึ้นที่ตรงหน้าและก่อนที่ไป๋หยุนเฟยจะทันได้ตวัดมือซัดมีดออกเฟยเหนียนก็ถ่ายทอดพลังสีแดงลงไปพร้อมกับผลักโยนกล่องไม้ออก

                มันกลับไม่ได้โยนมาทางไป๋หยุนเฟยแต่กลับโยนขึ้นไปกลางอากาศเหนือศีรษะของตนระหว่างที่ดวงตาไป๋หยุนเฟยทอแววสับสนอยู่นั้น จู่ๆเฟยเหนียนก็ยื่นมือขวาออกนิ้วชี้นิ้วกลางประกบจี้ไปยังกล่องไม้จากนั้นจึงบิดข้อมือพร้อมกับร้องว่า “เปิด!”

                สิ้นเสียงของมันกล่องไม้สีดำก็เปิดออกพร้อมกับบังเกิดเสียงดังจากนั้นแสงสีแดงเจิดจ้าก็ห่อหุ้มกล่องเอาไว้ พร้อมกับเสียง‘แกร๊กแกร๊ก’ที่ดังอย่างต่อเนื่องเพียงพริบตาเดียวก็มีลำแสงนับไม่ถ้วนพุ่งวาบออกจาก‘ตัวกล่อง’

                ไป๋หยุนเฟยเพ่งสมาธิมองดูแต่พริบตาเดียวมันก็หน้าแปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวงมันแตกตื่นจนมีดสั้นในมือแทบจะร่วงลงพื้น ---นั่นไม่ใช่เพียงแค่ลำแสงสีแดงเท่านั้นแต่นั่นเป็นกระบี่นับไม่ถ้วนที่แผ่แสงสีแดงออกมาต่างหากเล่า!

                ไป๋หยุนเฟยสีหน้าเคร่งเครียดมันเบะปากครุ่นคิดในใจว่า ตนเองคิดจะซัดมีดสั้นหลายเล่มเพื่อกดดันอีกฝ่ายที่ไหนได้ฝ่ายตรงข้ามกลับใช้กระบี่โจมตีใส่ราวกับห่าฝน!!

               เห็นได้ชัดว่ากล่องไม้ที่โยนขึ้นไปนั้นคือกล่องใส่กระบี่ เมื่อกระจายออกกลางอากาศก็ราวกับฝนกระบี่ที่ตกลงมาห่าใหญ่--- ด้านในบรรจุกระบี่เอาไว้เท่าใดกันแน่!

               ยามนี้ไม่มีเวลาพอจะให้ไป๋หยุนเฟยพร่ำบ่นได้แล้วกระบี่แต่ละเล่มอย่างน้อยต้องเป็นกึ่งวัตถุวิญญาณ พวกมันแหวกอากาศลงมาดังซู่ซู่ไป๋หยุนเฟยตั้งสติรวบรวมสมาธิก้าวย่างอย่างคล่องแคล่วหลบซ้ายหลีกขวาหลบเลี่ยงฝนกระบี่ที่ตกลงมาไม่หยุดยั้งแม้จะดูว่าล่อแหลมอันตราย แต่มันก็สามารถหลบหลีกในจังหวะวิกฤตได้ทุกครั้งแม้จะดูทุลักทุเลไปบ้างแต่กลับไม่มีกระบี่แม้แต่เล่มเดียวที่จะสามารถสร้างบาดแผลบนผิวกายของไป๋หยุนเฟยได้

                เฟยเหนียนตกตะลึงสุดชีวิตมันใช้วัตถุวิญญาณเฉพาะตัวของตน‘กล่องหมื่นกระบี่’ชั้นปฐพีระดับสูงจู่โจมใส่ แต่กลับไม่อาจทำร้ายคู่ต่อสู้ได้แม้แต่น้อย!แม้มันจะไม่ได้ใช้ออกเต็มกำลัง แต่อีกฝ่ายกลับสามารถหลบหลีกได้อย่างสมบูรณ์ท่าร่างที่พิสดารเช่นนี้ น่ากลัวเกินไปแล้ว!

                ห่าฝนกระบี่หนาแน่นถี่ยิบเพียงช่วงสั้นๆไม่ถึงอึดใจบนพื้นดินก็ปักเรียงรายไว้ด้วยกระบี่ร่วมสามร้อยเล่มแล้วแสงสีแดงเจิดจ้าที่ฉาบย้อมผืนฟ้าก็เริ่มหรี่ลงจนเริ่มปรากฏรูปทรงของกล่องกระบี่ให้เห็นและหลังจากห่าฝนกระบี่ระลอกสองถูกปล่อยออก แสงสีแดงก็จางหายไปยามนี้ปราศจากฝนกระบี่ตกลงมาอีก สุดท้ายกล่องกระบี่ก็ร่วงลงมาสู่พื้น

                หลังจากไป๋หยุนเฟยหลบกระบี่เล่มสุดท้ายพ้นมันก็ลอบถอนหายใจออกมาแต่ยังไม่ทันได้สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก็พลันสัมผัสได้ถึงอันตรายที่มาจากด้านหน้าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองจึงเห็นเฟยเหนียนที่ไม่ทราบพุ่งเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด แต่ยามนี้มันมาถึงเบื้องหน้าพร้อมกับหมัดขวาที่ชกใส่มือขวาของมันสวมถุงมือที่แผ่แสงสีทองออกมากำปั้นมันถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีแดงและทองอยู่โดยรอบ ดูไปเกรี้ยวกราดดุดันยิ่ง

                ไป๋หยุนเฟยแก้วตาหดวูบแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะแตกตื่นแม้แต่น้อยมันชักเท้าขวาถอยหลังครึ่งก้าวพร้อมกับรวบหมัดขวากำแน่น จากนั้นจึงชกหมัดเข้าปะทะกับกำปั้นของอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล

                พลังหมัดเก้าทบ!

                แต่ก่อนที่หมัดทั้งสองจะปะทะกันหมัดอีกข้างซึ่งห่อหุ้มไว้ด้วยพลังสีแดงและทองเช่นเดียวกันก็ชกมาจากด้านข้างหมัดนี้ชกทีหลังแต่กลับถึงก่อน ถึงกับชกใส่ข้อมือของไป๋หยุนเฟย!

                “ปัง!!”

               เสียงหมัดปะทะดังติดต่อกันสองครั้งในจังหวะที่แทบจะพร้อมเพียงไป๋หยุนเฟยรู้สึกถึงแขนขวาที่สั่นสะเทือนก่อนจะสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกที่ส่งผ่านเข้าสู่ร่าง

                สีหน้ามันแปรเปลี่ยนไปขณะเดียวกันก็ร้องในใจ “แย่แล้ว!”

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน