ตอนที่เก้าสิบ Armour of Faith
“ผู้ถือคบเพลิงสนใจร่วมมือกันไหม?”
ผมตะโกนถามข้ามกำแพงน้ำแข็ง
“ชีวิตข้ายอมตายเพื่อจัดการกับพวกนอกศาสนาและพวกวิตถาร ไม่ยอมร่วมมือกับคนต่างศาสนาหรอก”
ชายชราเคราขาวที่ถือดาบที่มีไฟสีขาวลุกโชนอยู่เล็กน้อย
เวลาชักออกมาถือจะมีรอยไหม้ที่อยู่ในมือของเขา
Burned Weapon
อาวุธเผาไหม้
อาวุธที่เพิ่มความรุนแรงในการโจมตีของผู้ใช้ต่อศัตรู
ระยางค์ของดรายแอดที่เหนียวและแข็งแกร่งสามารถหักคอผู้คนที่หลงเข้าไปในป่าได้อย่างง่ายดายนั้นถูกผ่าราวกับเนยที่โดนผ่าด้วยมีดร้อนๆ
ตามค่าสถานะนั้นคนที่ใช้อาวุธเผาไหม้นั้นจะโดนแลกความเสียหายจากไฟเผาต่อร่างกายทำให้ค่าพลังชีวิตลดน้อยลงแลกกับพลังโจมตีที่มากขึ้น
แต่พอมาเป็นในโลกความเป็นจริงเช่นนี้
ที่ผมได้กลิ่นเนื้อที่ไหม้อยู่กับการจับดาบของพวกคลั่งศาสนาพวกนี้
บอกผมได้ว่าบางครั้งค่าสถานะในเกมส์ไม่ได้แปลออกมาสู่โลกความเป็นจริงที่คนอย่าง
พวกคลั่งศาสนา Zealot เท่านั้นที่สามารถใช้การMin-Max ค่าพลังและค่าสถานะอย่างนักเล่นเกมส์ได้
พวกเขาไม่สนใจกับการที่ตนเองจะต้องบาดเจ็บหรือแม้แต่ตายเลยแม้แต่น้อย
“จงสู้ต่อความอัปลักษณ์และชั่วร้ายแห่งราตรีพวกเราคือผู้ถือคบเพลิงในคืนแห่งความมืดคืนนี้และคืนต่อๆไป”
ผู้นำกลุ่มนั้นตะโกนขึ้นอย่างให้กำลังใจ
พวกเขานั้นค่าสถานะทางร่างกายน้อยกว่าพวกดรายแอดและแวมไพร์
นั่นหมายความว่าพวกเขาเลือกที่จะไม่ป้องกันตนเองแต่เลือกที่จะโจมตีศัตรูให้ตายคามือของพวกเขา
แวมไพร์สาวตนหนึ่งโดนดาบที่เผาไหม้ฟันจนร่างกายแตกดับ
“พวกเจ้าที่หลงใหลในความมืดอัปลักษณ์เอ๋ยทำไมพวกเจ้าหลงใหลแต่ในสิ่งฉ้อฉล ทั้งที่ความอมตะที่แท้จริงมีแต่เทพโซลเท่านั้นที่ให้ได้?”
ปึ้ง
กรี๊ซซซ
ก็มีแวมไพร์และดรายแอดที่สามารถโจมตีสะบัดร่างกายของพวกคลั่งศาสนาได้เช่นกันจนพวกเขาหัวหลุดออกจากร่างกายหรือถูกกรงเล็บแทงจนหน้าอกทะลุ
แต่บางครั้งหนึ่งในสาม
ปึง
Armour of Faith
เกราะแห่งศรัทธา
แสงสีขาวสว่างวาบมาป้องกันหน้าที่ที่โดนกรงเล็บของแวมไพร์จนแวมไพร์ชะงักเปิดโอกาสให้บรรดาคนถือคบเพลิงที่ได้รับการปกป้องจากเทพเจ้าของตนเองด้วยอัตราส่วนความน่าจะเป็น1 ใน3 ครั้งต่อการถูกโจมตี
โจมตีกลับด้วยอาวุธเผาไหม้ในมือของตนเอง
“ไม่มีใครสามารถทำลายโล่แห่งศรัทธาของพวกเราได้”
หัวหน้าของผู้ถือคบเพลิงกล่าวอย่างมั่นใจแทบจะแอ่นอกของตนเองให้ฝ่ายตรงข้ามแต่ต้องฟาดดาบที่เผาไหม้ไปที่คนที่ฆ่าตนเองแบบแลกกัน
“ศรัทธาจะปกป้องเรา”
แสงสีขาวสว่างวาบทำให้บาดแผลของหลายคนที่อยู่ในรัศมีของหัวหน้าผู้ถือคบเพลิงเริ่มสมานตัวและพร้อมที่จะสู้อีกครั้ง
หลายคนอาจจะเข้าใจผิดที่คิดว่าพวกสายศาสนานั้นกระจอกจากการที่เรื่องOverlord แสดงการกระทืบพวกสายพาลาดีน
แต่พวกเขานั้นจะแสดงความเก่งกาจออกมาได้ดีมากๆหากพวกเขาเจอกับศัตรูคู่อริของพวกเขา
ว่านักเขียนนั้นอวยกิลด์ของ Overlord มากกว่าที่จะแสดงว่าพวกสายศรัทธานั้นกระจอก
เพราะหากเจอกับคนที่มีค่าการป้องกันด้วยพลังศรัทธาแล้วฝีมือดาบพอพอกันเราก็อาจจะพ่ายแพ้ได้หากอีกฝ่ายหนึ่งได้รับการปกป้องจากเทพเจ้าจริงๆในช่วงชี้เป็นชี้ตายกัน
เราจะกล้าวัดดวงกับคนที่กล้าเสี่ยงตายเพื่อไปพบพระเจ้าของพวกเขาหรือ?