ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 122 ต่อกระดูก

            พอได้ยินประโยคนั้นจ้าวเฟยก็แสดงสีหน้าลังเลอย่างเห็นได้ชัด

            เขาครุ่นคิดสักพักก็ตัดสินใจพยักหน้าตอบรับ ลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหายอย่างน้อยก็ดีกว่าปล่อยให้ขาพิการไร้ค่าเช่นนี้ อย่างแย่ที่สุดก็เหมือนที่เป็นอยู่พิการเช่นนี้แล้ว จะมีอะไรให้ต้องเสียอีก?

            "เช่นนั้นก็รบกวนคุณหนู ช่วยข้าด้วยเถิด!"

            จ้าวเฟยกัดฟันพยักหน้ากำลังจะกล่าวอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตามมาด้วยเสียงเรียกหาของท่านหมอเฉียน "หนูน้อยหว่านเจ้าอยู่ในนี้หรือไม่?"

            เขารู้ว่าซูอี้หว่านน่าจะกำลังตรวจคนไข้อยู่จึงเกรงใจที่จะเข้าไปโดยพลการ คาดไม่ถึงว่าซูอี้หว่านจะตอบรับโดยปราศจากความลังเล“เชิญเข้ามาเถิดเจ้าค่ะ”

            ท่านหมอเฉียนรู้สึกสงสัยอยู่บ้างแต่ก็เปิดม่านผ้าเดินเข้าไป แล้วก็เห็นผู้คนมากมายยืนอยู่ในนั้น

            สองมือยกขึ้นโดยอัตโนมัติคล้ายจะทำความเคารพเซียวจวิ้นอัน แต่แล้วก็ตระหนักได้ก่อนจะเอ่ยสิ่งใดรีบดึงมือกลับ เขาเพียงแค่ผงกศีรษะให้ ก่อนจะหันไปมองซูอี้หว่านอย่างสงสัย"...ผู้นี้คือ?"

            ท่านหมอเฉียนมิคุ้นหน้าจ้าวเฟยนักในเมื่อองครักษ์ข้างกายเซียวจวิ้นอันมีอยู่มากมาย จ้าวเฟยเป็นหน่วยพยัคฆ์อีกทั้งปกติก็มิค่อยปรากฏตัว การที่เขาไม่เคยเห็นจึงมิใช่เรื่องแปลก

            ทว่าจ้าวเฟยกลับทราบฐานะของเขาในดวงตาจึงฉายแววประหลาดใจออกมา "ท่านคือท่านหมอเฉียน?"

            ชื่อเสียงของท่านหมอเฉียนเขาได้ยินมานาน อีกฝ่ายเป็นหมอหลวงที่ดีที่สุดในวัง เป็นหมอประจำพระองค์ของฮ่องเต้แล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?

            ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เขาไม่อาจถามมากความ ได้แต่พยักหน้าให้เป็นการทักทาย

            ส่วนซูอี้หว่านก็ได้กล่าวถึงอาการของจ้าวเฟยให้ท่านหมอเฉียนฟังคร่าวๆ

            "ในเมื่อหนูน้อยหว่านกล่าวเช่นนี้ ข้าก็เชื่อว่าเจ้าต้องมั่นใจ"

            ท่านหมอเฉียนแสดงความเห็นด้วยอย่างยิ่งกับวิธีของซูอี้หว่าน"อีกทั้งสิ่งที่เจ้ากล่าวก็มิผิด ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้หากต้องการรักษาขาให้หายสนิท ก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะไม่ทิ้งร่องรอยอันใดไว้"

            กระดูกขาบิดเบี้ยวไปแล้วหากไม่หักแล้วต่อใหม่ ปล่อยให้มันงอเช่นนั้น ก็ย่อมไม่มีวิธีอื่น

            เมื่อเห็นว่าท่านหมอเฉียนก็กล่าวเช่นนั้นจิตใจของจ้าวเฟยก็ยิ่งแน่วแน่ บัดนี้ก็เริ่มเข้าใจว่าเหตุที่เด็กสาวผู้นี้สามารถสนทนากับท่านหมอเฉียนได้อย่างสนิทสนมย่อมต้องมีบางสิ่งที่พิเศษ ความสามารถทางการแพทย์คงมิได้ด้อยไปกว่าใคร

            ตนเองแค่เห็นว่าอีกฝ่ายยังเยาว์วัยก็ตัดสินใจไปก่อนแล้ว

            เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็รู้สึกผิดอยู่บ้างเมื่อเห็นว่าซูอี้หว่านยังคงมีท่าทีสงบนิ่งก็ยิ่งเกิดความเชื่อมั่นในตัวนางมากขึ้นไปอีก เขากัดฟันแล้วกล่าวว่า"ขาข้างนี้ของข้า ต้องรบกวนคุณหนูแล้ว"

            ซูอี้หว่านพยักหน้าครุ่นคิดแล้วเห็นว่ามิจำเป็นต้องเตรียมการอันใดเป็นพิเศษสิ่งที่จำเป็นล้วนมีพร้อมอยู่ในมิติของตน จึงตัดสินใจเริ่มการรักษาทันที

            ทั้งผู้รักษาและผู้ถูกรักษาล้วนมิมีความเห็นผู้คนอื่นๆ ย่อมมิอาจคัดค้านได้ ในไม่ช้าซูอี้หว่านก็ไล่ผู้คนออกไปจนหมดเหลือไว้เพียงท่านหมอเฉียน เพื่อเตรียมพร้อมช่วยเหลือหากซูอี้หว่านต้องการ

            ซูอี้หว่านหันหลังเดินไปยังตู้ที่อยู่ด้านในหันหลังให้คนทั้งสอง แล้วหมุนแหวนไม้บนนิ้วเล็กน้อย หยิบสิ่งที่จำเป็นออกมาจากมิติจากนั้นจึงถือถาดหันกลับมา มอบจุกไม้ก๊อกอันหนึ่งให้ก่อน

            "กัดสิ่งนี้เอาไว้"

            การหักขาโดยตรงความเจ็บปวดเช่นนั้นย่อมเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมิอาจทนได้เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เขาเผลอกัดลิ้นตนเอง จุกไม้ก๊อกนี้จึงเป็นสิ่งที่ขาดมิได้

            จ้าวเฟยรับมันไปโดยมิลังเลกัดมันไว้ในปาก บัดนี้ซูอี้หว่านก็ได้กำแท่งไม้ขนาดเท่าข้อมือ พร้อมจะลงมือแล้ว

            หลังจากเล็งอยู่หลายครั้งนางก็ลงมืออย่างเด็ดขาด ในตอนที่จ้าวเฟยยังมิได้ทันตั้งตัวก็หักกระดูกขาตรงนั้นลงในคราเดียว

            ซูอี้หว่านควบคุมแรงและตำแหน่งได้อย่างแม่นยำท่านหมอเฉียนอดมิได้ที่จะยื่นมือไปลูบคลำดู ตำแหน่งมิมีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อยเขาอดมิได้ที่จะเลื่อมใสในตัวซูอี้หว่านมากยิ่งขึ้น

            ในฐานะหมอหลวงในวังสิ่งที่เขาได้สัมผัสบ่อยที่สุดคือปัญหาการปรับสมดุลร่างกายการรักษาบาดแผลภายนอกมีไม่มากนัก ประสบการณ์ในการต่อกระดูกขาให้ผู้คนเช่นนี้ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ตอนที่เขาเดินทางในโลกกว้างเคยรักษาผู้ที่บาดเจ็บเช่นนี้

            ตอนนั้นเขาเองก็โชคดีที่สามารถต่อขานั่นให้คนผู้นั้นได้เวลาเดินเหินจึงมิได้แตกต่างจากคนทั่วไปมากนัก หากแต่เวลาเดินเร็วๆก็ยังสามารถมองเห็นความผิดปกติได้อยู่บ้าง

            ยามหวนนึกถึงครานั้นท่านหมอเฉียนก็ยังคงรู้สึกเสียดายไม่น้อย

            เรื่องนี้ทำให้เขาอยากรู้มากยิ่งขึ้นหลังจากที่ซูอี้หว่านต่อกระดูกให้ใหม่แล้วขาของคนผู้นี้จะสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ถึงขนาดไหน

            แต่การบาดเจ็บที่เอ็นและกระดูกเช่นนี้ต้องใช้เวลาพักฟื้นถึงร้อยวันเป็นอย่างน้อยส่วนจะกลับมาเป็นปกติได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ในช่วงแรกคงยังไม่เห็นผลอย่างน้อยที่สุดก็ต้องรออีกสามเดือนถึงจะรู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร

            ขณะที่ท่านหมอเฉียนกำลังใจลอยซูอี้หว่านก็ต่อกระดูกขาให้เข้าที่อย่างคล่องแคล่วทาชั้นยาที่ปรุงขึ้นเป็นพิเศษบนผิวหนังแล้วใช้แผ่นไม้ที่เตรียมไว้ตรึงมันให้แน่นก็เป็นอันเรียบร้อย

            บัดนี้จ้าวเฟยราวกับเพิ่งฟื้นคืนสติเขาอ้าปากออก จุกไม้ก๊อกก็ร่วงหล่นลงจากปาก

            เขานึกขำตัวเองอยู่บ้างจุกไม้ก๊อกนี้ดูเหมือนจะมิได้มีประโยชน์อันใด เพราะเมื่อครู่ที่คุณหนูซูลงมือเขายังมิได้ทันตั้งตัว รอจนกระทั่งรู้สึกเจ็บปวดขี้ผึ้งสีเขียวก็ถูกป้ายทาลงมาแล้ว

            ไม่รู้ว่ายาขี้ผึ้งนี้ทำมาจากสิ่งใดมันทั้งเย็นสบายและสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ความเจ็บแสบราวถูกไฟคลอกพลันบรรเทาลงมากตอนนี้กลับไม่รู้สึกทรมานจนแทบทนไม่ไหวอีกแล้ว

            "ภายในสิบวัน ท่านห้ามลงจากเตียง ข้าจะเปลี่ยนยาให้ท่านทุกวันพึงระลึกไว้ว่าขาข้างนี้ห้ามขยับเขยื้อนโดยเด็ดขาด"

            ซูอี้หว่านเก็บของในถาดพลางกำชับจ้าวเฟย"หากต้องการพักฟื้นให้ดี ต้องใช้เวลาเกือบสามเดือน ห้ามใจร้อนมิเช่นนั้น ข้าก็ไม่กล้ารับประกันว่าขาของท่านจะสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้"

            ความหมายแฝงของคำพูดนี้ก็คือตราบใดที่เชื่อฟังนาง พักฟื้นให้ดี ขาก็จะสามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

            จ้าวเฟยหลังจากที่ได้เห็นฝีมือของซูอี้หว่านแล้วในตอนนี้ก็ยิ่งเชื่อมั่นในตัวนางมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น "คุณหนูซูท่านหมายความว่า ขาของข้าจะสามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จริงหรือ?"

            ซูอี้หว่านพยักหน้า"หากต้องการกลับมาเป็นเหมือนเดิม คงต้องพักฟื้นอีกสักปีครึ่งทว่าหลังจากสามเดือน ขาของท่านก็จะสามารถเดินได้ตามปกติตราบใดที่ไม่ใช้งานหนักจนเกินไป ก็ไม่มีปัญหา"

            ที่จริงแล้วนี่เป็นเพียงการกล่าวเกินจริงของนาง ในความเป็นจริงระยะเวลาสามเดือนก็เพียงพอที่จะทำให้ขากลับมาสมบูรณ์แบบ แต่ที่นางกล่าวเช่นนี้ก็เพราะไม่อยากให้ฝีมือทางการแพทย์ของตนเองดูมหัศจรรย์เกินไป

            ขี้ผึ้งสีเขียวนั่นนางตั้งชื่อให้ว่า ‘ยาสมานกระดูกสร้างเส้นเอ็น’ชื่อนี้ฟังดูมหัศจรรย์มาก ทว่าสรรพคุณยิ่งมหัศจรรย์กว่ามันมีฤทธิ์ในการสมานกระดูกและสร้างเส้นเอ็นอย่างแท้จริงซูอี้หว่านกล้าพูดได้เลยว่า นอกจากนางแล้ว จะไม่มีผู้ใดมีสิ่งนี้ในครอบครองแน่นอน

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367