ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 62 นางถูกหลอก, ค้นพบแล้ว

            มู่จื่อหลิงอ่านอารมณ์บางอย่างได้จากรอยยิ้มแฝงความหมายของอันหย่าดูแคลน

            ใช่ เป็นการดูแคลนดูเหมือนว่าอันหย่าจะมิได้ใส่ใจนางแล้วยังมีความเบิกบานจากการถือไพ่เหนือกว่านางด้วยมือเปล่าที่ไร้อาวุธ

            ขณะนี้นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดอันหย่าจึงแย้มยิ้มเปี่ยมไปด้วยความหมายปานนั้น

            ดูเหมือนองค์หญิงอันหย่าผู้นี้จะไม่เหมือนภายนอกที่อ่อนแอตั้งแต่ต้นจนจบไม่กล่าววาจามากมาย ใช้การกระทำมาแสดงออกเกือบทั้งหมด

            ในที่สุดนางก็รู้แล้วตั้งแต่เริ่มอันหย่าก็แสร้งทำเป็นเล่นละคร แสร้งอ่อนแออันหย่าจงใจให้ตนรู้ว่านางนั้นเสแสร้งเป็นลม

            หากอันหย่าต้องการใช้ประโยชน์จากการแสร้งเป็นลมไปฟ้องไทเฮาจริงคาดว่ายามที่พวกนางมาต้องบอกแผนนี้กับพวกมู่อี๋เสวี่ยไปแล้วให้พวกนางร่วมกันเล่นละคร

            ยามที่นางเป็นลมไปก็แสดงออกได้ชัดเจนยามนั้นคนทั้งหมดล้วนถูกเสียงบันดาลโทสะของนางทำให้ตกใจเข้าทุกคนจึงไม่เห็นว่าอันหย่าเป็นลมไปได้อย่างไร ราวกับว่าอันหย่ากลัวนางมองไม่เห็นจึงจงใจชะงักไปเล็กน้อย ให้นางค้นพบ

            ดูจากการแสดงออกที่ปัญญาทึบของพวกมู่อี๋เสวี่ยแล้วก็รู้ว่าอันหย่าคงมิได้พูดอันใดกับพวกนาง ที่อันหย่าโมโหจนใจเต้นเร็วขึ้นก็จริงครึ่งไม่จริงครึ่งหรืออาจจะถูกคำพูดไม่เข้าท่าของมู่อี๋เสวี่ยทำให้โกรธเข้าจริงๆ

            แท้จริงแล้วเหตุผลที่อันหย่าแกล้งเป็นลมมิได้มีเหตุผลอื่นใดยิ่งมิใช่เพราะจะไปฟ้องต่อหน้าไทเฮา เช่นนั้นสาเหตุที่นางแกล้งเป็นลมก็มีแค่เหตุผลเดียวแล้วหยั่งเชิง!

            เป็นหยั่งเชิงอีกแล้วเหตุใดแต่ละคนจึงต้องหยั่งเชิงนางด้วย!

            เมื่อนึกถึงเหตุผลนี้ขึ้นมามู่จื่อหลิงพลันมีความรู้สึกพ่ายแพ้ของการถูกปั่นหัวเล่น

            ท้ายที่สุดมิใช่นางหลอกพวกอันหย่าแต่เป็นทุกคนถูกอันหย่าเพียงคนเดียวหลอก แล้วนางยังเป็นตัวกระตุ้นสำคัญทำให้คนอื่นร่วมมือกับอันหย่าตามที่วางไว้ จนเกือบออกเป็นละครที่สมบูรณ์แบบ

            ที่แท้นางเป็นคนที่โง่งมที่สุดลงหลุมพรางไปอย่างโง่งม จากนั้นก็คิดเองดีใจเองอยู่ต่อหน้าอันหย่าที่ใช้กลอุบายอยู่

            ใช่แล้วใช้ชีวิตมาสองโลกเช่นนาง เป็นครั้งแรกที่ถูกคนปั่นหัวจนถึงที่สุดความรู้สึกการถูกตบตาเหยียดหยามนั้น ทำให้มู่จื่อหลิงไม่แจ่มใส ไม่แจ่มใสอย่างยิ่ง!

            นางควรรู้อยู่แล้วว่ายุคนี้มิได้เรียบง่ายเหมือนที่คิดเอาไว้ยังคงมีเสือหมอบมังกรซ่อน [1] อันหย่าเพียงคนเดียวก็ปั่นหัวนางอย่างโจ่งแจ้งได้เพียงนี้แล้ว

            เหอะ! วันหน้ามาเยี่ยมเยือนอีกนางควรตั้งตารอหรือไม่?

            หลงเซี่ยวเจ๋อเห็นมู่จื่อหลิงจับจ้องไปยังทิศทางที่พวกองค์หญิงอันหย่าจากไปด้วยสีหน้าท่าทางที่แตกต่างกันออกไป ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ไม่ร้องไห้ นี่มันสีหน้าใดของพี่สะใภ้สามกันเขาจึงถามอย่างกังวลและผดุงคุณธรรมให้มู่จื่อหลิง

            “พี่สะใภ้สามท่านเป็นอะไรกังวลว่าพวกอันหย่าจะไปฟ้องไทเฮาจริงๆ หรือ? อย่ากังวลไปเลยข้าเป็นพยานให้ท่านได้”

            ดวงตากระจ่างใสของมู่จื่อหลิงทอประกายก่อนจะเก็บความรู้สึกไปอย่างเย็นชา

            นางแย้มยิ้มอย่างเรียบๆแม้กำลังยิ้ม แต่ดวงตาใสกระจ่างของนางกลับเฉยเมยอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ครู่หนึ่งนางจึงเอ่ยขึ้น “ไม่มีสิ่งใด นางไม่ไปฟ้องหรอก”

            หากอันหย่าคิดไปฟ้องจริงจะปล่อยให้นางแสดงออกมาอย่างสะเทือนอารมณ์เช่นนี้หรือ? ผู้ที่ใจละเอียดถี่ถ้วนเช่นนี้จะใช้วิธีหยาบๆ มาโจมตีศัตรูหรือ? คำตอบคือไม่มีทาง

            คนประเภทนี้ถ้าซุ่มรอจังหวะแล้ว โจมตีเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ผู้อื่นไร้หนทางจะพลิกขึ้นมา

            แต่ว่าถูกหลอกไปแล้วครั้งหนึ่งโง่ไปแล้วครั้งหนึ่ง นางไม่มีทางโง่อีกเป็นครั้งที่สองแน่ นางไม่มีอำนาจแต่นางมีหัวใจที่ยืนหยัดเข้มแข็ง

            นางไม่เชื่อว่ามังกรแข็งแกร่งจะสู้งูเจ้าถิ่นไม่ได้

            “แต่ว่า” หลงเซี่ยวเจ๋อที่ยังอยากถามสิ่งใดอีกก็ถูกมู่จื่อหลิงตัดบท

            “เอาล่ะ ข้าเหนื่อยแล้วเจ้ากลับไปเถิด นี่คือยามี่ลู่สูตรปรับปรุง ดูวันนี้จะแสดงออกมาได้ดีนักให้เจ้าเป็นรางวัล ใช้อย่างระมัดระวัง อย่าได้ทำหกใส่ตนเอง” มู่จื่อหลิงเอ่ยอย่างเฉยชา

            พูดจบนางก็นำขวดสิ่งนั้นออกมาจากแขนเสื้อโยนให้หลงเซี่ยวเจ๋อ จากนั้นเดินไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาเสี่ยวหานเองก็เร่งติดตามไปด้านหลัง

            หลงเซี่ยวเจ๋อรับขวดยามี่ลู่สูตรปรับปรุงที่เขาหวาดกลัวและอยากได้มาโดยตลอดทว่ากลับไม่ยินดีเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาเห็นพี่สะใภ้สามดูเหมือนว่าจะไม่เบิกบานใจ

            พี่สะใภ้สามเป็นอะไรกันแน่เมื่อครู่นี้ก็ยังดีๆ อยู่เลย นางพูดออกมาเองว่าองค์หญิงอันหย่าจะไม่ไปกล่าวฟ้องแล้วทำไมนางยังไม่ยินดี

            เมื่อมองแผ่นหลังเรียวเล็กและอ้างว้างของมู่จื่อหลิงจากไกลๆใจของหลงเซี่ยวเจ๋อก็ถูกบีบรัดไปด้วย จู่ๆ เขาก็มีความรู้สึกอยากพุ่งเข้าไปปกป้องให้ดีๆขึ้นมา

            หลงเซี่ยวเจ๋อสะบัดศีรษะอย่างแรงคิดอันใดกัน นางเป็นพี่สะใภ้สามของเขา เป็นได้เพียงพี่สะใภ้สามของเขาไม่เปลี่ยนแปลงไปชั่วนิจนิรันดร์

            “องค์ชายหกท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่?” ลุงฝูเห็นหลงเซี่ยวเจ๋อสะบัดศีรษะตนเองแรงๆ จึงถามอย่างกังวล

            “ไม่มีอันใด เปิ่นหวงจื่อกลับแล้วอย่าได้บอกพี่สามว่าวันนี้เปิ่นหวงจื่อมา มิเช่นนั้น...หึๆ”หลงเซี่ยวเจ๋อแกว่งกำปั้นของตน พูดข่มขู่ด้วยสายตาโหดเหี้ยม

            เพียงแต่ ลงฝูไม่พูดหลงเซี่ยวอวี่ก็จะไม่รู้หรือ?

            -

            นางเฝ้ารอคอยมานานให้องค์หญิงอันหย่ากลับมาจากวัดชิงอันทันทีที่องค์หญิงอันหย่ากลับมานางก็นำเรื่องที่เมื่อก่อนมู่จื่อหลิงเป็นเศษเดนเช่นใดเมื่อเป็นฉีหวางเฟยแล้วกำแหงอย่างไร ให้องค์หญิงอันหย่าฟัง

            ด้วยเหตุที่มู่อี๋เสวี่ยรู้ว่าองค์หญิงอันหย่ารักใคร่ชื่นชอบฉีอ๋องเช่นกันจึงอยากแต่งให้เขาทั้งใจ ทว่าไม่สมปรารถนามาโดยตลอดเดิมนางคิดว่าโอกาสที่รอคอยกำลังจะสำเร็จแล้ว องค์หญิงอันหย่าแต่งงานกับฉีอ๋องได้ให้นางเป็นสนมของฉีอ๋องนางก็ยินดี

            นางนึกว่าองค์หญิงอันหย่าฐานะสูงส่งควรจะใช้ไทเฮามากดข่มมู่จื่อหลิงทว่านางไม่เข้าใจมาโดยตลอดว่าเหตุใดองค์หญิงอันหย่าจึงไม่มีทีท่าจะพูดอันใดใช้โอกาสนี้ไปฟ้องไทเฮาเช่นนั้นยังไม่ดีอีกหรือ

            วันนี้ไม่ง่ายดายเลยที่จะมาจวนฉีอ๋องกับองค์หญิงอันหย่าได้ไม่คิดว่าองค์หญิงอันหย่ายังมิทันพูดสิ่งใด ก็เป็นลมหมดสติไปแล้วเป็นลมแล้วเป็นลมอีก หลังฟื้นคืนสติก็จากมาโดยไม่พูดสิ่งใดเหมือนกับไม่มีอันใดเกิดขึ้น

            วันนี้มู่จื่อหลิงแต่งให้ฉีอ๋องเดิมคิดว่าสามารถใช้องค์หญิงอันหย่ามากำราบมู่จื่อหลิงได้ทว่ายามนี้ดูท่าองค์หญิงอันหย่าจะไม่กังวลใจเลยแม้แต่น้อย

            องค์หญิงอันหย่าหมายความว่าอันใดกันแน่คิดจะยอมแพ้?

            มู่อี๋เสวี่ยดูสีหน้าท่าทางขององค์หญิงอันหย่ามาทั้งทางนางยังมีท่าทางอารมณ์แจ่มใส ก็ไม่ยินยอม อยากตักเตือนองค์หญิงอันหย่าอีกครั้ง“อันหย่า ครั้งนี้ที่ท่านเป็นลมไป เป็นพี่สาวข้าทำให้โกรธใช่หรือไม่”

            ยามนี้ดวงตาขององค์หญิงอันหย่าดูเหมือนเต็มไปด้วยม่านหมอกเลือนรางหลังม่านหมอกนั้นกลับฉายความเฉยเมยอันเย็นเยียบเหมือนกับว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุม

            นางมิได้ตอบคำถามของมู่อี๋เสวี่ยในทันทีแต่เลิกผ้าม่านรถม้าขึ้น มองทิวทัศน์นอกหน้าต่างอย่างเพลิดเพลิน

            ครู่ใหญ่มุมปากไร้สีเลือดขององค์หญิงอันหย่าถึงยกขึ้นน้อยๆ “ใช่แล้วอย่างไรไม่ใช่แล้วอย่างไร”

            ได้ยินคำตอบเช่นนี้มู่อี๋เสวี่ยก็ยินดีขึ้นมาเล็กน้อย“ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ พวกเราก็ถือว่ามันใช่ ปกติไทเฮาเอ็นดูท่านที่สุดเชื่อว่าไทเฮาจะต้องยืนหยัดในความยุติธรรมเพื่อท่านแน่”

            อันหย่ามองข้ามคำพูดของมู่อี๋เสวี่ยยิ้มอย่างเฉยเมย “หืม ชายาอ๋องสามเป็นกระสอบฟางไร้ค่าจริงๆ หรือ?”

            วาจานี้เหมือนกำลังพูดกับตนเองแล้วก็เหมือนกำลังถามมู่อี๋เสวี่ย

            ในคำพูดของอันหย่ามีนัยทว่ามู่อี๋เสวี่ยกลับคิดมันอย่างเรียบง่าย “เมื่อก่อนก็เป็นเศษเดนไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ตั้งแต่แต่งให้ฉีอ๋องก็เริ่มเปลี่ยนไป ต้องเป็นเพราะอาศัยฐานะสูงศักดิ์ของตนเองมาข่มเหงผู้อื่นเป็นแน่”

            “จริงหรือ?” อันหย่าไม่ใส่ใจในน้ำเสียงยังมีแววเสียดสีอันเฉยชา

            การแสดงอันมีชีวิตชีวาของมู่จื่อหลิงในวันนี้ทำให้นางต้องหยุดจับตามองจริงๆ ทว่ารู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

            แม้ว่านางไม่สามารถแต่งให้หลงเซี่ยวอวี่ได้นางก็ไม่มีทางปล่อยให้ผู้หญิงคนไหนมาครอบครองตำแหน่งฉีหวางเฟยรั้งอยู่ในจวนฉีอ๋อง

            “ใช่น่ะสิ อันหย่า ข้าจะหลอกท่านได้อย่างไรแต่ว่า อันหย่าเจ้าเข้าวังไปจะบอกเรื่องในวันนี้กับไทเฮาหรือไม่?” มู่อี๋เสวี่ยถามต่ออย่างไม่ยอมแพ้

            อันหย่าเย้ยหยันด้วยความมาดร้าย“ไม่จำเป็น”

            “แต่”มู่อี๋เสวี่ยยังคิดพูดสิ่งใด

            จู่ๆ องค์หญิงอันหย่าก็ปล่อยม่านลงสายตาเย็นเยียบปราดไปที่มู่อี๋เสวี่ยอย่างไร้ความปรานี

            “มู่อี๋เสวี่ยอย่าคิดว่าเปิ่นกงจู่จะไม่รู้ว่าใจเจ้ากำลังวางแผนอันใดเรื่องวันนี้เปิ่นกงจู่จะไม่ซักไซ้ เปิ่นกงจู่ขอเตือนเจ้าไว้อย่าได้คิดเข้าข้างตนเองมากจนเกินไป ตอนนี้เจ้าไสหัวไปได้แล้ว”

            มู่อี๋เสวี่ยได้ยินคำพูดนี้ก็ตกตะลึงไปจากนั้นก็ตกใจกลัวสุดขีด ไม่กล้าแม้แต่จะเชื่อ

            นี่ยังเป็นอันหย่าพี่น้องผู้แสนดีที่คุยกันได้ทุกเรื่องของนางคนนั้นอยู่หรือ? เหตุใดจึงใช้น้ำเสียงเช่นนี้พูดกับนางเหตุใดจึงใช้แววตาเช่นนี้มองนาง

            อันหย่าพูดเรื่องวันนี้? วันนี้นางมิใช่เป็นลมไปหรือนางทราบเรื่องในวันนี้ได้อย่างไร ตั้งแต่อันหย่าฟื้นขึ้นมา นางก็ตามติดอยู่ข้างกายไม่อาจมีคนมาบอกอันหย่าได้ อันหย่าจะรู้ได้อย่างไร

            “อันหย่าท่านฟังข้าอธิบาย” มู่อี๋เสวี่ยหวาดกลัวก็หวาดกลัว นางยังคิดจะกอบกู้อะไรบางอย่างหากไม่มีองค์หญิงอันหย่าแล้ว นางจะยังไปสู้กับมู่จื่อหลิงได้อย่างไร

            อันหย่าพบว่าตนเองเสียกิริยาต่อหน้ามู่อี๋เสวี่ยสีหน้าก็มืดลง พูดอย่างเฉยเมย “ไม่ต้องแล้ว เจ้าไปเถิด”

            มู่อี๋เสวี่ยเห็นเช่นนี้ก็ได้แต่ปิดปากอย่างฝืนใจอนาคตยังอีกยาวไกล นางไม่เชื่อว่าองค์หญิงอันหย่าจะทำเช่นนี้กับนาง

            “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” มู่อี๋เสวี่ยถอยออกจากรถม้าอย่างเชื่องช้า

            หลังจากมู่อี๋เสวี่ยลงจากรถม้าก็มองไปทางจวนฉีอ๋องด้วยสายตาดุร้ายยามนี้ใบหน้าที่ประทินโฉมไว้อย่างงดงามเปลี่ยนเป็นมุ่งร้ายจนน่าขนลุก

            มู่จื่อหลิง ล้วนเป็นเพราะเจ้าความอับอายครั้งแล้วครั้งเล่าในวันนี้ ข้าไม่มีทางลืมต้องมีสักวันที่ข้าเหยียบเจ้าไว้ใต้ฝ่าเท้า

            -

            ศาลากลางน้ำ

            หลงเซี่ยวอวี่เอนกายอยู่บนเบาะอ่อนนุ่มสองมือหนุนใต้ศีรษะอย่างสงบไร้กังวล เป็นภาพผ่อนคลายที่เงียบสงบอันงดงาม

            แต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาวราวหิมะสะอาดสะอ้าน เผยให้เห็นหุ่นเพรียวอันสมบูรณ์แบบอย่างโดดเด่น หล่อเหลาเย้ายวน ต่อให้ยามนี้ดวงตาเย็นเยียบทั้งสองข้างปิดอยู่แต่ทั่วทั้งกายก็ยังคงแผ่บรรยากาศทรงอำนาจอันสูงศักดิ์และถือดีที่คนในพันลี้ไม่สามารถปฏิเสธได้

            กุ่ยหยิ่งและกุ่ยเม่ยกลับมาจากการไปทำภารกิจด้านนอกก็เหาะไปลงหน้าศาลากลางน้ำอย่างเงียบเชียบ

            พวกเขาเห็นหลงเซี่ยวอวี่นอนบนเบาะอ่อนนุ่มอย่างสงบเยือกเย็นก็ราวกับว่าชินชาเสียแล้ว ถอยไปด้านข้างอย่างไร้สุ้มเสียง รออยู่อย่างเงียบๆ

            ผ่านไปนานหลงเซี่ยวอวี่ยังคงหลับตาอยู่ ริมฝีปากเย้ายวนเย็นชาขยับเบาช้าๆเอ่ยอย่างเย็นเยียบ “พูด”

            “นายท่าน ตรวจสอบได้แล้วกู่ควบคุมใจมาจากอำนาจมืดของนิกายกู่ตู๋กู่ควบคุมใจที่เปลี่ยนรูปแล้วมีขนาดเล็กอย่างยิ่งหากมิใช่ผู้เชี่ยวชาญก็ดูไม่ออกเลยแม้แต่น้อยช่วงนี้เพราะเรื่ององค์ชายใหญ่ถูกกักบริเวณ ฮองเฮาจึงดูเหมือนตรอมใจไม่เห็นว่ามีการเคลื่อนไหวใด ส่วนฮองเฮานำหนอนกู่เข้าวังได้อย่างไรนั้นตอนนี้ยังตรวจไม่ได้ขอรับ”ใบหน้าของกุ่ยหยิ่งจริงจัง กล่าวรายงานอย่างนอบน้อม

            ตั้งแต่กุ่ยหยิ่งไปตรวจสอบเบาะแสกู่ควบคุมจิตใจก็ประหลาดใจมาโดยตลอด กู่ควบคุมใจที่คนทั่วไปดูไม่ออก หวางเฟยดูออกได้อย่างไร

            ตีให้ตายเขากล้าไม่เชื่อว่าหวางเฟยที่โอบอ้อมอารีจะเป็นผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงสิ่งที่น่ากลัวประเภทนั้นได้อย่างไรแต่เขาก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี

            กุ่ยหยิ่งพูดจบกุ่ยเม่ยก็รายงานต่อ “ไม่กี่วันนี้หวางเฟยยังไม่มีอันใดผิดปกตินอกจากไปหลิงซั่นถังแล้วก็มิได้ไปที่อื่นอีก รังนกที่นำมาจากในวังไม่ทราบว่านำไปไว้ที่ใดแล้ววันนี้ไปจวนองค์หญิงใหญ่ อยู่ได้ไม่นานก็กลับมากับองค์ชายหกองค์ชายหกนั้นได้พบกันระหว่างทาง ยังมีองค์หญิง...”

            กุ่ยเม่ยยังพูดไม่จบก็ถูกตัดบทเสียแล้ว

            -----------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] เสือหมอบมังกรซ่อนผู้ที่ซ่อนความสามารถเอาไว้

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774