เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 86 สรรพคุณของโอสถผสานพลัง

                เป็นไข่มุกเช่นเดียวกัน!

               สีหน้าของผู้คนโดยรอบต่างก็เปลี่ยนไป เพราะนึกไม่ถึงว่าเมิ่งฝานจะหลอมศัสตราวุธซึ่งเป็นไข่มุกขึ้นมาได้เช่นกัน

               มันเป็นมุกสีดำที่มีขนาดเท่ากับโอสถวิเศษ แต่ผู้คนโดยรอบก็ไม่รู้ว่าวิเศษเช่นไร ในวินาทีต่อมาชายชราชุดสีม่วงก็มองอย่างชะงักงันก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะหลอมมันสำเร็จ วัตถุดิบที่ใช้ทั้งหมดล้วนแต่เป็นวัตถุดิบที่มีฤทธิ์ที่ร้ายกาจทั้งสิ้น แต่อานุภาพของมันนั้น...”

               ศัสตราวุธซึ่งหลอมมาจากวัตถุดิบที่มีฤทธิ์ดุดันร้ายกาจ สีหน้าของผู้อาวุโสของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราล้วนแต่เปลี่ยนไปทั้งสิ้น ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะพวกเขาก็ไม่เคยเห็นวิธีการหลอมศัสตราวุธที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน

               แล้วในเวลาต่อมาเมิ่งฝานก็เอ่ยว่า “ระดับสาม!”

               แม้เขาจะมิได้มีความมั่นใจต่ออัสนีทลายสรวงของตนเองมากนัก แต่ในเมื่อรั่วสุ่ยอีเอ่ยออกมาเช่นนั้นเมิ่งฝานก็พร้อมที่จะลองดูสักครั้ง

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นความฮือฮาพลันดังขึ้นในวิหาร แม้ว่ามันจะเป็นศัสตราวุธระดับสามที่ต่างจากระดับสองเพียงหนึ่งระดับ แต่ก็เป็นระดับที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยก็ว่าได้

               เซี่ยหลันกัดฟันแน่น ก่อนจะเดินขึ้นหน้ามาแล้วเอ่ยเสียงเข้ม “เจ้าบอกว่าระดับสามก็เป็นระดับสามเช่นนั้นหรือ!”

               “ก็ทดสอบมันดูสิขอรับ!”

               ว่าแล้วเมิ่งฝานก็เอามุกเม็ดนั้นออกจากเตาหลอม มองไปยังชายชราชุดสีม่วง แล้วพูดต่อไปว่า “ในการหลอมศัสตราวุธนั้น หากต่ำกว่าระดับห้าก็จะมีความแตกต่างกันเพียงอานุภาพของมันเท่านั้น สิ่งที่ข้าหลอมขึ้นมานี้มีนามว่าอัสนีทลายสรวง หวังว่าจะสามารถทดลองอานุภาพของมันได้!”

               “อนุญาต!”

               ชายชราชุดสีม่วงยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดออกไป เสียงของตงหลายต้าซือก็ดังขึ้นมาเสียก่อน เวลานี้เขามองไปยังเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาอยากรู้อยากเห็น “เหล่าฟูยังไม่เคยเห็นวิธีการหลอมศัสตราวุธเช่นนี้มาก่อน เถิงหลง ท่านช่วยทดสอบอานุภาพศัสตราวุธของเด็กหนุ่มผู้นี้ก็แล้วกัน!”

               ชายชราชุดสีม่วงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินมาอยู่ใจกลางวิหาร เมื่อผู้คนโดยรอบแยกย้ายออกไปรอบนอก ชายชราชุดสีม่วงหรือเถิงหลงก็เอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าหนู ใช้ศัสตราวุธในมือเจ้าโจมตีข้า!”

               ในระหว่างที่เอ่ยวาจาพลันมีพลังปราณสีม่วงแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายเจ้าของเสียง แล้วผสานตัวกลายเป็นชุดเกราะแห่งพลังปราณอันแข็งแกร่ง ปกคลุมไปทั่วร่างของเถิงหลงพร้อมทั้งมีกลิ่นอายแห่งพลังแข็งแกร่งดุจดั่งขุนเขา

               ยอดฝีมือในขั้นเกลาวิญญาณ!

               เพียงชั่วพริบตาที่ผู้คนโดยรอบสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งพลังของเถิงหลงก็ครุ่นคิดขึ้นในใจว่าสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรานั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง นอกจากชายชราชุดสีม่วงเถิงหลงผู้นี้จะเป็นถึงปรมาจารย์จิตศัสตราระดับสี่แล้วนั้นก็ยังเป็นจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณที่อาจจะอยู่ในระดับที่เจ็ดหรือแปดเป็นอย่างต่ำ

               เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานก็ชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นเหล่าเซียนเซิงโปรดระวังตัวด้วยนะขอรับ!”

               ตัวเมิ่งฝานเองก็ไม่รู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วอัสนีทลายสรวงมีอานุภาพยิ่งใหญ่เพียงใด เพียงแค่หลอมมันขึ้นมาตามข้อมูลที่รั่วสุ่ยอีมอบให้ตนเองเท่านั้น ส่วนอานุภาพของศัสตราวุธที่สามารถอยู่ในระดับที่สามได้ก็ต้องทำการพิสูจน์กันอีกที!

               “ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าหนู เจ้าลงมือในส่วนของเจ้าก็พอแล้ว!” เถิงหลงยิ้มแล้วเอ่ยด้วยความมั่นใจ

               เมื่อประสานมือรับนัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์ อัสนีทลายสรวงพลันลอยออกไปจากมือของเด็กหนุ่มพุ่งตรงไปยังเถิงหลงอย่างรวดเร็ว มันเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อยเมื่อชนเข้ากับชุดเกราะของชายชราชุดสีม่วง

               “ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าหนู ดูท่ามันคงไม่ได้มีอานุภาพสักเท่าใดสินะ!”

               ตู้ม!

               เพียงชั่วพริบตาต่อมาวิหารใหญ่พลันสั่นสะเทือนไปทั้งหลังโดยมีเถิงหลงเป็นใจกลางของแรงสั่นสะเทือน ระลอกคลื่นแห่งพลังอันยิ่งใหญ่แผ่ซ่านไปทั่วสารทิศ

               เศษฝุ่นควันคละคลุ้ง ระลอกคลื่นแห่งพลังสาดซัด จอมยุทธ์ผู้มากความสามารถทั้งหลายต่างปกป้องชนรุ่นหลังของตระกูลตนเอง แม้จะเป็นตงหลายต้าซือก็ยังใช้พลังปราณปกคลุมร่างกายของตนเองเอาไว้ บนพื้นมีหลุมขนาดสามเมตรปรากฏขึ้นมา

               ชายชราชุดสีม่วงอย่างเถิงหลงนั่งอยู่กับที่ ชุดสีม่วงของเขาฉีกขาดแทบไม่เหลือชิ้นดี เส้นผมสีขาว ใบหน้าสีดำเต็มไปด้วยร่องรอยที่เกิดจากควันเขม่า ซ้ำยังมีรอยเลือดปรากฏขึ้นที่หัวไหล่ด้วย!

               ทรงอานุภาพถึงเพียงนี้เชียวหรือ!

               ความเงียบงันคล้ายดั่งความตายปกคลุมไปทั่ววิหารใหญ่ในทันใด ทุกคนต่างมองไปยังเถิงหลงด้วยความตกตะลึง ใบหน้านั้นน่าชมยิ่งกว่าเมื่อครู่อย่างมาก

               ทั้งอานุภาพที่แผ่ซ่านเช่นนี้และยังอยู่ในมือของจอมยุทธ์ขั้นหลอมปราณ แต่กลับทำให้จอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณอยู่ในสภาพสะบักสะบอม

               นี่เป็นอานุภาพซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดของศัสตราวุธระดับสาม ทำให้ผู้คนทั้งหลายต่างก็ตกตะลึงอ้าปากค้าง

               หลังจากนั้นไม่นาน เซี่ยหลันที่ยืนอยู่กับที่ก็ได้สติและมีใบหน้าที่เคร่งขรึม ก่อนริมฝีปากสีแดงสวยนั้นจะขยับเพื่อเอ่ยออกมาคำหนึ่ง “ข้ายอม!”

               แม้ว่านางจะทะนงตนเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อได้เห็นศัสตราวุธที่เมิ่งฝานหลอมขึ้นมาก็ทำให้นางรู้สึกคล้ายดั่งว่าตนเองได้เปิดโลกทัศน์ใบใหม่ก็ไม่ปาน

               เมิ่งฝานยกยิ้มอย่างแจ่มใสก่อนจะมองไปยังเถิงหลงแล้วเอ่ยเสียงเข้ม “เหล่าเซียนเซิง ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่ขอรับ?”

               คำพูดนั้นทำให้เถิงหลงได้สติในที่สุด เขามองไปยังเด็กหนุ่มเจ้าของเสียงด้วยความชะงักงันก่อนจะตวาดออกมาเสียงดัง “ไม่นับ ศัสตราวุธที่เจ้าหลอมขึ้นมาสามารถใช้การได้เพียงครั้งเดียว ถือว่าผิดกฎ!”

               เขาเป็นถึงจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณแต่กลับถูกเมิ่งฝานจัดการเสียสะบักสะบอม ย่อมต้องทำให้เขารู้สึกเดือดดาลขึ้นมาเป็นธรรมดา

               เด็กหนุ่มมองไปยังเถิงหลงด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย จึงทำได้เพียงเอ่ยอย่างจนปัญญา “ถ้าอย่างนั้นก็ลองศัสตราวุธระดับสามชิ้นอื่นดีหรือไม่ขอรับ ดูว่ามันจะมีอานุภาพใดอีกหรือไม่”

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นเถิงหลงที่กำลังบันดาลโทสะรีบหุบปากลงในทันใด คล้ายว่าเขาจะเอ่ยอันใดออกมาแต่ก็ไม่กล้า สุดท้ายแล้วจึงทำได้เพียงเงียบไปเท่านั้น

               อานุภาพของอัสนีทลายสรวงน่าสะพรึงถึงเพียงนี้เชียวหรือ!

               ขณะนี้นัยน์ตาของเมิ่งฝานอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นฮึกเหิม

               เขามีวิธีในการหลอมอยู่กับตัว หากในภายหน้าสามารถสร้างมันขึ้นมาได้จำนวนมากจะต้องกลายเป็นไพ่ราชาที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง เมื่อเลือกที่จะดำรงชีพบนเส้นทางแห่งความตายเมิ่งฝานก็จำต้องทำให้ตนเองแข็งแกร่งทรงอานุภาพขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมากเท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น

               หากได้พบเจอกับศัตรูแล้วโยนอัสนีทลายสรวงใส่เพียงไม่กี่ลูกละก็ ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณก็ยังต้องพิการ! ทุกอย่างนี้ต้องขอบคุณเถิงหลงที่ช่วยพิสูจน์อานุภาพของมัน เมิ่งฝานประสานมือเคารพด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

               ไม่ไกลนัก สายตาที่ตงหลายต้าซือมองไปยังเมิ่งฝานเต็มไปด้วยความตกตะลึง ไม่นานจึงเอ่ยเสียงเข้ม “ไม่เลว เจ้าหนู การประลองครั้งนี้เจ้าคือผู้ชนะเลิศ เพียงแต่ไม่รู้ว่าอาจารย์ของเจ้าคือผู้ใดกัน?”

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นสายตาของผู้คนโดยรอบที่มองมายังเมิ่งฝานล้วนแต่แฝงไปด้วยความสงสัยทั้งสิ้น ในเมื่อเขาทรงอานุภาพถึงเพียงนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยย่อมหมายความว่าผู้เป็นอาจารย์จะต้องสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง

               ข้าจะบอกกับผู้คนเหล่านี้ว่าอาจารย์ของข้าเป็นเพียงไข่ใบหนึ่งได้หรือไม่?

               เมิ่งฝานลอบหัวเราะในใจ รู้ดีว่าหากตนเองเอ่ยออกไปเช่นนั้นรั่วสุ่ยอีก็คงจะลอยออกมาฉีกร่างจนขาดสะบั้นเป็นแน่ จึงประสานมือแล้วเอ่ยว่า “ขออภัยด้วยขอรับท่านตงหลายต้าซือ อาจารย์ของข้าไม่อนุญาตให้ข้าเอ่ยนามของท่านต่อผู้อื่น!”

               เมื่อได้ยินเช่นนั้นตงหลายต้าซือก็พยักหน้ารับ รู้ดีว่าโดยปกติแล้วปรมาจารย์จิตศัสตราที่แข็งแกร่งทั้งหลายมักเก็บตัวอยู่เพียงลำพัง ดังนั้นจึงเอ่ยเสียงเบา “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็เอาเถอะ สิ่งที่เจ้าหลอมขึ้นมาในครั้งนี้เป็นศัสตราวุธระดับสาม ฉะนั้นซวินจางที่เจ้าควรได้รับก็จะเป็นซวินจางระดับสามเช่นกัน คนอื่นๆ ก็ไปรับของรางวัลจากสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราได้เช่นกัน ส่วนเจ้า เมิ่งฝาน...รางวัลของเจ้าคือโอสถผสานพลัง!”

               เมื่อสิ้นเสียงนั้นนัยน์ตาของเมิ่งฝานพลันมีความดีใจปรากฏขึ้นมา เขานึกไม่ถึงเลยว่าการเดินทางมายังสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราของตนเองในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับซวินจางแล้วยังได้รับโอสถผสานพลังไปด้วย

               รอบกายเขาเต็มไปด้วยสายตาของความอิจฉาและตกตะลึง ผู้คนจำนวนไม่น้อยซุบซิบสนทนาเพราะอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วเมิ่งฝานเป็นใครมาจากที่ใด

               ภายใต้สายตาของผู้คนนับหมื่นนั้น เมิ่งฝานได้รับซวินจางจากมือของตงหลายต้าซือแล้วนำมันใส่ไว้ในสาบเสื้อที่หน้าอก

               ก่อนเตรียมตัวจากไปในเวลาต่อมา ได้รับของล้ำค่ามาแล้วยังอยู่ที่เดิมก็แปลก

               “เจ้าหนู เจ้ามีพรสวรรค์เช่นนี้ก็สามารถอาศัยอยู่ในเมืองไท่หยางได้ สมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราแห่งนี้ยินดีต้อนรับเจ้าทุกเวลา ถือว่าเจ้าเป็นคนของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์ใดในที่แห่งนี้ก็สามารถศึกษาได้ทุกเล่ม!” เสียงของตงหลายต้าซือเอ่ยอย่างจริงจัง นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความวาดหวัง

               เมิ่งฝานได้ยินแล้วเอ่ยถามเสียงเข้ม “จะไม่ถูกควบคุมหรือถูกบังคับจากกฎใดใช่หรือไม่ขอรับ?”

               “ไม่ต้อง!”

               ตงหลายได้ยินแล้วหัวเราะเสียงเบาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “สมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราผ่อนคลายที่สุดแล้ว หากเจ้าไม่ต้องการร้องขอสิ่งอื่นใดสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราก็จะไม่ก้าวก่ายการกระทำของเจ้า หากมีใครคิดจะทำร้ายเจ้าก็สามารถมาหลบอยู่ที่นี่ได้ หากไม่ใช่สิ่งที่เกินงามสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราก็สามารถออกหน้าแทนเจ้าได้!”

               เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของเมิ่งฝานก็เปลี่ยนไป เขาไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราถึงแข็งแกร่งได้ในพรมแดนจตุทิศแห่งนี้ เพียงแค่วิธีการเมื่อครู่ก็ทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกดีด้วยแล้ว

               นิสัยของปรมาจารย์จิตศัสตราค่อนข้างแปลกและเก็บตัว ซึ่งวิธีการนี้ก็สามารถทำให้ทุกคนเชื่อมสัมพันธ์กันได้

               หลังจากครุ่นคิดได้ชั่วครู่เมิ่งฝานก็พยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนแล้วขอรับ ข้าน้อยอยากจะอาศัยอยู่ในสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราแห่งนี้สักระยะ!”

               เขาไม่ได้สนใจในอิทธิพลของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราเท่าใด แต่คัมภีร์โบราณภายในสมาคมแห่งนี้กลับมีแรงดึงดูดไม่น้อย

               “ดี!” ตงหลายต้าซือพยักหน้ารับแล้วผายมือออกไป ครู่หนึ่งก็มีคนมาคอยจัดการให้ เมิ่งฝานจึงจากไปท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย

               เมื่อเห็นว่าเมิ่งฝานได้รับโอสถผสานพลังแล้วจากไปในทันที เซี่ยหลันก็กัดฟันและกระทืบเท้าด้วยความไม่สบอารมณ์

               ก่อนหน้านี้นางประมาทอีกฝ่าย แต่ภายหลังคนผู้นั้นกลับแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างน่าตกตะลึง ถึงขั้นที่แม้แต่ตัวนางเองก็ยังถูกสยบไปด้วย มันไม่ต่างกับการตบหน้าตนเองเลยแม้แต่น้อย ดูท่าน้องชายผู้นี้จะไม่ธรรมดาจริงๆ

               แต่ทางฝั่งของเมิ่งฝานนั้นกลับหาได้สนใจสิ่งใดไม่ เวลานี้ได้มาถึงห้องที่สมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราเตรียมไว้ให้แก่ตนเองแล้ว ภายในห้องที่เงียบสงบและมีการจัดวางสิ่งของอย่างเรียบร้อยนั้น มีแค่เขาอยู่เพียงลำพัง

               ต่อมาเมิ่งฝานจึงนำโอสถผสานพลังออกมา เขารู้มาตั้งแต่เด็กว่าประโยชน์ที่สามารถกลืนลงท้องได้จึงจะเรียกว่าประโยชน์ที่แท้จริง

               หลังจากที่มองมันอยู่ชั่วครู่เมิ่งฝานก็กลืนมันลงท้องไปอย่างไม่ลังเล

               มีความร้อนรุ่มเกิดขึ้นในท้องของเมิ่งฝานในทันใด ก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ต่อมาก็คล้ายดั่งว่าเลือดลมในตัวเดือดพล่านพร้อมกับขุมพลังอันยิ่งใหญ่ที่แผ่ซ่านออกมาจากทั้งร่างของเด็กหนุ่ม

               วัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่นั้นมีสรรพคุณที่ยิ่งใหญ่รุนแรง ฤทธิ์ยาแล่นไปทั่วร่าง เมิ่งฝานจำต้องกัดฟันแน่นพร้อมกับหลอมผสานพลังอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ภายในร่างกาย

               อานุภาพอันยิ่งใหญ่ของโอสถทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นและรู้สึกคล้ายดั่งมีม้าควบอยู่ในร่าง ร้อนแรงดุดันไร้เทียมทาน

               หย่า!~

               เมิ่งฝานตวาดเสียงต่ำก่อนกล้ามเนื้อบนร่างจะปูดนูนขึ้นมา พลังปราณแล่นทะยานไปทั่วร่างอย่างไม่หยุดยั้ง แม้แต่พลังปราณที่อยู่ในธรรมชาติก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย เวลานี้มันไหลเวียนตามการเคลื่อนตัวของพลังปราณภายในร่างกายของเขาที่กำลังทะลวงอุปสรรคกายา

               หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง...

               หากเป็นเวลาปกติแล้วเมิ่งฝานก็หาได้สามารถบรรลุอย่างง่ายดายเพียงนี้ไม่ แต่ในวันนี้เขากินโอสถผสานพลังเข้าไปจึงอาศัยฤทธิ์ยาที่ร้ายแรงเพื่อก้าวไปยังประตูบานใหญ่ของขั้นหลอมปราณระดับที่ห้า

               ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเวลาผ่านพ้นไปนานเท่าใด เมื่อเมิ่งฝานลืมตาขึ้นมาก็พบว่าการเคลื่อนตัวอย่างถาโถมของพลังปราณรอบกายนั้นสงบลงแล้ว และเขาเองก็ได้เลื่อนระดับพลังของขั้นหลอมปราณไปยัง...ขั้นหลอมปราณระดับห้า!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน