หลังจากรวบรวมเบาะแสจาก 'ซากโบราณสถานเวทมนตร์' และทำความเข้าใจถึงภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าอย่าง 'เงาแห่งหายนะ' หลี่ชิงก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามาในใจ เขารู้ว่าการแก้แค้นส่วนตัวนั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของการต่อสู้ที่กำลังคืบคลานเข้ามา การต่อสู้เพื่อชะตากรรมของโลกที่เชื่อมโยงกับพลังงานโบราณอันลึกลับ ความรู้ใหม่นี้ผลักดันให้เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น และต้องรีบเร่งให้เร็วกว่าที่เคยเป็นมา
เขามุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในทวีป นั่นคือ 'ดินแดนรกร้างแห่งความว่างเปล่า' เป็นพื้นที่ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเมืองโบราณที่ถูกทำลายล้างโดย 'รอยแยกมิติ' ขนาดใหญ่เมื่อหลายร้อยปีก่อน บัดนี้มันกลายเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยพลังงานที่บิดเบี้ยวและไม่เสถียร มีมอนสเตอร์ที่แปลกประหลาดและทรงพลังโผล่ขึ้นมาจาก 'รอยแยกแห่งความว่างเปล่า' เป็นครั้งคราว แม้แต่ฮันเตอร์แรงค์ A+ ก็ยังหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปในพื้นที่ส่วนลึกของที่นี่ เว้นแต่จะมีภารกิจสำคัญจริงๆ
เมื่อหลี่ชิงย่างเท้าเข้าสู่ 'ดินแดนรกร้างแห่งความว่างเปล่า' เขาสัมผัสได้ถึงอากาศที่หนักอึ้งและกลิ่นอายของความว่างเปล่าที่กัดกินทุกสิ่ง พืชพรรณเหี่ยวเฉา ดินแดนแห้งแล้งแตกระแหง มีหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่และรอยแยกที่ไม่รู้จบปรากฏอยู่ทั่วทุกหนแห่ง พลังงานสีดำอมม่วงจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ สร้างความรู้สึกกดดันที่น่าอึดอัด
เขามุ่งหน้าไปยังส่วนลึกที่สุดของดินแดนรกร้าง ที่นั่นมี 'รอยแยกแห่งความว่างเปล่า' ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ปรากฏอยู่กลางหุบเหวลึกที่ดูราวกับปากของอสูรที่อ้ากว้าง มอนสเตอร์ที่ออกมาจากรอยแยกนี้แข็งแกร่งกว่าที่อื่นมาก และมีคุณสมบัติแปลกประหลาดที่ทำให้การต่อสู้ยากยิ่งขึ้น หลี่ชิงจัดการกับ 'อสูรเงามิติ' ระดับเลเวล 78 ที่ปรากฏตัวขึ้นจากรอยแยกอย่างรวดเร็วด้วยการใช้ [มหาคลื่นดาบพิฆาต] การโจมตีของเขาแข็งแกร่งพอที่จะสลายร่างเงาของพวกมันได้ในพริบตา แต่พวกมันก็ว่องไวและสามารถสร้างความสับสนได้มาก
'พลังโจมตีของฉันสูงมากก็จริง... แต่ความเร็วของพวกมัน และพลังป้องกันของฉันก็ไม่ได้โดดเด่นมากนักเมื่อเทียบกับศัตรูระดับสูงขนาดนี้' หลี่ชิงคิดในใจ 'ต้องจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด ไม่งั้นจะเสียเปรียบ' เขาต้องใช้ [ดาบเงาลวงตา] และ [กำแพงดาบ] อย่างต่อเนื่อง เพื่อหลบหลีกการโจมตีที่รุนแรงของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่เขาเดินลึกเข้าไปในหุบเหวที่มืดมิด หลี่ชิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ 'เงาแห่งหายนะ' ที่เข้มข้นอย่างน่าตกใจ พลังงานมืดที่แผ่ออกมานั้นคุ้นเคย แต่ก็รุนแรงกว่าที่เคยเจอมาหลายเท่า เขาหยุดชะงัก สัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้อง
จากเงามืดที่บิดเบี้ยว ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นช้าๆ มันคือชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสง ดวงตาของเขาไม่มีลูกตา มีเพียงความว่างเปล่าสีดำสนิท และพลังงานสีดำอมม่วงเข้มข้นแผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างน่าสะพรึงกลัว หลี่ชิงสัมผัสได้ทันทีว่านี่คือศัตรูที่ไม่ธรรมดา ระดับพลังที่แผ่ออกมาจากชายคนนั้นเทียบเท่ากับฮันเตอร์ระดับ S+ หรืออาจจะสูงกว่านั้นเล็กน้อย ราวกับเป็นตัวตนที่มาจากอีกมิติหนึ่ง
"เจ้าเศษขยะ…." เสียงของชายคนนั้นแหบพร่าและดังก้องราวกับมาจากก้นบึ้งของความว่างเปล่า มันเป็นน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงด้วยความรังเกียจอย่างลึกซึ้ง "แกเป็นใครกัน..."
หลี่ชิงขมวดคิ้ว เขารู้ว่านี่ต้องเป็นหนึ่งในผู้นำสูงสุดของ 'เงาแห่งหายนะ' อย่างแน่นอน
"ฉันมาเพื่อกำจัดพวกแก" หลี่ชิงตอบเสียงเรียบ
"โง่เง่า" ชายผู้นั้นกล่าวตอบอย่างเชื่องช้า แต่แววตาที่ว่างเปล่าของเขากลับสั่นไหวด้วยพลังงานมืดที่น่าสะพรึงกลัว "ชายที่อยู่ตรงหน้าหลี่ชิงคือ 'อาซาเซล'... 1ใน4ผู้บัญชาการแห่ง 'เงาแห่งหายนะ'"
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นในทันที! อาซาเซลไม่รอช้า เขายกมือขึ้น พลังงานสีดำอมม่วงพุ่งเข้าใส่หลี่ชิงอย่างรวดเร็วราวกับกระสุน หลี่ชิงใช้ [ดาบเงาลวงตา] หลบการโจมตีแรกได้อย่างง่ายดาย แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากพลังงานนั้น ราวกับว่าอากาศรอบตัวถูกฉีกขาด
หลี่ชิงพุ่งเข้าหาอาซาเซลด้วย [ฟันดาบฉับพัน] พลังดาบของเขาเฉียบคมและรุนแรง แต่เมื่อปะทะเข้ากับพลังงานสีดำที่ห่อหุ้มร่างของอาซาเซล ดาบของเขากลับไม่สามารถสร้างบาดแผล ราวกับว่าอาซาเซลมีเกราะป้องกันที่มองไม่เห็นและแข็งแกร่งเกินกว่าที่พลัง 70% ของเขาจะทำลายได้
"แค่นี้งั้นหรือ?" อาซาเซลกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "แกมันก็แค่... ขยะ"
อาซาเซลตอบโต้ด้วยการพุ่งเข้าใส่หลี่ชิงด้วยความเร็วที่น่าตกใจ เขาใช้กรงเล็บสีดำที่ทำจากพลังงานมืดเข้าโจมตีอย่างรุนแรง หลี่ชิงต้องใช้ [กำแพงดาบ] ป้องกันการโจมตีที่รุนแรงและต่อเนื่อง แต่ทุกครั้งที่ปะทะกัน ร่างกายของเขาก็ถูกกระแทกจนชาไปหมด และพลังป้องกันของเขาก็ไม่สามารถรับการโจมตีเหล่านั้นได้อย่างต่อเนื่อง
"แกมันอ่อนแอ..." อาซาเซลกล่าว เขาใช้สกิล [เงาแห่งความว่างเปล่า] ร่างของเขาแยกออกเป็นสามร่าง พุ่งเข้าโจมตีหลี่ชิงพร้อมกันจากสามทิศทาง หลี่ชิงต้องใช้ [ดาบเงาลวงตา] อย่างต่อเนื่องเพื่อหลบหลีก แต่การโจมตีที่ประสานกันของพวกมันนั้นรวดเร็วและคาดเดายากเกินไป
ฉัวะ!
กรงเล็บเงาของอาซาเซลร่างหนึ่งกรีดผ่านแขนซ้ายของหลี่ชิงอย่างรุนแรง เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากรอยแผล เขาถูกซัดกระเด็นไปปะทะกับผนังหุบเหวอย่างรุนแรง ร่างกายกระแทกเข้ากับหินจนเจ็บปวดไปทั้งร่าง
'แข็งแกร่งเกินไป... แบบนี้แม้จะใช้พลัง 100% ก็ยังไม่พอ' หลี่ชิงคิดในใจ เขากินโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างรวดเร็ว แต่ก็รู้ว่ามันจะไม่ช่วยอะไรได้มากนักในสถานการณ์นี้
อาซาเซลไม่รอช้า เขาก้าวเข้ามาใกล้หลี่ชิง ดวงตาที่ว่างเปล่าของเขาส่องแสงสีดำอมม่วง เขาสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าของหลี่ชิง
"ยอมแพ้ซะ... นักดาบแห่งเงามืด... แกจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่า!" อาซาเซลยกมือขึ้น พลังงานมืดเข้มข้นกำลังก่อตัวขึ้นที่ปลายมือของเขา เตรียมที่จะปล่อยการโจมตีสุดท้ายที่จะบดขยี้หลี่ชิงให้สิ้นซาก
หลี่ชิงรู้สึกถึงความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามา เขารู้ว่าถ้าเขายังคงจำกัดพลังไว้ที่ 70% เขาจะต้องตายอยู่ที่นี่
'ไม่... ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้!' ดวงตาของหลี่ชิงลุกโชนไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ภาพของครอบครัวที่ถูกสังหารผุดขึ้นมาในห้วงความคิด คำสาบานที่จะล้างแค้นก้องอยู่ในใจ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมพลังงานทั้งหมดที่เหลืออยู่ในร่างกาย พลังงานที่เคยถูกเก็บงำไว้ ถูกกดทับไว้ ถูกจำกัดไว้... บัดนี้มันกำลังถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่มีขีดจำกัด!
วูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!
ออร่าสีเงินบริสุทธิ์ระเบิดออกมาจากร่างของหลี่ชิงอย่างรุนแรง มันไม่ใช่แค่พลังที่เข้มข้นกว่าเดิม แต่มันคือความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ราวกับว่าม่านหมอกที่เคยปกคลุมพลังที่แท้จริงของคลาส [ดาบ] ได้ถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายของหลี่ชิงเร่งความเร็วขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ความเร็วที่บิดเบือนมิติรอบตัวจนอากาศสั่นสะเทือน ดาบเหล็กดาราในมือของเขาส่องแสงเจิดจ้าจนแสบตา
"แก... นี่มันพลังอะไรกัน!" อาซาเซลอุทานด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก ดวงตาที่ว่างเปล่าของเขาสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่บริสุทธิ์และมหาศาลที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากที่เคยสัมผัสมา
หลี่ชิงไม่ตอบ เขาใช้ [ดาบเงาลวงตา] พุ่งทะยานเข้าหาอาซาเซลด้วยความเร็วที่บ้าคลั่งยิ่งกว่าที่เคยทำได้ เขาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอาซาเซลในพริบตา พร้อมกับ [ฟันดาบฉับพลัน] ที่ถูกเสริมพลังด้วย 100% ของความสามารถ ดาบเหล็กดาราฟันเข้าที่ร่างของอาซาเซลอย่างรุนแรง
ฉึ------กกกกกกก!!!
เสียงเนื้อหนังถูกฉีกขาดดังก้อง ผิวหนังสีดำของอาซาเซลปรากฏรอยบาดแผลตื้นๆ ไม่ลึกมากนัก แต่เลือดสีดำเข้มก็ไหลซึมออกมา มันเป็นรอยบาดแผลแรกที่หลี่ชิงสามารถสร้างขึ้นได้บนร่างของอาซาเซล พลังงานสีดำที่ห่อหุ้มร่างของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"ฮึ่ม..." อาซาเซลพึมพำอย่างรำคาญ ไม่ได้แสดงความเจ็บปวดมากนัก แต่ดวงตาที่ว่างเปล่าของเขากลับจับจ้องมาที่หลี่ชิงด้วยความสนใจที่เพิ่มขึ้น
หลี่ชิงรู้ว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะหนี เขากัดฟันแน่น ร่างกายของเขาเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหวจากการระเบิดพลัง 100% ออกมา เขายังไม่สามารถต่อสู้ในระดับนี้ได้อย่างต่อเนื่อง
เขาใช้ [ดาบเงาลวงตา] อีกครั้งอย่างรวดเร็ว พุ่งทะยานผ่านอาซาเซลและหายลับไปในเงามืดของหุบเหว เขาไม่หันกลับไปมอง ทิ้งให้อาซาเซลยืนนิ่งอยู่เพียงลำพังกลางความว่างเปล่า
"หนีไปงั้นหรืออาซาเซลเอ่ยพร้อมมองดูที่แผลของตัวเองที่ค่อยฟื้นฟูอย่างเชื่องช้า... น่าสนใจ" อาซาเซลกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย..."
หลี่ชิงพุ่งทะยานออกจากหุบเหวที่มืดมิดอย่างสุดชีวิต ร่างกายของเขาปวดร้าวไปหมดทุกส่วน เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่แขนและสีข้างหลายแห่ง เขารู้สึกได้ถึงความอ่อนแรงที่คืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ยังคงฝืนตัวเองให้วิ่งต่อไป จนกระทั่งมาถึงพื้นที่รกร้างที่ค่อนข้างปลอดภัย เขาก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง
เขาหอบหายใจถี่รัว พยายามควบคุมความเจ็บปวดและอาการอ่อนแรงที่ถาโถมเข้ามา เขากินโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาอย่างต่อเนื่อง หวังเพียงให้ร่างกายฟื้นตัวให้เร็วที่สุด
'นี่คือขีดจำกัดของฉัน... ในตอนนี้' หลี่ชิงคิดในใจ 'แม้จะใช้พลัง 100% ก็ยังทำได้แค่สร้างบาดแผลเล็กน้อยและหนีเอาตัวรอดออกมา' เขารู้สึกถึงความจริงอันโหดร้ายที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ พลังโจมตีของเขาแข็งแกร่งเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีพลังป้องกันและพลังชีวิตมหาศาลอย่างอาซาเซล การโจมตีที่ไม่ได้จบเกมอย่างรวดเร็วก็เป็นอันตรายถึงชีวิต
การเผชิญหน้ากับอาซาเซลทำให้เขาเข้าใจจุดอ่อนของตัวเองอย่างถ่องแท้ เขาไม่สามารถรับการโจมตีที่ต่อเนื่องในระดับ S+ ได้ และถึงแม้ความเร็วของเขาจะสูง แต่ก็ยังไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีทั้งหมดของศัตรูในระดับนั้นได้ เขาจำเป็นต้องหาทางที่จะแข็งแกร่งขึ้น หรือไม่ก็ต้องเพิ่มพลังโจมตีจนถึงขั้นที่สามารถจบการต่อสู้ได้อย่างเด็ดขาดในพริบตาเดียว
เขาใช้เวลาพักฟื้นอยู่หลายวันในดินแดนรกร้างแห่งความว่างเปล่า กินโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาร่างกายให้ฟื้นตัวจากการบาดเจ็บสาหัส และในระหว่างที่เขาฟื้นตัว เขาก็ยังคงเผชิญหน้ากับอสูรเงามิติและมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
หลี่ชิงลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ร่างกายของเขาได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาสมบูรณ์ เลเวลของเขาพุ่งขึ้นถึง 78 แล้ว จากประสบการณ์เฉียดตายครั้งนี้ เขาเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่เลเวลที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการพัฒนาขีดจำกัดของตนเองให้สูงขึ้นไปอีก
'เงาแห่งหายนะ' เป็นภัยคุกคามที่แท้จริง และ 'อาซาเซล' ก็เป็นเพียงหนึ่งในผู้บัญชาการของพวกมัน เขายังคงห่างไกลจากพลังระดับจักรพรรดิ และเขาก็ยังไม่รู้ว่าแก่นแท้ของคลาส 'ดาบ' ของเขาคืออะไรกันแน่ และจะสามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงได้ถึงเมื่อไร
แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้... คือเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ เขาจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะสามารถกำจัดภัยคุกคามทั้งหมดที่ปรากฏขึ้นในโลกนี้ และล้างแค้นให้ครอบครัวที่เขารักได้อย่างสมบูรณ์….