บทที่ 16 กำราบผู้าุโ!
มือของเฉินฉางอันกำกระบี่เ้าพยัคฆ์อันหนักหน่วงไว้ สายตาของเขาเหลือบมองทั้งสามคนเล็กน้อย เคล็ดวิชาโลหิตอสูรในร่างกายค่อย ๆ ลื่นไหล
เคล็ดวิชาโลหิตอสูร คือวิชาที่ทำให้ผู้ใช้คลุ้มคลั่ง!
นั่นคือวิชาที่สามารถทำให้กำลังการต่อสู้ของเฉินฉางอันทะลุขีดจำกัด แข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล สามารถท้าทายผู้ที่เหนือระดับได้!
ในระดับเดียวกัน มนุษย์มีข้อจำกัดในการเก็บเกี่ยวพลังิญญา แต่ทว่าศิลปะการต่อสู้และวิชาขั้นต่างๆ ที่หลากหลาย สามารถทำให้พลังิญญาแสดงอานุภาพได้มากขึ้น!
นั่นคือความแตกต่างของวิชาระดับชั้น!
ส่วนเคล็ดวิชาโลหิตอสูร สามารถเปิดศักยภาพทั้งหมดของร่างกายให้เพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่ ะเิกำลัง จนเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่ง!
เคล็ดวิชาโลหิตอสูรสามารถเปิดประตูสู่เก้าขั้นแห่งวิชายุทธศาสตร์!
ขั้นแรกของประตูแห่งพลังยุทธศาสตร์ ได้แก่ การเปิดิญญาแห่งอสูร!
ในชั่วพริบตา ทุกทวารและชีพจรของเฉินฉางอัน รวมถึงพลังิญญาในจุดตันเถียน เริ่มจะกระตุ้นคลุ้มคลั่งขึ้นมา
ในชั่วพริบตานั้น พลังยุทธ์ของเฉินฉางอันก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว! เกินขีดจำกัดของขั้น์ ก้าวล้ำเข้าสู่ขั้นราชัน์อันน่าสะพรึงกลัว!
"ปะ... เป็ไปได้อย่างไรกัน!" หลิ่วหรูเมิ่ง ผู้พลังยุทธ์ขั้นราชัน์ระดับสาม ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากร่างของเฉินฉางอัน จนแทบจะหายใจไม่ออก!
"เ้าจงสนุกกับ่เวลาสุดท้ายที่เ้ามีร่างกายครบถ้วนเสียเถิด ฮ่า..." เฉินฉางอันเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ร่างกายเปล่งประกายสีเืและแสงสีดำจาง ๆ พุ่งทะยานขึ้นไปในอากาศ กลายเป็เงาดำริ้วหนึ่ง พุ่งเข้าโจมตีหลิ่วหรูเมิ่งอย่างรวดเร็ว!
"์ นี่มัน… พลังยุทธ์ของเฉินฉางอันช่างน่าสะพรึงกลัว!"
"เขามีเพียงพลังยุทธ์ขั้น์ แต่กลับแข็งแกร่งเทียบชั้นกับขั้นราชัน์ได้!”
“อึก... นี่มันสัตว์ประหลาดอะไรกัน!"
"นั่นมันวิชาภาพมายาอสนีบาตของตระกูลเฉิน! รวดเร็วราวกับอสนีบาต!"
บรรยากาศในตำหนักใหญ่พลันสั่นะเื ทุกคนต่างพากันแตกตื่น
เพียงพริบตาเดียว ทั้งสองก็ปะทะกันแล้ว!
เคร้ง!!
เสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้อง พลังปราณปะทะกัน เกิดเป็พายุคลื่นกระแทกออกไปรอบทิศ ผลักผู้คนรอบข้างกระเด็นออกไป!
ณ ใจกลางการต่อสู้ เฉินฉางอันกระหน่ำฟาดคมดาบลงบนดาบเรียวยาวของหลิ่วหรูเมิ่งอย่างรุนแรง จนกระบี่ของหลิ่วหรูเมิ่งถึงกับแอ่นลง ก่อนจะกดทับลงบนอกอวบอิ่มของนางอย่างจัง!
เนินเนื้ออ่อนนุ่มคู่นั้น บิดเบี้ยวผิดรูปอย่างรวดเร็วจนเห็นได้ชัด ร่างของหลิ่วหรูเมิ่งก็พลันกระเด็นออกไป ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของนาง!
"อึก!"
เมื่อหลิ่วหรูเมิ่งตั้งตัวได้แล้ว มุมปากของนางก็มีเืสดไหลออกมา
“ท่านอาจารย์หลิ่วโดนซัดกระเด็นแล้ว!”
“ท่านอาจารย์หลิ่วาเ็ เฉินฉางอันช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!”
คนในสนามต่างอุทานด้วยความใ
ในขณะนี้ พวกเขาสำรวจดูชายหนุ่มผู้เยือกเย็นที่สวมชุดผ้าคลุมสีดำและลากกระบี่ใหญ่ไปด้วยความประหลาดใจราวกับเห็นผีในเวลากลางวัน
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เฉินฉางอันผลักหลิ่วหรูเมิ่งกระเด็นออกไป จากนั้น เขาก็ยังไม่หยุดที่จะก้าวเข้าหา พลันะเิพลังที่น่าเกรงขามสุดขีดออกมาจากกระบี่ในมือของเขา
พลังทั้งหมดของเหล่าจอมยุทธ์โถมเขาไปยังกระบี่เ้าพยัคฆ์!
“เคล็ดกระบี่พิฆาต… กระบี่สังหารฉับพลัน”
ฉึก!
กระบี่ของเฉินฉางอัน พุ่งแหวกอากาศดุจสายฟ้าฟาด สู่ลำคออันบอบบางของหลิ่วหรูเมิ่ง!
เคล็ดวิชาโลหิตอสูรรวมกับวิชาภาพมายาอสนีบาตแห่งตระกูลเฉิน ส่งผลให้กระบี่พิฆาตที่ปลดปล่อยออกมานั้น แตกต่างจากก่อนหน้าราวฟ้ากับเหว!
กระบี่พุ่งทะยานดุจพายุคลั่ง โอบล้อมด้วยวายุและเมฆหมอก กวาดผ่านที่ใดก็เกิดลมกรรโชกพัดกระหน่ำ!
พลังแห่งกระบี่เล่มนี้ ทำเอาศิษย์หลายคนต่างพากันสูดหายใจด้วยความตื่นตะลึง
ตู้ม!
พลังมหาศาลราวภูผาถล่ม บดขยี้พลังป้องกันของหลิ่วหรูเมิ่งจนแหลกสลาย ก่อนจะฟาดฟันลงบนอกของนางอย่างจัง!
เพล้ง!
แม้หลิ่วหรูเมิ่งจะมีพลังยุทธ์ขั้นราชัน์ระดับสาม แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้ ร่างของนางถูกกระแทกจนลอยละลิ่วกลางอากาศ ปากพ่นเืออกมาเป็สาย!
เมื่อร่างของนางร่วงลงสู่พื้น ก็แทบสิ้นเรี่ยวแรง!
“ท่านแม่!!”
เมื่อหลิ่วซือซือเห็นดังนั้น จึงได้สติกลับคืนมาจากความตกตะลึง รีบปรี่เข้าไปดู แต่แล้วก็ต้องใยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นร่างของเฉินฉางอันปรากฏอยู่ตรงหน้าหลิ่วหรูเมิ่งแล้ว กำลังจะฟาดฟันนางด้วยกระบี่เล่มโต!
“เฉินฉางอัน! เ้ากล้าฆ่านางหรือ! หลิ่วซือซือผู้นี้ไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!”
หลิ่วซือซือร้องห้าม ทว่าในขณะที่นางเอ่ยจบลง ศิษย์พี่อีกสามคนที่เหลือก็รู้สึกตัว รีบพุ่งเข้าไปขวาง
"หยุดนะเ้าเด็กน้อย!"
"บังอาจนัก! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!"
แต่เฉินฉางอันกลับแสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง ไม่สนใจคำตวาดของศิษย์พี่ทั้งสาม แขนที่ถือกระบี่ยังคงฟาดฟันลงมาอย่างรวดเร็ว!
ฉับพลันนั้นเอง เสียงคมดาบเฉือนผ่านเนื้อดังขึ้น พร้อมกับเสียงกลิ้งหลุน ๆ ของศีรษะหลิ่วหรูเมิ่งที่เพิ่งหลุดกระเด็นออกจากบ่า กลิ้งไกลออกไป จนเืสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่ว
"เ้านี่มัน... น่าตายนัก!!!"
ทั้งกู่ฉือ เหอเวิ่นเทียน และเจี่ยงเจิ้งต่างเบิกตากว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ!
ครั้นได้สติ ความเคียดแค้นก็พลุ่งพล่าน พวกเขาทั้งสามก็พุ่งเข้าหาเฉินฉางอันในทันที!
"เคล็ดวิชากระบี่พิฆาต... กระบี่ผ่าปลิดิญญา!" เฉินฉางอันกวัดแกว่งกระบี่ใหญ่ในมือ ปลดปล่อยพลังิญญาอันบ้าคลั่งออกมา!
กระบี่เพียงเล่มเดียว แต่เมื่ออยู่ในมือของเฉินฉางอัน กลับร่ายรำราวกับสายลม พริบตาเดียวก็แปรเปลี่ยนเป็เงากระบี่นับร้อยพัน!
ยิ่งไปกว่านั้น กระบี่เล่มนี้ยังหนักหน่วงราวกับรถม้า เงากระบี่ที่กวัดแกว่งออกไป ปิดกั้นเส้นทางการโจมตีของศัตรูทั้งหมด!
ตูม!
ตูม!
ตูม!
ตูม!
เหล่าอาจารย์ทั้งสามไม่กล้าประมาท ะเิพลังทั้งหมดที่มีออกมาในพริบตา ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่พวกเขามี!
โจมตีอย่างเต็มกำลัง!
ทันใดนั้น ทั้งสี่ก็ปะทะกันอย่างดุเดือด!
มิใช่เพียงเท่านั้น เฉินฉางอันยังคง้าต่อสู้!
พลังที่เกรี้ยวกราดและบ้าคลั่งทำลายลานประลองที่แข็งแกร่งลง!
เหล่าศิษย์ภายในลานประลอง ไม่ว่าจะเป็องค์ชายรัชทายาท หรือองค์ชายทั้งหลาย หรือแม้แต่ผู้าุโกู่เทียนโม่แห่งตำหนักผู้บังคับใช้กฎ ล้วนต่างตกตะลึงจนตาค้าง!
เฉินฉางอันกำลังต่อกรกับเหล่าอาจารย์าุโ!
สิ่งนี้ในสายตาของทุกคน ล้วนเป็การต่อสู้ที่เอาชีวิตเข้าแลก!
แต่สิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง เฉินฉางอันใช้เพียงสองกระบวนท่าก็ปลิดชีพหลิ่วหรูเมิ่งได้เสียแล้ว!
บัดนี้ยังต่อสู้กับอาจารย์ทั้งสามจนหายใจติดขัด!
ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
ตู้ม!!!
ทันใดนั้น การประลองผ่านไปเพียงสิบกว่าลมหายใจ พลังกระบี่อันบ้าคลั่งก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง อาจารย์ทั้งสามถูกทำให้กระเด็นออกไป จนกระอักเืไม่หยุด ดวงตาทั้งสองข้างฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่สุด!
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังร่างทั้งสามที่ลอยละลิ่วไปไกล... นานแสนนาน... ไร้สุ้มเสียงใดเอื้อนเอ่ย
พวกเขามิได้รอคอยความพ่ายแพ้ของเฉินฉางอัน หากแต่เป็ความตกตะลึงอีกครา!
อาจารย์ทั้งสาม... พ่ายแพ้อีกแล้ว!
"อ๊าาา..."
เสียงร้องโหยหวนดังระงมทั่วลานประลอง เฉินฉางอันยังคงรุกไล่ไม่หยุด พุ่งกระบี่จู่โจมไม่ยั้ง ทำให้ผู้าุโทั้งสามต่างกระอักเืร้องครวญคราง
ณ มุมหนึ่งของลานประลอง บุรุษชราผมเงินขาวสะอาดตา จับจ้องการต่อสู้ของเฉินฉางอัน ดวงเนตรเบิกกว้าง ความตกตะลึงแล่นริ้วอยู่ในใจ...
"ระดับพลังของเฉินฉางอัน... ยังคงอยู่ที่ขั้นราชัน์ระดับที่ห้า!"
"ทว่า... พลังปราณที่ปลดปล่อยออกมานั้น... ช่างมหาศาลยิ่งนัก!"
"เื่นี้... มันเป็เช่นไร? หรือว่า... เขากำลังปกปิดพลังที่แท้จริงอยู่?"
“เื่นี้... เป็ไปมิได้! เขามิได้ปิดบังพลังเอาไว้แม้แต่น้อย!”
“แต่เป็พลังิญญาของเขา... ที่ปลดปล่อยออกมาเกินขีดจำกัดนับร้อยเท่า!”
ท่านผู้าุโผมขาวพึมพำด้วยความตกตะลึง
แต่ชายวัยกลางคนข้างกายกลับเพียงแค่ขยับพัดขนห่านในมือเบา ๆ ดวงตาฉายแววตื่นเต้นยินดีอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อได้ยินคำพูดของท่านผู้าุโผมขาว ชายวัยกลางคนก็ปรายตามองอย่างดูแคลน “เ้าสำนักตวนมู่ฉาง หากท่านคิดจะใช้รัชทายาทของข้า เป็ดั่งคมมีดเพื่อกำจัดสามตระกูลใหญ่ที่เหลือในเมืองหลวง... เช่นนั้น ท่านคิดว่าจะให้คำอธิบายใดแก่ตระกูลเฉินของข้า?”
วาจาของเขาช่างอหังการ แม้ผู้ที่อยู่ตรงหน้าจะเป็ถึงเ้าสำนักแห่งสำนักต้าโจว เขาก็มิได้ใส่ใจ
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่า คือเ้าสำนักตวนมู่ฉางผู้นี้ กลับกล่าวกับชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยท่าทีนอบน้อม “นายท่าน บุตร์ของพวกข้าล้วนให้ความเคารพตระกูลเฉิน ถือว่าตระกูลเฉินเป็ดั่งผู้พิทักษ์แห่งแคว้นต้าโจว! หลังจากเื่นี้ พวกข้าย่อมให้คำตอบที่น่าพอใจแก่ตระกูลเฉินอย่างแน่นอน”