คิมหันต์ตรงกลับไปยังโรงยิม ซึ่งเป็เวลาเดียวกับที่ทีมบาสเกตบอลเลิกซ้อมพอดี
ชายหนุ่มโดนโค้ชตำหนิที่ทิ้งการซ้อมไป โดยที่เขาไม่ยอมบอกถึงเหตุผล แต่กลับยอมรับผิดโดยดีทำให้ออยเฟ่ย์แปลกใจมาก
คิมหันต์โดนโค้ชสั่งให้มาซ้อมตอนเช้าเพิ่มเติมเป็การลงโทษฐานที่ทิ้งการฝึกซ้อม เนื่องจากเขาเป็กัปตันทีมซึ่งเป็ผู้เล่นคนสำคัญที่จะทำให้ทีมชนะ
ออยเฟ่ย์ยืนรอคิมหันต์อยู่ด้านหน้าของห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว
“คิม..”
“ออยเฟ่ย์ ไปห้องพยาบาลกับฉันก่อน”
“หา? ไปทำไมน่ะ รอด้วยสิ!”
ออยเฟ่ย์ทำเสียงจิ๊กไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเดินตามเขาไปด้วยความงุนงง
เซร่านั่งเหม่อมองอยู่ภายในห้องพยาบาลคนเดียวก่อนจะก้มดูนาฬิกาข้อมือซึ่งบอกเวลา 18.00 น. และเป็เวลาที่ค่อนข้างเย็นมากแล้ว
ฮิเดกิจะเป็ห่วงมั้ยเนี่ย ว่าเราหายไปไหน….
อีตานั่นหายไปไหนนานนักนะ……………
บอกให้เรารอแต่ก็ดันมาช้าอีก………..เฮ้อ..
เซร่าครุ่นคิดอยู่ภายในใจก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ เนื่องจากเธอนั่งรอเป็เวลาครึ่งชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่เห็นเงาของเขาจะมาเสียที
ครืด!!!!!!!!!!!!
เซร่าสะดุ้งกับเสียงเปิดประตูห้องพยาบาลที่เปิดเข้ามาอย่างแรง เมื่อเธอหันไปมองก็พบกับคิมหันต์เดินเข้ามาในห้องพยาบาล รวมทั้งหญิงสาวอีกคนซึ่งเดินตามมาด้านหลังติดๆ
“อ้าว! เธอนี่เอง”
ออยเฟ่ย์อุทานออกมาอย่างแปลกใจเมื่อเห็นเซร่านั่งรออยู่ในห้องพยาบาล
“คะ?” เซร่ามีสีหน้างุนงง ที่เห็นคิมหันต์และออยเฟ่ย์มาพร้อมกัน
“ออยเฟ่ย์ เดี๋ยวเธอช่วยพยุงยัยนี่หน่อยนะ เดี๋ยวฉันถือกระเป๋าให้เอง”
คิมหันต์บอกออยเฟ่ย์เสียงเรียบ ก่อนจะดึงกระเป๋านักเรียนของออยเฟ่ย์ และหยิบกระเป๋าของเซร่าที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมาถือ
“ทำไมล่ะ คิม?”
“ฮื้อ… ก็ยัยนี่น่ะ โดนลูกบาสฉันจนขาเจ็บ เลยว่าจะพาไปส่งบ้านน่ะ”
คิมหันต์อธิบายสั้นๆ ก่อนจะเดินนำหน้าออกจากห้องพยาบาลไปอย่างไม่ใส่ใจหญิงสาวสองคนที่มองหน้ากันอยู่
“เอ่อ....ฉันชื่อออยเฟ่ย์นะ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ”
ออยเฟ่ย์แนะนำตัวเองและยิ้มให้กับหญิงสาวอย่างเป็มิตรก่อนจะตรงเข้าพยุงเซร่าที่นั่งอยู่บนเตียงให้ลุกขึ้น
“ฉันชื่อมิยาเกะ เซร่าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”
เซร่ายิ้มให้กับออยเฟ่ย์ก่อนจะยันตัวให้ลุกขึ้น เมื่อออยเฟ่ย์เข้ามาช่วยให้เธอยืน
“ขอโทษที่ต้องรบกวนนะคะ”
“ไม่เป็ไรหรอก เป็ความผิดของคิมที่ทำเธอเจ็บ ฉันมาช่วยเธอก็ถูกต้องแล้ว”
เฮ้อ...ออยเฟ่ย์ช่างอ่อนหวาน ใจดีแบบนี้นี่เอง อีตาบ้องตื้นนั่นถึงได้หลงชอบอยู่แบบนี้
รวมทั้งเหมันต์อีกคนนึง...............
แต่ทำไมเหมันต์ถึงได้พูดจาทำร้ายจิตใจออยเฟ่ย์กันนะ....
เซร่าจ้องมองเสี้ยวหน้าของออยเฟ่ย์ และครุ่นคิดเื่ต่างๆ ภายในใจอย่างงุนงงและสงสัย
หญิงสาวลอบมองชายหนุ่มร่างสูงที่เดินถือกระเป๋าอยู่เคียงข้างของออยเฟ่ย์อีกด้านหนึ่งอย่างสนใจ และก็พบว่าเขามักจะหันเหลือบมามองออยเฟ่ย์เป็ระยะๆ ด้วยสายตาที่หลงใหล
น่าอิจฉาออยเฟ่ย์เสียจริง ที่มีแต่คนมารุมรัก
เฮ้อ...อย่างเราคงไม่มีทางที่จะทำให้ชายหนุ่มคนไหนมามองเราด้วยสายตาแบบอีตาบ้องตื้นนี่แน่ๆ เลย
“เซร่า!!!!!!!!!!”
เสียงฮิเดกิร้องเรียกเซร่าอย่างใ เมื่อหันมาเห็นเธอเดินกะเผลก และโดนออยเฟ่ย์พยุงเดินอยู่ และมีคิมหันต์เดินถือกระเป๋าอยู่ด้านข้างของออยเฟ่ย์
“ฮิเดกิ”
เซร่าร้องออกมาด้วยความดีใจที่เห็นเขายืนรอเธออยู่ ฮิเดกิรีบเดินตรงเข้ามาหาเซร่าและออยเฟ่ย์ทันที
“ทำไมขาเธอ.....”
“เอ้อ...คือว่า.........”
เซร่าอึกอัก มีสีหน้าลำบากใจและไม่รู้จะอธิบายเช่นไร เพราะ ฮิเดกิมักคอยปกป้องเธอเสมอ ถ้ารู้ความจริงเขาคงจะ....
“เพราะฉันเอง”
คิมหันต์บอกออกมาเสียงเรียบ นั่นทำให้ฮิเดกิหันขวับไปมองเขาทันที
“ว่าไงนะ!”
ฮิเดกิกระชากคอเสื้อของคิมหันต์ และตะคอกใส่อย่างกราดเกรี้ยว สายจ้องมองชายหนุ่มด้วยความโกรธ
“อย่านะ ฮิเดกิ ฉันซุ่มซ่ามเองล่ะ ไม่ใช่ความผิดของเขาหรอก”
เซร่าะโร้องห้าม ทำให้เขาหันมามองเธอที่โดนประคองโดยออยเฟ่ย์ด้วยสายตาสงสัย แต่ใบหน้ายังคงบึ้งตึงอยู่
“ฉัน.. เอ่อ..ฉันไปยืนซุ่มซ่ามตรงขอบสนามบาสในขณะที่เขากำลังซ้อมกันอยู่เองล่ะ ลูกบาสก็เลยพลาดมาโดนฉัน ดังนั้นไม่ใช่ความผิดของเขาหรอก”
“แต่ในฐานะที่เป็กัปตันทีมบาสของโรงเรียน ก็ไม่น่าจะส่งลูกพลาดขนาดที่มาโดนคนที่ยืนอยู่นอกสนามนี่!!”
ฮิเดกิหันขวับมามองคิมหันต์สายตากราดเกรี้ยว พร้อมกับพูดจาประชดประชันใส่เขา เนื่องจากเขาเป็กัปตันของทีมบาสเกตบอลของโรงเรียนที่พาทีมชนะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้
คิมหันต์ไม่คิดจะแก้ตัวใดๆ เพราะเขาคิดว่ามันไม่มีความจำเป็ที่จะต้องพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้น
“โอ๊ย!!”
เซร่าแกล้งร้องออกมาเสียงดัง และทรุดตัวลงนั่ง ทำให้ฮิเดกิปล่อยคอเสื้อของคิมหันต์ทันที รีบเดินตรงไปหาเซร่าด้วยความเป็ห่วง
“เป็อะไร?? เจ็บมากรึ?”
ฮิเดกิถามเซร่าด้วยน้ำเสียงร้อนรน เมื่อเห็นเซร่ามีสีหน้าเหยเก
“อืม... เริ่มปวดๆ น่ะ” เซร่าโกหกฮิเดกิ
“ผมว่า เรารีบพามิยาเกะซังไปโรงพยาบาลจะดีกว่านะ ให้หมอดูข้อเท้า เผื่อว่าจะเป็อะไรมากไปกว่านี้”
เสียงของชายหนุ่มที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เื้ัของฮิเดกินานมากเอ่ยขัดขึ้นมา ทำให้ทุกคนหันไปมองดูทางต้นเสียง
“เหม..”
ออยเฟ่ย์ครางเรียกชื่อเหมันต์ออกมาเบาๆ สีหน้าซีดเผือด เพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเหมันต์ คิมหันต์จ้องมองอาการของออยเฟ่ย์กับเหมันต์เขม็ง
“มิยาฮาร่า นายกับฉันช่วยกันพามิยาเกะซังขึ้นรถ TAXI ไปโรงพยาบาลดีกว่า”
เหมันต์ไม่สนใจออยเฟ่ย์เลยแม้แต่นิดเดียว เขาเดินตรงเข้าไปจับแขนของเซร่าและพยุงให้ลุกขึ้นยืน โดยที่ฮิเดกิช่วยพยุงอีกด้าน
หญิงสาวมองเหมันต์ด้วยสีหน้างุนงง ในขณะที่ออยเฟ่ย์เม้มริมฝีปากมองเหมันต์ด้วยสีหน้าน้อยใจที่เขาไม่สนใจเธอเลยซักนิด
เหมันต์โบกรถ TAXI ที่วิ่งผ่านมาพอดี และค่อยๆ พาเซร่าขึ้นรถ TAXI โดยมีฮิเดกิเป็คนพยุงให้หญิงสาวเดินขึ้นรถ
เมื่อเธอขึ้นไปบนรถแล้ว เหมันต์ก็เข้าไปในรถนั่งด้านข้าง ส่วนฮิเดกิเดินกลับไปยังคิมหันต์และกระชากกระเป๋าของเซร่ามาจากมือของเขาอย่างแรง
“ถ้าเซร่าต้องเป็อะไรไป ฉันไม่ปล่อยนายแน่ คิมหันต์!!”
ฮิเดกิบอกคิมหันต์เสียงเกรี้ยวกราด ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถ TAXI พร้อมกับให้รถขับออกไปทันที
คิมหันต์และออยเฟ่ย์ยืนมองตามรถ TAXI ที่วิ่งจากไปด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน ออยเฟ่ย์รู้สึกน้อยใจที่เหมันต์ไม่ได้สนใจเธอ และรู้สึกหึงหวงที่ชายหนุ่มเป็ห่วงเซร่าออกหน้าออกตา
ส่วนคิมหันต์รู้สึกแปลกใจที่เหมันต์เป็ห่วงเซร่า ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักเธอไม่นานนัก รวมทั้งปวดใจเมื่อเห็นสายตาของออยเฟ่ย์ที่จ้องมองเหมันต์ด้วยความรู้สึกเหมือนเดิม
คิมหันต์ชวนออยเฟ่ย์ให้กลับบ้าน โดยที่ทั้งคู่ต่างเดินไปพร้อมกันด้วยความเงียบกริบ เนื่องจากภายในใจของทั้งคู่กำลังครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างหมกมุ่น
เหมันต์และฮิเดกิพาเซร่ามายังโรงพยาบาล Saint Paul ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนและสถานทูตมากนัก เมื่อไปถึงเหมันต์ก็ให้ฮิเดกินั่งรออยู่กับเซร่า ส่วนตัวเขาไปติดต่อกับพยาบาลที่อยู่ด้านหน้าเคาท์เตอร์ เพื่อแจ้งถึงสาเหตุที่มายังโรงพยาบาล โดยมีสายตาของเซร่าจับจ้องมองตามยู่ตลอดเวลา และทึ่งในความคล่องตัวของเขา
ฮิเดกิซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างเซร่ามองตามสายตาของเธอ และทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นในใจ
เหมันต์เป็คนที่มีหญิงสาวจำนวนไม่น้อยที่แอบชอบอยู่ เนื่องจากบุคลิกท่าทางต่างๆ ของชายหนุ่มน่าเชื่อถือ และเป็สุภาพบุรุษซึ่งทำให้เป็ที่พึงพอใจของหญิงสาวนับไม่ถ้วนที่รู้จักกับเขา นั่นทำให้ฮิเดกิกลัวว่า เซร่าจะหลงชอบเขาอีกคน
“คุณเหมันต์นี่.....เป็คนยังไงเหรอ ฮิเดกิ” เซร่ากระซิบถามฮิเดกิเสียงเบาๆ หลังจากที่เห็นเหมันต์กำลังยืนรอพยาบาลอยู่หน้าเคาท์เตอร์
“ถามทำไม?”
“เปล่า....ก็ฉันเพียงสงสัยว่า เขาคบอยู่กับออยเฟ่ย์ แล้วทำไมเขาถึงได้ปล่อยออยเฟ่ย์กลับไปกับน้องชายเขา แต่ตัวเขากลับมากับพวกเราล่ะ”
“ฉันจะไปรู้รึ!!” ฮิเดกิสะบัดเสียงใส่เซร่าอย่างฉุนเฉียว
“ฉันว่าเขาคงอยากรับผิดชอบในสิ่งที่น้องชายเขาทำล่ะมั้ง”
“มิยาเกะซัง เข้าไปพบหมอได้แล้ว”
เหมันต์เดินตรงกลับมาหาเซร่ากับฮิเดกิที่นั่งอยู่ พร้อมกับพยาบาลที่เข็นรถเข็นมาให้หญิงสาวนั่ง และพาเธอไปพบแพทย์ โดยเหมันต์และฮิเดกิต้องนั่งรอด้านนอก
“………………..”
“ทำไมประธานฯ ถึงมาด้วยล่ะ ผมพาเธอมาเองได้อยู่แล้ว?”
ฮิเดกิถามเหมันต์เสียงเครียดหลังจากที่พยาบาลเข็นรถเข็นพาเซร่าไปพบแพทย์ สายตาของฮิเดกิจับจ้องที่เหมันต์
“ผมก็แค่อยากจะรับผิดชอบในสิ่งที่คิมหันต์ทำ และไม่อยากให้คุณกับคิมหันต์ต้องมีเื่กัน ผมจึงตัดสินใจที่จะพูดเื่ให้พามิยาเกะซังมาหาหมอแทนไงล่ะ”
เหมันต์ตอบคำถามของฮิเดกิเสียงเรียบ เขาพอจะรู้ว่าฮิเดกิกำลังหึงหวงเซร่าอยู่
“แค่นั้นรึ?” ฮิเดกิขมวดคิ้วแต่สายตายังคงระแวงเหมันต์อยู่
“ก็ใช่น่ะสิ” เหมันต์พยักหน้ารับ
“งั้น...ผมก็ขอบคุณประธานฯ มากที่เป็ห่วงน่ะ”
ฮิเดกิขอบคุณเหมันต์หากแต่เสียงพูดจายังคงไม่ค่อยดีมากนัก แต่ก็เสียงอ่อนลง
“ไม่เป็ไร ผมกลัวว่าหากคุณไปมีเื่กับคิมหันต์ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณกับน้องชายผม จะกลายเป็ข่าวใหญ่โตภายในโรงเรียน และจะทำให้มิยาเกะซังต้องเสียชื่อไปด้วย”
“จริงสิ ผมลืมไปซะสนิท”
ฮิเดกินึกขึ้นได้ เพราะว่าตัวเขาเองเป็ถึงรองประธานฯ ส่วนคิมหันต์ก็เป็กัปตันทีมบาส หากเื่เมื่อครู่มีคนรู้เห็น และเอาไปป่าวประกาศจะทำให้ทั้งเขา เซร่า และคิมหันต์ต้องเสียชื่อ ที่สำคัญสุดก็คือ เซร่าจะต้องโดนบรรดาแฟนคลับของคิมหันต์ตามเล่นงานด้วยแน่ๆ
“ผมต้องขอบคุณประธานฯ มากๆ ที่ช่วยจัดการเื่วันนี้”
ฮิเดกิขอบคุณจากใจจริงกับเหมันต์ ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับคำขอบคุณเฉยๆ
ฮิเดกิและเหมันต์นั่งรอเซร่าจนกระทั่ง หญิงสาวออกมาพร้อมกับผ้าพันข้อเท้าเอาไว้ แพทย์ได้สั่งให้เธอพักฟื้นข้อเท้าเป็เวลา 2 วัน เนื่องจากเป็โชคดีของเธอที่ข้อเท้าไม่อักเสบมากนัก
ฮิเดกิและเหมันต์ช่วยกันพาเซร่าไปส่งยังสถานทูต โดยเมื่อเข้าไปถึงภายในสถานทูต
ท่านทูตกับคุณหญิงพากันตื่นตระหนกที่เห็นเซร่าาเ็ที่ข้อเท้ามา แต่เมื่อเหมันต์และฮิเดกิช่วยกันอธิบายให้ท่านทูตและคุณหญิงฟัง ทั้งสองคนก็ค่อยโล่งอก และขอบคุณเหมันต์กับฮิเดกิ รวมทั้งเชิญให้ทั้งคู่ร่วมกันรับประทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ฮิเดกิกับเหมันต์อยู่รับประทานอาหารค่ำจนถึงเวลา 20.00 น. ก็ขอตัวลากลับทั้งคู่ ท่านทูตได้ให้คนขับรถของสถานทูตพาเหมันต์ไปส่งที่บ้าน โดยมีสายตาของเซร่ามองตามส่งอยู่้าห้องนอน
เฮ้อ....คุณเหมันต์นี่ช่างเป็สุภาพบุรุษเสียจริง...
รู้จักแก้ไขสถานการณ์ที่กระอักกระอ่วนให้ดีขึ้นได้ สมกับที่เป็ประธานนักเรียนจริงๆ เลย
อีตาบ้องตื้นนั่นซะอีก ไม่ได้ครึ่งของพี่ชายเล้ย.....ดันพูดเื่จริงออกมาทำให้เกือบมีเื่กันซะได้
ว้า..พรุ่งนี้ต้องหยุดเรียนอีก
เฮ้อ..........เซ็งชะมัด
เซร่านอนกลิ้งครุ่นคิดเื่ต่างๆ ไปมาอยู่บนเตียงคนเดียวก่อนจะค่อยๆ ผลอยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมายภายในวันนี้