ภัคธีมานั่งรถกลับบ้านของย่าที่อยู่ต่างจังหวัด เนื่องจากบ้านของย่าห่างจากกรุงเทพฯไม่ไกลนักใช้เวลาเดินทางไม่นานก็ถึง หล่อนกะว่าจะมาคุยเื่ราวที่เพิ่งเจอมาให้ป้าฟัง เมื่อมาถึงบ้านหล่อนเห็นสายใจป้าของหล่อนนั่งอยู่ตรงหน้าบ้าน หญิงเดินมาไหว้ผู้สูงวัย
“คุณป้าคะคุณย่าออกโรงพยาบาลหรือยังคะ”
“ย่าไม่ได้เข้าโรงพยาบาลนี่จ้ะ”เมื่อป้าพูดแบบนี้ หล่อนก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่สงสัยมาตั้งนานก็เป็จริง...สายใจผู้เป็ป้ามองหลานสาวคนเดียวตรงหน้าเห็นแววตาไม่สดใส จึงถามความเป็มาของเื่ทั้งหมด
“ยัยภามันกล้าทำถึงขนาดนี้เชียวหรือ”
“ค่ะ”หล่อนสั้นๆ
“มันทำแบบนี้เพราะมันหลงแฟนมันครั้งก่อนก็มายืมเงินป้า ป้าสงสารย่า เลย ให้ห้าหมื่นบาท และ บอกว่าอย่าทำแบบนี้อีกถ้าไม่เรียนก็ต้องทำงานเลี้ยงตัวเอง คราวนี้มาหลอกเงินผู้ชายอีก อย่างนี้ไม่เรียกว่าโจรจะเรียกว่าอะไร แล้วย่ารู้เื่นี้ไหม” สายใจถามด้วยความกังวล หญิงสาวส่ายหน้า
“พลอยไม่อยากให้ย่ารู้ค่ะกลัวย่าเครียด และ เสียใจ”สายใจตบเข่าด้วยความโมโหเมื่อ นึกถึงภาวินี น้องสาวต่างสายเืของภัคธีมา...หนำซ้ำหลานสาวของหล่อนต้องมารับภาระใช้หนี้สองล้านบาทแทนอีก ภัคธีมาจำใจใช้หนี้ให้เพราะภาวินีมักพูด กระทบกระทั่งว่าพี่สายบุญธรรมมีโอกาสมากกว่าตัวเอง
“พลอยเอ้ย...ป้าไม่เห็นด้วยที่เราต้องมาใช้หนี้แทนโจรอย่างยัยภา มันทำตัวน่ารังเกียจรู้ถึงไหนอายถึงนั่น”
“อาจเป็เวรกรรมของพลอยก็ได้นะคะภาเคยพูดเสมอว่า พลอยเป็แค่ลูกบุญธรรม แต่ได้โอกาสมากกว่า ภาและพี่นพ” สายใจกำมือด้วยความโมโห
“มันใช่ที่ไหนอย่าลืมสิตอนที่คุณอานันท์ กับ คุณดอกไม้ รับพลอยเป็ลูกบุญธรรมเขาทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แถมยังบอกอีกว่า รักลูก
ทุกคนเท่ากันส่วนเื่ที่ยัยภามันเรียนถึงมอหก เพราะมันมีแฟนก่อน ป้ายังขอให้มันไปเรียนต่อมันไปบ้างไม่ไปบ้าง ส่วนนพพี่ชายก็หายไปตั้งนานปีนี้ปีที่ห้าแล้วทุกอย่างไม่เกี่ยวกับพลอยเลยนะ”
“เพราะพี่นพหายตัวไปนานยัยภายังมาทำตัวแบบนี้ พลอยถึงไม่อยากให้ย่ารู้เื่นี้อีกค่ะ กลัวย่าไม่สบายใจคุณป้าอย่าคิดมากนะคะ พลอยจะพยายามหาเงินมาใช้คืนเขา”
“ก็ได้ครั้งนี้ ป้าขอเป็ครั้งสุดท้ายนะถ้ายัยภาทำแบบนี้อีกป้าจะไม่ยอมแล้วนะ ”
“ค่ะ พลอยคิดว่า ภาคงไม่กล้าทำอีกแล้วค่ะ”
“ก็ขอให้มันเป็แบบนี้เถอะ...”หญิงสูงวัยพูดด้วยความเหนื่อยใจ
“ยังไงเสียป้าก็ไม่ยอมให้พลอยเหนื่อยคนเดียวหรอกป้าจะพยายามช่วยหนูอีกแรงนะ”
หญิงสาวยกมือไหว้ สายใจผู้เป็ป้า จากนั้นก็กอดด้วยความรักเปรียบดังแม่อีกคนของหล่อน...
...เพราะการหายตัวไปของนพ และ ภาวินีก็ยังหนีไปอีก แถมน้องสาวยังสร้างเื่ไว้...หญิงสาวถึงไม่อยากให้ย่ารู้เข้า ย่าคงทำใจไม่ได้!...
เพราะความรักของพ่อ และ แม่บุญธรรมที่มีต่อหล่อน หญิงสาวถึงต้องคอยระมัดระวังแม้กระทั่งปกป้องชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล นามสกุล ‘พิชัยหิรัญ’
สายใจกอด และ ปลอบโยนหลานสาวคนเดียว ที่หล่อนพาระหกระเหิน มาั้แ่เล็กเมื่อสายใจหย่าขาดจากสามีของตัวเอง ก็ย้ายมาอยู่กับน้องสาวของหล่อน คือ รุ้งจันทร์รุ้งจันทร์มีสามี ชื่อ กนก ทั้งสองมีลูกสาว คือ ภัคธีมา ขณะที่ตัวน้อยๆ ราวสองขวบก็กลับโชคร้าย เพราะกนกประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ส่วนรุ้งจันทร์ไม่นานก็ป่วยด้วยมะเร็งปากมดลูกก่อนตายหล่อนสั่งเสีย และ กำชับ สายใจผู้เป็พี่สาวว่า
‘รับปากฉันนะพี่สายใจจะยากดีมีจนอย่างไร อย่าทิ้งลูกสาวฉัน อย่าขายลูกสาวฉัน ถือว่าฉันขอก่อนตาย’
‘จ้ะ พี่จะเลี้ยงลูกสาวของรุ้งจันทร์เหมือนเป็ลูกของพี่คนหนึ่ง น้องหลับให้สบายนะ’
รุ้งจันทร์จับมือสายใจผู้เป็พี่สาว มองตาพี่สาวราวกับขอร้อง จากนั้นไม่นานหล่อนก็จากโลกนี้ไป...สายใจรับภัคธีมา มาเลี้ยง อาศัยอยู่บ้านของรุ้งจันทร์ และ กนก ซึ่งเป็ที่ดินของเพื่อนบ้านเมื่อรุ้งจันทร์กับกนกจากไป...สายใจก็ถูกไล่ที่ หล่อนจึงพาหลานสาวออกเดินทางเพื่อไปหาที่พักพิงแห่งใหม่ แต่แล้วสายใจกับหลานสาวก็ได้พบกับ อานันท์และดอกไม้ในระหว่างที่หล่อนกำลังเดินทางร่อนเร่ เพื่อจะไปนอนวัด
‘หนูคนนี้น่ารักจัง ชื่ออะไร’
‘ภัคธีมา ชื่อเล่น พลอยค่ะ’ สายใจเล่าให้ฟัง ขณะที่ใบหน้าโทรมเหงื่อดอกไม้เห็นสภาพที่อิดโรย ดวงตาหม่นหมอง ของป้า และ หลานตัวน้อย จึงตัดสินใจถามไถ่ว่าไปไหนต่อ?สายใจตอบเพียงว่าไม่มีที่ไป... อานันท์กับดอกไม้ เห็นว่าผู้หญิงคนหนึ่ง กับ เด็กคงไม่มีอะไรมากเื่ที่จะสร้างความเดือดร้อนคงไม่มี จึงรับไปค้างด้วย เมื่อมาอยู่ด้วยกัน ดอกไม้ได้ถามไถ่จึงรู้ว่าพ่อแม่ของภัคธีมา ที่เพิ่งเสียไป ดอกไม้มีความรู้สึกเอ็นดูภัคธีมาเป็พิเศษ
‘โถ...น่าส่งสารจัง พ่อแม่ก็ด่วนจากไป’ ดอกไม้ยกมือลูบศีรษะเด็กหญิงตัวน้อย
‘น่าสงสารก็รับไปเลี้ยงสิคะ’
‘แล้ว คุณไม่อยากเลี้ยงแกแล้วเหรอคะ’
‘เปล่าหรอกค่ะ ดิฉันก็รักแกเหมือนกัน แต่ดิฉันเกรงว่าจะไม่มีปัญญาเลี้ยงดู ส่งเสียแกสิคะ’
สายใจทำหน้าเศร้า น้องสาวหล่อนก็เพิ่งจากไปครั้นจะให้หลานสาวมาอยู่กับคนอย่างหล่อนที่มีแต่ตัว ก็กระไรอยู่ สายใจก็ได้แต่บอกตัวเองจะมองหน้าน้องสาวที่จากโลกนี้ไปได้อย่างไร หากว่าเลี้ยงลูกของน้องสาวไม่ดีถ้าหากสามีภรรยาคู่นี้สามารถเลี้ยงดู ส่งเสียให้เติบโตให้ได้เรียนก็เป็บุญของเอ็งแล้วหลานเอ้ย...สายใจคิดในใจ
‘ถ้าให้มาอยู่กับฉัน ฉันจะเลี้ยงเป็ลูกฉันคนหนึ่ง คุณอย่ามารับแกคืนไปทีหลังนะ’
ดอกไม้มองเด็กหญิงภัคธีมาด้วยความเอ็นดู สายใจรับปากด้วยความยินดี ไม่ขัดคล่องแต่อย่างใดอานันท์เห็นว่าดอกไม้เอ็นดู เด็กหญิงตัวน้อยจึงรับมาเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรม และ จดทะเบียนรับรองถูกต้องตามกฎหมาย
ในตอนแรกเด็กหญิงไม่ยอมเรียกดอกไม้ว่า แม่ เรียกอานันท์ว่า พ่อออกจะติดป้า คนเดียวที่อยู่ด้วยกันมาตลอด เมื่อสายใจได้งานใหม่จำใจต้องย้ายไปทำที่อื่นภัคธีมาได้แต่ร้องไห้หาสายใจ จนคนเป็ป้าก็ทนคิดถึงหลานไม่ได้ จึงขอมาอยู่ด้วย ครั้นจะอยู่ด้วยกันเด็กหญิงตัวน้อยก็ติดป้าแจอีก ไม่ยอมสนิทพ่อแม่บุญธรรม...ดอกไม้จึงต้องจ้างสายใจไปคอยดูแลย่าปราณีแม่ของอานันท์ ที่อยู่ท้ายซอย ในหนึ่งอาทิตย์ภัคธีมา จึงได้มีโอกาสมาหาสายใจและ อยู่กับปราณีผู้เป็ย่า
นานวันเข้าเด็กหญิงเริ่มคุ้นเคยกับการมี พ่อแม่คนใหม่อาการติดป้าก็เริ่มเพลาลง แต่ต้องมาเจอกับ ภาวินี และ นพสองพี่น้องซึ่งเป็ลูกแท้ๆของอานันท์ และ ดอกไม้ เด็กทั้งสองมองเด็กหญิงผู้เป็สมาชิกใหม่เป็ตัวตลก นพพี่ชายของภาวินีมักคอยแกล้งดึงผมภัคธีมา หรือไม่ก็ เปิดกระโปรง ส่วนภาวินีถือว่าตัวเองเป็ลูกที่สำคัญกว่าทุกคน... เ้าตัวมักจะแย่งตุ๊กตาตัวที่สวยกว่าและ ของเล่นที่ถูกใจกว่า คนที่ถูกรังแกก็มักหาที่พึ่งตามประสาเด็ก ภัคธีมาจึงร้องไห้หน้าซึมเศร้า มีไปเื่ฟ้องอานันท์ และ ดอกไม้เป็ประจำ จนทั้งสองเรียกเด็กทั้งสามคนเข้ามาคุย...
‘พ่อกับแม่หวังว่านพกับภา จะไม่แกล้งพลอยอีก ให้นพกับภาคิดเสมอว่า พลอยคือพี่แท้ๆของภา และเป็น้องแท้ๆอีกคนของนพ’ ทั้งสองทำหน้าดุ เอาจริงเอาจัง จนนพกับภาวินีจึงหยุดรังแกลูกบุญธรรม
ภัคธีมายกอาหารค่ำมาจัดเรียงบนโต๊ะ หญิงสาวจัดแจงตักอาหารใส่จานจากนั้นเดินไปพยุง ย่ามานั่งร่วมโต๊ะบนมื้ออาหาร ย่าถามไถ่หล่อนตามปกติ และ อดที่จะถามถึงนพ และ ภาวินีไม่ได้ เพราะ ไม่เจอหลานทั้งสองมานาน...หญิงสาวจึงรวบรัดตอบไปว่าคงจะยุ่งถึงไม่กลับมา...หล่อนเห็นป้าสายใจทำตัวปกติ เพราะครู่ต่อมา เห็นว่าย่าปราณีไม่ถามอะไรมาก สายใจมองหลานสาวที่กำลังตักข้าวเข้าปากเหมือนไม่เดือดร้อนอะไร แต่ คนเป็ป้าน่ะสิยังคงวิตกเื่เงินสองล้านบาท ที่หลานสาวรับปากว่าจะหามาคืนเ้าของ
‘พลอยเอ้ย...เอ็งจะหาเงินที่ไหนมาคืนเขา เอาเถอะเมื่อเอ็งรับปาก จะหาเงินสองล้านนั่นป้าก็จะช่วยอีกแรง.’
ตกกลางคืนหล่อนเข้ามาหาย่า เหมือนทุกครั้งที่กลับมา ขณะที่ป้าสายใจกำลังดูละครหญิงสาวเข้ามาใกล้ ค่อยๆนวดตามตัวให้ย่า...
“รู้สึกดีขึ้นใช่ไหมคะย่า”
“ดีขึ้นมาจ้ะพลอย ย่าหาเมื่อยตั้งเยอะ” ย่ายิ้มให้หล่อนแล้วพยักหน้า หวนนึกถึงตอนเด็กที่ย่ากับป้าสายใจมักเรียกหล่อน ให้ช่วยเหยียบหลังประจำ พอโตขึ้นหล่อนไม่ได้เหยียบหลัง แต่ใช้มือนวดแทนเมื่ออานันท์กับดอกไม้เสียชีวิตลง ย่าปรานีกลัวว่า ภัคธีมากับสายใจจะจากไปแต่แล้วสองป้าหล่อนก็ไม่ได้จากย่าไปไหน... จนคนข้างบ้านบางคนก็บอกว่า
‘สงสัยชาติก่อนอีหนูพลอยกับสายใจ สองป้าหลานคงเป็ ลูกหลานของย่าปราณีนี่ขนาดไม่ได้มีสายเืเดียวกันยัง อยู่ติดย่าไม่คิดไปไหน’
หญิงสาวไม่คิดจะทิ้งย่าปราณีไปไหน เพราะย่าเองก็อายุมากแล้ว ป้าสายใจเคยไปอยู่กรุงเทพฯหลายครั้งแต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่กับย่าเหมือนเดิม ย่าจึงแบ่งที่ให้ป้าขายของตรงตลาดสดจากนั้นมา ป้าก็ไม่ไปไหนอีก เช้ามาไปขายของ เย็นก็มากลับมาอยู่กับย่าส่วนหญิงสาวมักจะกลับมาหาผู้สูงวัยทั้งสอง่สุดสัปดาห์
“พลอยมีเื่อะไรไม่สบายใจไหมย่าเห็นทำหน้าเศร้าๆ”
“ไม่มีหรอกค่ะย่า จะมีก็แต่ห่วงว่าย่าจะทิ้งพลอยไปก่อน”
“อย่าคิดอย่างนั้นลูกเอ๋ยต่อไปย่าก็ต้องจากไปอยู่ดี ย่าแก่ลงทุกวัน”
“แต่ พลอยไม่อยากให้ถึงวันนั้นนี่คะ”หล่อนทำหน้าเศร้าหญิงสาวยกมือเหี่ยวย่นของหญิงชรามาจับไว้ ย่ากุมมือหล่อนตอบ
“ย่าจะพยายามไม่เป็อะไรเวลาพลอยกลับมาจะได้เจอ”ย่าปราณียิ้มปลอบใจภัคธีมายิ้มรับ
“คืนนี้พลอยจะนอนข้างๆย่านะคะ”
“ได้สิ”หญิงสาวเดินไปปิดไฟก่อนขึ้นมานอนข้างๆย่าปราณี ...ก่อนหลับไปพร้อมกับความสุขที่ได้กลับมาหาย่าและป้าของหล่อน
เช้าวันรุ่งขึ้นหล่อนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงาน หญิงสาวเดินออกจากอพาร์ทเม้นท์ที่ตัวเองเช่าออกมาหน้าปากซอยไม่ไกลนัก...ความหวังว่าจะซื้อรถสักคันมาใช้ก็ต้องเก็บไว้เพราะมีหนี้ก้อนโตมาทับอยู่ในอก ความ้าจะซื้อรถจึงถูกพับไว้ก่อน นอกจากว่าจะใช้หนี้เขาให้หมดก่อนการไปทำงานของหล่อนจึงพึ่งรถเมล์หรือรถไฟฟ้าเป็หลัก...
‘ตลอดระยะเวลาที่คุณยังติดค้างหนี้ คุณต้องมาให้ผมเห็นหน้า อย่าคิดหนี ไม่เช่นนั้นผมจะเอาเื่นี้ไปบอกย่าคุณเอง’
เพราะคำขู่ของเขา หล่อนจึงต้องทำตามสัญญา ทุกๆวัน ก่อนไปถึงที่ทำงานหล่อนจะแวะมาหาเขา ซึ่งบ้านของเขาเป็ทางผ่าน ไปที่ทำงานของหล่อนอยู่แล้วเมื่อคืนก่อนนอน เขาไลน์มาถามถึงเวลาที่หล่อนสะดวกมาพบเขา หญิงสาวบอกว่า เป็เวลาเจ็ดโมงครึ่งในยามเช้าเขาจึงตอบตกลง...
จากนั้นเขาก็ไม่ได้ทักทายหาหล่อนในทางไลน์ หรือ ชวนคุยอีก นอกเหนือจาก ถามเื่ที่หล่อนต้องมาเจอเขาเท่านั้น!
หญิงสาวเปิดสมุดโน๊ต ที่หล่อนได้จดที่อยู่ไว้ หล่อนสำรวจเส้นทางไปบ้านของเขาจากแผนที่ที่โชว์บนกูลเกิลบ้านของเขาติดถนนหลัก เข้ามาในซอยไม่ลึกมาก เมื่อลงรถเมล์ ก็ไม่ยากเกินที่จะหาเจอหากเสร็จภารกิจก็เดินกลับไปขึ้นรถไฟฟ้าเดินทางไปที่ทำงานต่อ...
ภัคธีมาเดินตามแผนที่ ที่หล่อนหาจากกลูเกิลแมพ ไม่นานหล่อนก็มาตรงกับบ้านเลขที่999/09 ซึ่งเป็บ้านของเขา
หญิงสาวเดินมาหน้าประตูรั้วสีขาวมองนาฬิกา ยังมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง สำหรับการเดินไปที่ทำงานต่อวันนี้หล่อนมาเช้าเป็พิเศษ หล่อนอยากรู้เหมือนเขาจะตื่นเช้าเป็ไหม?
ถ้าเขาอยากลุกจากเตียงในตอนเช้ามาเจอหล่อนจนกว่าใช้หนี้หมด...ก็ให้มันรู้ไป! หล่อนก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำได้ไหม? คนที่รักสบายไม่อยากลุกขึ้นในยามเช้าเขาจะทำได้นานแค่ไหนกันเชียว?...เงื่อนไขนี้ไม่เพียงสร้างความลำบากให้ลูกหนี้คนเดียวหรอกหากเ้าหนี้ก็ลำบากพอกันๆ เพราะต้องตกอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เขาสร้างขึ้นเอง...
หล่อนไม่อยากกดกริ่ง รบกวนให้คนทั้งบ้านในเวลาเช่นนี้ หล่อนกดเลื่อนหารายชื่อของเขาบนไลน์เจอพอดีหญิงสาวส่งข้อความสั้นๆ บอกเขาว่าหล่อนมาถึงแล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะอ่านข้อความเมื่อหล่อนหันไปทางขวามือ ก็เห็นเขาอยู่ทางในชุดออกกำลังกายแบบสบายๆ เสื้อแขนสั้นและกางเกงขายาวออกกำลังกายแนวสปอร์ตวิ่งเหยาะๆใกล้เข้ามา
เมื่อลมลู่พัดมา พลิ้วไหวเสื้อแนบกายเผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกและ ต้นแขนแข็งแกร่งของเขา เขาวิ่งเหยาะๆมาทางเข้าบ้านพอดี
“ผมเพิ่งไป วิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะมา”
เขาพูดขึ้นหลังจาก เดินมาใกล้หล่อน เขากวาดสายตามองหล่อนอยู่ในชุดทำงานเสื้อแขนยาว กระโปรงยาวเหนือเข่าเล็กน้อย แบบพนักงานบริษัททั่วไป ผมถูกรวบไว้ด้านหลังหล่อนแต่งหน้าบางๆ เพียงแค่เขียนคิ้วทาปากให้ดูดีเท่านั้น... เมื่อเข้ามาใกล้หล่อนทำให้เขาสะดุดลง เขามองใบหน้ารูปไข่ ริมฝีปากหยักสวยของหล่อน สะกดใจเขาทำให้มองหล่อนนิ่งไปครู่ใหญ่...ทว่าเขาก็มีท่าทีวางเฉย
ภัคธีมาทำหน้ารับรู้ ที่เขาออกกำลังกายกลับมาจากสวนสาธารณะเออหนอเขาก็ตื่นเช้าเป็เหรอเนี่ย?... ผิดคาดที่คิดว่าเขาต้องฝืนลุกจากเตียงมาดูลูกหนี้อย่างหล่อน
“งั้นถือว่าฉันมาเจอคุณแล้วนะคะ”
เขายกมือมองนาฬิกาบนข้อมือ เป็เวลาเจ็ดนาฬิกาสามสิบนาทีพอดี ซึ่งเวลานี้ถือว่าเป็เวลาเช้าสำหรับคนที่ไม่ใช่พนักงานประจำอย่างเขา
“หวังว่าพรุ่งนี้ คุณคงมาเวลาเดิม”เขาพูดเสียงเรียบ
“ค่ะ ฉันจะพยายาม”หล่อนรีบรับปากเพราะไม่อยากให้มีเื่ทะเลาะระหว่างหล่อนกับเขาอีก...
“คุณไปทำงานเถอะ” ภัคธีมากระชับกระเป๋าสะพายของตัวเองแล้วเดินจากไปแม่บ้านเดินออกมากดปุ่มจากด้านในเพื่อเปิดประตูให้เ้านายหนุ่ม
ชาคีลยังไม่ได้ก้าวเท้าจากจุดนั้น เขายืนมองร่างบางของหญิงสาวที่กำลังเดินจากไปจนเกือบลับตา...จากนั้นไม่นานก็เดินเข้าด้านในบ้าน