“หวัง ชง!! หวัง ชง ......ในที่สุดท่านก็มาที่นี่ ข้ากำลังจะบ้าอยู่แล้วหากท่านยังไม่มาที่นี่!!”
ขณะที่ หวัง ชง ก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยมวิหคเงินนั้น เว่ย ฮ่าว ก็วิ่งออกมารับด้วยร่างกายที่อาบชโลมไปด้วยเหงื่อ
“เกิดอะไรขึ้น!?”
หวัง ชง ขมวดคิ้วแน่นพลางกล่าวถามไปยัง เว่ย ฮ่าว ด้วยแววตาแปลกๆ
เว่ย ฮ่าว เป็นคนตรงไปตรงมา และแทบไม่มีอะไรที่เขาจะต้องกังวล นี่เป็นครั้งแรกที่ หวัง ชง ได้เห็นเขาแสดงความกังวลออกมาเช่นนี้
“มีเรื่องแล้ว!! มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว!! มีบางคนที่ต้องการทำลายการค้าของท่านมาที่นี่!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวออกมาด้วยความลนลาน
“ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูด ต่อให้ท้องฟ้าถล่มลงมาข้าก็จะอยู่เคียงข้างเจ้า!! เจ้าหมายความว่าอย่างไร มีใครต้องการทำลายการค้าของข้า!?”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยความสุขุม
บางทีอาจจะเป็นเพราะความสุขุมของ หวัง ชง มันจึงทำให้ เว่ย ฮ่าว สงบลงไปไม่น้อย เขาเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ขณะที่เขากำลังจะกลับนั้น จู่ๆ พ่อค้าชาวเถียวจือ โมเสด ก็ได้เข้ามาติดต่อกับเขาอย่างกะทันหัน
พ่อค้าคนนี้พูดภาษาของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ยังไม่คล่องเท่าไหร่นัก จากที่ เว่ย ฮ่าว ฟังเขากล่าวออกมานั้น แต่เดิมแล้วเขาพยายามกล่าวชื่นชมดาบของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ว่าสามารถเทียบกับดาบของชาวเถียวจือของเขาได้
เว่ย ฮ่าว รู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้ยินคำชื่นชมเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม จู่ๆ โมเสด ก็ชักดาบของเขาออกมา และขอท้าประลองกับดาบของ หวัง ชง
เมื่อถึงตรงนี้ เว่ย ฮ่าว ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาต้องการมาทำลายการค้าครั้งนี้
แน่นอนว่า เว่ย ฮ่าว บอกให้เขาออกไปทันที อย่างไรก็ตาม โมเสด กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าเขากำลังพูดว่าอะไร และกล่าวออกมาว่า “เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่ เว่ย ฮ่าว กำลังพูดออกมา!!”
สรุปแล้วเขานั่งปักหลักอยู่ภายในโรงเตี๊ยมวิหคเงินเพื่อเผชิญหน้ากับดาบของ หวัง ชง , เว่ย ฮ่าว พยายามไกล่เกลี่ยกับเขาเป็นเวลานานมาก มันจึงทำให้เกิดเสียงอึกทึกขึ้น และกลายเป็นจุดสนใจของเหล่าผู้คนโดยรอบทันที อีกทั้งมันยังทำให้การค้าขายภายในโรงเตี๊ยมวิหคเงินได้รับผลกระทบไปไม่น้อยเช่นกัน
เว่ย ฮ่าว ต้องการที่โยนเขาออกมานอกโรงเตี๊ยมด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นพ่อค้าที่มีความมั่งคั่งไม่น้อย อีกทั้งยังเป็นพ่อค้าอาวุธที่มีชื่อเช่นกัน ตราบใดที่เขายังไม่ได้ทำอะไรผิด เว่ย ฮ่าว ก็ไม่สามารถขับไล่เขาออกไปได้
“หวัง ชง หากท่านยังไม่มาข้าคงทนแรงกดดันไม่ไหวแน่!! พ่อค้าคนนั้นอยากจะแขวนดาบของเขาไว้ที่โรงเตี๊ยมวิหคเงินเช่นกัน เขาบอกว่าในเมื่อท่านทำได้ ทำไมเขาจะทำไม่ได้!! จากนั้นก็เริ่มมีปากเสียงต่อกันขึ้นมา มันเป็นความเกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ และชาวเถียวจือ ข้าไม่อาจจัดการกับเรื่องนี้ได้!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวทุกอย่างออกมาด้วยใบหน้ามืดมน แต่เดิมแล้วเขาคิดว่าการขายดาบของ หวัง ชง เป็นเพียงเรื่องง่ายๆ เขาแค่ส่งมอบดาบออกไป และรับเงินจากอีกฝ่ายมาเท่านั้น เขาไม่ได้คาดหวังว่ามันจะกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเช่นนี้
“พ่อค้าชาวเถียวจือนั่นอยู่ที่ไหน!?”
หวัง ชง กล่าวถาม
“เขาอยู่ด้านใน ข้าบอกกับเขาว่าหากท่านมาถึง ท่านจะคุยกับเขาด้วยตัวเอง!!”
ทันทีที่ หวัง ชง ปรากฏตัวขึ้น เว่ย ฮ่าว ก็รู้สึกราวกับว่าเขามีที่พึ่งพิง มันทำให้เขาสงบลงกว่าเดิมอย่างมาก
..........
ภายในห้องพักด้านใน ในที่สุด หวัง ชง ก็ได้พบกับพ่อค้าชาวเถียวจือ โมเสด ที่ เว่ย ฮ่าว กล่าวถึง
“ท่านคือ โมเสด ใช่หรือไม่!?”
หวัง ชง กล่าวถามไปยังชายที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเคราเบื้องหน้า
“ท่านเป็นเจ้าของดาบหรือ!?”
โมเสด จ้องมองกลับมาที่ หวัง ชง ด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่คาดหวังว่าเจ้าของดาบจะเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มเช่นนี้
เมื่อเห็น หวัง ชง พยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบรับ เขาก็เลือกที่จะโยนปัญหาทั้งหมดทิ้งไว้เบื้องหลังทันที หลังจากทั้งหมดแล้วความหลงใหลในดาบของเขานั้น มันก็ยิ่งใหญ่กว่าปัญหาของอายุ หรือสิ่งอื่นๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
“ไม่เลว!! ข้าชอบดาบของท่านมาก ท่านต้องเป็นช่างตีเหล็กที่น่าเหลือเชื่อมากแน่นอน!! นี่คือดาบชั้นยอดจากเถียวจือ ดาบของข้ามีค่ามาก ข้าต้องการใช้ดาบเล่มนี้เผชิญหน้ากับดาบของท่าน!!”
โมเสด ยืนขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยความเคารพ
“ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าไม่อนุญาต!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียว ว่าทำไมพ่อค้าชาวเถียวจือคนนี้ถึงไม่ฟังสิ่งที่เขากล่าวออกมา หากไม่ใช่เพราะกฎบัญญัติของราชสำนัก ที่กำหนดให้เขาต้องปฏิบัติต่อพ่อค้าต่างถิ่นด้วยความเคารพแล้วนั้น เขาจะต้องโยนพ่อค้าชาวเถียวจือคนนี้ออกไปด้านนอกแล้วแน่นอน
“ย่อมได้!!”
หวัง ชง กล่าวตอบ
เพียงคำตอบสั้นๆ ของเขา มันดูราวกับเวทมนตร์ เพียงพริบตานั้นมันก็ทำให้ทั้งห้องตกลงไปกับความเงียบงันอย่างกะทันหัน
เว่ย ฮ่าว อ้าปากค้างขณะที่มองไปยัง หวัง ชง เขาไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินแม้แต่นิดเดียว
เหตุผลที่เขารีบลงไปพบ หวัง ชง ก็เพื่อให้เขาปฏิเสธคำขอของอีกฝ่าย ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงจะรับข้อเสนอนี้ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะพยายามปฏิเสธคำขอนี้มาโดยตลอดก็ตาม แต่ทว่าในเวลานี้ หวัง ชง กลับยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่ายอย่างไม่คาดคิด
ในเวลานี้ แม้แต่ โมเสด ก็ต้องประหลาดใจอย่างมากเช่นกัน
เขาเดินทางไปตามร้านขายอาวุธต่างๆ มามากมาย แต่แรกแล้วเมื่อเขากล่าวชื่นชมอาวุธออกมา ผู้ค้าจะยินดีอย่างมาก แต่ทว่าเมื่อเขากล่าวคำขอของเขาออกมาแล้วนั้น ผู้ค้าจะผลักไสให้เขาออกมาจากร้านทันที
ก่อนหน้านี้ เว่ย ฮ่าว ก็พยายามปฏิเสธคำขอของเขาเช่นกัน ดังนั้น ในวันนี้เขาจึงได้เตรียมคำขอร้องจำนวนมากเอาไว้ภายในใจ เพื่อโน้มน้าวให้เจ้าของดาบยอมรับคำขอของเขา อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายกลับยอมรับคำขอของเขาอย่างง่ายดาย
สิ่งนี้ทำให้ โมเสด ต้องประหลาดใจอย่างมาก
“หวัง ชง ท่านแปลกคนเกินไปแล้ว!!”
ในที่สุด เว่ย ฮ่าว ก็หลุดออกจากความตกตะลึง สิ่งแรกที่เขาทำคือดึงแขนของ หวัง ชง พร้อมกับกล่าวออกมา
“พ่อค้าคนนี้ต้องการทำลายการค้าของท่าน ทำไมท่านถึงยังรับคำท้าของเขาเช่นนี้!?”
เว่ย ฮ่าว กล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก
การตัดสินใจของ หวัง ชง ทำให้เขาต้องตื่นตระหนก หลังจากทั้งหมดแล้วสถานการณ์ในตอนนี้ต่างจากที่เขาคาดหวังเอาไว้อย่างมาก เขาจึงไม่อาจระงับอารมณ์ของเขาเอาไว้ได้อีกต่อไป
“ใจเย็นๆ!!”
หวัง ชง กล่าวพลางโบกมือไปทาง เว่ย ฮ่าว เบาๆ เพื่อให้เขาสงบลง
กล่าวตามตรงแล้วเป้าหมายในการขายของ หวัง ชง คือกองทัพของอาณาจักร พ่อค้าชาวเถียวจือผู้นี้ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเขา
การปรากฏตัวของพ่อค้าชาวเถียวจือคนนี้ นับได้ว่าเป็นโอกาสของ หวัง ชง เช่นกัน หากเขาใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่ เขาจะได้รับประโยชน์กลับมาอย่างมหาศาลแน่นอน
“โมเสด ไม่ได้มีเจตนาร้าย!! เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลายการค้าของข้าตามที่เจ้าคิด!!”
หวัง ชง กล่าวอธิบายออกมาด้วยรอยยิ้ม
เว่ย ฮ่าว อาจจะดู โมเสด ไม่ออก แต่สำหรับ หวัง ชง ที่มีความทรงจำจากช่วงชีวิตที่แล้วมาอย่างยาวนานนั้น เขาจึงสามารถดูออกได้อย่างแตกฉานว่า โมเสด ไม่ได้มีเจตนาร้าย
นี่อาจจะเป็นเพราะพฤติกรรม และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของ เถียวจือ , อาหรับ และทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
ใน เถียวจือ และ อาหรับ นั้น ก่อนที่พวกเขาจะซื้อดาบ จะมีการประลองดาบเพื่อเป็นการทดสอบกับฝ่ายตรงข้ามก่อน
หากดาบของอีกฝ่ายมีคุณภาพสูง และสามารถต้านทาน หรือเหนือกว่าดาบของเขาได้ เขาก็ยินดีที่จะซื้อมันไปโดยไม่ต่อรองใดๆ อีก แต่หากว่าผลออกมาตรงข้ามแล้วนั้น พวกเขาจะไม่สนใจมันทันที
นี่เป็นวัฒนธรรมของชาวเถียวจือ และชาวอาหรับ ที่ได้รับการยอมรับจากการค้าอาวุธ
ด้วยการกระทำเช่นนี้ มันจะทำให้ดาบที่ด้อยคุณภาพถูกทำลายลงไป ดาบที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่จึงเป็นดาบชั้นยอด หรือสูงกว่านั้น ซึ่งมีความแตกต่างด้านคุณภาพเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ดังนั้น อาวุธของชาวเถียวจือ และชาวอาหรับ จึงสามารถพัฒนาขึ้นไปถึงจุดสูงมากขึ้นได้เรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง
ดาบคุณภาพสูงจะสามารถรักษาราคาของมันเอาไว้ได้อย่างดี ดังนั้น วัฒนธรรมนี้จึงได้รับการยอมรับในแถบตะวันตกอย่างแพร่หลาย
เมื่อเวลาผ่านไป มันก็ทำให้การค้าอาวุธในเถียวจือ และอาหรับ ก้าวไกลกว่าทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
และคนจากสองอาณาจักรก็ยังได้รับประโยชน์จากวัฒนธรรมนี้
ตามความทรงจำของ หวัง ชง นั้น อีกไม่กี่ปีข้างหน้า คนจากทั้งสองอาณาจักรนี้จะเริ่มเข้ามาในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับนำวัฒนธรรมนี้ติดตัวพวกเขามาด้วยเช่นกัน
เมื่อมีการแข่งขัน ย่อมนำมาซึ่งความเจริญ
เมื่อทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เริ่มยอมรับวัฒนธรรมนี้ มันก็ทำให้การค้าอาวุธของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด และนำมาสู่ยุครุ่งเรืองของอาวุธ
เพื่อที่จะพัฒนาอาวุธของตนเองให้ดียิ่งขึ้น ปรมาจารย์ช่างตีเหล็กจึงต้องใช้เวลามากขึ้นในการตีอาวุธแต่ละครั้ง มันจึงชักนำความก้าวหน้าเข้ามาสู่ทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
เมื่ออาวุธคุณภาพสูงถูกสร้างขึ้นมา มันก็สามารถขายได้ในราคาสูง ทำให้พวกเขาได้รับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้น นั่นยิ่งช่วยส่งเสริมให้พวกเขาสร้างผลงานที่ดียิ่งขึ้นออกมา
สิ่งนี้เกิดขึ้นเป็นวงจรที่บริสุทธิ์ และทุกคนต่างก็ยอมรับมัน
เมื่อรับรู้ถึงอนาคตของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์อยู่ก่อนแล้ว หวัง ชง จึงไม่ได้ปฏิเสธคำขอของพ่อค้าชาวเถียวจือ ตรงกันข้าม เขาตั้งใจจะใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้อย่างเต็มที่ และมันมีแนวโน้มที่ดีที่จะเป็นประโยชน์ต่อแผนการในอนาคตของเขาอย่างมาก
“แต่ว่าท่านก็ไม่น่าเห็นด้วยกับคำขอนี้!!”
แม้ว่าจะได้ฟังคำอธิบายของ หวัง ชง ถึงการซื้อขายอาวุธในเถียวจือแล้วนั้น เว่ย ฮ่าว กลับไม่อาจสงบลงได้แต่อย่างใด ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความกังวลอย่างชัดเจน
“ท่านไม่รู้หรอกว่าดาบของชาวเถียวจือ และชาวอาหรับมันคมมากแค่ไหน มันสามารถตัดเส้นผมที่ลอยอยู่กลางอากาศได้ด้วยซ้ำ พ่อค้าชาวตะวันตกคนหนึ่งเคยมอบดาบแบบนี้ให้กับท่านพ่อของข้า มันสามารถตัดดาบเล่มอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย ท่านพ่อชื่นชอบมันมาก และข้าก็ได้เห็นถึงความสามารถของมันด้วยตาของข้าเองมาแล้ว ข้าจึงได้ปฏิเสธคำขอของเขา!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวออกมาด้วยความกังวล ในปัจจุบันดาบของเถียวจือ และอาหรับ ยังไม่มีชื่อเสียงมากนักในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ แต่ทว่าบิดาของเขา เสนา เว่ย ได้มีดาบเช่นนั้นไว้ในครอบครอง เขาจึงรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของมันได้อย่างดี
“เจ้ากลัวว่าข้าจะแพ้เขางั้นรึ!?”
หวัง ชง กล่าวพลางหัวเราะออกมาเบาๆ
“นี่.....!!”
เว่ย ฮ่าว ไม่อาจหาคำกล่าวใดๆ ออกมาได้
“ไม่ต้องกังวล ข้ารู้ว่าดาบที่ข้าสร้างขึ้นมาแข็งแกร่งเพียงใด ข้าไม่แพ้เขาแน่นอน!!”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
หวัง ชง รู้ดีว่าดาบของ เถียวจือ และ อาหรับ นั้นมีความแข็งแกร่งมากเพียงใด เขาเคยเห็นมาก่อนแล้วในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขามั่นใจในอาวุธของเขามากยิ่งขึ้น
ในยุคนี้ ไม่มีทางที่อาวุธใดๆ จะมีความสามารถเหนือกว่าอาวุธที่ถูกตีขึ้นมาจากเหล็กหวู่จืออีกแล้ว
..........
หลังจากกล่าวปลอบ เว่ย ฮ่าว แล้วนั้น หวัง ชง ก็เดินกลับเข้าไปภายในห้องของ โมเสด อีกครั้ง
“คุณชาย!! ท่านตกลงคำขอไหม!?”
เมื่อเห็น หวัง ชง กลับเข้ามาในห้อง ดวงตาของ โมเสด ก็เปล่งประกายขึ้นขณะที่เขากล่าวออกมาว่า
“ไม่ต้องกังวลไป ข้าเข้าใจกฎที่แตกต่างกันของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ และเถียวจือดี หากอาวุธของท่านเสียหายในการประลอง ข้าจะจ่ายค่าเสียหายให้กับท่าน แต่มันจะดีกว่า หากว่าอาวุธของท่านสามารถทำลายอาวุธของข้าได้ เพราะหากเป็นเช่นนั้นข้ายินดีที่จะซื้ออาวุธของท่านในราคาที่สูงมากกว่านี้!!”
“ไม่จำเป็นต้องชดเชยสำหรับอาวุธของข้า........เราจะพูดถึงเรื่องนี้ในภายหลัง!!”
หวัง ชง เพียงหัวเราะออกมาเบาๆ ราคาสองพันสี่ร้อยตำลึงทองบนป้ายนั้นเป็นราคาของวันที่สาม หวัง ชง ยังไม่ได้เปลี่ยนราคาของวันใหม่ หากพ่อค้าชาวเถียวจือคิดว่าจะสามารถซื้อดาบของ หวัง ชง ได้ในราคานี้ เขาก็คงเข้าใจผิดอย่างมากแล้ว
หวัง ชง ไม่ได้วางแผนที่จะขายดาบเหล็กหวู่จือชิ้นแรกด้วยราคาถูกเช่นนี้แต่อย่างใด
มันจะกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของเขา หากทำเช่นนั้น
“ท่านจะให้ข้าดูดาบของท่านได้ไหม!?”
หลังจากได้ยินคำกล่าวของ เว่ย ฮ่าว มันก็ทำให้ หวัง ชง ให้ความสนใจต่อดาบชั้นยอดจากเถียวจือในมือของ โมเสด ไม่น้อย
........................