วิถีปราณผกผัน: คู่มือเยียวยาชีวิต (ภาค 2: ศึกพิทักษ์มิติบรรพกาล)
ตอนที่ 36: ผู้เฝ้ามองแห่งกระจกและรอยร้าวในอดีตที่หวนคืน
เงาดำที่ผุดขึ้นมาจากกระจกบานยักษ์ไม่ได้มีรูปร่างที่แน่นอน มันเปลี่ยนสภาพไปมาดุจของเหลวสีหมึก ทว่าเมื่อมันเริ่มก่อตัวขึ้น รูปลักษณ์ที่ปรากฏกลับทำให้นนท์ชะงักไปครู่ใหญ่—มันคือภาพสะท้อนของ "นนทการ" ปู่ของเขา และเหล่านักสู้ที่เขาเคยสังหารไปในสงครามเบื้องหลัง!
"ผู้เฝ้ามองแห่งกระจก... ไม่ได้ใช้พลังโจมตี แต่มันใช้ 'ความผิดบาป' ของเราเป็นอาวุธ!" เซเลสเทียร้องเตือนขณะถอยห่างจากกระแสพลังงานสีดำที่เริ่มแผ่กระจายออกมา
ร่างสีหมึกนั้นส่งเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนกระจกแตก "เจ้าเยียวยาดวงวิญญาณคนอื่นได้... แต่เจ้าจะเยียวยา 'บาดแผล' ที่เจ้าทิ้งไว้ข้างหลังได้อย่างไร นนท์?"
ทันใดนั้น กระจกบานใหญ่รอบตัวก็เปลี่ยนเป็นภาพอดีต นนท์เห็นภาพตัวเองในวัยเด็กที่แบกรับความเจ็บปวดจากการทดลอง ภาพคนไข้ที่เขาช่วยไม่ได้ ภาพความเย็นชาที่เขาเคยแสดงออกในฐานะหมอปีศาจ ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามฝังกลบไว้ตลอดหลายปีถูกดึงออกมาขยายใหญ่จนบดบังวิสัยทัศน์
นนท์ถูกพายุกระจกนับพันบานล้อมรอบ แต่ละบานสะท้อนภาพที่ทำร้ายจิตใจเขา แรงกดดันนั้นมหาศาลจนกระดูกในร่างลั่นเปรี๊ยะ "มันกำลังพยายามเปลี่ยนความทรงจำของท่านให้เป็น 'พิษทางจิต'!" เซเลสเทียตะโกนบอก แต่นางเองก็กำลังถูกภาพหลอนสะท้อนกลับจนไม่สามารถขยับตัวได้
นนท์กัดฟันจนเลือดซึม เขาไม่ได้หลับตาหนี แต่เขาเลือกที่จะมองเข้าไปในกระจกเหล่านั้นตรงๆ
"บาดแผลในอดีต... ไม่ใช่สิ่งที่ต้องหลบหนี หรือปฏิเสธ" นนท์กระซิบกับตัวเองขณะที่ร่างของเขาสั่นไหวด้วยพลังงานมืดมิดที่พยายามเข้าครอบงำ
นนท์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาไม่ได้ใช้ปราณทำลายกระจก แต่เขาใช้ "วิชาผกผัน" ดูดซับภาพความผิดพลาดเหล่านั้นเข้าสู่ร่าง! เขาน้อมรับทุกความผิดบาป ทุกความเศร้า และทุกการสูญเสียที่เคยเกิดขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีปราณผกผันของเขา
"ความผิดพลาดของข้า คือสิ่งที่สร้างให้ข้าเป็นข้าในวันนี้... และมันก็เป็น 'ยา' ที่ข้าจะใช้รักษาจักรวาลนี้!"
คลื่นพลังสีทองจากศิลาห้วงสมุทรเวลาในมือของนนท์ประสานเข้ากับความรู้สึกผิดที่เขาเพิ่งดูดซับเข้าไป นนท์เปลี่ยน "ความรู้สึกผิด" ให้กลายเป็น "ความเห็นอกเห็นใจที่เหนือกว่า" ร่างของเขาเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าจนมิติแห่งกระจกสั่นสะเทือน!
กระจกทุกบานที่สะท้อนภาพอดีตเริ่มแตกร้าวด้วยพลังแห่งการยอมรับตนเอง ผู้เฝ้ามองแห่งกระจกคำรามลั่นเมื่อมันไม่สามารถใช้ความมืดกัดกินนนท์ได้อีกต่อไป เพราะเจ้าของความมืดนั้นได้ 'เยียวยา' มันจนหมดสิ้นแล้ว!
นนท์พุ่งเข้าใส่ผู้เฝ้ามอง ไม่ใช่ด้วยดาบหรือหมัด แต่ด้วยฝ่ามือที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการอภัย ในชั่วพริบตาที่สัมผัสร่างสีหมึกนั้น พลังงานของผู้เฝ้ามองก็ถูกแปรสภาพกลายเป็นละอองแสงที่สวยงาม มันไม่ได้หายไป แต่กลับกลายเป็น 'เศษเสี้ยวแห่งความจริง' ที่ไหลเข้าสู่ศิลาห้วงสมุทรเวลา
เมื่อทุกอย่างสงบลง มิติแห่งเสียงสะท้อนนิรันดร์ก็กลับคืนสู่ความเงียบที่สงบสุข กระจกที่เคยขุ่นมัวกลายเป็นหน้าต่างใสที่มองเห็นดวงดาวมิติอื่นได้อย่างชัดเจน
นนท์ยืนหอบหายใจกลางเศษซากกระจกที่แตกละเอียด เขาไม่ได้ดูอ่อนแอลง แต่กลับดูสงบนิ่งและมั่นคงขึ้นอย่างน่าประหลาด
"เราผ่านด่านนี้มาได้แล้ว..." นนท์กล่าวพลางเก็บศิลาที่ส่องประกายสีรุ้งไว้ในอก "และข้าได้รับรู้ความลับบางอย่างจากผู้เฝ้ามอง... สภาเทพผู้ลบล้างไม่ได้มีแค่ที่ที่เดียว แต่มันฝังตัวอยู่ในรอยร้าวของทุกมิติที่เรากำลังจะไป"
เซเลสเทียเดินเข้ามาหาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "ท่านเติบโตขึ้นมาก นนท์... ท่านไม่ได้แค่รักษาคน แต่ท่านกำลังรักษาความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ในจักรวาลนี้"
นนท์ยิ้มรับ แต่สายตาเขายังคงจ้องมองไปยังรอยแยกของมิติถัดไป ศึกครั้งนี้ยังอีกยาวไกล แต่เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญกับมัน!