ลานค้าทาสเป็ลานขนาดใหญ่ เธอเห็นทหารที่คุมขบวนเชลยมาถอดโซ่แล้วถีบพวกเขาเข้ากรงขัง ในนั้นมีคนทุกวัย ชราสุดก็ราวๆ 40 ปลาย แต่ละกรงน่าจะคุมขังเชลยได้เป็ร้อย
เมื่อมองไปรอบๆ เห็นอยู่สิบกรงดังนั้นทาสเชลยมีอยู่ร่วมพัน อินทราต้องจับมือเธอไว้ตลอดเพราะกลัวพลัดหลงกัน ผู้คนในลานค้ามีมากมายนับไม่ถ้วนเลย
“คนเยอะมาก เรากลับกันเถอะ” อินทราตะเบ็งเสียงคุย เพราะตอนนี้เสียงผู้คนเจี๊ยวจ๊าวรอบทิศ
“เก็บถุงเงินของเ้าดีๆนะ” ดาริกาพูดชิดริมหู เพราะปีเตอร์แจ้งเตือนว่ามีผู้ประสงค์ร้ายแฝงตัวอยู่ในฝูงชนลอบขโมยถุงเงินเต็มไปหมด
เมื่อการประมูลเริ่มขึ้น ทาสก็ถูกจัดเข้าแถวขึ้นเวทีประมูลครั้งละสิบคน แต่ละคนจะใช้เวลาไม่นานจะมีสู้ราคากันบ้างก็ไม่เกินร้อยเบี้ยเว้นแต่ว่าหล่อหรือสวยมากๆ ราคาจึงแตะถึงตำลึงถึงชั่งก็มี
ผู้ที่ได้เป็นายจะต้องไปลงทะเบียนกำกับ และจ่ายภาษีให้หลวงต่อปีต่อทาสหนึ่งคน
“นังเชลยผู้นี้เป็ใบ้ สุขภาพร่างกายแข็งแรงผู้ใด้า เริ่มต้นประมูลที่ 30 เบี้ย” เสียงร้องฮือฮาดังขึ้น
“แพงไป เ้ามีตาหรือไม่เริ่มที่สามสิบ”
“ใช่ หน้าปรุขนาดนั้น”
“ทรวดทรงใช้ได้แต่ใครจะเอาลง” เสียงวิจารณ์นี้มาจากพวกหื่นกามคนหนึ่งที่มาซื้อทาสไปบำเรอ
“เ้าอ้วนบนเวที ไม่สนใจยังกวาดตามองไปที่ฝูงชนประมูล”
แม้หน้าจะปรุไปด้วยสิวแต่ก็ไม่ขี้เหร่จนถึงกับดูไม่ได้ ผิวคล้ำผอมเพรียว ดาริกาชั่งใจ
เป็ใบ้เหรอ ยังงี้ก็เก็บความลับได้ดีนะสิ
“ข้ากสิน ให้ 32”
“มีใครมากกว่านี้หรือไม่ เ้าอ้วนบนเวทีะโถาม”
“ข้าเดือน ให้ 33” ดาริกายกมือขึ้น
เสียงร้องฮือผสานกลั้วหัวเราะดังขึ้นทั่วบริเวณ น้อยมากที่จะมีชาวชนบทมาประมูลทาสโดยเฉพาะผู้หญิง
“โอ้ สงสารทาสเชลยที่ได้นายแบบนี้นัก” ชายคนหนึ่งกล่าว
เ้า!!!
อินทราใ บีบมือเธอแน่น
“มีใครให้มากกว่านี้หรือไม่ นับหนึ่ง นับสอง นับสาม”
“เชลยนางนี้ตกเป็ทาสของเ้า” ชายอ้วนประกาศเสียงกร้าว
ดาริกาเดินตรงไปรับทาสที่มีเชือกมัดข้อมือทั้งสองไว้ และพาไปลงทะเบียน
“พี่เดือน ซื้อมันมาทำไม” อินทราถามด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ
“เอาน่ะ ฉันอยู่ตัวคนเดียวได้คนมาซักเสื้อผ้าให้ก็ไม่เลว”
“งั้นเราก็กลับกันเถอะ” เธอรู้สึกระอาที่เตือนแล้วไม่ยอมฟัง
นิลวรรณมองนายที่ซื้อเธอด้วยสายตาซาบซึ้ง นี่หล่อนอุตส่าห์ยอมเสียเงินหลายสิบเบี้ยทั้งๆที่เก็บใช้จ่ายได้เป็เดือน ดูจากเครื่องแต่งกายเ้าตัวคงจะลำบากอยู่เหมือนกัน ยิ่งคิดนิลวรรณก็บอกกับตัวเองว่าจะไม่ทำให้นายผู้เสียสละช่วยเธอในครั้งผู้นี้ต้องประสบกับความลำบาก
“อย่าพึ่งสิ ฉันได้ทาสแค่คนเดียวเอง”
“พี่เดือน พวกมันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะพี่จะซื้อไปทำไมเยอะแยะ อาหารจะพอมีแบ่งให้มันหรือ”
อินทราพยายามเตือนสติ หมู่บ้านของพวกเขายามหนาวไม่ใช่จะหาอาหารมาประทังชีพได้ง่ายๆ อดตายหลายบ้านก็มีให้เห็น นี้เล่นซื้อทาสไปผลาญเสบียง
‘บ้าไปแล้ว กลับหมู่บ้านคราวนี้คงโดนหัวเราะเยาะให้’
ตากลมมองทาสคนแล้วคนเหล่าขึ้นบนเวที ไม่เจอที่ถูกใจสักทีจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“กลับกันเถอะไม่เข้าตาสักคน”
อินทรารีบพยักหน้า กลัวอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ
ระหว่างเดินกลับ ทั้งสองต้องหยุดรอทาสเชลยเป็พักๆ เพราะอีกฝ่ายเดินช้าไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง
“นั่งเกวียนกลับกันเถอะ” ดาริกาตัดสินใจโบกเกวียนโดยสารที่ผ่านทางมาพอดี
นิลวรรณมองบ้านหลังเล็กกลางป่าด้วยสายตาบอกไม่ถูก เด็กสาวยากจนยิ่งกว่าเธอก่อนที่จะถูกจับมาเป็เชลยเสียอีก
“เลือกเอาเลยนะจะนอนมุมไหน” ดาริกาล้มตัวนอนบนแคร่แล้วหลับตาตั้งใจจะแค่งีบแต่ก็หลับไปจริง ทิ้งให้ผู้มาใหม่นั่งทำตาปริบๆ
ภายในบ้านเป็ห้องสี่เหลี่ยม โดยมุมซ้ายมีตู้ไม้เล็กๆเก็บถ้วยชาม หม้อไห มีเตาอั้งโล่ตั้งอยู่ส่วนนั้นคงไว้ใช้หุงหาอาหาร ส่วนมุมขวาคือแคร่นอนขนาดพอดีตัว ชานหน้าบ้านยังมีแคร่เล็กๆ
เธอเปิดตู้ไม้เพื่อดูเสบียงตั้งใจจะหุงหาอาหารรอผู้เป็นายตื่น แต่ก็พบว่าไม่มีอะไรเลย หล่อนอยู่ได้ยังไง ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร น้ำตารื่นขึ้นมารู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูกนิลวรรณตอบไม่ได้ว่าเศร้าระทมเพราะชีวิตที่บัดซบของเธอหรือของใคร
ก่อนที่จะเกิดปัญหาศึกาชีวิตของเธอมีความสุขสงบเรียบง่ายอาศัยอยู่กับน้องชายในหมู่บ้านเล็กๆที่คอยพึ่งพาอาศัยกัน จนกระทั่งผู้ครองแคว้น้าขยายเขตแดนประชาชนทุกย่อมหญ้าจึงเดือดร้อน เธอซึ่งกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในอีกไม่กี่เดือนต้องพรากจากคู่หมั้นเพราะเขาถูกเกณฑ์ไปเป็ทหารจนกระทั่งเสียชีวิต
เธอหนีหัวซุกหัวซุนจากทหารที่เข้ามารุกรานคนในหมู่บ้านพลัดหลงกับน้องชาย จำต้องแกล้งเป็ใบ้และกินสมุนไพรให้หน้าเสียโฉม เพื่อปกป้องตัวเองจากโดนกระทำย่ำยี