วันต่อมาเวลาตีสามครึ่ง
ยูจินฮาในตอนนี้มาถึงยังจุดนัดพบ ที่เขาได้นัดกิมจิเอาไว้ เขาสัญญากับกิมจิว่าเขาจะฝึกกิมจิให้สามารถเป็นฮันเตอร์ได้ หรือไม่ก็แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องครอบครัว
‘ทำให้เขาเป็นฮันเตอร์ง่ายกว่าทำให้เขาแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องครอบครัว’
การปกป้องครอบครัวนั้นเป็นสิ่งที่ดี ทว่าการจะปกป้องครอบครัวได้โดยที่ไม่ทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบแต่อย่างได
คนๆนั้นจะต้องอยู่ในระดับ B เป็นอย่างต่ำ ไม่อย่างนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึง
ยูจินฮาที่มาถึงก่อนเวลานั้น เขาคิดว่าเขาจะไม่พบใครเลยตรงจุดนัดพบ ทว่าเขานั้นต้องประหลาดใจ
ที่จุดนัดพบมีคนสองคนมารอเขาก่อนเวลาแล้ว
"โอ้ว ไม่เลวเลย มาก่อนเวลาและทำการยืดกล้ามเนื้อแบบนี้แล้ว ใช้ได้ๆ ทว่าเธอนะ ฉันไม่ได้รับปากว่าจะรับเธอเป็นศิษย์"
กิมจิมาถึงแล้วและได้ทำการวอร์มอัพร่างกาย เขาทำในสิ่งที่เขาทำมาตั้งแต่เด็ก นั้นก็คือการบริหารกล้ามเนื้อและยืดกล้ามเนื้อ
ว่ากันว่าการยืดกล้ามเนื้อของฮันเตอร์เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เวลาต่อสู้หากกล้ามเนื้อเกิดตึงหรือยึดขึ้นมา อาจจะทำให้ถึงอันตรายแก่ชีวิตได้เลย
ส่วนคนที่มากับกิมจิ แน่นอนคือเจนนี่ เธอนั้นไม่ได้มาขอฝึกด้วย ทว่าขอแค่มาดูเท่านั้น และเธอบอกกับยูจินฮาว่าเขาไม่ควรจะงกวิชาให้มากนัก
ตายไปก็เอาไปไม่ได้อยู่ดี
‘แค่เธอได้รู้ว่าความตายไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องกลัวละก็’
ถ้าเธอรู้ เธอคงจะคิดว่าตัวเองเสียสติไปแล้วแน่ๆ
ยูจินฮาในตอนนี้มองไปที่กิมจิ ส่วนเจนนี่นั้นก็ได้ไปออกกำลังกายของเธอ เธอมีหุ่นที่ดีก็เพราะว่าเธอนั้นฝึกฝนร่างกายเป็นประจำ
ยูจินฮาหลังจากนั้นก็มองไปที่กิมจิ
ดูเหมือนเขาจะเอาจริงเอาจังมากๆ น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถถ่ายทอดวิชาอะไรของเขาให้กับกิมจิได้ เนื่องจากเขานั้นอ่อนแอเกินไป
หากฝึกวิชาของเขาโดยไม่ใส่ใจอะไรละก็ อาจจะทำให้ตัวระเบิดตายได้เลย
เพราะฉะนั้นเขาจะสอนแค่พื้นฐานของพื้นฐานให้กับเขา เพียงเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอที่จะปลุกพลังภายในที่อยู่ในตัวของเขาได้ ส่วนออร่านั้น ก็คงต้องรอไปก่อน
บางทีการมีร่างกายที่แข็งแรงอาจจะทำให้พลังของเขาตื่นขึ้นก็ได้ ใครจะไปรู้
ยูจินฮาไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับฮันเตอร์มากนัก แต่ตามทางหลักการแล้ว มันน่าจะเป็นแบบนั้น
"เอาละ จากนี้ไปจงนั่งสมาธิซะ"
"นั่งสมาธิ?"
กิมจิคิดว่ายูจินฮาจะฝึกเขาหนักเสียอีก ทว่าเขาแค่ให้เขาฝึกนั่งสมาธิเท่านั้น
เห็นว่ากิมจิกำลังแสดงสีหน้าที่งุนงงออกมา ยูจินฮาก็ต้องอธิบายว่าทำไมเขาถึงให้กิมจินั่งสมาธิ เขาไม่ได้ให้เขานั่งสมาธิเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากสอน
ทว่ามันจำเป็น
หากเขาเข้าชาญได้ละก็ การฝึกก็จะเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ คิดแบบนี้ การฝึกโดยที่ใจไม่สงบนิ่ง จะได้ผลออกมาเพียงแค่หนึ่งในสามส่วน สมองนั้นไม่ได้สั่งการกล้ามเนื้อให้ทำงานตามที่มันควรจะเป็น
เนื่องจากตามสัญชาตญานของร่างกาย มันจะพยายามไม่ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ
แต่หากว่ากิมจิสามารถควบคุมสมองของตัวเองให้ปลดขีดจำกัดนั้นออก ร่างกายของเขาอาจจะเกิดความเสียหาย แต่ถึงจะอย่างนั้นหากร่างกายซ่อมแซมเสร็จ ร่างกายก็จะแข็งแกร่งขึ้นเป็นทวีคูณ
น่าเสียดายที่คนหนึ่งคนสามารถใช้วิธีนี้ได้ครั้งเดียวในชีวิตเพียงเท่านั้น
ยูจินฮาจะยังไม่ใช้มัน เขาจะรอจังหวะที่เหมาะสมและดึงประโยชน์มันออกมาให้ถึงที่สุด
กิมจิแม้ว่าจะสงสัย ทว่าเขาก็ทำตามที่ยูจินฮาบอก กิมจิมีสติที่นิ่งมาก ทว่าในหัวของเขามีเรื่องที่ให้คิดมากเกินไป
เขาไม่สามารถเข้าสมาธิได้หลังจากที่นั่งอยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมง
ยูจินฮาทำการเช็คดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงเข้าชาญไม่ได้เสียที
เขามองไปที่นาฬิกาตอนนี้เกือบจะเป็นเวลาตีห้าแล้ว เขาเหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่เขาจะต้องกลับบ้านไป เตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะไปส่งน้องสาวของเขาที่โรงเรียน
เขาในตอนนี้ได้อัพเกรดอันอัน ตอนนี้มันสามารถสู้กับฮันเตอร์ในระดับ D ได้ ด้วยพลังระดับนี้หากเป็นเมื่อก่อน ยูจินฮาจะต้องบอกว่ามันเป็นอะไรที่อ่อนแอสุดๆอย่างแน่นอน ทว่าในโลกตอนนี้
อันอันถือว่าเป็นกระรอกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
เวลาผ่านไป กิมจิก็ยังคงไม่สามารถเข้าชาญได้สักที
"นี่ผม ไม่มีพรสวรรค์จริงๆใช่ไหม"
ได้ยินที่กิมจิพูด หากเป็นคนอื่นคงปลอบเขาไปแล้ว ทว่านี่คือยูจินฮา อดีตจอมมารที่โหดเหี้ยม
เขาตอบไปตามตรง
"ไม่ ไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว"
กิมจิแม้ว่าจะถูกต่อว่าก็ตามแต่ ทว่าเขานั้นไม่ได้โกรธอะไรแม้แต่นิดเดียว หากเป็นคนอื่นละก็ ป่านนี้เขาคงโดนอัดจนน่วมไปแล้วแน่ๆ