..ครืด.. ครืด.. ครืด..
“ว่าไง..” พิชญุตม์รับสายณภัทรที่โทรเข้ามาหาเขาั้แ่เช้าตรู่
“พวกกูต้องไปรอมึงที่ไหน..”
“ก็บนอัศจรรย์เลย คนนอกห้ามเข้าที่ส่วนบุคคล..”
“อ้าว..แต่วันนี้แค่ซ้อม..”
“ซ้อมก็เหมือนกัน..”
“โอเค..แต่เย็นนี้ต้องเลี้ยงพวกกูนะ..เพราะเอาเงินไปซื้อบัตรมาดูมึงหมดแล้วเนี่ย..”
“เอ่อๆ..แค่นี้นะ..” พูดจบก็กดวางสายไปเฉยเลย ปล่อยให้คนปลายสายเอาแต่ก้นด่ามารยาทที่ไม่เคยจะมีเลยของเพื่อนด้วยความแค้นใจ
“เพื่อนเหรอ..” คนที่เตรียมตัวพร้อมยิ่งกว่าเมื่อวานเอ่ยถาม แล้วเดินถือขวดน้ำสองขวดออกจากห้องไป
“ครับ..”
“แล้วจะแนะนำกับเพื่อนยังไง..” ติณณภพส่ายศีรษะเบาๆให้กับปัญหาแรกที่กำลังจะเกิดขึ้นมา ทั้งที่ความสำพันธ์ของคนทั้งคู่ยังไม่ก้าวไปไหนเลยด้วยซ้ำ ก็เจอความลำบากใจแล้ว
“ก็บอกว่าเป็คนที่ชอบ..”
“จะบ้าเหรอ..พูดแบบนั้นได้ไง..งั้นวันนี้ไม่ไปดูแล้วนะ..” ติณณภพรู้สึกหงุดหงิดกับสิ่งที่อีกคนดูไม่ทุกข์ร้อน และไม่เห็นแก่ความรู้สึกของเขาบ้างเลย
“ติณ..” พิชญุตม์ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เขาก็หนักใจเพราะความสัมพันธ์มันยังไม่ชัดเจน กลัวจะทำให้เื่จบลงทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นมาเลยด้วยซ้ำไป
“เพื่อนเราจำพี่ได้อยู่แล้ว..เฮ่อ..” ถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม
“งั้นติณก็ไปนั่งที่เดิมแล้วกัน..” พิชญุตม์บอกแก้ปัญหาของวันนี้ให้ผ่านไปก่อน ส่วนวันรุ่งขึ้นค่อยให้ตัวเขาในวันพรุ่งนี้เป็คนแก้ไขแล้วกัน
“แล้วตอนลงรถเพื่อนจะไม่เห็นหรือไง..” ติณณภพยังถามต่อ เด็กนี่คิดได้แค่หนึ่งสองสามหรือไง ทำไมไม่คิดไปไกลจนถึงแปดเก้าสิบนะ
“แล้วจะเอาไง..ให้บอกตรงๆก็ไม่ได้..ไปนั่งข้างในก็ไม่เอา..”
“จะบ้าหรือไง..นี่คิดมาแล้วใช่ไหมว่าดี..ไปบอกประกาศกับคนอื่นๆว่าชอบผู้ชาย..แถมยังมากดดันมัดมือชกกันอีก..ไม่ถามความสมัครใจกันเลยสักคำ..บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้จีบ..บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ได้ชอบผู้ชาย..แล้วจะเอายังไงอีก!..” ติณณภพฟิวส์ขาดขึ้นมาทันที ไม่รู้เพราะว่าเหตุผลใดกันแน่ที่ทำให้คนใจเย็นแบบเขากลายร่างได้ขนาดนี้
“ไม่เคยชอบผู้ชายเหมือนกัน..แต่ที่ชอบเพราะไม่ได้มองว่าพี่เป็ผู้ชาย..แค่มองว่าพี่เป็คนที่ชอบเท่านั้น..แค่ชอบ..แค่ชอบคนๆนี้เท่านั้น..ไม่เคยคิดว่าความชอบนี้เป็ชายหรือหญิง..แค่รู้สึกชอบ..ขอโทษนะ..” พิชญุตม์ระบายออกมายืดยาวด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนจะเดินถือกระเป๋าเป้ของตัวเองออกไป ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ใดๆ ร่างสูงโปร่งแทบไม่มีแรงเดินไปข้างหน้าด้วยซ้ำแต่ก็ต้องไป ยอมทิ้งอีกคนเอาไว้ที่นี่ เพราะรู้ว่าอีกคนไม่้าไปด้วยกัน เพราะไม่อยากทำให้ลำบากใจ เลยเลือกที่จะทิ้งกำลังใจเอาไว้ตรงนี้ เดินพาร่างที่ไร้หัวใจออกไป พร้อมน้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาโดยอีกคนไม่อาจรับรู้ได้
“โอ้ย!!..” ติณณภพเหวี่ยงกระเป๋าใบเล็กลงพื้นภายในห้องพัก เมื่อรู้สึกว่าหงุดหงิดมากที่สุดเท่าที่เคยมีชีวิตมา เื่บ้าอะไรกันว่ะเนี่ย ปวดหัวชะมัด..
“อ่าวพีช..มาแล้วเหรอเพื่อน..ทำไมหน้าไม่ดีเลย..” ณภัทรเดินเข้าไปทัก แต่เมื่อเห็นท่าทางเพื่อนแล้วเขากลับรู้สึกหนาวๆ
“อืม..” คนตอบสั้นด้วยไร้อารมณ์ที่จะเสวนาใดๆกับคนอื่นในตอนนี้
“เป็อะไร..มึงใจเย็นๆนะ..ตอนขับอันตราย..” วิชญ์พลบอกแล้วเดินตามหลังเพื่อนไปด้วยสีหน้ากังวล
“ถึงจะอยากรู้แต่พวกกูจะไม่ถามนะ..ซ้อมเสร็จค่อยเล่า..แต่มึงช่วยใจเย็นอย่างที่ไอพลมันบอกนะเพื่อน..” ทวิภาคเดินเคียงเข้าไปส่งเพื่อนที่ทางเข้าห้องพัก เพราะรู้ว่าเป็เขตสงวนคนนอกไม่สามารถเข้าได้
“ขอบใจ..” พิชญุตม์เดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ชายหนุ่มแทบไม่เสวนากับใครเลยด้วยซ้ำ ใบหน้าไร้รอยยิ้มแม้จะกำลังอยู่ในกิจกรรมที่ตัวเองแสนจะหลงรักที่สุดก็ตาม
“พีช..ต้องมีสตินะ..” พี่ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาบอกน้องชายสุดที่รัก เมื่อทุกคนรับรู้ว่านักแข่งหนุ่มกำลังอารมณ์ไม่ดี มีเื่กลุ่มใจทุกคนต่างดูออก แม้เ้าตัวจะไม่ยอมเอ่ยเล่าอะไรออกมาเลยก็ตาม
“ครับ..”
“เฮ่อ..เอาไงดีว่ะ..ไม่ซ้อมดีกว่า..ผลงานยังไงก็ดีอยู่แล้ว..ลงแข่งทีเดียวไปเลยดีกว่า..”
“ไม่เป็ไรครับพี่..ผมไม่เป็อะไร..อย่าให้ติดปัญหาที่ผมเลย..” รีบกล่าวบอกทีมงานเมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มจะรวน ด้วยปัญหาที่เกิดจากตัวเขาแค่คนเดียว
“งั้นนั่งทำสมาธิก่อน..พร้อมเมื่อไหร่ค่อยซ้อม..” ตบบ่าคนแข่งใจร้อนเบาๆ แล้วเดินไปเตรียมการทุกอย่างให้พร้อม เพื่อรอเช็คสมรรถภาพความพร้อมอีกรอบ สนามนี้ในคราแรกคิดว่าผลคะแนนไม่น่ากังวลอะไรเลย แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะ ว่ามันจะยังเป็อย่างที่คิดไว้หรือเปล่า
“โอเคครับ..” พิชญุตม์เดินเข้ามารับหมวกกันน็อกพร้อมเดินสุขุมออกไปกวมรถคันเก่ง ท่าทีที่แสดงออกทีมงานทุกคนไม่มีใครบอกได้ว่านักแข่งของทีมกำลังคิดอะไรหรือมีความรู้สึกอย่างไรกันแน่ในตอนนี้ เพราะสีหน้าที่แสดงออกนั้นมันช่างเรียบนิ่งไร้อารมณ์ใดๆแอบแฝง
“ไอเชี่ย..กูเป็ห่วงไอพีชชิบหาย..” ทวิภาคบอกเมื่อนั่งดูรถแข่งคันหรูของเพื่อนออกตัวไป
“นั่นดิ..แม่งมีเื่ไรว่ะ..แล้ววันไหนไม่มีเกิดน่ะ..เสือกดันมาเกิดวันที่จะแข่ง..เวร..” ณภัทรออกความเห็นสีหน้าดูเป็กังวลชัดเจน
“แต่มันก็ขับปกตินะ..คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง..” วิชญ์พลบอกพร้อมตบไหล่เพื่อนทั้งสองคนไปพร้อมๆกัน ทั้งสามคนนั่งดูการซ้อมใหญ่ของเพื่อนในวันนี้ด้วยความกังวลในใจ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก เมื่อเห็นว่าการซ้อมใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่..
เอี้ยดดดด.....โคมมมม!!!!!!
“เชี่ย!!!!!!!..” เพื่อนทั้งสามอุทานใออกมาพร้อมกัน รีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งเข้าไปเกาะขอบสนามเอาไว้ เมื่อไม่สามารถวิ่งเข้าไปในสนามได้ รถที่ทะยานไปด้วยความเร็วเสียหลักเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของคนควบคุมร่างสูงโปร่งในชุดแข่งถลาไปพร้อมกับรถคู่ใจในโค้งสุดท้ายก่อนจะถึงเส้นชัย ทีมงานทุกคนใรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือตามเทคนิคที่ฝึกซ้อมมา สีหน้ากังวลฉายชัดไปทั้งสนาม พิชญุตม์รีบลุกขึ้นเดินไปดูรถ ชายหนุ่มไม่เคยนึกห่วงตัวเอง ขอแค่รถไม่เป็อะไรก็พอ เพราะพรุ่งนี้ต้องลงแข่งขันสนามจริงแล้ว สมองมึนตึงไปหมดคิดอะไรไม่ออกเลย นิ่งเงียบวนดูรถที่นอนแน่นิ่งอยู่บนสนามหญ้าข้างทาง ไร้ความเป็มืออาชีพที่สุด สบถด่าตัวเองก่อนจะเดินเข้าห้องพักไปพร้อมกับทีมงาน และวางใจเมื่อเห็นรถสุดรักถูกทีมงานนำไปดูแลแทนเขาแล้ว
“เป็ไงบ้าง..” ทุกคนวิ่งเข้ามาดูอาการคนที่เดินนิ่งเงียบเข้ามาด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรครับ..”
“เจ็บตรงไหนไหมพีช..” ทีมแพทย์เฉพาะทางรีบสำรวจตรวจตรา เพื่อให้แน่ใจว่าคนตรงหน้าไม่ได้กระดูกหักอยู่ตรงไหน
“นิดหน่อยครับ..แต่ไม่เป็ไร..”
“พีช..พรุ่งนี้จะแข่งแล้วนะ..รู้ใช่ไหมว่าต้องบอกความจริงถ้าเจ็บตรงไหน..”
“ครับ..”
“ถ้ากระดูกไม่หักก็ไม่เป็ไร..นี่ยาเอาไปทาส่วนที่เจ็บ..ถ้าแค่ถลอกหรือเคล็ดก็ทายานี้ให้ช่วยคลายกล้ามเนื้อ..ถ้าปิดบังแล้วพรุ่งนี้เจ็บจนลงสนามไม่ได้พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง..” ทีมแพทย์ส่งยาที่คิดว่าสามารถช่วยเหลืออีกคนได้ในคืนนี้ให้ไป ในเมื่อเ้าตัวไม่ยอมพูดหรือบอกว่าเจ็บที่ไหน แบบนี้อาการอาจจะไม่แย่อย่างที่พวกเขาคิดก็ได้
“ไปพักไป..ที่เหลือรอลุ้นพรุ่งนี้แล้วกัน..” พี่ทีมงานเดินเข้ามาบอกพร้อมตบไหล่ให้กำลังใจ พิชญุตม์รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าข่มกัดฟันเมื่อรู้สึกเจ็บที่ข้อมือกับหัวเข่าตลอดมา เขารู้ว่ามันยังไม่หักเพราะอาการไม่ได้เจ็บถึงขนาดเดินเหินไม่ได้ แต่มันก็ไม่เบาเอาเสียเลย
“ขอโทษครับ..” พิชญุตม์กล่าวขอโทษทีมงาน เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเดินถือถุงยาออกไปจากห้องพัก
“พีช..เป็ไงบ้างว่ะ..” ณภัทรเดินเข้ามาหาเพื่อนด้วยสีหน้าทุกข์ใจ
“ไม่เป็ไร..”
“มึงอย่าเป็แบบนี้ดิว่ะ..กูเสียใจแม่ง..” ทวิภาคบอกเมื่อเห็นเพื่อนไม่ยอมพูดระบายอะไรออกมาให้ฟังเลย
“กูมีเื่ที่ยังบอกทุกคนไม่ได้..พร้อมเมื่อไหร่กูจะบอกพวกมึงก่อนใคร..” พิชญุตม์ถอนหายใจยอมพูดเื่หนักใจออกมา แต่เขาไม่สามารถเล่าให้พวกมันฟังได้จริงๆ เมื่อยังไม่ได้รับอนุญาตจากใครอีกคน
“เอาเถอะ..กลับไปพักไป..เดี๋ยวพวกกูไปส่ง..” วิชญ์พลบอกแล้วช่วยเพื่อนถือกระเป๋าเป้เดินไปที่รถยนต์ พร้อมแย่งกุญแจรถจากมือเพื่อนมาเพื่อช่วยขับรถให้ วิชญ์พลขับรถคันเดียวไปกับพิชญุตม์ ส่วนณภัทรกับทวิภาคก็ขับตามมาในรถอีกคันจนถึงที่พักของพิชญุตม์
“จะไม่ให้พวกกูเข้าไปจริงๆเหรอ..มึงมีอะไรรึเปล่าเนี่ย..” วิชญ์พลถามอีกครั้งเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพักของพิชญุตม์แล้ว แต่เพื่อนตัวดีก็ไม่ยอมให้พวกเขาได้เข้าไปภายในห้อง นี่ไม่ใช่นิสัยปกติของเพื่อนแน่นอนวิชญ์พลดูออก
“มึงซ่อนอะไรไว้..มึงไม่เคยเป็แบบนี้ว่ะพีช..” ทวิภาคถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอก..กูแค่อยากพัก..”
“แต่มึงเจ็บกูดูออก..ทำไมไม่บอกว่ะว่าเจ็บตรงไหน..แล้วทำไมไม่ยอมให้ทีมแพทย์ที่สนามดู..กูไม่รู้มีส่วนไหนบ้างที่หัก..มึงแม่งทำไมไม่คอหักตายตอนรถคว่ำไปเลยว่ะ..” ทวิภาคต่อว่าเพื่อนด้วยความน้อยใจ ก่อนจะเดินออกไปทันทีที่พูดจบ ร้อนจนวิชย์พลต้องรีบวิ่งตามไปดูอาการ ส่วนณภัทรได้แต่สายหัวแล้วตบบ่าคนเจ็บเพื่อบอกว่าไม่เป็ไรหรอก
“มันแค่เป็ห่วงมึง..ถ้าคืนนี้เจ็บตรงไหนโทรมาหาพวกกูเลยรู้ไหม..ตีสามตีสี่พวกกูก็จะมารับ..โอเคไหม..” ณภัทรถามย้ำในความเข้าใจของอีกคน
“อืม..ขอบใจไปเถอะ..ฝากขอโทษไอภาคด้วยแล้วกัน..” พิชญุตม์หน้าเศร้า ณภัทรพยักหน้าแล้วบอกให้เพื่อนเข้าห้องไปพัก ส่วนตัวเองก็รีบเดินลงไปดูอาการเพื่อนอีกคนทันที
“เป็อะไร..” คนที่ยืนแอบฟังบทสนทนาั้แ่แรกจนจบเอ่ยถามขึ้น เมื่อประตูเปิดเข้ามาพร้อมคนที่ทะเลาะกันเมื่อเช้าเดินเข้ามาด้วยสภาพที่เขาดูออกว่าไม่ดีนัก
“ไม่เป็อะไร..” ปฏิเสธแล้วรีบเดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำแทน
“เพื่อนบอกว่ารถคว่ำ..เกิดอุบัติเหตุเหรอตอนซ้อม..” ติณณภพรอถามทันทีที่ร่างโปร่งเดินออกมาจากห้องน้ำ
“ครับ..” พิชญุตม์ตอบตามตรง เพราะคิดว่าอีกคนน่าจะได้ยินตอนเขาพูดคุยกับเพื่อนหน้าประตู
“เจ็บตรงไหนไหม..” เดินเข้าไปหาด้วยความห่วงใย
“ไม่ครับ..” ส่วนอีกคนเดินหลบไปที่ตู้เสื้อผ้าแทนที่จะรอให้อีกคนเดินมาถึงตัว
“จะเอาแบบนี้ใช่ไหม..” ติณณภพเริ่มเดือดขึ้นมาอีกรอบ แถมรอบนี้เขาคิดว่าหนักกว่าเก่าด้วยซ้ำ
“ไม่เป็ไร..พี่กินข้าวแล้วยัง..หิวไหม..” เปลี่ยนเื่ฉับพลัน เมื่อไม่้าให้อีกคนเป็ห่วงไปมากกว่านี้
“พีช!..จะเอายังไง!..” ขึ้นเสียงใส่เมื่ออีกคนยังเฉไฉไม่ยอมพูดความจริง
“แล้วจะให้เอายังไง!!..พี่ไม่ยอมรับความรู้สึกผมด้วยซ้ำไป..ขอโทษที่สร้างแต่ความเดือดร้อนให้..พยายามแล้ว..ผมพยามยามแล้วที่จะไม่รักพี่..” น้ำตาหยาดใสๆไหลล้นดวงตาคู่คมออกมาเมื่อไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้อยู่ เจ็บ..ใช่เขาเจ็บมากในตอนนี้ เจ็บทั้งร่างกายที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุที่เพิ่งได้รับมา แต่ที่เจ็บมากที่สุดในตอนนี้คือหัวใจของเขา ที่มันแทบไม่มีแรงจะสูบฉีดเืได้อีกต่อไปแล้ว มัน..กำลังจะหมดแรง
“งั้นบอกมาว่าเจ็บตรงไหนบ้าง..ถ้าบอกมาจนหมด..คืนนี้จะเอาไปคิดว่าจะลองให้โอกาสเด็กคนนี้ดูดีไหม..” ติณณภพเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆคนที่ะเิอารมณ์ออกมา เขาแพ้..แพ้ให้กับน้ำตาลูกผู้ชายของเด็กตรงหน้าแล้วจริงๆ
“เจ็บที่ข้อมือซ้าย..หัวเข่าข้างซ้าย..และรอยช้ำตามตัว..เจ็บ..เจ็บไปทั้งตัว..” คนเจ็บรีบบอกอาการคุณหมอจำเป็ ด้วยความจริงแล้วใจของพิชญุตม์เองก็พร้อมจะออดอ้อนติณณภพมากที่สุด เขาไม่ลังเลเลยเมื่ออีกคนบังคับให้บอกอาการาเ็ออกมา
“พรุ่งนี้จะลงแข่งไหม..ไหวหรือเปล่า..”
“ลงครับ..ไม่ไหวก็ต้องลง..ได้ที่สุดท้ายก็ยังดี..เพราะต้องเก็บคะแนนสะสม..”
“อืม..งั้นไปหาแพทย์สนามของพีชกัน..ไปบอกพี่เขาให้ตรวจดูและรักษาเบื้องต้นก่อน..ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้เพราะพี่ไม่ใช่หมอรักษาพีชไม่ได้..โอเคไหม..” ติณณภพยื่นหน้าเข้ามาถามคนที่ยังนั่งน้ำตาไหลอยู่
“ครับ..”
“ไปเดี๋ยวพี่พาไป..จะให้ชวนเพื่อนไปด้วยไหมล่ะ..” ติณณภพถาม เพราะเห็นว่าเพื่อนของชายหนุ่มดูเป็ห่วงมาก และคิดว่าเมื่อกี้น่าจะมีเื่ทะเลาะกันด้วย
“ไม่ต้องหรอกครับ..ค่อยโทรไปหาตอนกลับดีกว่า..ค่อยขอโทษ..” พิชญุตม์บอกแล้วก้มหน้างุด
“หึ..เด็กโง่..เพื่อนเขาเป็ห่วงดูไม่ออกหรือไง..”
“ดูออก..แต่ตอนนั้นเจ็บอยู่อารมณ์ไม่ดี..”
“อ่า..โอเค..แล้วทำไมไม่พักที่เดียวกับทีมงานล่ะ..แปลกจัง..”
“ก็ไม่อยากให้ติณอึดอัดเวลาเจอคนอื่นๆ..”
“ออ..ขอบใจนะ..” ติณณภพพยักหน้ารับ รู้สึกว่าเด็กผู้ชายคนนี้ไม่เลวอย่างที่คิด รู้จักเข้าใจคนอื่นเป็เหมือนกัน วันนี้ทั้งวันเขานั่งทบทวนกับตัวเองมาตลอดว่าจะเอายังไงกับคนข้างกายดี จะลองให้โอกาสดูดีหรือไม่ เขาจะเปิดรับความสัมพันธ์แบบใหม่นี้ดูดีหรือเปล่า จนพอได้มารับรู้ว่าอีกคนเกิดอุบัติเหตุขณะลงซ้อมใหญ่เื่ที่คิดมาทั้งวัน กลับทิ้งหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ ความโกรธก่อนหน้าหายไปจนหมด เหลือแค่ความกังวลใจเท่านั้นในตอนนี้
“ตกลงจะให้โอกาสไหม..” พิชญุตม์ทวงคำพูดของอีกคนก่อนหน้านี้ทันทีที่กลับมาถึงห้องพัก หลังจากเขาต้องบอกทีมแพทย์ไปทุกรอยเจ็บตามร่างกาย เพราะอีกคนยืนกดดันเอาไว้ไม่ให้หลุดสายตาไปแม้แต่รอยเดียว
“อืม..ให้..พอใจยัง..”
“จริงนะ..ขอคุณครับ..”
“พรุ่งนี้ไม่ต้องฝืนโอเคหรือเปล่า..เอาเท่าที่ไหวสัญญานะ..” ยื่นนิ้วก้อยเข้าไปขอคำมั่น อีกคนยิ้มกว้างแล้วเกี่ยวก้อยสัญญาอย่างเต็มใจ
“ครับ..พรุ่งนี้ติณรอดูนะ..พีชจะทำให้เต็มที่เลย..”
“ครับ..ไปนอนเถอะ..กินยาครบแล้วเนอะ..” นั่งผลิกถุงยาไปมาเพื่อตรวจสอบดูอีกครั้งให้มั่นใจ
“ครับ..กอดได้ไหม..”
“ไม่ได้..ดูสภาพตัวเองด้วย..ถ้าหายดีวันไหนจะให้กอดโอเคไหม..แต่ถ้าหายช้า..อด..”
“ครับ..ฝันดีนะ..”
“อืม..นอนเถอะ..” รอยยิ้มแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของคนทั้งคู่ ติณณภพไม่รู้ว่าที่ตัดสินใจลงไปแบบนี้ดีที่สุดสำหรับตัวเขาแล้วหรือยัง แต่ช่างเถอะ..นอนก่อนแล้วกัน
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
กำลังใจเล็กๆน้อยๆจากรีดเดอร์สำคัญมากนะคะ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและหัวใจทุกดวงค่ะ
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
