เมื่อพวกหลี่ลั่วสามคนข้ามลำธารมาถึงฝั่งตรงข้ามแล้วพวกเขาก็พบว่ามีเงาร่างหลายสายกำลังพุ่งเข้ามาจากไม่ไกล แต่พอสบตากันแล้วต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว หายเข้าไปในเทือกเขาป่าทึบต่างๆ ทันที
พวกหลี่ลั่วสามคนเองก็เข้าไปในป่าที่มีต้นไม้เขียวชอุ่มเช่นกันระหว่างฟังเสียงนกร้องในภูเขานี้ สีหน้าของพวกเขาต่างก็ดูตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
“หลังจากนี้พวกเจ้าจะทำอย่างไรกันต่อ?” หลี่ลั่วหันไปถามจ้าวคั่วและอวี๋ล่าง
จ้าวคั่วยิ้มกล่าว“เดิมทีข้าตั้งใจว่าหลังจากเข้ารอบคัดออกแล้วจะแยกไปเก็บคะแนนด้วยตัวเองก่อนแต่ตอนนี้ข้าคิดว่าอยู่กับพี่ไปก่อนดีกว่า”
“เพราะคำพูดของเจ้าเหลียนจ้งนั่นงั้นหรือ?”
หลี่ลั่วกล่าว“ไม่จำเป็นหรอก ข้าไม่ได้สนใจคำขู่ของมันขนาดนั้น”
“พี่ลั่วย่อมต้องมีความสามารถอยู่แล้ว ข้ารู้ว่าพี่ไม่กลัวมันแต่ข้าแค่กังวลว่ามันจะรวบรวมคนของวิทยาลัยตงยวนมาปิดล้อมพี่น่ะสิถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของข้าจะเทียบกับพี่ไม่ได้ แต่หากเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอย่างน้อยข้าก็พอจะช่วยแบ่งเบาภาระให้พี่ได้บ้าง” จ้าวคั่วกล่าว
จากนั้นเขาก็ยิ้มกว้าง“อีกอย่าง… หากอยู่กับพี่ลั่วแล้ว ข้าก็น่าจะเก็บคะแนนได้เร็วกว่าด้วยไม่ใช่หรือ?”
หลี่ลั่วยิ้มออกมาเขารู้ว่าการที่จ้าวคั่วทำแบบนี้ เป็นเพราะอยากจะช่วยเหลือเขาดังนั้นเขาจึงไม่ได้เกลี้ยกล่อมอะไรอีก พยักหน้ารับ
“แล้วเจ้าล่ะ?” เขามองไปที่อวี๋ล่าง
อวี๋ล่างปัดผมม้าครู่หนึ่งก่อนกล่าวอย่างเคร่งขรึม “เจ้าเองก็น่าจะรู้ความสามารถของข้าดีอยู่แล้วขอเพียงข้ายอมลงมือ ในรอบคัดออกนี้ ข้าอวี๋ล่างจะไม่ต่างอะไรกับมัจฉาได้น้ำเลยดังนั้นหากเจ้าต้องการจ้างข้าคุ้มครองด้วยราคาสูงละก็ ข้าจะเห็นแก่มิตรภาพของเรายอมลดราคาให้เจ้าครึ่งหนึ่งก็แล้วกัน หนึ่งพันทองคำสวรรค์!”
แต่พอกล่าวจบหลี่ลั่วกับจ้าวคั่วก็พากันเดินออกไปทันที
อวี๋ล่างรีบร้อนกล่าว“ห้าร้อยก็ได้!”
หลี่ลั่วยังคงไม่สนใจเขา
อวี๋ล่างกล่าวอย่างขุ่นเคือง“หากเจ้าคิดว่าราคามันไม่โอเค เช่นนั้นเจ้าก็ต่อรองราคามาสิ!ไม่ให้เกียรติกันเลยจริงๆ! ไปเรียนรู้นิสัยแย่ๆ แบบนี้มาจากไหนกัน”
“ห้าทอง”หลี่ลั่วโบกมือซ้ายไหวๆ พร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปาก
“ตกลง!”
หลี่ลั่วเกือบจะหงายหลังเลยทีเดียว“ไอ้บ้านี่! เจ้านี่มันจริงๆ เลย”
อวี๋ล่างยิ้มกล่าวอย่างภาคภูมิใจ“ตราบใดที่เจ้ากล้าต่อรอง ข้าย่อมต้องกล้ารับ หลี่ลั่วเจ้าคิดว่าแค่ห้าทองก็สามารถทำให้ข้าอับอายได้แล้วงั้นหรือ? ช่างไร้เดียงสาเสียจริง”
หลี่ลั่วได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจแต่ในดวงตานั้นกลับมีรอยยิ้ม เขารู้ดีว่าไม่ว่าจะเป็นจ้าวคั่วหรืออวี๋ล่างล้วนแล้วแต่เป็นห่วงว่าเขาจะถูกคนของวิทยาลัยตงยวนจ้องเล่นงานเข้าจริงๆจึงได้เลือกที่จะอยู่กับเขา เพื่อป้องกันไม่ให้เขาพลาดท่าเสียที
ทั้งสองคนนี้ถึงแม้จะมีนิสัยต่างกัน แต่ล้วนเป็นสหายที่ควรค่าแก่การคบหาอย่างแท้จริง
“ข้ามีข้อเสนอ”
อยู่ๆอวี๋ล่างก็เอ่ยขึ้น “พวกเราจับกลุ่มกันสามคนมันดูโดดเด่นเกินไปข้าเสนอให้จ้าวคั่วแยกตัวออกไปคนเดียวส่วนหลี่ลั่วใช้วิชาเงาวารีพาข้าไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลัง”
หลี่ลั่วครุ่นคิด“เจ้าคิดจะตกปลา?”
เห็นได้ชัดว่าเหยื่อที่ใช้ตกปลาก็คือจ้าวคั่วหากจ้าวคั่วที่ดูท่าทางซื่อๆ บื้อๆ เดินทางเพียงลำพังละก็ย่อมมีโอกาสตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดีที่หวังจะแย่งชิงคะแนนของเขาได้ง่ายมาก
“วิธีนี้ดี”
จ้าวคั่วยิ้มออกมาจากนั้นก็ปรับสีหน้าสักหน่อย จากนั้นก็เปลี่ยนท่าทีไปดูซื่อบื้อและหัวทึบทั้งยังให้ความรู้สึกเหมือนขี้ขลาดเล็กน้อยด้วย
“จ้าวคั่วฝีมือการแสดงของเจ้าช่างน่าเสียดายจริงๆ ที่ต้องมาทนอยู่ในวิทยาลัยหนานเฟิง”อวี๋ล่างเห็นเช่นนั้นก็ตะลึงไปเลย
จ้าวคั่วเกาหัวด้วยรอยยิ้มซื่อๆ
“เช่นนั้นก็ทำแบบนี้แหละ”เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่ลั่วจึงตกลงทันทีกลุ่มสามสหายสายตกปลาได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ
…
ภายในป่าทึบที่พุ่มไม้หนาแน่นมีแสงแดดลอดผ่านร่องใบไม้ลงมาเป็นจุดๆ
เงาร่างที่ค่อนข้างกำยำสายหนึ่งกำลังเดินอย่างระมัดระวังอยู่ในป่าสายตาที่กะพริบวิบวาบอย่างต่อเนื่องนั้นได้จ้องมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
บางครั้งเขายังแอบหลบอยู่ในเงามืดครู่หนึ่งจากนั้นจึงค่อยๆ เดินหน้าต่อ
ราวกับต้องการจะแสดงออกมาว่าข้านั้นหวาดกลัวมากข้านั้นอ่อนแอและน่าสงสารมาก
ซึ่งในเงามืดที่อยู่ห่างออกไปทางด้านหลังของเงาร่างกำยำนั้นหลี่ลั่วกับอวี๋ล่างกำลังแอบซ่อนตัวอยู่ก็ได้มองดูท่าทางระแวดระวังของจ้าวคั่วอย่างเหม่อลอย
“แสดงได้สมบทบาทจริงๆ”อวี๋ล่างกล่าวออกมาอย่างทอดถอนใจ เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองก็แสดงเก่งมากแล้วแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจ้าวคั่วเองก็ไม่ธรรมดาเลยเหมือนกัน
หลี่ลั่วพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่งอีกทั้งเขายังรู้สึกว่าจ้าวคั่วนั้นทุ่มเทให้กับการแสดงอย่างเต็มที่จริงๆดูมีศักยภาพสูงอย่างมาก
“แต่คนอื่นๆเองก็ระวังตัวมากเหมือนกัน”
หลี่ลั่วมองไปที่เงามืดจุดหนึ่งเพราะเขาสังเกตเห็นนานแล้วว่ามีคนสองคนได้เพ่งเล็งมาที่จ้าวคั่วตั้งแต่ก่อนหน้านี้แต่พวกมันกลับไม่ยอมลงมือเสียที เพียงสะกดรอยตามจ้าวคั่วอยู่ห่างๆคอยจับตาดูเขาอยู่ตลอดเวลา
เห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังยืนยันว่าจ้าวคั่วนั้นขี้ขลาดและหวาดกลัวอย่างที่แสดงออกมาจริงๆหรือไม่
และทั้งสองคนนั้นยังได้สำรวจบริเวณด้านหลังของจ้าวคั่วไปหลายครั้งแล้วด้วยแต่เห็นได้ชัดว่าทักษะซ่อนตัวของหลี่ลั่วนั้นไม่ใช่สิ่งที่อีกฝ่ายจะมองทะลุได้กลับกลายเป็นว่าถูกหลี่ลั่วจับร่องรอยได้แทน
แต่หลี่ลั่วรู้สึกได้ว่าทั้งสองคนนั้นเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วเพราะฝีมือการแสดงของจ้าวคั่วนั้นสมจริงเกินไป ทำให้ทั้งสองกำลังจะติดกับเข้าแล้ว
ในขณะที่หลี่ลั่วกำลังนับถอยหลังอยู่ในใจอยู่นั้นภายในป่าทึบ ใบไม้พลันสั่นไหว เงาร่างสองสายนั้นได้พุ่งออกมาอย่างรวดเร็วสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของจ้าวคั่วปิดกั้นทางหนีของเขาเอาไว้ทั้งหมด
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ทำให้จ้าวคั่วตกใจจนหน้าซีดเผือดจากนั้นก็กล่าวด้วยสีหน้าโกรธเคือง “พวกเจ้าคิดจะทำอะไร? ข้าเป็นคนของวิทยาลัยหนานเฟิงนะพวกเจ้ากล้าลอบทำร้ายข้าหรือ?”
ท่าทางข่มขู่แต่กลับดูอ่อนแอเช่นนี้ทำให้หลี่ลั่วและอวี๋ล่างที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดถึงกับต้องปรบมือชื่นชมในใจอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าทั้งสองคนที่ปรากฏตัวขึ้นมานั้นจะมาจากวิทยาลัยที่แตกต่างกันทว่าความแข็งแกร่งของพวกมันก็ไม่ธรรมดาเลย มีพลังอัตลักษณ์แผ่ออกมาจากทั่วร่างเห็นได้ชัดว่าพวกมันต่างก็ระดับเจ็ดตราแล้ว
“พี่ชายพวกเราตามเจ้ามานานแล้ว เจ้าคือจ้าวคั่วจากวิทยาลัยหนานเฟิงสินะ? ข้าเคยเห็นเจ้าในข้อมูลการสอบ…ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงแล้ว รีบส่งคะแนนมาซะ” คนที่ขวางทางทั้งสองกล่าว
“ฝันไปเถอะ!”จ้าวคั่วคำรามลั่น พลังอัตลักษณ์สีเงินแผ่ออกมาจ้าวคั่วได้กระตุ้นอัตลักษณ์หมีเงินของตัวเองออกมาแล้ว
เมื่อเขาเคลื่อนไหวทั้งสองคนนั้นก็ลงมืออย่างไม่ลังเลพวกมันพุ่งเข้าหาจ้าวคั่วจากทั้งด้านหน้าและด้านหลังมือของทั้งคู่ต่างก็ถือกระบี่ยาวเอาไว้โจมตีใส่จ้าวคั่วอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
การโจมตีนั้นทั้งรุนแรงและดุดัน
ทว่าในตอนที่การโจมตีของพวกมันกำลังจะสัมผัสกับร่างของจ้าวคั่วทันใดนั้นด้านหลังของทั้งสองก็มีเสียงแหวกอากาศอันแผ่วเบาดังขึ้น
ทั้งสองคนพลันขนลุกชูชันไปทั้งตัวจากนั้นพวกมันก็เห็นว่าบนใบหน้าที่ดูขี้ขลาดของจ้าวคั่วที่อยู่ตรงหน้าพลันเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา
“มารดามันเถอะ!ติดกับแล้ว!”
ทั้งสองคนรู้ตัวทันทีในใจเต็มไปด้วยความกังวลและโกรธเคือง ทั้งๆที่พวกมันสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างระมัดระวังมาหลายต่อหลายครั้งแล้วทำไมถึงไม่พบอีกฝ่ายเลย?
อีกฝ่ายมันร้ายกาจเกินไปแล้ว!
แต่ทั้งสองเองก็เป็นคนอำมหิตเด็ดขาดเช่นกันจึงโคจรพลังอัตลักษณ์ขึ้นมาทันที ปลายกระบี่ก็แทงตรงไปที่จ้าวคั่วพวกเขาเองก็รู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองได้ติดกับศัตรูเข้าแล้วสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือร่วมมือกันจับตัวเจ้าคนที่แสร้งทำตัวอ่อนแอผู้นี้เอาไว้เป็นตัวประกันให้ได้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
จ้าวคั่วเองก็สัมผัสได้ถึงเจตนาของทั้งสองคนเช่นกันแต่เขากลับไม่หลบหนี กลับยังมีแววตาอำมหิตฉายออกมาท่าทางของเขานั้นแตกต่างจากท่าทางขี้ขลาดเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
เขาเหวี่ยงขวานขนาดใหญ่ในมือออกไปฝืนปะทะกับทั้งสองคนนั้นโดยตรง
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นสะเก็ดไฟสาดกระเซ็น จ้าวคั่วครางออกมาหนึ่งคำ ร่างของเขาถูกสะเทือนจนกระเด็นออกไปอย่างไรเสียความแข็งแกร่งของทั้งสองคนนั้นก็ไม่ได้อ่อนแอกว่าเขาตอนนี้พวกมันยังร่วมมือกันอีก จึงสามารถชนะเขาได้ในพริบตา
แต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะไล่ตามไปด้านหลังของพวกเขาก็มีพลังอัตลักษณ์อันทรงพลังสองสายพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็วกระแทกเข้าที่หลังของพวกเขาโดยตรง
พรูด
เลือดสดๆพุ่งกระฉูดออกจากปากของทั้งสองคนพวกเขาล้มลงไปกองกับพื้นราวกับน้ำเต้าที่กลิ้งหลุนๆ
เมื่อพวกเขาพยายามพยุงร่างขึ้นอีกครั้งก็พบว่ามีดาบสั้นสีน้ำเงินและดาบพกเล่มหนึ่งจ่ออยู่ที่คอของพวกเขาแล้ว
“พี่ชายถ้ายังขยับอีกละก็ อาจจะนองเลือดได้นะ”ได้มีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากด้านข้าง
ทั้งสองคนมองหน้ากันสีหน้าของทั้งสองต่างก็หม่นหมองลงทันที กล่าวด้วยความโมโหว่า “มารดามันเถอะพวกเจ้า วิทยาลัยหนานเฟิงจะเจ้าเล่ห์เกินไปแล้วถึงกับใช้อุบายปล่อยเหยื่อล่อปลาเช่นนี้ด้วย!”
“หากพวกเจ้าไม่โลภมากพวกเจ้าก็คงไม่มาติดเบ็ดหรอก”
หลี่ลั่วยิ้มจากนั้นก็เรียกอวี๋ล่างกับจ้าวคั่วให้หยิบแผ่นผลึกแก้วที่หน้าอกออกมาแตะลงบนแผ่นผลึกแก้วของปลาตัวโตทั้งสองตัวนี้ กวาดเอาคะแนนของพวกมันไปจนหมด
เมื่อคะแนนบนแผ่นผลึกแก้วของทั้งสองคนนี้กลายเป็นศูนย์แผ่นผลึกแก้วก็เปล่งประกายสีแดงวาบออกมาอย่างรวดเร็วจากนั้นก็มีลำแสงหลายสายพุ่งออกมาจากภายใน มัดร่างของทั้งสองคนเอาไว้อย่างแน่นหนา
นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าทั้งสองถูกคัดออกแล้วการมัดตัวเอาไว้ชั่วคราวเช่นนี้ก็เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของพวกมันป้องกันไม่ให้ไปรบกวนนักศึกษาคนอื่นๆ
หลังจากที่ได้คะแนนมาแล้วทั้งสามคนก็ไม่ได้สนใจที่จะพูดไร้สาระกับทั้งสองคนนี้อีกหันหลังเดินจากไปอย่างสบายๆ ทั้งยังมีเสียงดังมารางๆ ด้วย
“ผลตอบแทนไม่เลวเลยไม่รู้ว่าเหยื่อผู้โชคร้ายคนต่อไปจะเป็นใคร?”
“หวังว่าคงจะอ้วนกว่าสองคนนี้หน่อยนะ?”
“ว่าแต่จ้าวคั่วฝีมือการแสดงของเจ้านี่ไม่เลวเลยจริงๆ นะสองคนนั้นสะกดรอยตามเจ้าอย่างรอบคอบมาตั้งครึ่งชั่วโมงสุดท้ายก็ยังถูกเจ้าหลอกอยู่ดี”
“ฮ่าฮ่าชมเกินไปๆ อันที่จริงยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องปรับปรุงอีก เช่นตอนที่พวกมันปรากฏตัวออกมาจับข้า ข้าควรจะแสดงอาการตื่นตระหนกออกมาอีกนิดมันจะได้ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น”
“โอ้โหมืออาชีพไม่เบาเลยนะ”
“เฮ้อทำงานทั้งที ก็ต้องทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”
“ที่เจ้าพูดมาทำเอาข้าพูดไม่ออกเลย…”
“...”