บทที่๔ เมืองจันทร์สมุทร
สองเดือนต่อมา
ตระกูลเส้าล้วนแล้วแต่สิ้นตระกูลผู้ใดที่สืบสายเืบิดาเป็ตระกูลเส้าทั้งหมดล้วนแล้วแต่ตกตายไปทั่วทั้งแผ่นดินต่างเล่าขานว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นนั้นเป็เหตุของคำสาปอันสืบทอดมาจากเื่ราวบางอย่างที่ตระกูลเส้ากระทำขึ้นมาแต่บางคนก็เล่าลือว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากผู้มีอำนาจสักคนในตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่กวาดล้างตระกูลเส้าไปอย่างไรก็ตามเื่นี้ก็นับเป็เื่ที่ลึกลับและดำมืดเื่หนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักรสุดท้ายทางราชวงศ์ได้จัดตั้งหน่วยข่าวกรองขึ้นหน่วยหนึ่งเพื่อสืบสาวเื่นี้อย่างลับๆ เพราะเกรงว่าเื่ราวเหล่านี้จะบานปลายไปสู่จุดจบของราชวงศ์
ณเมืองจันทร์สมุทร
ที่นี่นับเป็ดินแดนที่ติดต่อกับทะเลมากที่สุดในห้วงอาณาจักรประกายฟ้าด้วยเหตุนี้ตลาดที่นี่จึงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายทั้งชาวยุทธ พ่อค้า และคนจากราชวงศ์
หนิงหลงเดินทอดน่องสอดส่องสายตาไปมาอย่างตื่นเต้นยินดีตอนนี้มันกำลังมองหาหญ้าเก้าเซียนเพื่อนำมาปรุงยาบางอย่างอย่างที่ตั้งใจไว้ส่วนหนิงเชียน นางเร้นกายเข้าไปในแหวนทมิฬทุกครั้งเมื่อต้องออกมาพบปะผู้คน
หลังจากที่หนิงหลงสังหารเส้าชิงหงชายหนุ่มเก็บกวาดถ้ำศิลาผลึกแก้วอสูรทั้งหมดถูกหนิงเชียนใช้พลังกลั่นออกมาแล้วเก็บไว้ผายในแหวนทมิฬของหนิงหลงทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่ผลึกแก้วอสูรชนชั้นปราณโลกะที่เป็เตียงนอนของมารดา
นอกจากนี้แล้วทั้งคู่ยังทำลายทางเข้าของถ้ำใต้น้ำตกออกไปเพราะเกรงว่าจะมีชาวยุทธค้นหาพบเจอส่วนหนิงเชียน นับั้แ่วันนั้นยกเว้นออกมาเปลือยกายนอนกับสามี นางก็สิงสถิตตนเองอยู่ในแหวนทมิฬตลอดเวลาไม่เว้นแม้แต่ตอนเดินทางท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรก็ไม่ปรากฏกาย
“หลงน้อยเ้า้าหญ้าเก้าเซียนไปเพื่อการใด ตอนนี้เ้าควรมุ่งมั่นฝึกฝนตนเองให้บรรลุพลังชนชั้นสรรพธาตุจะดีกว่าหรือไม่” หนิงเชียนถามขึ้นในห้วงจิตของชายหนุ่มหนิงหลงไม่ได้ตอบในทันทียังคงมองซ้ายขวาตามหาหญ้าเก้าเซียนอย่างใจจดใจจ่อก่อนจะเอ่ยความ
“เชียนเอ๋อร์ข้าดีใจยิ่งที่ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาท่านไม่พยายามเข้ามาในห้วงความคิดของข้า” น้ำเสียงของชายหนุ่มร่าเริงอย่างอารมณ์ดี “จริงๆแล้วหญ้าเก้าเซียนหรือหญ้าชั้นไพร่นั้นหาได้เป็สิ่งที่ข้าตามหา”คำพูดของหนิงหลงสร้างความประหลาดใจให้เทพธิดาสาวเล็กน้อย
“อันที่จริงแล้วข้า้าสร้าง‘ยาพลังเก้าสี’ ต่างหากเล่า” เมื่อจบคำความค้างคาใจของเทพธิดาสาวก็คลายลง
“ที่แท้เป็เช่นนี้…หญ้าเก้าเซียนแม้เป็หญ้าที่ชนชั้นต่ำ เพิ่มพลังปราณได้ไม่มากแต่หากนำมาต้มหลอมกับผลึกแก้วอสูรด้วยปริมาณที่ถูกต้องจะกลายเป็ตำยาที่เพิ่มพลังปราณได้อย่างมหาสารผู้คนโบราณต่างเรียกขานว่า ‘ยาพลังเก้าสี’ ไม่นึกว่าเ้าจะอ่านตำราโอสถ์มาไกลถึงเพียงนี้แล้ว”
“นั่นก็เพราะข้าอ่านตอนที่ท่านหลับไปหลังจากที่…กับข้าอย่างไรเล่า”
“เฮอะวาจาจาบจ้วงนัก!!!” เทพธิดาสาวสบถในห้วงจิตหนิงหลงไม่ว่าอันใด ชายหนุ่มได้แต่เดินยิ้มอย่างคนบ้าเมื่อมีคนมองมา
หนิงหลงกลับมาที่พักอันเป็บ้านร้างแห่งหนึ่งหลังสะพานเก่าๆในทิศใต้ของเมืองที่นี่ถูกผู้คนร่ำรืดว่าเป็ที่สิงสถิตของิญญาร้ายเมื่อสองเดือนก่อนทั้งนี้ก็เพราะว่ามันเป็ชุมชนที่มีคนจากตระกูลเส้าอยู่เยอะที่สุดในเมืองและนั่นก็หมายความว่า เป็ที่ที่มีคนตายเยอะที่สุดเหมือนกันและก็เป็สาเหตุที่มันถูกปล่อยร้างไว้
หนิงหลงตรวจสอบหญ้าเก้าเซียนของตนเองที่ไปกวาดต้อนหาซื้อมาตลอดทั้งวันก็พบว่ามีหญ้าเก้าเซียนทั้งหมดสามพันต้นที่สมบูรณ์ อีกสี่พันต้นที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไหร่นัก
“เ้าใช้เงินทั้งหมดที่ติดตัวมาซื้อหามามากมายขนาดนี้คงไม่ได้คิดเพียงแค่สกัดยาสำหรับฝึกวิชากระมัง”
“เชียนเอ๋อร์ในโลกที่ท่านจากมาข้าไม่รู้หรอกว่าที่นั่นเป็อย่างไร แต่ที่นี่นอกจากฝีมือแล้วมีเงินนับเป็จ้าวยาพลังที่เราจะสรรสร้างล้วนมากมายเพียงพอที่จะทำให้เราเป็เศรษฐีมีเงินผู้หนึ่ง”
“ความคิดต่ำช้า”
“ท่านจะว่าอะไรก็ตามใจแต่บะหมี่ที่ท่านกินวันละสามฉามั้แ่ท่านมาที่นี่ก็ใช้เงินทั้งนั้นแหละซื้อมาและมันก็แพงเสียด้วย”หนิงหลงโต้ตอบเรียบๆก่อนจะค่อยๆจัดเตรียมอุปกรณ์หม้อไหเพื่อปรุงยาตามที่ได้ร่ำเรียนมาจากตำราโอสถ์
การต้มยานั้นโดยปกติแล้วเป็เื่ยากเพราะต้องแม่นยำทั้งปริมาณ เวลา และส่วนผสมแต่ไม่รู้ว่าจะเรียกได้ว่าเป็พร์หรือไม่ไม่ทราบ หนิงหลงจัดแจงทุกอย่างราวกับว่าการปรุงยาเช่นนี้ผ่านมือของมันมาแล้วนับร้อยนับพันครั้ง
และแล้วหลังจากผ่านไปกว่าสามชั่วยาม หม้อนับร้อยใบก็ตั้งเตาได้อย่างสวยสดงดงามหลงจากนี้คือการกะเวลาและปรุงโอสถตามสูตรที่มีอย่างแม่นยำสอดคล้องกับระยะเวลาที่ต้มในแต่ละหม้อๆแน่นอนว่าสำหรับหม้อกว่าร้อยที่วางอยู่นี่เป็เื่ยากที่แม้แต่หมอห้าสิบคนก็ไม่อาจกล้าทำแต่หนิงหลงกลับกล้า การกระทำเช่นนี้ของชายหนุ่มบ่งบอกถึงสติปัญญาและสมาธิที่เหนือล้ำเกินหยั่งจริงๆ
“เ้าคิดว่าเ้าจะดูแลหม้อยาเหล่านี้ทั่วถึงงั้นหรือ”
“ฮ่าๆเชียนเอ๋อร์ ข้าจำลองการปรุงยาเช่นนี้มาแล้วเป็พันรอบ ทุกอุปสรรค ไม่ว่าฝนตกฟ้าร้อง พายุสายฟ้า ข้าล้วนจินตนาการณ์หาวิธีแก้ไขไว้พร้อมแล้ว ท่านอย่าได้กังวลไป”
“…ให้ตายเถอะเช่นนั้นคืนนี้เ้าจะมีเรี่ยวแรง… ‘บำเพ็ญหยิน’ กับข้าได้หรือไม่…”สิ้นคำหญิงสาวหนิงหลงก็สะดุ้งโหยงคราหนึ่งก่อนจะกระแอมเบาๆว่า
“เื่นั้น…ข้าต้องดูก่อนว่าร่างกายของข้าแข็งแรงพอหรือไม่”
“…”
หนิงหลงใข้เวลาทำยาโดยไม่ออกไปไหนอยู่เกือบอาทิตย์กว่าและแล้ววันนี้หม้อยาหม้อสุดท้ายก็ได้กลั่นออกมาเป็ยาพลังเก้าสีโดยสมบูรณ์สรุปรวมแล้วหนิงหลงสามารถสร้างเม็ดยาพลังเก้าสีระดับสมบูรณ์ทั้งสิ้นสองพันเม็ดระดับแปดส่วนห้าพันเม็ด นับว่าเป็มูลค่าที่เรียกได้ว่าซื้อแคว้นดแคว้นหนึ่งได้เลยทีเดียวที่สำคัญผลึกแก้วอสูรของมันถูกใช้ไปเพียงแค่ หนึ่งในร้อยส่วนเท่านั้น!!!
“หลังจากนี้สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือหาผู้ซื้อเชียนเอ๋อร์ วันนี้ข้าจาท่านเข้าไปที่ตลาดเพื่อซื้อบะหมี่”
“เฮอะอย่างเ้าการเข้าไปตลาดแต่ละครั้งมีรึที่จะไปพียงเพราะผลประโยชน์ของเราเทพธิดาแต่อย่างเดียวคงวางแผนอันใดไว้อีกกระมัง”
“ท่านนับเป็สตรีที่เข้าใจสามียิ่งนักแต่ก็กล่าวผิดไปห้าส่วน ข้าอาจจะไปเพื่อผลประโยขน์อย่างอื่นจริงแต่นั่นล้วนเป็เื่รองเทียบกับการครบรอบครึ่งปีที่ท่านเป็ภรรยาของข้าหนิงหลงแล้วล้วนไม่อาจเทียบกันได้”
“…เฮอะ!!!”
วันนี้นับว่าเป็หนึ่งในวันที่ผู้คนมากเป็พิเศษจากเดิมที่เป็เมืองการค้าทางทะเลอันดับหนึ่งแล้ววันนี้ผู้คนเรียดได้ว่ามากกว่าปกติกว่าสิบเท่า
“หลงน้อยวันนี้ผู้คนมากมาย พวกมันทั้งหมดมาที่นี่เพราะเหตุอันใด”หนิงเชียนเอ่ยถามบางเบาตอนนี้เทพธิดาสาวซ่อนเร้นอยู่ภายในแหวนทมิฬตามปกติเมื่อออกมาพบเจอผู้คน
#ผู้คนมาที่นี่ในวันนี้ล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับข้า…การสอบคัดเลือกเป็ศิษย์สำนักผาทลายฟ้าสาขาเมืองจันทร์สมุทร# หนิงหลงคิดตอบในใจ ชายหนุ่มกระทำเช่นนี้เพราะไม่อยากเอ่ยปากพูดคนเดียวคล้ายกับคนบ้าแม้หนิงเชียนจะเอาจิตตัวเองออกมาจากหนิงหลงจนทำให้อ่านใจไม่ได้แต่ในระดับการนึกคิดตื่นๆเช่นตอบคำถามนาง เทพธิดาสาวนับว่ายังสามารถทำได้อยู่
“…สำนักเดียวกับบุตรชายเ้าโจรชั่วเส้าชิงหง”
#ถูกต้องที่นี่แม้เป็สาขาย่อย แต่นับว่าเป็สาขาที่ใหญ่เป็อันดับสองจากทั้งอาณาจักรเทียบแล้วนับว่ามีหน้ามีตาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว#หนิงหลงตอบอีกพร้อมทั้งแทรกตัวเข้าไปกลางตลาดอย่างยากลำบาก
กลางตลาดในวันนี้ปรากฏมีเวทีขนาดใหญ่เวทีหนึ่งดูจากการก่อสร้างของมันเห็นชัดว่าเป็ผู้มั่งมีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้หนิงหลงเมื่อดึงดันเข้าไปได้ครึ่งทางชายหนุ่มก็หยุดยืนมองสิ่งที่อยู่บนเวทีเหมือนกับผู้คนอื่นๆที่ผ่านมาบริเวณนี้
{ประกาศ:: การรับสมัครของสำนักผาทลายฟ้าสาขาเมืองจันทร์สมุทรจะถูกเปิดเผยกติกาและเงื่อนไขในวันนี้เมื่อตะวันตรงหัวท่านรองเ้าสำนักสาขา ‘อันฉุย’ จะเป็ผู้ประกาศเงื่อนไขทั้งหมดด้วยตนเอง}
“โอท่านอันฉุยอัจฉริยะผู้นั้นจะมาที่นี่”
“จริงหรือเป็เื่ที่บ้าไปแล้วที่ท่านอันฉุยจะมาด้วยตัวเองไม่ใช่ว่าท่านอันฉุยไปฝึกวิชาที่สาขาหลักหรอกหรือ”
“อันฉุย!!! อัจฉริยะในรอบร้อยปีของอาณาจักรผู้นั้น ให้ตายเถอะเข้าเป็รองเ้าสำนักสาขาเพียงแค่อายุยี่สิบปีเท่านั้น”
เสียงต่างๆของผู้คนต่างสบถพูดคุยออกมาอย่างตื่นเต้นงงงวยหนิงหลงที่เป็หนึ่งในผู้ที่ร่วมเห็นข้อความประกาศก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เช่นเดียวกันนั่นก็เพราะว่า อันฉุย บุตรชายคนที่สามของอุนสุยแม่ทัพใหญ่ทะเลใต้ของตระกูลอันนั้นเป็ผู้ที่มีชื่อเสียงเป็อย่างมากมันเข้าไปเป็ศิษย์ของผาทลายฟ้าสาขาหลักที่เมืองหลวงได้ั้แ่อายุสิบขวบอายุสิบห้าก็บรรลุลมปราณชนชั้นก่อตั้งขั้นสิบ นับว่าเป็อัจฉริยะของแผ่นดินโดยแท้นอกจากนี้ อันฉุยยังเป็บุคคลที่ได้รับสัตว์อสูรพันธสัญญาจากบิดาที่ว่ากันว่าเป็สัตว์อสูรชนชั้นปราณฟ้าเลยทีเดียวนับว่าการที่มันมาเป็รองเ้าสำนักที่สำนักสาขานั้นถือเป็เื่ที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งแม้ว่าสาขาที่มาจะเป็สาขาของเมืองจันทร์สมุทรก็ตาม
“หลงน้อยเ้าดูเหมือนมีอะไรในใจ”
#...เชียนเอ๋อร์อย่าได้ใส่ใจเลยข้าว่าเราไปหาบะหมี่กินกันดีกว่า#
หนิงหลงเมื่อเข้ามาที่หอนกยูงอันเลื่องชื่อแล้วชายหนุ่มก็ขอให้เด็กๆในหอนกยูงหาห้องส่วนตัวให้ห้องหนึ่งเพราะหนิงหลง้าให้หญิงสาวปรากฏกายออกมารับประทานอาหารร่วมกันกับตน เพราะหนิงหลงรู้ดีว่าการกินร้อนๆที่นี่มีรสชาติล้ำเลิศเพียงใด
เด็กส่งห้องพาหนิงหลงมาที่ห้องๆหนึ่ง้าสุดของหอนกยูงสาเหตุที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่าวันนี้ผู้คนมากมายคณานับการหาห้องว่างที่เป็ห้องธรรมดาล้วนเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ในวันที่แม้แต่ห้องพิเศษยังเต็มแต่สำหรับห้องของหนิงหลงในวันนี้เรียกได้ว่าเป็ห้องชนชั้นเชื้อพระวงศ์ถึงจะสามารถจ่ายได้!!!
หนิงหลงจัดจ่ายตั๋วเงินแทบทั้งหมดที่เหลืออยู่สำหรับการขอใช้ห้องที่ราคาแพงขนาดเรียกได้ว่าเป็ราคาเข้าพักของห้องธรรมดาสามปี!!! แต่นั้นหาใช่เื่ประประหลาดที่สุดที่เกิดขึ้นกับหอนกยูงเพราะนอกจากที่หนิงหลงจะใช้เงินกับการเช่าห้องพักระดับสูงสุดอาหารของชายหนุ่มที่สั่งไปเรียกได้ว่าต่ำที่สุดอย่างบะหมี่ไม่กี่ชามไม่เพียงเท่านั้นสตรีงามเมืองหนิงหลงล้วนไม่เรียกบริการแม้แต่คนเดียวนับว่าการกระทำของมันพิลึกอย่างมาก
“แขกท่านนี้เป็คุณชายจากตระกูลไหน” เสียงสตรีนางหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อนางอ่านบันทึกประจำวันของลูกค้าหญิงสาวนางนี้อายุราวยี่สิบปลายๆ ใบหน้างดงามดวงตาโฉบเฉี่ยวฉลาดเฉลียวดูแล้วเป็หญิงสาวที่เก่งกาจการต่อรองและการค้าคนหนึ่งริมฝีปากของนางบางได้รูป เมื่อตัดกับสีผิวมะปรางของหญิงสาวยิ่งทำให้นางดูงดงามเหนือล้ำสตรีโดยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว
“เรียนคุณหนูมันไม่ใช่คุณชายจากตระกูลไหนเลยขอรับ เป็เพียงชายวัยหนุ่มคนหนึ่งการแต่งกายก็เรียบง่ายและธรรมดาหาได้มีลักษณะหรือหยกประจำตัวที่บ่งยอกว่าเป็คุณชายอะไรชื่อของมัน…หนิงหลง” ชายแก่ที่ดูเหมือนเป็หัวหน้าของทุกผู้คนในหอนกยูงเอ่ยตอบอย่างสำรวมหญิงสาวเมื่อรับฟังก็นั่งครุ่นอยู่พักหนึ่ง
“ชายผู้นี้ออกจากหอนกยูงเราไปหรือยัง”
“เห็นว่าเพิ่งจะสั่งบะหมี่เพิ่มอีกสี่ชามไปเมื่อก่อนหน้าคุณหนูมาเสียเล็กน้อยน่าจะยังคงอยู่้าขอรับ”
“ดี!!!ให้เสี่ยวเอ้อไปบอกกล่าวแก่มันว่าคุณหนูตระกูล ‘ฮวง’ ขอพบมันสักครา”ว่าแล้วหญิงสาวก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเข้าไปในฉากกั้นคล้ายกับจะเปลี่ยนเสื้อผ้าชายแก่เมื่อได้ยินข้อความมาก็โค้งอย่างสำรวมก่อนจะถอยกายออกไป
ตระกูล ‘ฮวง’ ถือว่าเป็ตระกูลมหาเศรษฐีตระกูลหนึ่งขึ้นชื่อว่าเป็หนึ่งในสี่ตระกูลที่แบกรับการซื้อขายของอาณาจักรประกายฟ้าไว้เลยก็ว่าได้กิจการของตระกูลฮวงล่ำลือว่าครอบคลุมทั้งสีดำและสีขาวไม่ว่าจะเป็ซื้อขายั้แ่ยอดเขาจรดทะเล ทำกิจการตั๋วแลกเงิน ค้าขายอาวุธ การพนันและโรงหองามเมือง ตระกูลฮวงนับว่าครอบคลุมแทบทั้งหมดดังนั้นแล้วหอนกยูงอันเรืองชื่อของเมืองจันทร์สมุทรเองก็นับว่าไม่แปลกนักหากจะเป็ของตระกูลฮวง
“หลงน้อยทำไมเ้าถึงสั่งมาเพียงห้าชาม เราเ้าหญิงอดทนรอเ้าปรุงยามาตั้งนานเ้ากลับให้เรากินของอร่อยเช่นนี้เพียงสิบสี่ชาม นับว่าเ้าไม่ให้ความสำคัญกับเราดังปากว่เลย” เสียงอันไพเราะเอ่ยสบถอย่างไม่พอใจอย่างไรก็ตามหนิงหลงที่นั่งอยู่อีกฝากพลันเหงื่อตกลงเล็กน้อยชายหนุ่มใช้เงินทั้งหมดกับการจัดจองห้องพักและเหลือเงินเพียงเล็กน้อยสำหรับบะหมี่ที่ราคาอ่อนที่สุดในเมนูเพราะคิดว่านางจะไม่กินมากมายปานนี้ อย่างมากก็แค่สามชามเท่าปกติแผนที่วางไว้ว่าหลังจากนี้ค่อยไปปล่อยยาพลังเก้าสีสักเม็ดที่ตลาดกลางเพื่อหาเงินเป็ไปได้ว่าผิดแผนแล้ว
“เชียนเอ๋อร์เื่นั้น…ตอนเย็นหลังจากที่เราไปรับฟังกติกาของการรับสมัครศิษย์ประจำปีของผาทลายฟ้าข้าจะเข้าตลาดกลางเพื่อนำยาพลังเก้าสีไปประมูลเมื่อได้รับเงินมาท่านจะกินสิบยี่สิบชามล้วนไม่มีปัญหาแต่ตอนนี้เกรงว่าสิบสี่ชามนับเป็ขีดจำกัดของเงินในกระเป๋าข้าแล้ว”
“เฮอะเป็สามีเราเทพธิดา แต่มีสมบัติเพียงชนชั้นไพร่เ้าทำให้เราเทพธิดาหมองหม่นยิ่งนัก”
“…”หนิงหลงหดคอลงเล็กน้อยไม่อาจเอ่ยความ
ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะของห้องดังขึ้นหนิงหลงสบตาหนิงเชียนครู่หนึ่ง หญิงสาวเมื่อเห็นท่าทีก็คล้ายกับจะสลายเป็หมอกควันแต่ทว่าตอนนั้นเองนางก็ใช้ดัชนีหนึ่งฉุดเศษผ้าที่ขอบฉากมาคลุมหน้าไว้แทนอย่างรวดเร็ว
“เรียนนายท่านแซ่หนิงข้ามีเื่แจ้งให้ทราบว่านายหญิงตระกูลฮวงอยากจะขอรบกวนเวลาอันสูงส่งของนายท่านเพื่อพบเจอเป็เวลาสักประเดี๋ยวนับจากนี้จะสะดวกหรือไม่”
#ฮวง?อ่า นับว่าเป็เื่ที่ดีแล้ว#หนิงหลงคิดในใจพรางสบตางามของเทพธิดาสาวที่ขมวดคิ้วสวยราวกับจันทร์เสี้ยวที่ห่างออกไป“ได้ เป็เกียรติของข้าหนิงหลงยิ่งนัก”
“รบกวนคุณชายแล้ว” เสี่ยวเอ้อรับคำก่อนเงาด้านหน้าห้องจะค่อยๆห่างออกไปหนิงหลงหันมาทางเทพธิดาสาวด้วยรอยยิ้มเล็กๆ
“เชียนเอ๋อร์ดูท่าสามีของเ้าจะใช้จ่ายติดตาคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์คนหนึ่งเสียแล้ว ฮ่าๆหวังว่าเชียนเอ๋อร์ของข้าท่านจะไม่หึงสามีผู้นี้เกินไปนักเพราะตระกูลฮวงถือว่ามีหน้ามีตาในวงการค้าขาย…” หนิงหลงเอ่ยยังไม่จบก็พรางเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงของภรรยาจึงชะงักไปหนิงเชียนไม่ตอบคำ นางหันหน้าไปทางประตูครู่หนึ่งจึงค่อยๆเอ่ยวาจา
“หลงน้อย…นางเป็สตรีชนชั้นปราณฟ้าขั้นกลาง ลมปราณของนางธาตุดินเส้นชีพจรของนางเป็ชนชั้นนักรบ ถ้าเ้าอยากบรรลุปราณชนชั้นสรรพธาตุโดยเร็วก็หาทางเสพสังวาสกับนางซะ” ว่าแล้วเทพธิดาสาวก็หันกลับมา “นางกำลังขึ้นบันไดมาที่นี่”
“!!@#$%^&&...เชียนเอ๋อร์...ท่านจะให้ข้าไปนอนกับคนอื่นงั้นหรือ!!!”
“แม้พลังหยินของข้าจะลึกล้ำสุดหยั่งเพียงพอที่จะเกื้อหนุนเ้าจนบรรลุมรรคาแห่งยุทธ์แต่การเสพหยินหลากหลายที่มาและหลากหลายแหล่งกำเนิดก็นับว่าเป็หนึ่งในตัวช่วยที่ดีเหมือนกันมันก็คล้ายๆกับการกินอาหารจากหลายวัตถุดิบ สารอาหารที่เ้าได้รับล้วนครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดมากกว่าการกินเนื้อัเพียงอย่างเดียว”ว่าแล้วนางก็ค่อยๆจางหายไป “นางเป็สตรีที่งดงามอยู่เทียบกับเราเทพธิดาได้ถึงสองส่วน อีกทั้งแก่นพลังหยินของนางยังคงบริสุทธิ์เ้าอย่าให้หลุดมือ” สิ้นคำร่างงดงามสุดประมาณก็หายไปทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่จะหัวเราะก็ดีจะร้องไห้ก็ดี
ไม่นานหลังจากที่หนิงเชียนหายไปเสียงกู่ร้องของเด็กรับใช้ด้านหน้าก็ดังมาชายหนุ่มร้องรับเป็เชิงว่าเข้ามาได้ สิ้นคำประตูห้องอันโอ่โถงหรูหราก็เปิดออกกลิ่นหอมของดอกไม้นับสิบชนิดลอยล่องเข้ามาตัดโสตจมูกของหนิงหลงทันที
หญิงสาวงดงามคนหนึ่งค่อยๆย่างเท้าเข้ามาอย่างเชื่องช้าในชุดสีแดงเพลิงเรียวขาของนางได้รูปเรียวยาวงดงามด้วยชุดกระโปรงสีแดงปักษ์ลายเมฆินแหวกข้างเล็กน้อยมื่อตัดกับเรียวขาขาวราวหยวกกล้วยของนางแล้วนั้นนับว่ามีเสน่ห์เพิ่มพูนพอสมควรหนิงหลงค่อยเลื่อนมองขึ้นมาก็พบว่านางเป็สาวงามอย่างที่หนิงเชียนบอกไว้จริงๆ
“คารวะคุณชาย” คุณหนูตระกูลฮวงย่อกายคารวะเล็กน้อยหนิงหลงที่ยืนรอรับอยู่ก่อนก็โค้งรับอย่างมีมารยาทเช่นเดียวกัน
“คุณหนูฮวงเอ่ยปากให้เกียรติข้ายิ่งนักข้าเป็เพียงชาวไร่ชาวสวนหาได้เป็คุณชายอันใดไม่”
“สำหรับฮวงอิงหาใช่เป็เช่นนั้นไม่” นางตอบราบเรียบพร้อมกับมองหนิงหลงอย่างเย้ายวนหญิงสาวค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มก่อนจะยืนนิ่งเล็กน้อยสักครู่หนึ่งฮวงอิงก็โบกมือให้เด็กรับใช้ของนางออกจากห้องไปก่อนจะเอ่ยกล่าว
“คุณชายหนิงตลอดชีวิตข้าฮวงอิงไม่เคยมองผู้ใดพลาดแม้แต่ผู้เดียวข้ามองตาคุณชายก็เพียงพอจะเห้นชัดว่าแท้จริงแล้ววางแผนบางประการณ์ที่สำคัญ” น้ำเสียงของนางจริงจังแต่ถึงอย่างไรสำหรับหนิงหลงชายหนุ่มค่อนข้างที่จะไม่ค่อยเข้าใจเื่ราวที่นางบอกกล่าวมากนัก
“เช่นนั้นแล้วเชิญคุณหนูเอ่ยวาจาบอกเล่าให้เราหนิงหลงผู้โง่เขลาฟังได้หรือไม่ว่าข้าหนิงหลงควรกระทำเช่นไรดี”หนิงหลงถามต่อแต่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่ปรากฏหมายมึนงงแต่อย่างใด ฮวงอิงจ้องมองใบหน้าของหนิงหลงอย่างพินิจพิจารณาก็พบว่าชายหนุ่มเป็บุรุษที่มีรูปงดงามสมชายชาตรีคนหนึ่งแม้อายุยังเยาว์ไม่ถึงยี่สิบปีแต่แววตาและโครงหน้าก็ส่องประกายโหงเฮ้งว่าเป็ยอดคนผู้หนึ่ง
“…ในเมื่อคุณชายหนิงเอ่ยความเช่นนี้ก็อย่าได้หาว่าเราฮวงอิงละลาบละล้วงเลยถ้าหากเอ่ยความ” หนิงหลงยิ้มรับก็จะพยักหน้าตอบ
“ย่อมไม่เป็เช่นนั้น”
ว่าแล้วฮวงอิงก็ค่อยๆสูดลมหายใจลึกล้ำใบหน้าสดใสของนางฉายแววโฉบเฉี่ยวเฉลียวฉลาดก่อนจะจ้องมองหนิงหลงอย่างลึกซึ้งราวกับว่านางพร้อมที่จะเดาใจของชายหนุ่มอย่างไรก็อย่างนั้น
“คุณชายเปิดห้องที่ราคาแพงที่สุดของหอนกยูงแน่นอนว่าเื่เงินของท่านย่อมไม่ใช่ปัญหา แต่เมื่อขึ้นมาท่านกลับสั่งเพียงบะหมี่ชามเล็กๆที่ไม่มีราคาแน่นอนว่าการกระทำเช่นนี้ย่อมต้องเป็ที่น่าสนใจกับผู้ตรวจสอบบัญชี” หญิงสาวเริ่มอธิบายสิ่งที่อยู่ในหัวของนาง
#...ชามเล็กๆไม่มีราคา…ให้ตายเถอะ นั้นแทบจะเงินทั้งหมดของข้าเลยนะ#
“ในตอนแรก คุณชายสั่งเพียงไม่กี่ชามแต่หลังๆมาสั่งเพิ่มเติมมากขึ้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าคุณชาย้าให้เป็ที่สังเกตุได้โดยง่ายและคนที่ตรวจสอบบัญชีของที่นี่ก็คือข้าฮวงอิง แน่นอนคุณชายนับว่าทำสำเร็จแล้ว” หญิงสาวตอบอย่างมั่นใจพร้อมกับจดจ้องมาที่ชายหนุ่มอย่างเชื่อมั่น
#ให้ตายเถอะ เป็สตรีที่เชื่อมั่นในตัวเองชะมัดแถมยัง…หลงตัวเองจริงๆ#
“คุณหนูช่างมีปัญญาล้ำลึก” หนิงหลงตอบรับยิ้มแย้มชายหนุ่มผายมือเป็เชิงไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “เช่นนั้นเชิญคุณหนูนั่งลงเสียครู่ข้าเองมีเื่ที่้าเจรจากันกับคุณหนูจริงๆ”ว่าแล้วทั้งสองก็ไปนั่งเสวนาอย่างตรงไปตรงมาในตอนนั้นเองเสียงของเทพธิดาสาวก็แว่วดังในหัวของชายหนุ่มขึ้นมา
“หลงน้อยวันนี้ขึ้นข้างแรมเป็วันที่ธาตุหยินแข็งแกร่งวันหนึ่งในรอบเดือนถ้าเป็ไปได้เ้าควรนอนกับนางให้ได้ในคืนนี้”
#เชียนเอ๋อร์นี่มันใช่เวลาหรือไม่เล่า#
“เฮอะ เทพธิดาอย่างข้าชี้นำแนวทางเ้าเดินตามอย่างโดยดีก็มีแต่เป็เ้าคนนายคน โง่งมจริงๆ”
#ชี้นำกับผีนะซี่เชียนเอ๋อร์#
“คุณชายเหมือนมีอะไร ไม่สะบายใจ” ฮวงอิงกล่าวถามขึ้นเมื่อเห็นว่าหนิงหลงเหม่อลอยไป่หนึ่ง
“ข้ากำลังคิดถึงเื่การค้าขายหนึ่ง หลายวันก่อนข้าบังเอิญช่วยเหลือชายแก่คนหนึ่งเมื่อเดินทางไม่รู้ว่าเป็บุญหรือวาสนาใด ชายแก่ผู้นั้นกลับเป็แพทย์ชนชั้นเซียนผู้หนึ่งท่านมอบยาพลังเล็กน้อยให้กับข้าไว้ก่อนจากลาแต่ทว่าด้วยความสามารถข้าตอนนี้ไม่อาจหลอมรวมพลังของเม็ดยาล้ำค้านี้ได้ดังนั้นจึง้าค้าขายมันออกไป ถึงอย่างนั้นตัวยาเป็ยาชนชั้นสูงข้าหนิงหลงไม่อาจเชื่อใจพ่อค้าคนกลางผูใดได้”เมื่อได้ยินว่าเป็ตัวยาชนชั้นสูงแววตาของฮวงอิงทอประกายสนใจอย่างไรเสียนางเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเื่ราวที่หนิงหลงเล่าจะเป็ความจริงเพราะหากเป็ตัวยาชนชั้นสูงจริง หนิงหลงกำลังฝีมือยังไม่อาจหลอมรวมแต่ในโลกแห่งผู้ฝึกยุทธ์ ย่อมเป็ไปได้มากกว่าที่จะเก็บตัวยาล้ำค้าไว้ใช้ในอนาคตดังนั้นการกระทำของชายหนุ่มนับว่าเป็เื่ที่ยากจะเข้าใจ
“ถ้าเป็เช่นนั้นฮวงอิงก็คาดหวังว่าคุณชายจะให้ความไว้วางใจเรามากกว่าคำเสวนาแล้ว” นางเอ่ยแย้มยิ้มพร้อมกับจดจ้องไปในนัยตาอันแข็งกร้าวของหนิงหลงหนิงหลงสบตาคู่นั้นพรางยิ้มรับ
“ถ้าคุณหนูคลางใจรบกวนคุณหนูตรวจสอบ”ว่าแล้วชายหนุ่มก็เปิดช่องมิติของแหวนทมิฤฬชักนำเม็ดยาหลากสีเม็ดหนึ่งขึ้นมาแน่นอนว่ามันเป็เม็ดยาพลังเก้าสีระดับสมบูรณ์ เมื่อประกายของมันกระทบโสตของฮวงอิงหญิงสาวก็เบิกตาโพลงพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างใ
“…พลัง…เก้าสี” หญิงสาวอุทานพร้อมกับรับไปเมื่อพิจารณาจากไอพลังนางก็ััได้ชัดเจนว่ากลิ่นไอที่แผ่ซ่านออกมาจากเม็ดยาพลังเก้าสีนั้นเป็พลังไอปราณชนชั้นปราณฟ้าที่สำคัญพลังของมันบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่นางเคยเห็นมา
“ยาพลังเก้าสีหายจากยุทธภพไปกว่าสี่ร้อยปี คุณชายท่านบอกว่ามีแพทย์ผู้หนึ่งปรุงมันได้งั้นหรือ!?” นางกล่าวถามโดยเร็วนางเองั้แ่เกิดมานางก็เคยอ่านและพบเจอมันเพียงแต่บันทึกเท่านั้นแถมบันทึกที่กล่าวถึงก็เป็บันทึกระดับสูงของตระกูบอีกด้วย
“นั้นย่อมเป็เื่จริงจริงอย่างที่คุณหนูมองเห็นในตอนนี้” หนิงหลงตอบเรียบๆ #ฮือ…มันมีเป็ตัวยาที่สำคัญถึงเพียงนี้เห็นทีราคาคงไปมากกว่าที่เราคิดไว้พอสมควร…แต่นั้นมันเพียงยาระดับต่ำในบันทึกเองนะ#
“เฮอะ…ตำราที่ข้าให้มีรึจะเป็เพียงตำราชั้นต่ำ” เสียงอันแสนไพเราะแซะต่อเข้ามาในห้วงสำนึกอีกทีหนึ่ง
“คุณชาย…ยาเม็ดนี้บริสุทธิ์ยิ่งนักที่ท่านนำมาขายเช่นนี้แน่นอนว่าเื่จำนวนต้องมากโขอยู่เพราะไม่แล้วผู้ฝึกยุทธ์ไหนเล่าจะไม่หวงเม็ดยาพลังที่เป็ดังทองคำเช่นนี้ไม่ทราบว่าคุณชาย….” พูดยังไม่ทันจบหนิงหลงก็พอจะเข้าใจเจตนาพูดตัดขึ้นมาทันที
“เื่จำนวนนั้นล้วนไม่ใช่ปัญหาแต่ปัญหาคือการหาผู้ซื้อที่เหมาะสมถ้าคุณหนูฮวงสามารถรับรองเื่นี้แก่ข้าหนิงหลงได้ เม็ดยาทั้งหมดที่ข้ามีสามในสี่ส่วนล้วนต้องให้ตระกูลฮวงท่านเป็ตัวกลาง”จบความฮวงอิงก็เบิกตาโพลงอย่างยินดี นางแทบไม่อยากเชื่อว่าความสังเกตเพียงเล็กน้อยของนางจะนำมาซึ่งผลกำไรในอนาคตมากมายมหาศาลนับว่าการวิเคราะห์ของนางน่าสนใจยิ่งนัก เช่นเดียวกันหนิงหลงก็ไม่นึกว่าการกระทำสั่วๆของตนเองเพียงเพราะคิดว่าจะเอายาไปขายอยู่แล้วจะสร้างเื่ให้สบโอกาสขนาดนี้ได้นับว่าโชคดีกันทั้งคู่จริงๆ
“เช่นนั้นเข้าเื่กันเถอะคุณชายหนิง”