เปรี้ยวกัดฟันแน่น มองหาที่นั่งว่างรอบห้องตาเหลือกลาน
ทันทีที่อาจารย์หันหลังไปเขียนกระดาน เธอรีบคว้ากระเป๋าแล้วลุกพรวดหนีจาก "ไอ้รุ่นพี่บ้ากาม" ทันที ไม่สนสายตาคนทั้งเซกที่มองตามหลัง เธอเดินก้มหน้าจ้ำอ้าวไปนั่งแถวหลังสุดข้างๆ 'นิด' เพื่อนสนิทที่กำลังทำหน้างงเป็ไก่ตาแตก
“มึงเป็อะไรวะเปรี้ยว?” นิดกระซิบถาม แต่เปรี้ยวไม่ตอบ เธอแค่ส่ายหน้าพัลวันแล้วก้มหน้าก้มตาจดเลคเชอร์ มือที่จับปากกาเย็นเฉียบและสั่นระริกจนแทบคุมไม่อยู่
ไกรที่นั่งอยู่แถวกลางหันมามองตามหลังเธอ เขาไม่ได้ลุกตามมาฉุดกระชาก แต่กลับเอนหลังพิงเก้าอี้มองเธอจากระยะไกล เหมือนกำลังจดจำทุกการเคลื่อนไหวของเหยื่อ เขากระตุกยิ้มมุมปากแล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“หนีเก่งนะ...”
เมื่อคาบเรียนจบลง เสียงเก้าอี้ลากดังระงมไปทั่วห้อง เปรี้ยวรีบกวาดของลงกระเป๋าแล้วลากแขนนิคออกจากห้องทันที
เธอเดินกึ่งวิ่งไปตามโถงทางเดินจนถึงม้านั่งยาวใต้ต้นไม้ใหญ่หลังตึกเรียนที่ค่อนข้างลับตาคน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด
“มึงเป็อะไรเนี่ยเปรี้ยว?” นิดนั่งลงข้างๆ แล้วเขย่าตัวเพื่อนเบาๆ
เปรี้ยวถอนหายใจยาว ก้มหน้ากุมขมับด้วยความอัดอั้น “กู... กูอึดอัดชิบหายเลยว่ะนิด ไอ้พี่ไกรนั่นมันนั่งเบียดกูตลอดคาบเลย แล้วยังมาพ่นคำพูดทุเรศๆ ใส่หูกูอีก อาจารย์ดุกูต่อหน้าคนทั้งห้อง กูอายจนอยากจะมุดดินหนีแล้ว!”
นิดเบิกตากว้าง “เออ? กูก็สงสัยอยู่ว่าอาจารย์ดุมึงทำไม แต่กูเคยได้ยินมานะว่าพี่ไกรมันหมายหัวมึงไว้ั้แ่มึงเข้าวงวันแรกๆ แล้ว”
“อย่าพูดชื่อมันให้กูได้ยิน!” เปรี้ยวส่ายหัวแรงๆ “กูไม่อยากยุ่งกับคนพรรค์นั้น มันดูอันตราย น่ากลัวอย่างกับพวกโรคจิต... เมื่อคืนในรถตู้ มันก็แอบจับขาขยำเนื้อกูด้วยนะนิด กูปัดออก กูกลัว... แต่กูก็... กูไม่รู้ดิ กูสับสนไปหมดแล้ว!”
นิดหัวเราะคิกคัก “โอ้โห สับสนแล้วเหรอ? มึงชอบเขาป่ะเนี่ย? พี่ไกรนี่ตัวตึงมหาลัยเลยนะมึง สาวๆ กรี๊ดกันตรึม”
“ไม่ชอบ!” เปรี้ยวะโก้องแล้วรีบลดเสียงลง “กูแค่... มันทำให้กูรู้สึกแปลกๆ อะ มันพูดจาหยาบคายแต่กูโกรธไม่ลงว่ะ กูเกลียดตัวเองที่เป็แบบนี้ กูอยากรักษาความบริสุทธิ์ไว้ให้ผู้ชายดีๆ สักคน ไม่ใช่ผู้ชายดิบเถื่อนแบบมัน!”
เธอกอดอกแน่น สายตาเหม่อลอย “กูกลัวว่ะนิด... กลัวว่าถ้ากูยอมให้มันเข้าใกล้กว่านี้ มันจะไม่จบแค่จีบอะดิๆ”
ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ จะดังขึ้นจากทางด้านหลังต้นไม้ใหญ่
ไกรเดินตรงมาหาพวกเธอ มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงนักศึกษา ท่าทางดิบเถื่อนและคุกคามเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
เขาหยุดยืนห่างเพียงไม่กี่ก้าว สายตาจดจ้องที่ใบหน้าเปรี้ยวไม่ละไปไหน
“หนีเก่งนะ... น้องปีหนึ่ง” เสียงทุ้มต่ำนั่นฟังดูเย็นเยียบแต่แฝงไปด้วยความ้า
นิดหันมองหน้าไกรแล้วหันมามองเปรี้ยวแบบรู้ใจ ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน “เอ่อ... เปรี้ยวกูไปห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวเจอกันที่คาเฟ่!”
“เฮ้ย! นิด! อย่าทิ้งกู!” เปรี้ยวร้องห้ามแต่ไม่ทัน เพื่อนรักรีบวิ่งหนีหายไป ทิ้งเธอให้นั่งตัวสั่นอยู่กับไกรเพียงลำพัง
ไกรก้าวเข้ามาช้าๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างเธอเบียดเสียดจนต้นขาแนบชิดกันอีกครั้ง เขาเงียบไปพักใหญ่ แค่จ้องมองใบหน้าด้านข้างของเธอจนเปรี้ยวต้องก้มหน้าหลบตาซ่อนแก้มที่แดงซ่าน
“โกรธพี่จริงเหรอ?” เขาถามด้วยเสียงที่ทุ้มพร่า “หรือว่าเรากำลังเขิน... จนทำตัวไม่ถูกกันแน่?”
มือหนาเอื้อมไปจับปอยผมหางม้าของเธอเบาๆ ก่อนจะออกแรงกระตุกนิดๆ ให้เธอต้องเงยหน้ามาสบตาเขา
“พี่ขอโทษที่ทำให้เราต้องอายในห้องเรียนเมื่อกี้...” เขาพูดพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ “แต่พี่ไม่ขอโทษที่พี่อยากได้เรานะ เพราะพี่อยากรู้จัง... ว่าตอนที่เราร้องอยู่ใต้ร่างพี่ ลีลาเราจะหวานเหมือนตอนเต้นบนเวทีไหม?”
นิ้วโป้งหนาลูบไล้ไปตามนวลแก้มช้าๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ลำคอ ััถึงจังหวะชีพจรที่เต้นระรัว
“บอกพี่สิ... เราโกรธพี่จริงๆ หรือแค่กลัวว่า ถ้าพี่จูบเราตอนนี้ แล้วเราจะเผลอปล่อยตัวปล่อยใจให้พี่ทำตามใจชอบจนจบ?”
ไกรโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ จนััได้ถึงลมหายใจที่สอดประสานกัน เขาทำเพียงแค่ใช้ปลายลิ้นแตะชิมรสชาติที่มุมปากเธอเบาๆ ย้ำเตือนความซ่านสยิวที่ฝังรากลึก
“หรือ... มึงอยากให้พี่ลากมึงไปที่มุมมืดหลังตึกนี่ แล้วทำให้มึงลืมความอายทั้งหมดด้วยการ ‘คราง’ ชื่อพี่แทนดีล่ะ?”
“หนูเข้าใจนะว่าพี่เป็บ้า... แต่พี่ทำเกินไป พี่ไม่เกรงใจอาจารย์ ไม่เกรงใจสายตาคนอื่นเลยเหรอถามจริง ทำอะไรลงไปไม่รู้จักอายบ้างหรือไง!”
เปรี้ยวะเิอารมณ์ออกมาจนหอบหายใจถี่ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำระคนไปด้วยความโกรธและความอายที่จุกอก ครั้งนี้เธอรวบรวมความกล้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไกรตรงๆ เป็ครั้งแรกที่ไม่หลบเลี่ยง
ไกรนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ ก่อนจะลอบถอนหายใจยาวพลางยกมือลูบผมตัวเองแรงๆ เหมือนพยายามระงับความพลุ่งพล่านในอก ทว่ามุมปากกลับยังยกยิ้มร้ายอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
“พี่เป็บ้า... ใช่ อันนี้พี่ยอมรับ” เสียงทุ้มต่ำห้าวระรื่นหู คราวนี้ไม่มีแววยั่วเย้าเหมือนเก่า “แต่คำว่าเกินไปของมึงคือตรงไหนเปรี้ยว? ตรงที่พี่กระซิบข้างหูมึง? ที่พี่ลูบขาโต๊ะใต้โต๊ะเรียน? หรือที่พี่ทำให้อาจารย์ดุมึงต่อหน้าคนอื่น?”
เขาโน้มตัวเข้าหาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียนที่แดงซ่านอีกครั้ง
“พี่ไม่อายสักนิด เพราะพี่ไม่เคยแกล้งทำตัวเป็คนดีมาั้แ่แรก” เขากระซิบชิดใบหู
“คนอื่นอาจจะอายแทนมึง แต่พี่แค่อยากให้มึงรู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่ พี่ไม่อยากแกล้งทำตัวสุภาพบุรุษจอมปลอมเวลาอยู่กับมึงแค่สองคน”
ปลายนิ้วหนาเชยคางมนขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาที่วาวโรจน์ไปด้วยไฟปรารถนาที่ยังคงลุกโชน
“เื่คนเยอะหรือเื่อาจารย์... พี่ไม่เกรงใจหรอก เพราะถ้าพี่มัวแต่เกรงใจ พี่คงไม่ได้เข้าใกล้ใจมึงขนาดนี้” เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ
“แล้วมึงล่ะเปรี้ยว? มึงอายคนอื่นจริงๆ หรือแค่อาย... ที่ใครๆ ก็เห็นว่ามึงตัวสั่นทุกครั้งที่พี่แตะต้อง?”
ไกรปล่อยมือจากคาง แต่กลับเลื่อนลงมาคว้ามือเรียวที่กำลังกำแน่นบนตักแล้วบีบกระชับไว้เบาๆ
“พี่รู้ว่ามึงโกรธ พี่ขอโทษก็ได้ที่ทำให้มึงต้องเสียหน้าต่อหน้าคนอื่น” น้ำเสียงเขานุ่มลงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน “แต่พี่ไม่ขอโทษหรอกนะที่พี่อยากได้มึง... เพราะถ้าพี่หยุดตอนนี้ มึงจะลืมพี่ได้ลงจริงๆ เหรอ?”
เขาดึงมือเล็กขึ้นมาประทับจูบลงบนหลังมือเบาๆ ริมฝีปากร้อนผ่าวที่ััผิวเพียงชั่วครู่ทำเอาเปรี้ยวสะดุ้งเฮือกราวกับถูกไฟลวก
“ถ้ามึงเกลียดพี่จริงๆ ก็บอกมาเลย” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ “พี่จะถอย... แต่ถ้ามึงแค่กลัว... กลัวว่าถ้าพี่ทำต่อไปแล้วมึงจะหยุดตัวเองไม่ได้ พี่ก็จะรอจนกว่ามึงจะพร้อมเอง”
เขาขยับตัวออกห่างเพียงเล็กน้อยให้เธอพอมีช่องว่างหายใจ แต่ท่อนขาแกร่งยังคงเบียดชิดไม่ยอมให้หนีไปไหนง่ายๆ
“หรืออยากให้พี่พิสูจน์อะไรบางอย่าง?” เขายิ้มกว้างขึ้น “อย่างเช่น... พามึงไปที่ที่ไม่มีใครเห็น แล้วพี่จะขอโทษมึงแบบจริงจัง... แบบที่ทำให้มึงลืมความอายทั้งหมดที่ผ่านมา”
ฝ่ามือกว้างวางทาบลงบนต้นขาเนียนอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่รุกราน ไม่กดหนัก แค่แตะไว้แ่เบาราวกับกำลังรอคำอนุญาตที่ไม่มีคำพูดออกมา
“บอกพี่มาเปรี้ยว... วันนี้มึงอยากให้พี่ทำยังไงต่อ? อยากให้พี่หยุดจริงๆ หรือ... อยากให้พี่พาไปที่ไหนสักแห่ง เพื่อคุยกันแค่เราสองคน?”
ไกรโน้มลงกระซิบชิดใบหูอีกครั้ง เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความกระหายที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ
“เพราะถ้ามึงยังเงียบแบบนี้... พี่จะถือว่ามึงยอมให้พี่พาไปที่ห้องพี่ แล้วพี่จะขอโทษมึงให้ 'เต็มที่' สมกับความผิดที่พี่ทำเลยนะ”