“ไง ไม่เจอเสียนานคิดถึงข้าล่ะสิ” เสียงที่ไม่ได้ยินนานดังขึ้นในโสตประสาทอีกครั้งในรอบหลายเดือน หันไปตามเสียงก็พบกับเทพจันทราเ้าเก่าเ้าเดิม เพิ่มเติมคือสภาพของแม่นางกลับมาสวยเช้งอย่างเก่า ไม่โทรมเต็มไปด้วยด้ายแดงอย่างรอบหลังๆที่ผ่านมา
“อ่า ครับ” ถามว่าคิดถึงมั้ย ก็มีบ้างที่เหงาหูตอนไม่ได้ยินเสียงแว๊ดๆของเจ้ แต่ก็นั้นแหละแค่บางครั้ง
“เหอะ ดูทำหน้าทำตาเข้า ใช่สิ เดี๋ยวนี้มีพระรองมาขายขนมจีบ ข้าไม่จำเป็แล้วนี่เนอะ” คำพูดเหมือนน้อยใจเต็มประดา แต่สีหน้ากลับเจือไปด้วยการล้อเลียนอย่างเห็นได้ชัด ดูทรงทุกเหตุการณ์ในโลกแห่งนี้คงอยู่ในสายตาเจ้ทั้งหมดสินะ
“พูดมากไม่เปลี่ยนเลยนะครับ”
“เ้าก็ยังเสียมารยาทกับสุภาพสตรีไม่เปลี่ยนเลยนะ”
“ครับ” พยักหน้ารับหน้าตาเฉยแล้วกล่าวต่อ “แล้วเจ้มาทำไมครับ หายไปตั้งนานคงไม่ได้นึกเป็ห่วงเลยมาถามข่าวใช่ไหม”
“ทำไม หากข้ามาถามความเป็ไปด้วยความห่วงใยมันแปลกมากรึไง?”
เหมือนมีคำว่าไม่เชื่อแปะอยู่กลางหน้าผาก อันจื่อเทาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเปิดประเด็นอื่นขึ้นมาแทน “ถ้าเจ้ยังไม่เข้าประเด็นงั้นผมขอถามก่อนนะ"
“อะไรหรอว่ามาสิ” เทพจันทราเมินเฉยคำตอบที่ไม่เข้าหูนัก เปลี่ยนมาตอบรับคำถามของอีกฝ่ายแทน
“เจ้พาผมมาที่ไหนกันแน่?"เื่นี้ตะหงิดในใจอันจื่อเทามาสักพักแล้วแต่ไม่รู้จะเอ่ยปากถามใครได้สุดท้ายจึงปล่อยไปไม่ใส่ใจมันอีก กระทั่งไม่กี่วันก่อนแดเนียลมาปรึกษาเื่บางอย่างกับเขา ซึ่งมันสะกิดเื่นี้ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ผู้ที่สามารถให้คำตอบมาอยู่ตรงหน้าอันจื่อเทาไม่คิดปล่อยผ่านจี้ถามออกไปตรงประเด็น “เจ้น่าจะรู้ทุกอย่างแต่ไม่มีท่าทีกังวลหรือขัดใจอะไรเลย อย่างกับว่าทั้งหมดเป็สิ่งที่เจ้รู้อยู่แล้ว”
ั้แ่แรกแล้วที่เทพจันทราไม่เคยบอกรายละเอียดอะไรเลย ไม่ว่าจะเนื้อเื่หรือพล็อตนิยายก็มีแบบจำกัดให้ได้รับรู้เท่าที่เทพจันทราอยากให้รู้ พอถามก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่อยจนี้เีจะเซ้าซี้และปล่อยผ่านไปเอง
เทพจันทราเงียบมองสบอันจื่อเทาด้วยสายตาที่ต่างไปจากทุกที อีกคนก็ไม่คิดหลบมองสบตากลับอย่างไม่ลดละ สุดท้ายเป็เทพจันทราที่ละสายตาไปก่อนถอนหายใจออกมาหนึ่งคำรบยอมเปิดปากขึ้นในที่สุด “ข้าไม่รู้หรอกว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง”
“…..” อันจื่อเทาเพียงเลิกคิ้วเชิงถามระคนเปิดทางให้อีกคนกล่าวต่อ
“แน่นอนว่าที่แห่งนี้คือโลกนิยาย แต่จะดำเนินไปตามพล็อตเื่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวละคร”
“….” อันจื่อเทาฟังแล้วคิดตาม นี่มันเข้าเค้าทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกที่เต้าเด็กเกรียนบ่นบ่อยๆใช่ไหม
“ถูกต้อง การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยแต่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องเป็ลูกโซ่ที่นำไปสู่ปรากฏการณ์ขนาดใหญ่ ในกรณีของเ้าก็เช่นกัน"
“อ่าครับ” มาถึงตรงนี้อันจื่อเทาพอเข้าใจได้ เหตุการณ์ในโลกนี้ไม่คงที่ทุกสิ่งอาจเกิดขึ้นหรือไม่ตรงตามพล็อตนิยายก็ได้ แต่เหตุการณ์ใหญ่ๆที่เป็เส้นเื่ของนิยายเหมือนจะมีสิ่งชักนำให้เป็ไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“ใช่ เ้าเข้าใจถูกแล้ว” เทพจันทราดีดนิ้วดังเป๊าะเชิดหน้าอย่างไว้ท่าที “แต่ก็แอบแปลกใจเหมือนกันนะ ไม่คิดว่าพระรองจะมาหลงเสน่ห์คนอย่างเ้าได้"
อดีตมาเฟียทำเป็ไม่ได้ยินคำค่อนขอดของแม่นางเปลี่ยนเื่หน้าตาเฉย “เจ้ให้ผมมาที่นี่ก็เพื่อจะให้เปลี่ยนตอนจบของเื่ไม่ใช่รึไงครับ”
จุดจบของหลัวเจิ้งเหยียนและครอบครัวน่าเศร้าเกินไป ทั้งที่ครอบครัวนี้ไม่มีพิษภัยกับใครแต่ต้องมาเจอโศกนาฏกรรมเช่นนี้นับว่าไม่ได้รับความเป็ธรรมเกินไป คนที่แฮปปี้สุดคงจะมีแค่พระเอกกับนางเอก
“ก็จริง หากหลัวเจิ้งเหยียนไม่รักนางเอกการแย่งชิงก็ไม่เกิด พี่น้องไม่แตกหัก พระรองก็ไม่ต้องประสบกับจุดจบที่น่าเศร้า” เทพจันทราพยักหน้าเห็นด้วยพลางลูบคางอย่างใช้ความคิด “เ้าหนูนักเขียนคงบอกพล็อตทั้งหมดให้เ้าฟังแล้ว”
“ครับ"อันจื่อเทาพยักหน้ารับก่อนคำถามที่เคยสงสัยเมื่อนานมาแล้วจะสะกิดใจขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้เทพจันทราจะมาอีกเมื่อไหร่ ไหนๆก็เจอแล้วถามให้หมดเลยแล้วกัน “ผมสงสัย”
“ว่ามาสิ ถือว่าข้าให้เซอร์วิสเ้าแล้วกัน”
มันเป็เื่ที่เจ้ต้องให้ความกระจ่างกับคนที่เจ้พามาทิ้งไว้โลกประหลาดนี้มั้ยล่ะครับ?! เฮ้อ บ่นในใจไปงั้นแหละยังไงเจ้ก็ไม่นำพาอยู่ดี อันจื่อเทาปลงในเดี๋ยวนั้นวกกลับมายังสิ่งที่ตั้งใจในคราแรก “เจ้พาเ้าแดเนียลมาโลกนี้ทำไมครับ?”
“ไม่ดีหรือเ้าจะได้มีเพื่อน”
“ห่วงผมขนาดนั้นเชียว?”
“เ้านี่มันยังไงกัน มองคนอื่นในแง่ร้ายตลอดเลย” ใบหน้างามบึ้งตึงแขนสองข้างยกขึ้นกอดอกมองอันจื่อเทาตาเขียว
คนถูกกล่าวหายกมือยอมแพ้ มาอิหรอบนี่คำถามของเขาคงไม่ถูกไขให้กระจ่างแน่ แถมอาจเกิดการถกยืดยาวจนไม่ทันถามเื่อื่นเจ้หาเื่หนีไปก่อนแน่ งั้นช่างเื่นี้ไปก่อนแล้วกัน “งั้นผมขอเปลี่ยนคำถาม”
“อะไรอีกล่ะ”
“เื่ในวัยเด็กของอี้หย่งเพ่ยซานกับหลัวสุ่ยิ” เอ่ยพลางลอบสังเกตุสีหน้าของคู่สนทนา เห็นเทพจันทราขมวดคิ้วอันจื่อเทาจึงกล่าวต่อ “แดเนียลยื่นยันว่าไม่มีในพล็อต แล้วทำไมถึงเกิดขึ้นได้ล่ะครับ?”
“เ้าหนูนั่นบรรยายในมุมนางเอกคนเดียวไม่ใช่รึ สิ่งที่นางเอกไม่รู้คนอ่านหรือใครก็ไม่รู้เหมือนกันนอกจากเ้าตัวเอง”
“อ้อ” อันจื่อเทาครางรับในลำคอ ในหัวก็ประมวลผลในสิ่งที่ได้ฟังมา สรุปก็คือโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก ทุกสิ่งทุกอย่างทุกเหตุการณ์ไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับการกระทำของแต่ละตัวละครที่จะกำหนดความเป็ไป มีเพียงพล็อตหลักที่ยังคงเดิม แต่จะออกมาลักษณะไหนก็อีกเื่ ถ้าเป็แบบนี้จริงพระเอกก็จัดว่าเ*ี้ยดีๆนี่เอง เพราะตอนจบพระเอกเป็ต้นเหตุให้อี้หย่งเพ่ยซานตาย แล้วยังมีหน้ามีความสุขกับนางเอกหน้าตาเฉยอีก
“ถ้านิยายจบพวกเราจะเป็ยังไงหรอครับ?”
“ตามสัญญา ข้าจะให้ชีวิตใหม่กับเ้า” คำตอบที่ได้อันจื่อเทาไม่แน่ใจว่าควรจะรู้สึกยังไง เขาไม่ได้โหยหาชีวิตเดิมของเขามาั้แ่แรก ซึ่งนั้นเทพจันทรารู้ดี ทว่าก็มีบางสิ่งที่ต่างออกไปเช่นกัน
“เ้าลังเลอะไรของเ้า?” ท่าทางสับสนของคนที่ไม่เคยหวั่นเกรงต่อสิ่งใดชัดเจนจนเทพจันทราต้องเอ่ยปากถาม แต่กระนั้นสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบงันกับแววตาไหววูบที่เสไปทางอื่น เพียงเท่านั้นก็พอจะเดาออกได้ไม่ยาก “ความผูกพันธ์การยึดติดเกิดขึ้นได้กับทุกคน เป็ธรรมชาติของมนุษย์”
“…..” อันจื่อเทาไม่ได้ตอบออกไปในทันที ดวงตาคู่งามของอดีตมาเฟียเหม่อมองไปยังความเวิ้งว้างตรงหน้าก่อนถอนหายใจออกมาอย่างยอมรับกับทุกสิ่ง “ให้ตายสิ การมาที่นี้ทำผมไม่เป็ตัวของตัวเองเลย”
“เ้าไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวในโลก สักวันต้องมีคนที่เต็มใจจะอยู่เคียงข้างเ้า และข้าเชื่อว่าเ้าจะเจอในเร็วๆนี้” มือบางวางลงยังบ่าทั้งสองของคนตรงหน้าพร้อมทั้งแย้มยิ้มอ่อนหวานอย่างไม่เคยเป็มาก่อนที่ทำเอาคนมองตื่นตะลึง
“เอาล่ะ ข้าต้องไปแล้ว คงไม่ได้มาหาเ้าอีกพักใหญ่ๆเลย"เทพจันทราตบบ่าส่งท้ายอีกสองปุแล้วจึงผละออก “จงจำไว้ โลกนี้ก็ไม่ต่างจากโลกเดิมของเ้า ทุกตัวละครมีความรู้สึกนึกคิดจริง รวมทั้งความรู้สึกของเ้าก็เป็ของจริงเช่นกัน”
จบคำแสงสว่างเพียงหนึ่งก็หายวับไป มีเพียงความมืดมิดโอบล้อมกายไว้ อันจื่อเทาทิ้งความนึกคิดไปกับความเงียบงันรอบกาย ไตร่ตรองเื่ราวที่ผ่านมาแล้วเรียบเรียงใหม่ทบทวนซ้ำๆจนออกมาเป็คำตอบว่าเขาควรใช้ชีวิตในโลกนิยายแห่งนี้ต่อไปยังไงดี
เปลือกตาสีอ่อนค่อยๆเปิดขึ้นสิ่งแรกที่ปรากฏก็ยังคงเป็ความมืดไม่ต่างจากก่อนหน้า หากแต่ยังมีความอบอุ่นที่โอบรัดกายไว้บ่งบอกว่านี่ไม่ใช่ห้วงฝันอันมืดมิดเช่นก่อนหน้านี่แล้ว อันจื่อเทานอนนิ่งปล่อยให้ดวงตาคุ้นชินไม่นานก็หันไปมองเ้าของอ้อมแขนคุ้นเคยที่โอบกอดตนไว้ทุกคืน
ดวงตาคู่งามไล่มองใบหน้าเลือนลางของคนหลับ พลิกกายขยับเข้าหาพร้อมกับโอบกอดกลับให้แนบชิดกว่าเดิม ความรู้สึกที่เทพจันทราหมายถึงคงเป็เช่นนี้
แรงขยับเบาๆหากแต่สำหรับผู้ที่ตื่นตัวตลอดเวลาอย่างหลัวเจิ้งเหยียนก็พอปลุกให้ตื่นได้ไม่ยาก ััแนบชิดกว่าที่ผ่านพาให้นึกแปลกใจอยู่บ้าง กระนั้นก็ไม่ได้เอ่ยทักท้วงอะไรเพียงกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นพร้อมกับจุมพิตที่หน้าผากเนียนไปทีด้วยคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะฝันร้าย
อันจื่อเทาสะดุ้งไม่คิดว่าอีกคนจะตื่น “อ่ะ ข้าทำเ้าตื่นหรือ?”
“หืม?เ้าตื่นอยู่แล้วหรอกหรือ?” หลัวเจิ้งเหยียนผละอ้อมกอดออกมามองใบหน้าสลัวรางของคนในอ้อมแขน
“….."อันจื่อเทาพยักหน้าแทนคำตอบสองแขนกอดร่างแกร่งให้แแ่ยิ่งขึ้น หลัวเจิ้งเหยียนเลิกคิ้ว แปลกใจไม่น้อยกับการกระทำที่ต่างไปจากเดิมของอีกฝ่าย
“ที่รัก เ้าเป็อะไรหรือไม่?” เพราะปกติมีเพียงตนที่เข้าหาอีกฝ่ายก่อน อันจื่อเทาไม่ได้ปฏิเสธััก็จริงแต่ก็ไม่ได้ตอบรับเช่นกัน การกระทำที่แปลกไปอย่างเห็นได้ชัดหลัวเจิ้งเหยียนจึงอดจะเป็ห่วงไม่ได้
“ไม่มีอะไร” มือขาววางแหมะลงบนใบหน้าคมคายตรงหน้า นิ้วเกลี่ยแก้มเบาๆลงไปถึงสันกรามที่เริ่มมีหนวดเคราขึ้นพอััสะดุดมือ หลัวเจิ้งเหยียนนอนนิ่งไม่กล้าแม้จะหายใจแรงไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหนดี เสี่ยวจื่อที่เป็เช่นนี้เขาไม่ชินเอาเสียเลย “นอนเถอะ”
“อ่าอืม” ถึงจะพูดอย่างนั้น เล่นแนบชิดแทบจะเกยมาบนตัวแบบนี้ใครจะหลับลง ซ้ำร้ายยังไปปลุกสิ่งไม่ควรตื่นให้ตื่นอีก
ที่รัก ข้าทำสิ่งใดให้เ้าแค้นเคืองกัน หลัวเจิ้งเหยียนได้แต่โอดครวญในใจกับเหยียนน้อยที่อยู่เป็เพื่อนกันตลอดทั้งคืน
.
.
.
“ไฉนสภาพอิดโรยเช่นนี้เล่า ่นี้งานหนักไปหรือ?” คำทักทายจากปากสหายหลังจากไม่ได้เจอกันนานทำคนฟังคิ้วกระตุกอยู่บ้างจนเผลอมองกลับตาขวาง อี้หย่งหยางเจี๋ยเลิกคิ้วด้วยความงงวยว่าตนกล่าวสิ่งใดผิดไปหรืออย่างไร?
เจิ้งเหยียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนตอบกลับ “อืม”
ก็อยากบอกถึงต้นสายปลายเหตุอยู่หรอกเผื่ออีกจะช่วยได้ แต่คิดอีกทีอาจเผลอหลุดเื่ไม่ควรบอกไปก็ได้หลัวเจิ้งเหยียนจึงเลือกจะไม่บอกแล้วเปลี่ยนเื่ดื้อๆ “ว่าแต่เ้าเถอะ ภารกิจครานี้เป็อย่างไรบ้าง?”
เนื่องจากอี้หย่งหยางเจี๋ยพึ่งคุ้มกันขบวนพ่อค้าขบวนใหญ่จากแดนตะวันตกกลับไปส่งยังชายแดน ภารกิจรอบนี้หลัวเจิ้งเหยียนไม่ได้ไปด้วยเพราะพึ่งเกิดเื่เลวร้ายกับพี่สาวไปหมาดๆเ้าสำนักจึงให้พักสะสางเื่ในเรือน อี้หย่งหยางเจี๋ยจึงต้องฉายเดียวนำขบวนโดยไม่มีสหายคนสนิทเป็ครั้งแรก ดีหน่อยม่อหวังฟันกับจ้าวหย่าหวังเสร็จงานเร็วจึงตามไปเป็กำลังเสริมได้อีกแรง
“ราบรื้นดี” ถ้าไม่ติดว่าจุดหมายไกลไปหน่อยกับขบวนสินค้าใหญ่ไปนิดภารกิจในครั้งนี้ก็กินหมูดีๆนี่เอง “อ้อจริงสิ ข้ามีของฝากมาให้เ้าด้วย”
คุณชายใหญ่สกุลอี้หย่งหันหลังไปคุ้ยหาของในหีบที่นำมาจากชายแดนตะวันตกสักพักก็กลับมาพร้อมกับกล่องไม้ขนาดกลางแล้วยื่นให้สหายไป
หลัวเจิ้งเหยียนรับมาแล้วเปิดดูเดี๋ยวนั้น “หยกแปลกๆนี่มันคือสิ่งใดกัน?”
“ข้าก็ไม่รู้จักเหมือนกัน พออาม่อกล่าวว่าอยากหาของฝากให้เ้าที่พึ่งแต่งงาน พ่อค้าในขบวนก็แนะนำสิ่งนี้มา” กล่าวพลางฉวยหยกในมือสหายขึ้นมาพินิจดูอีกรอบ “ไม่ว่าจะพินิจสักกี่ครั้งก็คิดหาวิธีใช้ไม่ออกเลย”
“ช่างเถอะ ไหนๆเ้าก็ให้มาแล้ว ข้าจะรับไว้แล้วกัน” เจิ้งเหยียนกล่าวขอบคุณแล้วเก็บของลงกล่องตามเดิม ก่อนจะเปลี่ยนเื่คุยไปเรื่อยตามประสาสหายที่ไม่ได้พบหน้ากันนาน ไปจนถึงเื่าที่ได้ยินมาหนาหูระหว่างทางไปจวบจนกลับมาไม่ว่าจะพักที่ใดก็ไม่พ้นสทนากันเื่เดียว
***********************************