หลังจากห่าวหรานจัดการกับพวกนักเลงทั้งสามคนเป็ที่เรียบร้อย มันก็เดินเข้าไปหาชายชราผู้นั้นก่อนจะเอ่ยปากถามอาการาเ็ "ผู้าุโเป็อย่างไรบ้าง? เจ็บตรงไหนหรือไม่ขอรับ" พอชายชราได้ยินมันก็แย้มยิ้มก่อนจะลุกขึ้น แล้วส่ายหน้า ก่อนตอบกลับ "ข้าไม่เป็อะไรมากหรอกหลานชาย โชคดีที่เ้าเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นข้าคงจะแย่ ข้าขอขอบใจเ้ามาก" เมื่อกล่าวมันก็ยกมือขึ้นประสาน และเตรียมที่ค้อมตัวขอบคุณห่าวแต่นั่นน แต่ด้วยาุโน้อยกว่า ห่าวหรานจึงรีบ ประคองร่างของชายชราผู้นี้เอาเสียก่อน
"ไม่ต้องขอบใจข้าหรอกผู้าุโ นี้ถือเป็สิ่งที่ใคร ๆ ก็สมควรทำ เห็นผู้ที่กำลังเดือดร้อน แล้วเมินเฉย ย่อมไม่ใช่วิสัยของลูกผู้ชาย" ห่าวหราน กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ นั่นยิ่งทำให้ชายชราผู้นั้นรู้สึกประทับมากขึ้นอีกหลายเท่าก่อนที่มันจะเอ่ยปากชม "น่ายกย่อง น่ายกย่องจริง ๆ ที่คนหนุ่มเช่นเ้ามีจิตใจดีงาม และกล้าหาญเพียงนี้ ไม่ทราบว่าหลานชายมีชื่อเสียงเรียงนามอันใดรึ พอจะบอกให้ตาแก่เช่นข้ารู้ได้หรือไม่"
ห่าวหรานยิ้มกว้างก่อนจะตอบกลับอย่างงนอบน้อม "ข้ามีนามว่า หยวน ห่าวหราน มาจากหมู่บ้านทางทิศตะวันออกอันห่างไกล ที่มายังเมืองก็เพื่อ……" ห่าวหรานยังกล่าวไม่จบมันก็นิ่งเงียบไป จนชายชราเอียงคอมองด้วยความสงสัยอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่มันจะเอามือลูบเครายาว แล้วกล่าวออกมา
"ให้ข้าเดานะ เ้าคงจะมาร่วมงามทดสอบสินะ"
คำพูดของชายชราทำเอาห่าวหรานถึงกับยิ้มเจื่อน ๆ "ไม่ใช่ขอรับ ผู้าุโ…ท่านก็น่าจะเห็นดวงตาของข้า และทราบดีว่าเพราะอะไรที่ทำให้ข้าไม่สามารถเข้าร่วมทดสอบได้ และแถมข้ายังเป็แค่คนรับใช้ต่ำต้อยของสกุลที่ชุบเลี้ยงมา…" พอชายชราได้ฟังสีหน้าของมันก็ดูจะผิดหวังเอามาก ๆ มันถอนหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น "เช่นนั้นเองรึ น่าเสียดายจริง ๆ ด้วยฝีมือเช่นเ้า ถ้าเข้าร่วมทดสอบจะต้องผ่านเข้าไปเป็ศิษย์ได้อย่างแน่นอน"
ห่าวหรานที่ได้ฟังมันก็ยิ้มกว้างสดใสก่อนจะตอบชายชรากลับ "ไม่เป็ไรหรอกขอรับผู้าุโ เพราะข้าเองก็ไม่ได้คิดที่จะเข้าสำนักั้แ่แรกอยู่แล้ว" คำกล่าวของห่าวหรานทำเอา ชายชราดวงตาเบิกกว้าง และขมวดมุ่นคิ้วด้วยความประหลาดใจ "ไม่เคยคิดจะเข้าสำนักรึ? เ้าหมายความเช่นไร สำนักปราณพิทักษ์ฟ้า ถือเป็สำนักอันดับหนึ่ง ที่ใคร ๆ ก็อยากเข้าไปกันทั้งนั้น ในนั้นมีเหล่าอาจารย์ผู้เก่งกาจมากมายคอยชี้แนะ มีทั้งวิชาความรู้ หากได้เรียน ได้ฝึกจนแตกฉาน ย่อมจะนำมาซึ่งชื่อเสียง เงินทอง และอำนาจ เ้าไม่ปรารถนาสิ่งเหล่านี้เลยรึพ่อหลานชาย.."
พอห่าวหร่านได้ฟังมันก็นิ่งเงียบไปนิดหน่อยก่อนจะกล่าวตอบ " ชื่อเสียง อำนาจ ล้วนเป็สิ่งจอมปลอม เงินทองนั้นสำคัญ แต่ข้าก็มิได้้ามันมากมายขนาดนั้น สิ่งที่ข้า้าคือ…อิสระมากกว่า โลกใบนี้กว้างใหญ่นัก ข้าอยากท่องไปเห็นด้วยตา ส่วนวิชาความรู้ ข้าคิดว่าสามารถเรียนรู้ได้เองเมื่อออกผจญภัย"
คำตอบของห่าวหรานถึงกับทำเอาชายชรานิ่งอึ้งไปเลยทีเดียว สาเหตุที่ห่าวหราน กล่าวออกมาเช่นนี้เพราะมันคิดว่าตนเอง มีเนตรเทวะรู้แจ้ง ด้วยสิ่งวิเศษที่ได้รับมานี้ ห่าวหรานไม่จำเป็จะต้องเข้าไปฝึกฝนในสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าก็ได้…
จากนั้นชายชราผู้นั้นจึงหัวร่อออกมาเสียงดัง ก่อนจะพูดขึ้น" ฮ่าๆๆๆ เ้าช่างเป็เด็กหนุ่มที่แปลกประหลาดยิ่งนัก ข้าแก่จนอายุปูนนี้แล้วก็พึงจะเคยพบ นับว่าหากยากจริง ๆ เอาเถอะ เอาเถอะ ไม่ว่าเ้าจะเลือกเส้นทางไหนข้าก็ขออวยพรให้เ้าโชคดี และประสบความสำเร็จ"
พอห่าวหรานได้ยินเช่นนั้นมันก็แย้มยิ้ม พร้อมประสานมือ ค้อมตัวขอบคุณในคำอวยพรของชายชรา ก่อนที่มันจะขอตัวกลับไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อร่วมกับพวกเฟยฮุ่น แต่หลังจากที่ห่าวหรานเดินจากมาได้ไม่กี่ก้าว เสียงของชายชราผู้นั้นก็ดังก้องกังวานไปทั่วตรอก "แม้ตาบอด..แต่ใจไม่บอด ดีกว่าผู้ที่ตาดี..แต่หัวใจมืดบอด..ช่างหายากจริง ๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ "
หากเสียงที่ได้ยิน เป็เพียงแค่เสียงหัวเราะธรรมดา ห่าวหรานอาจจะมิได้สนใจอะไรมาก แต่ทว่า..เสียงนี้กลับทรงพลัง แถมอัดไปด้วยจิตปราณมหาศาล ห่าวหรานถึงกับต้องหยุดชะงัก และหันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่มันพบกลับเป็เพียงแค่ความว่างเปล่าไม่มีร่างของชายชราผู้นั้น ไม่มีร่างของเ้าอันธพาลทั้งสามที่นอนทับกันอยู่ ห่าวหรานถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะพึมพำเบา ๆ ออกมา
"ผู้าุโหายไปไหนเสียแล้ว? แถมยังเ้าอันธนพาลสามคนนั้นอีก นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่…แต่ถ้าฟังจากเสียงหัวเราะเมื่อสักครู่ ผู้าุโท่านนี้ มีจิตปราณที่ไม่ธรรมดาเลย การฝึกฝนของเขาน่าจะอยู่ชั้นนภาระดับสูง ไม่สิอาจจะ ถึงชั้นเทวะเลยก็เป็ได้…" ห่าวหรานรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะมันพึ่งจะเข้าเมืองมาได้ไม่นานก็พบยอดฝีมือระดับนี้แล้ว มันฉีกยิ้มอย่างมีความสุขอยู่สักพักก่อน ที่สีหน้าจะพลันแปรเปลี่ยนเป็ขมวดมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง "อืม….ชั้นเทวะกระนั้นรึ? เช่นนั้นแล้วทำไมข้าถึงมองไม่เห็นระดับการฝึกฝนของผู้าุโั้แ่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในตรอกกันเล่า"
ห่าวหรานยืนกอดอกเกาหัว และครุ่นคิดอยู่นาน แต่ก็คิดไม่ออก แถมคนลึกลับที่มอบเนตรเทวะรู้แจ้งให้มันก็ไม่เคยบอกอะไรด้วย มันคิดจนหัวแทบแตกก่อนที่สุดท้ายจะเลิกคิด แล้วเดินออกจากตรอกเพื่อไปยังโรงเตี๊ยมที่พวกเฟยฮุ่นพักกันอยู่…
ห่าวหรานใช้เวลาเดินอยู่ไม่นาน ก่อนจะมาถึงยังโรงเตี๊ยมที่ว่า พอเข้าไปด้านในมันก็กวาดตามองไปทั่ว และได้พบกับ เฟยฮุ่น หนิงอวี่ อาฟง และจางิ่กำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ (แยกเป็สองโต๊ะ เพราะเฟยฮุ่นไม่นั่งรวมกับจางิ่อยู่แล้ว)
เมื่อห่าวหรานเห็นพวกมันจึงได้เดินตรงเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ซึ่งในยามนั้นจางิ่กำลังถือน่องไก่อยู่ในมือ พร้อมกับท่าทางห่อเหี่ยว เพราะมันมิรู้ว่าห่าวหรานนั้นเป็ตายร้ายดียังไงบ้าง แต่พอจางิ่ได้เห็นพี่ชายต่างสายเืเดินเข้ามาเท่านั้นแหละ มันถึงกับทำน่องไก่ร่วงหลุดมือ ก่อนจะลุกพรวด พร้อมกับเสียงร้องออกมาดังลั่นร้ายด้วยความดีใจ "ห่าวหรานเ้ากลับแล้ว.! เป็อย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนไหม เกิดอันใดขึ้น.!" จางิ่ยิงคำถามใส่เป็ชุดพร้อมใช้สองแขนบีบไหล่ และเขย่าตัวห่าวหราน ด้วยความเป็ห่วง ก่อนที่เสียงของเฟยฮุ่นจะกระแอมเบา ๆ ขึ้น เพื่อบอกให้จางิ่หุบปากของมันเสีย เพราะยามนี้คนทั้งโรงเตี๊ยมจ้องมาที่โต๊ะนี้เป็ตาเดียว ซึ่งเฟยฮุ่นรู้สึกอับอายขายขี้หน้าเป็อย่างมาก
จางิ่ พอได้ยินเฟยฮุ่นส่งสัญญาณเช่นนั้น มันจึงยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะรีบนั่งลง เฟยฮุ่นรีบยกถ้วยน้ำชา มาดื่ม และวางมาดสุขุมต่อ ส่วนเ้าอาฟงนั้นมองจางิ่ตาเขียวปั้ด และแทบจะแยกเขี้ยวกัดโทษฐานที่จางิ่ทำให้นายน้อยของมันต้องอับอาย ส่วนหนิงอวี่นั้นนางได้ส่งยิ้มบาง ๆ และพยักหน้ายินดีให้ห่าวหรานที่มันสามารถเอาตัวรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัย
พอห่าวหรานนั่งลงบนเก้าอี้ จางิ่ก็รีบถามมันกลับอีกครั้งด้วยท่าทางตื่นเต้น ว่าเกิดอะไรขึ้น? แล้วทำไมห่าวหรานถึงรอดมาจากเ้าอันธพาลร่างั์ทั้งสามโดยที่ไม่มีแม่แต่รอยขีดข่วน พอเจอน้องชายต่างสายเืถามมาตรง ๆ แบบนี้ ห่าวหรานก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย จะให้มันตอบกลับว่าอย่างไรดี จะให้บอกรึว่า มันใช้เพียงหมัดสามหมัดล้มเ้าพวกนั้น ถ้าบอกไปคงไม่มีใครเชื่อ หรือถ้าเชื่อ ก็จะกลายเป็ว่า ห่าวหรานนั้นปกปกปิดเื่ที่มันมีวรยุทธ์มาตลอด คงมีคำถามอีกมากมายตามมา และอาจกลายเป็เื่เป็ราวใหญ่โต ห่าวหรานจึงต้องจำใจโกหก จางิ่ไปว่า "เื่นั้นรึ เอ่อ…บังเอิญข้าโชคดีน่ะจางิ่ ตอนนั้นมีจอมยุทธ์หนุ่มผู้กล้าท่านหนึ่งผ่านมาพอดี เขาก็เล่นงานเ้าอันธพาลทั้งสามจนอยู่หมัด โดยที่ข้าไม่ต้องออกแรง…"
คำตอบของห่าวหรานทำเอาจางิ่คลายสงสัย ก่อนที่มันแย้มยิ้มออกมา แต่ในยามนั้นเสียงหัวร่อเบา ๆ จากลำคอของเฟยฮุ่นก็ดังขึ้น ก่อนที่มันจะแค่นเสียงพูดเชิงดูถูกใส่ห่าวหราน " หึหึหึ ที่แท้โชคก็เข้าข้างเ้านี่เอง ห่าวหราน ข้าก็หลงนึกดีใจ คิดว่าเ้าเป็คนจัดการพวกสวะสามคนนั้นเสียอีก" รอยยิ้ม และแววตาที่เฟยฮุ่น มอง ห่าวหรานในยามนี้เชิงดูถูกเหยียดหยามมันยิ่งนักแต่นั่นก็ยังไม่น่ารำคาญเท่ากับเ้าอาฟงที่รับกล่าวเสริมนายน้อยของมันต่อทันที "คุณชายขอรับ เ้าห่าวหรานมันจะเอาอะไรไปสู้รบตบมือกับเ้าพวกนั้น ตาซ้ายรึก็บอด วรยุทธ์วิชาติดต่อก็ไม่มี ข้าว่ามันก็แค่คนโง่คนหนึ่งที่ไม่เจียมตัวก็เท่านั้นเอง"
พอเฟยฮุ่นได้ยินอาฟงกล่าวเช่นนั้น มันก็รู้สึกพึงพอใจเป็อย่างมากก่อนจะเรียกเสี่ยวเอ้อร์มาสั่งอาหารเพิ่มให้อาฟงทานอีกสองสามจาน หนิงอวี่ที่ได้เห็นพฤติกรรมของสองคนนี้ นางก็ทำได้แค่รู้สึกเอี่ยมระอาในใจเท่านั้น แต่มิอาจห้ามปรามใด ๆ ได้เลย ส่วนทางด้านจางหมินนั้นมันโกรธมาก และกำหมัดแน่น นี่ถ้ามันพุ่งเข้าไปหาคอเ้าอาฟงได้มันคงทำไปแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้ แถมยังถูกห่าวหรานจับแขนห้ามไว้ พร้อมกับส่ายหน้าเชิงว่า ไม่ต้องไปสนใจ…
จางิ่จึงถอนหายใจออกมายาว ๆ ก่อนจะสงบลง แล้วมันจึงไประบายกับเหล่าน่องไก่ในจานแทน ด้วยความหิว บวกกับความสบายใจที่ห่าวหราน กลับมาอย่างปลอดภัย ส่วนห่าวหราน พอเห็นจางิ่กินได้เหมือนเช่นทุกครั้งมัน จึงเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างสบายก่อนจะทานอาหารของตนเองบ้าง ทว่า..กินไปได้สองสามคำ ห่าวหรานก็ััได้ถึง สายตามากมายหลายคู่ จากทั่วโรงเตี๊ยมที่จับจ้องมายังโต๊ะของมัน ซึ่งในความเป็จริงเป้าหมายไม่น่าจะใช่ตัวของห่าวหราน แต่เป็เฟยฮุ่นมากกว่า และทุกสายตาที่มองมานั้นก็มีขั้นการฝึกฝนที่ไม่ธรรมดาเลย หากไม่อยู่ในชั้นปฐีระดับกลาง ก็เป็ระดับสูง บางทีคนพวกนี้อาจจะเป็คู่แข่งของเฟยฮุ่น ในการทดสอบเข้าสำนักปราณพิทักษ์วันพรุ่งนี้ก็เป็ได้…
จบบทที่ 5