Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    นางเงือกน้อย

          นางเงือกน้อย

           “มารวมตัวกันตรงนี้” สิ้นเสียงของเรเนรอส เหล่าคณะผู้ทำภารกิจต่างพยุงกันมารวมตัวอยู่ใจกลางของบึงได้สำเร็จต่างสำรวจซึ่งกันและกัน เมื่อเห็นว่ายังมีชีวิตรอดอยู่กันครบการต่อรองก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

            “เรามาหาของ พวกเรามาดี ไม่ได้คิดร้ายกับพวกท่าน" เนย่าตะโกนก้องไปทั่วผืนน้ำขณะนี้เหล่าเงือกและนางพราย ต่างรายล้อมเป็นวง ยากที่จะฝ่าออกไปได้

            “ไม่มีใครเชื่อเจ้า เผ่าพันธุ์โสมมเผ่าพันธุ์ที่กลับกลอกที่สุด ในสี่ภพ” เงือกตนหนึ่งแยกเขี้ยวพลางเอ่ยเสียงแหบแห้ง

            “แล้วพวกท่านต้องการสิ่งใด” เด็กหญิงเอ่ยถามในขณะที่มองสำรวจพรรคพวกที่ว่ายน้ำเข้ามาหา

            “ชีวิตเจ้าเนื้อของพวกเจ้าจะทำให้พวกข้าอิ่มหนำสำราญอีกหลายวัน ฮ่าๆ ๆ ๆ” เงือกตนหนึ่งเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะร่าแม้จะมีบาดแผลฉกรรจ์อยู่บ้างแต่ก็ดูเหมือนพวกมันไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด

            “เฮ้อ…! พูดไปก็เท่านั้น อย่าเจรจาเลยพวกมันไม่มีสมองหรอก โลกเซนเทียไม่สวยงามดั่งเก่าก่อนแล้วอยู่กันมานานจนฟั่นเฟือนกันไปหมด รีบจัดการเถอะ” ชูม่าถอนหายใจพลางเอ่ย

            “จัดการยังไงเล่าชูม่า” เนย่าหันซ้ายหันขวาแต่สิ่งที่เห็นคือพวกเงือกต่างล้อมวงกันเข้ามาอีกครั้ง

            “เจ้าเห็นนั่นไหม ถ้าเจ้ารอดไปถึงตรงนั้นได้เราก็ผ่านบึงนี้ได้เช่นกัน” ชูม่าย้ายตัวมาที่ไหล่เนย่าพลางใช่นิ้วป้อมๆชี้ให้เด็กหญิงดูอีกฟากของบึง ซึ่งมีฝั่งอยู่มันเป็นแนวป่าที่ต่อกันกับบึงนี้

            “น้ำในบึงนี่ยังกับกาวเหนียวจะไปตรงนั้นโดยไม่บาดเจ็บได้ยังไง” เนย่ากระซิบถามชูม่า

            “เอ..!ใครว่ายน้ำได้เร็วสุดกันน้า” ทุกสายตาหันไปจับจ้องที่เรเนรอส 

            “ข้าพาไปได้ทีละคน” เมื่อรู้ว่าผลต้องมาออกที่เธอ เรเนรอสจึงเอ่ยปากอาสาเองแต่ก็มีข้อแม้ว่าเธอพาไปได้ทีล่ะคนเท่านั้น เพราะตัวเรเนรอสไม่มีผลอะไรกับความเหนียวข้นของบึง แต่กับเด็กๆ คนอื่นนั้นมี การจะพาไปด้วยความเร็วปกติของเธออาจทำเด็ก ๆบาดเจ็บจากแรงเสียดทานของน้ำในบึงได้

            “งั้นพารินรินไปก่อน” เนย่าสำรวจเหล่าคณะแล้ว รินรินดูเหมือนจะบาดเจ็บหนักสุด

            “ไม่ เธอต้องไปก่อน” รินรินเอ่ยเสียงแข็ง

            “โธ่ ยายหนูทำไมไม่เอาตัวเจ้าไปก่อนเจ้ามีข้าอยู่บนหัว ถ้าเจ้ารอดข้าก็รอดนะ” ชูม่าทำท่าขัดใจเหตุใดยายเด็กน้อยนี่จึงไม่คิดเอาตัวรอดก่อนบ้างเลย

            “หุบปากน่าชูม่า ฉันไม่เป็นอะไรมากพอถ่วงเวลาให้ทุกคนได้” เนย่าว่าพลางพยักหน้าให้สัญญาณเรเนรอส

            “เรเนรอส พาทุกคนขึ้นฝั่ง ฉันจะไปคนสุดท้ายเพราะบาดเจ็บน้อยที่สุด เมื่อทุกคนปลอดภัย ฉันจะตามไปรักษารินรินก่อน” เนย่าออกคำสั่ง และไม่รอช้า แม้รินรินจะขัดขืนแต่เรเนรอสก็คว้าคอเสื้อของเธอแล้วว่ายน้ำพาไปขึ้นฝั่งด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก

            “เอาล่ะ ตัวไหนจะเอาชีวิตฉันเข้ามาเลย” เนย่าร้องบอก ทุกคนเตรียมพร้อมอีกครั้งการปะทะกันกับกลุ่มเด็กมาเก็บคะแนน และเจ้าถิ่น พลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบ 

            เหล่าเงือก บางตนก็ตามเรเนรอสและรินรินไปแต่ความไวและการต่อสู้ของเรเนรอส นับว่าเหนือชั้นกว่ามากเธอสามารถปกป้องรินรินพร้อมฆ่านางพรายและเงือกไปได้หลายชีวิต

            ในส่วนใจกลางบึงแม้ปัญหาจากการที่ต้องติดอยู่ในน้ำเหนียวหนึบจะยากลำบากแต่ก็สู้ไม่ถอยฮาร์มกับกับเซนดรินร่วมมือกันคนละฝั่งที่จะจับฉีกร่างของเงือกให้แยกออกเป็นชิ้นลาร์เฟียแม้จะลำบากสุดแต่เธอก็ต่อสู้และเอาตัวรอดได้เป็นอย่างดี 

            ฝั่งเนย่าแม้ชูม่าจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับการช่วยเหลือที่ไม่เอาตัวรอดก่อนของเด็กหญิงแต่เมื่อเข้าตาจนแล้วอะไรก็ต้องทำไม่ว่าจะคอยบอกทิศทางศัตรูให้เนย่าหรือพ่นเปลวไฟที่คล้ายกับจุดไม้ขีดไปเผาลูกตาพวกเงือก

            รินรินปลอดภัยแล้วและรอคอยทุกคนอยู่บนฝั่งเรเนรอสอาศัยช่วงชุลมุน ว่ายฝ่าการต่อสู้เข้าไปช่วยเหลือ ฮาร์มและเซนดรินออกมาได้เหลือเพียงเนย่ากับลาร์เฟียที่กำลังถูกกลุ้มรุมจนแทบลืมหายใจ

            “หลบไป” เป็นลาร์เฟีย ที่ผลักเนย่าให้พ้นทางเมื่อเงือกตนนึงใช้ครีบยาวหมายจะรัดคอเนย่า แต่ลาร์เฟียก็เอาตัวเข้ามารับแทนจึงถูกกระชากออกไปก่อนจะถูกพวกมันลากดำดิ่งสู่ห้วงน้ำลึก

            “ลาร์เฟีย ไม่นะ!” เนย่าตะโกนด้วยความตกใจจะคว้ามือไว้ก็ไม่ทันเสียแล้ว

            “ข้าจะตามไปดู” เรเนรอสรีบอาสาดำน้ำตามลงไปทันที

            เหล่าเงือกทุกตัวฉีกยิ้มอย่างพึงใจก่อนจะรีบผละจากเนย่า ดำน้ำหายไปกันจนหมด

            “เดี๋ยว เกิดอะไรขึ้น กลับมานะเอาเพื่อนฉันคืนมานะ” เหล่านางพรายกรีดเสียงหัวเราะลั่นไปทั่วบึงก่อนจะลอยหายไปกลับเข้าที่สิงสถิตเช่นเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นบึงกาวเหนียวหนึบ กลับเป็นน้ำปกติในบันดล

            “ลาร์เฟีย ลาร์เฟีย” เนย่าร้องเรียกแล้วดำน้ำลงไปบ้าง มืด มืดสนิทลึกจนสุดหยั่ง จนมองไม่เห็นสิ่งใดเลย พรวด!! เป็นเซนดรินที่ว่ายกลับมาแล้วดึงเนย่าขึ้นเพื่อพากลับฝั่ง

            “ไม่ ๆ ปล่อยฉัน ฉันจะไปช่วยลาร์เฟีย” เนย่าขัดขืน แกะมือเซนดรินเป็นพัลวัน

            “ตั้งสติก่อนเนย่า เรเนรอสกำลังไปช่วย” เซนดรินพยายามเรียกสติเด็กหญิง เธอยอมหยุดและว่ายน้ำตามเขาไป

             พรวด!!  เรเนรอสกลับขึ้นมาพร้อมกับร่างอ่อนปวกเปียกของลาร์เฟีย เนย่าฉีกยิ้มดีใจ รีบว่ายน้ำเข้าไปหาเรเนรอสและช่วยพาร่างลาร์เฟียเข้าฝั่ง

            “ลาร์เฟีย ๆ” เนย่าเขย่าร่างเพื่อนเบา ๆ

            “เธอ เธอไม่หายใจ ลาร์เฟีย ฟื้นสิ...ฟื้น” เนย่าเขย่าร่างลาร์เฟียไปมา แต่แล้ว...

             ฉั้วะ!! เป็นฮาร์มที่ใช้ง้าวอนธกาลฟันฉับเข้ากลางร่างลาร์เฟียจนแตกสลายเป็นผุยผง 

            “ฮาร์ม นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย” เนย่ามองร่างของลาร์เฟียที่สลายปลิวไปกับสายลมเนย่าน้ำตาเอ่อคลอ ตะโกนใส่หน้าฮาร์มด้วยความโกรธและเธอผลักเขาอย่างแรงจนถึงกับเซไปหลายก้าว

            “ใจเย็น ๆ เนย่า นี่ไม่ใช่ลาร์เฟีย เรเนรอสเธอเจอร่างนี่ที่ไหน” ฮาร์มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งอย่างใจเย็น

            “ข้าว่ายน้ำตามเงือกตนนั้นไปเกือบจะทันมันก็ปล่อยร่างนี่มา ข้ากลัวนางจะขาดอากาศเลยรีบพากลับมา ระหว่างกลับพวกเงือกที่ลงมาจากข้างบน ต่างรีบร้อนรีบดำน้ำกลับลงไป ข้าเองก็นึกแปลกใจแต่ชีวิตเพื่อนของเนย่าสำคัญกว่าเลยไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก” เรเนรอสตอบดวงตาสีอำพันเหลือบมองคนถามอย่างระวังตัว

            “มันคือหุ่นเสกจากสาหร่ายมนตราของพวกเงือกมันลวงตาให้ทุกคนเห็นเป็นลาร์เฟีย พวกมันต้องทำอะไรสักอย่างกับเธอแน่” ชูม่าอธิบายพร้อมกับหยิบเศษผงมาดมกลิ่น

            “แล้วถ้าที่นายฟันไปเป็นลาร์เฟียจริงๆล่ะจะทำยังไง” เนย่ายังคงแคลงใจเลยหันไปถามคนที่ยืนปั้นหน้านิ่งอยู่

            “เนย่า ลาร์เฟียเป็นผู้ฟูมฟักถ้าเป็นลาร์เฟียจริงลูกมังกรก็ต้องติดมากับเธอด้วยไม่ใช่หรือ” เซนดรินตอบแทนคนที่ยืนเป็นใบ้อยู่

            “แล้วเราจะช่วยลาร์เฟียได้อย่างไร” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งแต่เหมือนคณะเดินทางยังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว มีเสียงน้ำแตกกระจายบริเวณใกล้ ๆทุกคนมองหน้ากันแล้วรีบเข้าไปดู สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คือเงือกสาวตนหนึ่งที่หางขาดและครีบที่แขนหายไป นางไม่สามารถว่ายน้ำไปต่อได้เพราะลำตัวเข้าไปติดอยู่กับรากไม้จนแทบดิ้นไม่หลุดน่าจะเป็นผลพวงจากการปล่อยพลังของเนย่าแรงกระแทกและพลังของกระแสไฟฟ้าส่งผลวงกว้างถึงเพียงนี้เพราะเหล่าเงือกเองก็มีบาดแผลไม่น้อยจากการต่อสู้เมื่อสักครู่นี้เหมือนกัน

            “เอาล่ะ ได้คนนำทาง” ชูม่าชี้เป้าเซนดรินว่ายไปหาร่างนั้นก่อนจะจับใบหน้าเงือกสาวให้แหงนขึ้น ใบหน้าสวยดวงตาเขียวช้ำเพราะต่อสู้มองมาที่เหล่าเด็ก ๆ อย่างหวาดหวั่น โดยเฉพาะมังกรสีม่วงตนนั้น ที่ครึ่งบนเป็นหญิงครึ่งร่างคล้ายกับปลา

            “เซนดริน อย่าเพิ่งทำอะไรนาง นางไปไหนไม่ได้แล้ว” เนย่าปรามคนที่จับหน้านางเงือกไว้มั่น เนย่าค่อยๆ ว่ายน้ำเข้าไปหา ก่อนจะหักรากของต้นไม้ เพื่อปลดปล่อยเงือกสาว 

            และไม่มีแม้แต่คำขอบคุณหลังจากเป็นอิสระนางเงือกรีบว่ายน้ำหนีแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อครีบหางไม่มี ก็ไม่สามารถไปต่อได้

            “ไม่ต้องหนีให้เหนื่อยแรงหรอก” เนย่ายื่นมือไปแตะหางของนางเงือกเบา ๆลำแสงสีเขียวอ่อนค่อย ๆ แผ่ซ่านไปตามร่องรอยที่บาดเจ็บเพื่อรักษาบาดแผลของเงือกสาวแต่เซนดรินก็ห้ามไว้

            “รักษานาง? ถ้านางหายดีก็หนีเราไปน่ะสิ” เซนดรินคว้ามือเนย่าให้หยุดรักษาพร้อมเอ่ยเตือน 

            “ไม่หรอกเซนดริน นางจะไม่หนีเรา” เนย่าพูดเพียงเท่านั้น ก็ลงมือช่วยเหลือต่อไปทุกคนมองหน้ากันไปมา ก่อนจะหยุดคัดค้าน ได้แต่มองแผลของนางเงือกที่ค่อย ๆ รักษาตัวจนหายดี

            เป็นไปดังที่เซนดรินคาด เมื่อนางหายดีสิ่งแรกที่เงือกสาวทำคือผลักเด็กหญิงแล้วว่ายน้ำหนีไปแม้พวกเขาจะพยายามคว้าตัวนางไว้ก็ไม่เป็นผล

            “เดี๋ยวสิ ไร้สำนึกสิ้นดีเลย” ชู่ม่าเอ่ยเรียกแม่เงือกสาวเมื่อไม่เห็นวี่แววว่าจะกลับมา ก็เลยต่อว่า

            เนย่าได้แต่ถอนหายใจและรั้งแขนเรเนรอสรวมถึงเซนดรินไว้ไม่ไห้ตามนางเงือกตนนั้น ก่อนจะพากันว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง

            เนย่าสำรวจทุกคนก็พบว่าหลายคนได้รับบาดเจ็บมากโดยเฉพาะรินริน

            “ฉันขอโทษทุก ๆ คนนะมัวแต่สนใจประเด็นอื่นจนพากันหลงมาแบบนี้” เนย่าค่อย ๆ รักษาบาดแผลทุกคนพลางเอ่ยคำขอโทษ

            “อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า พวกเรามาทำภารกิจนะมันยังไม่ลุล่วงเลย เราต้องทำกันเป็นทีมถึงจะสำเร็จนี่ ถ้าไม่สำเร็จก็ไม่ผ่านและไม่ได้รับการประเมิน การออกไปนอกแคว้นก็คงเป็นไปได้ยากอย่างไรเสียก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ไปต่อให้ถึงที่สุด ก็เท่ากับเสียเที่ยวเปล่าก่อนอื่น เราควรคิดหาทางช่วยลาร์เฟียก่อนแต่ฉันคิดว่าป่านนี้พวกเงือกที่จับตัวไปคงจะแก้วหูแทบแตกเพราะเสียงบ่นเสียงกรี้ดของยายนั่นแน่หล่อนคงไม่ตายง่าย ๆ หรอก” รินรินปลอบใจ และเนย่าทำเพียงส่งยิ้มแห้ง ๆไปให้

            “ตามที่ข้าเคยได้ยินตำนานเล่าขานเชื่อกันว่าบึงมายา คือปราการด่านแรกของหุบผามังกรไร้นายพวกมันล่าผู้บุกรุกเพื่อใช้เป็นเครื่องสังเวย ไม่ใช่เพื่อกินกันเอง แต่ไม่แน่ใจว่าสังเวยให้สิ่งใด มันไม่น่าจะเลิกราง่าย ๆ ถึงเพียงนี้ และลาร์เฟียก็ไม่น่าจะเป็นเครื่องสังเวยที่ดีพอด้วยนะ” ชูม่าสำทับอีกแรง

            “เบาะแสที่จะนำทางไปหาลาร์เฟียได้ก็หนีหายไปเสียแล้ว” เซนดรินเอ่ยเสียงเรียบ 

            ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งทุกคนกำลังรวบรวมความคิดหาทางช่วยเพื่อนที่หายไป  ในขณะที่เด็กหญิงยังตกอยู่ในห้วงความคิดนั้นก็มีกลุ่มฟองอากาศเล็ก ๆ ลอยมาตรงหน้าเด็กหญิงก่อนจะแตกตัว หยดน้ำเล็ก ๆที่กระทบผิวทำให้เด็กหญิงหลุดจากภวังค์ และให้ความสนใจ 

            มันสะท้อนแสงของอาทิตย์ยามเย็นจนเป็นแสงสว่างเรืองเล็กๆ ก่อนจะแตกออก เนย่าเริ่มมองหาแหล่งที่มา ฟองอากาศผุดตัวขึ้นมาจากมุมหนึ่งใกล้ ๆกับฝั่งที่เธอนั่งอยู่เด็กหญิงลุกขึ้น แล้วค่อย ๆ เดินตามไป รวมถึงเพื่อน ๆด้วยมันมาจากพงหญ้า ใกล้ ๆ นั่นเอง

            “นั่นอะไรน่ะ” เนย่าใคร่รู้ เธอค่อย ๆ แหวกพงหญ้าออกและภาพที่พบคือ

            “นางเงือก” เนย่าอุทาน เงือกตนที่เธอช่วยไว้กำลังเป่าฟองอากาศเล็กๆ ออกจากปาก เพื่อเรียกเธอมา

            “อย่าคิดหนีอีกเชียว” เซนดรินเรียกดาบเสี้ยวจันทร์ออกมานางเงือกเบิกตาโพลงก่อนทำท่าจะว่ายหนี ไป

            “เซนดรินอย่า เราจะไม่ได้เบาะแสนะ” เงือกสาวมองเด็กหญิงและคณะอย่างระแวดระวังแล้วหันมองกลับไปในบึงน้ำกว้างใหญ่ เธอทำตัวน่าสงสัยเกินกว่าความอดทนของเซนดรินจะมีเพียงพอ แต่เนย่าก็ยังรั้งเขาไว้ 

            “มีอะไรจะบอกฉันอย่างนั้นหรือ” เนย่าคุกเข่าลงและถามเงือกสาวแสนสวยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เงือกสาวท่าทีหวาดกลัวหันไปมองในบึงหลายครั้ง และสลับกับมองหน้าเด็กหญิงก่อนจะยื่นมือที่มีพังผืดติดกันมาตรงหน้าของเนย่า เมื่อกางมือออกก็พบว่าเป็นหินรูปทรงกลม ๆ สีฟ้าเล็ก ๆ ห้าเม็ดด้วยกัน

            “อะไรหรือ ให้ฉันหรือ?” เนย่าเอ่ยถาม นางเงือกพยักหน้าเร็ว ๆก่อนจะคว้ามือเนย่ามาแล้ววางมันลงในมือเธอ เงือกสาวทำท่าทางชี้ที่ปากเป็นการบอกให้เด็กหญิงและเพื่อน ๆ อมมันไว้ แล้วตามนางไป

            “เป็นแผนลวงรึเปล่าเนย่า” ฮาร์มเอ่ยเตือน เนย่ามองสิ่งที่อยู่ในมือกับนางเงือกสลับกัน นางเงือกดูมีท่าทีร้อนใจ มองกลับไปในบึงหลายครั้งรวมถึงเหล่าต้นไม้รอบ ๆ บึงด้วย

            “ฉันเชื่อใจเธอ” เนย่ามองสบตานางเงือกแล้วตัดสินใจในทันทีพร้อมกับแจกจ่ายหินสีฟ้าที่นางเงือกให้มากับทุกคนยกเว้นเรเนรอสเพราะเธอว่ายน้ำดำน้ำได้ ลูกมังกรของรินรินเองก็เช่นกัน

            “เซนดริน ทุกคน ใจเย็น ๆ นะฉันเชื่อว่าเงือกตนนี้มาดี” เนย่าบอกก่อนจะตัดสินใจอมหินสีฟ้าเม็ดหนึ่งไว้แล้วทิ้งตัวลงน้ำในทันที นางเงือกฉีกยิ้มดีใจก่อนจะว่ายน้ำนำหน้าเนย่าไป 

            ทุกคน พร้อมใจกันทำตามเนย่าลงไปในน้ำอีกครั้งเมื่อถึงกลางบึง นางเงือกส่งสัญญาณให้เด็กหญิงดำน้ำลงไปพร้อมกับเธอ

            “จะให้ฉันดำลงไปเหรอ แต่อากาศหายใจเรามีไม่พอ” เนย่าเอ่ยถามนางเงือกอีก

             เงือกสาวเพียงส่งสายตาระแวดระวังก่อนจะดำลงไปใต้น้ำทันทีเนย่าได้แต่มองก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าให้สัญญาณทุกคนดำลงไปพร้อมกันด้วย

            ภายในใต้น้ำ เนย่ารับรู้ถึงปอดที่ขยายใหญ่ขึ้นและไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อยในขณะเดียวกัน ดวงตาที่แทบจะมองไม่เห็นอะไรในข้างต้นตอนที่ลงมาตามหาลาร์เฟียบัดนี้กลับมองเห็นวิสัยทัศน์ได้เป็นอย่างดี และว่ายน้ำได้คล่องแคล่วอีกด้วยทุกคนต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความสนใจ และนางเงือกว่ายกลับมาหาเนย่าอีกครั้งพร้อมกับพูดว่า

            “ข้าขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเหลือข้าตามข้ามาเถิดข้าจะพาไปหาเพื่อนของเจ้า” นางเงือกเอ่ยพร้อมกับว่ายนำไป เนย่าฉีกยิ้มดีใจที่แท้นางก็พูดได้ในน้ำนี่เอง แต่ลืมสิ่งใดไปหรือไม่ก่อนหน้านั้นที่เหล่าชาวเงือกจับเนย่าเป็นตัวประกัน ทางนั้นพูดได้แถมยังขู่จะฆ่าเธอ แต่เงือกตนนี้ กลับพูดได้เมื่อนางอยู่ใต้น้ำเนย่าได้แต่เก็บความสงสัยใคร่รู้นั้นไว้ เพราะมีเพียงเงือกตนนี้เท่านั้นที่อาจจะพาเธอและเพื่อน ๆ ไปหาลาร์เฟีย ได้

            ระยะเวลาที่ดำลงมาจากช้างบนนับว่ายาวนานในที่สุดเหล่าคณะเดินทางก็มาถึงก้นบึงเสียทีภาพเบื้องล่างที่ปรากฏแก่สายตาเด็กหญิงคล้ายหมู่บ้านขนาดย่อมที่มีแสงสว่างเรืองออกมาจากหมู่บ้านเหล่านั้นแม้จะดูสวยงามจากสิ่งประดับประดาและตกแต่ง แต่บรรยากาศยังคงแฝงไปด้วยความหดหู่จะมีก็เพียงแต่อีกส่วนหนึ่งที่ห่างไกลออกไปจากบริเวนหมู่บ้านเหล่านี้ ที่มันมีลักษณะคล้ายกับหอคอยของเนย่าในโลกเบื้องบน

            การประดับประดายังคงความเป็นเมืองใต้น้ำ ด้วยลักษณะสิ่งก่อสร้างที่ก่อตัวขึ้นเป็นหอคอยนั้นคือเปลือกหอยมุกหลากสีและปะการังต่าง ๆ ดูวิจิตรงดงามยิ่งนัก

            เงือกน้อยพาเหล่าคณะเดินทางมาจนถึงก้นของพื้นน้ำที่เป็นหมู่บ้านเปลี่ยวร้าง

            “ที่นี่ดูเหมือนหมู่บ้านนะแต่ไม่เห็นมีใครอยู่เลย” เนย่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยขณะที่เท้าเล็ก ๆ แตะลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยเปลือกหอยขนาดเล็กจิ๋วปูไว้ราวกับพรมเปลือกหอยก็ไม่ปาน

            ลักษณะโดยทั่วไปของหมู่บ้านใต้น้ำนี้คงเคยงดงามไม่น้อยแต่บ้านทุกหลังที่สร้างจากเปลือกหอยหลายชนิดนั้นบานประตูของทุกบ้านจะถูกติดด้วยปะการังสีดำคล้ายกับเป็นสัญลักษณ์ของบางอย่าง

            “เคยมีนะท่านแต่ตอนนี้ทุกคนคงไปรวมกันอยู่ที่ปราสาทชองราชินีโบอาร์” เงือกน้อยตอบดวงตาหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด

            “ตามตำราบอกว่าราชินีปีศาจเงือกที่ตกหลุมรักกับชายหนุ่มเหนือผืนน้ำเลยควักหัวใจทิ้งเพื่อหวังที่จะได้อยู่ด้วยกันทำไมถึงยังมีราชินีอยู่อีก” เซน ดรินเอ่ยถามบ้าง

            “ราชินีคนเก่าไปก่อนจะเกิดสงครามมังกร เมื่อไร้ซึ่งผู้นำเหล่าผู้ภักดีต่างก็ยอมควักหัวใจตนเองเพื่อเป็นการระลึกถึงนางมันมีมากมายแต่ตอนนี้ถูกโบอาร์นำไปเก็บไว้เป็นของตนในตอนที่เกิดราชินีองค์ใหม่ที่เข้ามาแทนที่เงือกบางกลุ่มหนีหายออกไปจากที่แห่งนี้บางกลุ่มก็ต้องตกเป็นทาสรับใช้จับเหยื่อมาให้นางเพื่อที่จะได้ไม่ต้องสังเวยชีวิตตัวเอง” เงือกน้อยแววตาหม่นเศร้าลงไปอีก เมื่อพูดถึงอดีต

            “โบอาร์นางคือพรายแปลกแยกนางไม่อยากใช้วิถีชีวิตเช่นเดิมใช้ชีวิตติดอยู่กับที่จำศีลหลับใหลคอยระวังภัยและหลอกล่อสิ่งมีชีวิตที่หลงผ่านเข้ามาให้เป็นเหยื่อนางจึงเลือกทางที่ง่ายกว่าแต่ก็มีความเสี่ยงสูง”

            “ในโลกเซนเทียแม้กาลเวลาจะนานชั่วกัปกัลป์แต่ไม่ได้แปลว่าพวกเราจะไม่สิ้นอายุขัย เงือกชรานางหนึ่งอายุนับห้าหมื่นปีจึงเป็นเหยื่อร่างไร้วิญญาณของชาวเรายามละสังขารแล้วจะลอยสู่ผืนน้ำเบื้องบนเมื่อต้องกับแสงแรกของอรุณร่างกายจะสลายกลายเป็นละอองไอสู่อากาศ นางพรายแปลกแยกอาศัยช่วงเวลานั้นก่อนแสงอรุณจะได้สัมผัสสังขารที่วิญญาณละไปเข้าอาศัยร่างของเงือกชราทันทีและกลับลงมาลอบสังหารเงือกอีกหลายตนและส่งร่างไร้วิญญาณของเหล่าชาวเงือกให้นางพรายที่เป็นพรรคพวกได้ใช้ประโยชน์แล้วครอบงำยึดบึงนี้ไว้ได้ทั้งหมดภายในช่วงเวลาไม่นาน”

            “เหล่าชาวเงือกบางส่วนหลบซ่อนตัวบางส่วนก็ให้ความร่วมมือกับนาง เนื่องจากอ่อนแอไร้ซึ่งผู้ชี้นำทาง และนางได้ขยายอาณาเขตอำนาจทั้งเหนือบึงน้ำและภายในบึงมายาตั้งตนเป็นราชินีที่นี่จึงเป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงกับใคร ร่วมถึงโฮล์เบเรียสด้วยเช่นกันบึงมายาจึงเป็นปราการด่านแรกที่แข็งแกร่งเกินที่ใครจะย่างกรายได้” เงือกสาวเล่าอย่างเศร้าใจทำเอาคนฟังก็นึกสะท้อนใจตาม รวมถึงเรเนรอสด้วย 

                “และโบอาร์นางก็สร้างความน่าเกรงขามของนางโดยการจับผู้กล้ำกรายมาเป็นเหยื่อสังเวยบูชาตัวเองบ้างกัดกินเป็นอาหาร บ้างทรมานจนตายและบางครั้งหากเหยื่อรายใดพอจะมีประโยชน์ต่อนาง นางก็จะใช้ร่างนั้นให้เกิดประโยชน์ด้วยนางพรายนั้นไร้รูปร่างที่แท้จริง รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปตามสภาพสิ่งที่สิงสถิต นางจึงต้องการรูปลักษณ์ใหม่ร่างใหม่อยู่เสมอ เงือกนางใดงามเข้าตานางจะสังหารเสียและสิงร่างในที่สุดสร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้ที่ยังมิยอมสวามิภักดิ์ต่อนาง”

            “ถ้าอย่างนั้นที่เจ้าพูดได้เพียงแค่ใต้น้ำนั่นก็เพราะว่า...” เนย่าเอ่ยถาม

            “ข้าไม่ได้ถูกนางพรายสิงร่าง ข้าเป็นเงือกแท้” เงือกน้อยสำทับ

            “มิน่าล่ะ ฉันกำลังสงสัยอยู่พอดีว่าทำไมเธอถึงพูดกับเราได้แค่ใต้น้ำส่วนพวกที่รุมทำร้ายเราข้างบนกลับสื่อสารกับเราเหนือน้ำได้ปกติ” เนย่าคลี่คลายข้อสงสัยเสร็จสรรพ

            “ท่านเข้าใจถูกแล้วและตอนนี้โบอาร์ก็เกณฑ์ชาวเงือกของเราที่เหลือไปไว้ในปราสาทของนางทั้งหมดใครเชื่อฟังจะได้อยู่รับใช้ ใครไม่ยอมก็จะถูกฆ่าเสีย แล้วถูกส่งร่างขึ้นไปบนผืนน้ำให้นางพรายสิงแล้วลงมารับใช้นางอีกทีพวกเราบางส่วนเลยแอบหลบซ่อนอยู่ที่ใดสักแห่งในบึงนี้เพราะไม่มีที่จะไปชีวิตเงือกแท้อย่างเราค่อนข้างยากลำบาก รอคอยเพียงเศษอาหารจากนางเท่านั้น” เงือกน้อยอธิบายต่อ

            “แล้วอย่างนี้เพื่อนฉันจะถูกสิงรึเปล่า” เนย่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “อาจเป็นได้ พลังจากผู้ฟูมฟักและมังกรน้อยที่อยู่กับนางอาจเป็นแหล่งพลังที่ทำให้นางแข็งแกร่งขึ้น” เงือกน้อยเอ่ยเสียงอ่อน

    คล้ายกับเรื่องSantianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม) ที่คุณอ่าน