บทที่ 36
ช่วงเวลาอันยาวนาน
ร่างกายขับเคลื่อนด้วยการฝึกฝน ผู้ใดจะคาดคิดช่วงเวลานั้นผ่านพ้นมาอย่างรวดเร็วขนาดนี้ ลู่เฟิ่งรู้สึกตัวอีกทีตนเองก็อยู่บนยอดเขากระบี่แห่งนี้มา 1 เดือนแล้ว
ลู่เฟิ่งอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้กับผู้อาวุโสหลง อีกฝ่ายถ่ายทอดวิชาผ่านการต่อสู้ พวกเขาทั้งสองฟาดฟันกันตลอด 3 วันหลังจากนั้นก็พักผ่อนเพียงแค่วันเดียว
ทำแบบนั้นบ่นไปวนมาจนตอนนี้เวลานั้นผ่านพ้นมา 1 เดือนเต็มๆแล้ว มันมีหลายอย่างเกิดขึ้น
ลู่เฟิ่งแทบจะไม่ได้ฝึกฝนสัตตนสูรของตนเองเลย ร่างกายของเขาขับเคลื่อนด้วยการตวัดกระบี่ไม่เว้นแต่ละวัน
แต่ว่าในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ลู่เฟิ่งก็สามารถสัมผัสได้ถึงการพัฒนาของกระบี่
เขาได้ฝึกฝนพวกมันอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้วิชากระบี่ที่เขานั้นขัดเกลามาตลอด 20 ปี มันก็พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง
รวมไปถึงการได้เรียนรู้วิชากระบี่หายากอย่างกระบี่ 9 ดารา การเรียนรู้ในครั้งนี้มันจะสามารถช่วยให้วิชากระบี่ของเขานั้นพัฒนามากขึ้นไปอีก
ลู่เฟิ่งถือว่าในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา มันเองก็ไม่ได้สูญเปล่าเสียทีเดียว ถึงแม้ว่าระดับขอบเขตผมพอจะไม่เพิ่มขึ้นแต่ทักษะกระบี่ของเขานั้นพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
ลู่เฟิ่งนั่งอยู่บนโขดหินเหม่อมองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน ดวงอาทิตย์อย่ามาสะดุ้งสีส้มผมแดงเปล่งแสงสาดส่องไปทั่วทั้งท้องนภา
เด็กหนุ่มนั่งกอดอกมองดวงอาทิตย์ด้วยไฟหน้าจริงจัง ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง “ เป็นอันใดไป ”
“ การขัดเกลากระบี่ไม่เป็นไปตามที่ตัวของเจ้าต้องการอย่างนั้นหรือ? ” เสียงที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังเป็นเสียงของผู้อาวุโสหลง
“ ไม่ใช่ขอรับไม่ได้เป็นแบบนั้น ”
“ ในช่วงเวลาที่ผ่านมามันเองก็ทำให้ตัวของข้านั้นขัดเกลาวิชากระบี่ได้มากเลยทีเดียว ”
“ กระบี่ของข้าพัฒนาขึ้นหลังจากหยุดนิ่งมาเป็นเวลานาน”
“ ทักษะกระบี่ร้อยอสูรของข้ามันมีส่วนที่สามารถเข้ากันได้กับกระบี่ 9 ดาราได้เป็นอย่างดี ”
“ ตอนนี้ข้าคิดว่าข้าสามารถประยุกต์พวกมันเข้าด้วยกันได้แล้ว ”
“ โอ้!! เจ้านี่มันอัจฉริยะจริงๆ ”
“ เดิมทีแล้วการร่ำเรียนเทคนิคกระบี่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาเป็น 10 ปีในการเรียนมันอย่างถ่องแท้ ”
“ และก็ใช้เวลาอีกหลายสิบปีในการคิดและประยุกต์พวกมันให้เข้ากับตนเอง แต่ตอนนี้ผ่านมาเพียงแค่ 1 เดือนตัวของเจ้าก็สามารถบอกว่าหาวิธีการประยุกต์เข้าหากันได้แล้วอย่างนั้น ”
“ แสดงว่าในวันข้างหน้าก็คงจะต้องคิดชื่อของวิชากระบี่เจ้าใหม่แล้วกระมัง ” ผู้อาวุโสกระดกสุราด้วยท่าทางมีความสุข
“ ฮ่าๆๆ ”
“ ถึงจะพูดว่าผ่านมาเพียงแค่ 1 เดือน ”
“ แต่ว่าในช่วงตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาตัวของท่านก็เอาแต่ฟาดฟันใส่ข้าไม่หยุด เทียบแล้ววันนึงข้าไม่ได้หยุดพักเลยด้วยซ้ำ ”
“ เพราะแบบนั้นในตอนนี้เหมือนกับค่าผ่านเวลามาแล้วเป็นปีเลยทีเดียว ”
พวกเขาทั้งสองต่อสู้กัน 3 วัน โดยที่ไม่หยุดพักหลังจากนั้นก็พักเพียงแค่วันเดียว เมื่อเปรียบเทียบแล้วคนธรรมดาทั่วไปฝึกฝนกระบี่มากสุดก็วันละ 4 ชั่วยาม
แต่ว่าลู่เฟิ่งฝึกฝนมากกว่านั้นหลายเท่า เพราะแบบนั้นการฝึกฝนตลอด 1 เดือนที่นี่ก็ราวกับว่าผ่านไปเป็นปี
“ นี่!!! ผู้อาวุโสข้าจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้เมื่อไหร่ ” ลู่เฟิ่งหันไปถามอีกฝ่าย
ถึงแม้ว่าจะผ่านมา 1 เดือนเต็มๆในการต่อสู้ภายในสถานที่แห่งนี้ แต่ว่าลู่เฟิ่งก็ไม่เห็นวี่แววว่าตนเองจะได้ออกจากสถานที่แห่งนี้เลย
“ ฮ่าๆๆ ยังเร็วเกินไปถึงแม้ว่าจะพัฒนาได้เร็วแต่ว่าเจ้ายังต้องอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้อีก”
“ เจ้ามีอะไรจะต้องกังวลการเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ได้รับการอนุญาตจากบิดาของเจ้าแล้ว ”
“ เจ้าวางใจเถอะเพียงแค่ขัดเกลาวิชากระบี่ทั้งสองให้แข็งแกร่งมากขึ้น เมื่อเจ้าสามารถบรรลุบทเรียนทั้งหมดได้แล้วเพียงแค่นั้นก็สามารถพูดได้ว่าเจ้าจะกลายเป็นผู้ที่มีวิชากระบี่แข็งแข็งที่สุดไม่แผ่นดินก็ไม่ผิด ”
อีกฝ่ายพูดออกมายังไม่อายปากเลยแม้แต่น้อย
ลู่เฟิ่งได้แต่แสยะยิ้มแห้ง ‘ ถึงแม้ว่าวิชากระบี่จะก้าวหน้าแต่ถ้าขอบเขตผมเพราะห่างกันเกินไปแม้วิชากระบี่จะแข็งแกร่งแต่ตัวของข้าก็คงไม่สามารถสู้คนผู้นั้นได้หรอก ’
‘ ข้ารู้ดีที่สุดเส้นชีพจรในตอนนี้ของข้าร่างกายนี้ไม่เหมาะสมกับการฝึกฝนวรยุทธ ’
‘ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมถึงผ่านมาถึงเดือนแล้วขอบเขตของข้าถึงไม่ก้าวหน้าเลย ’
‘ เพราะว่าจำเป็นจะต้องใช้สายอสูรในการช่วยฝึกฝน แล้วอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ข้าเองก็ไม่สามารถใช้สัตว์อสูรในการฝึกฝนได้ เลยทำให้ขอบเขตไม่ก้าวหน้า ’
‘ ถึงแม้ว่าจะมีทักษะกระบี่ที่เพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าอีกฝ่ายมีขอบเขตอยู่ในระดับราชันกับเขาที่อยู่ในระดับขอบเขตเริ่มต้นอย่างนี้ก็ไม่มีทางต่อกรกับอีกฝ่ายได้ ’
‘ แม้ว่าวิชากระบี่การขัดเกลาจะสำคัญแต่ขอบเขตบ่มเพาะเองก็สำคัญเช่นเดียวกัน คนที่มีทักษะแต่ไม่มีกำลังก็ไม่สามารถใช้ทักษะของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ’
‘ ก็ดีอยู่หรอกที่ได้ฝึกฝนเกือบปีแต่ถ้ากินเวลาไปซักปีหรือ 2 ปีจะทำอย่างไร เทียบเท่ากับว่าช่วงเวลานั้นตัวของข้าแต่ถ้าไม่สามารถทำอะไรได้เลยนะ ’
ลู่เฟิ่งรู้ถึงข้อดีของการอยู่ที่นี่แต่มันเองก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน
เพราะแบบนั้นในตอนนี้เลยกังวลไม่น้อย อยากจะรู้ให้แน่ชัดว่าตนเองจะอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ไปอีกนานขนาดไหน
“ จะสำเร็จเร็วหรือช้ามันเองก็ขึ้นอยู่กับตัวของเจ้านั่น ”
“ เอาเป็นว่าพวกเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ”
“ พักผ่อนมามากเพียงพอแล้วเดี๋ยวเวลาชักช้าไป เจ้าจะได้ออกจากที่นี่ช้าลงนะ ”
ลู่เฟิ่งได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากทำตามชายผู้นี้ไป
หลังจากนั้นผู้ใดจะคาดคิด วันเวลานั้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องการต่อสู้ที่แทบจะไม่มีช่วงเวลาหยุดพักหายใจ
วันเดือนผ่านไป
ผู้ใดจะคาดคิดลู่เฟิ่งผ่านการฝึกดุจขุมนรกมาได้สำเร็จจนได้ ลู่เฟิ่งแทบจะลืมวันเวลาที่ตนเองนั้นสูญเสียไปจากการฝึกฝนในครั้งนี้
หลังจากที่เวลานั้นผ่านไป 1 เดือนจากการฝึกฝน หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไป 1 เดือน 2 เดือนหรือ 3 เดือน
เขาเลิกนับวันเวลาจากการฝึกฝนนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ สุดท้ายแล้วเมื่อถึงจุดหมายเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าตนเองนั้นฝึกฝนบนยอดภูเขาแห่งนี้มานานขนาดไหนแล้ว
ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ลู่เฟิ่งยืนตระหง่านอยู่บนยอดภูเขาสูง ดวงตาของเขาจ้องมองตรงไปด้านหน้า สายลมพัดผ่านกระทบร่างกายที่เปียกไปด้วยเหงื่อ
ลู่เฟิ่งมีรูปร่างเปลี่ยนไปไม่น้อย ร่างกายของเขาดูกำยำขึ้น ผมของเขาเองก็ยาวขึ้นเช่นเดียวกัน
“ นี่เวลาผ่านมานานขนาดไหนแล้ว ”
“ กว่าที่จะสำเร็จ.. ” ลู่เฟิ่งหันไปมองด้านหลังของตนเอง ด้านหลังของเขาในตอนนี้มีแต่ซากกระบี่ที่พังจากการฝึกฝน
ผู้อาวุโสแซ่หลงเดินตรงเข้ามาพร้อมกับพูดขึ้น“ ครึ่งปี ”
“ ในตอนนี้เวลานั้นผ่านมาครึ่งปีแล้วที่เจ้าฝึกฝนอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้”
“ ไม่สำเร็จรวดเร็วกว่าที่คิด น่าเหลือเชื่อจริงๆเจ้านี่มันสัตว์ประหลาดโดยแท้จริง ”
“ ฮ่าๆๆๆ ”
“ ข้ายินดีกับเจ้าด้วยในที่สุดเจ้าก็สามารถสร้างกระบี่ร้อยอสูรดาราได้สำเร็จ ”
นั่นคือชื่อทักษะกระบี่ใหม่ที่ได้มาหลังจากการฝึกฝนอย่างหนักตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ลู่เฟิ่งปล่อยลมออกมาจากปากของตนเองด้วยท่าทางผ่อนคลาย “ ในที่สุดก็จบสักที ”
จบบท