จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    ตอนที่ 35 : ผู้บุกเบิกการตีเหล็กเย็น

     

    หลายวันผ่านไป การถลุงแร่ไฮเดอราบาดคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง

     

    แม้ว่า หวัง ชง จะไม่เข้าใจการถลุงแร่ก็ตาม แต่เขาก็เชื่อว่าช่างตีเหล็กที่ เว่ย ฮ่าว พามานั้นมีความสามารถมากพอ ที่จะตอบสนองความต้องการของเขาได้

     

    ห้าวันถัดมา

     

    “สำเร็จแล้ว!! เราถลุงแร่เสร็จแล้ว!!”

     

    ขณะที่อากาศภายในถ้ำกำลังคุกรุ่นด้วยความร้อน หัวหน้าช่างตีเหล็กก็ตะโกนขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันทำให้ทุกคนหันมองมาในทันที

     

    ***** ครึ่กๆ .... *****

     

    ทันทีที่เตาหลอมถูกเปิดออก ช่างตีเหล็กร่างกำยำสี่คนก็ก้าวออกไปพร้อมกับใช้คีมเหล็กขนาดใหญ่คีบเหล็กหวู่จือ ออกมาจากเตา พร้อมกับวางลงบนแท่นเหล็ก

     

    “เหลือเชื่อจริงๆ!!”

     

    “นี่มันหนักเท่าไหร่กัน!? หากว่าแร่เหล็กเพียงก้อนเดียวยังกลายเป็นแท่งเหล็กขนาดใหญ่เช่นนี้ มันไม่ได้หมายความว่าแร่นี่มีเนื้อเหล็กอยู่มากหรอกหรือ!?”

     

    “ดูในเปลวไฟนั่น!! มันมีแสงสีฟ้าปนอยู่!! ข้าถลุงเหล็กมากว่าหลายสิบปีแล้ว เห็นเหล็กมานับไม่ถ้วน แต่ว่านี่เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าได้เห็นแร่แบบนี้!!”

     

    “นั่นสิ มันมีประกายโลหะอยู่ ปาฏิหาริย์ เพียงแค่การถลุงก็ทำให้มันบริสุทธิ์ได้เช่นนี้!!”

     

    ……….

     

    ทุกคนต่างมารวมตัวกันรอบแท่งเหล็กหวู่จือ ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างพร้อมกับริมฝีปากที่เปิดออกอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจอย่างไม่หยุดหย่อน แต่เดิมแล้วเมื่อ หวัง ชง นำแร่สีดำออกมานั้น พวกเขาต่างก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมากันดี

     

    อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์ของพวกเขานั้น แม้แต่คนที่มีความรอบรู้น้อยที่สุดก็สามารถบอกได้ทันที ว่าแร่ที่ หวัง ชง นำมานั้นไม่ใช่แร่ในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แน่นอน

     

    มันเป็นไปไม่ได้ที่ทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จะมีแร่ที่ถูกถลุงด้วยเปลวเพลิง แล้วจะทำให้เปลวเพลิงนั้นกลายเป็นสีน้ำเงิน เป็นไปไม่ได้ที่ทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จะมีแร่ที่เมื่อเพียงแค่ถูกถลุงจะเกิดความเงางามของโลหะเปล่งประกายออกมาเช่นนี้

     

    ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน

     

    “ไม่น่าแปลกใจที่เขาให้ข้าลดอุณหภูมิลงเหลือเพียง1,500องศา!!”

     

    หัวหน้าช่างตีเหล็กครุ่นคิดด้วยความละอาย

     

    “เยี่ยม!! นี่แหละเหล็กหวู่จือ!!”

     

    ในเวลานี้ หวัง ชง ตื่นเต้นอย่างมาก

     

    แม้ว่าเขาจะเคยเห็นอาวุธที่ถูกตีจากเหล็กหวู่จือมาก่อนแล้วก็ตาม แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเหล็กหวู่จือที่เพิ่งผ่านการถลุง และนี่ยังเป็นประกายแรกจากเหล็กหวู่จื่อได้ส่องสว่างบนพื้นแผ่นดินของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์

     

    นี่เป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากช่วงชีวิตที่แล้วของเขา

     

    “เราจะเริ่มขึ้นรูปในตอนนี้!!”

     

    หวัง ชง กล่าวพร้อมกับกำหมัดแน่น การถลุงแร่เบื้องต้นได้จบลงไปแล้ว ต่อจากนี้จะเป็นการขึ้นรูป ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่งกว่าการถลุงแร่มาก ช่างตีเหล็กจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังสูงมาก เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น

     

    “ปิดเตาหลอม!! ใช้กิ่งสน ในการเติมเชื้อไฟ พยายามเป่าลมเพื่อรักษาความร้อนเอาไว้ และคอยตรวจสอบไม่ให้ความร้อนสูงเกินกว่า 300 องศา!!”

     

    หวัง ชง สั่งการออกมาอย่างแข็งขัน

     

    คำสั่งของเขาดึงดูดความสนใจของทุกคนอย่างมาก ช่างตีเหล็กทั้งสิบสองคนต่างมองกันไปมาด้วยความประหลาดใจ เพราะคำสั่งของ หวัง ชง เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดแม้แต่นิดเดียว

     

    “คุณชาย ชง อุณหภูมิมันไม่ต่ำไปหรือ!?”

     

    “ถูกต้อง!! ไม่มีใครในต้าถังใช้อุณหภูมิต่ำเช่นนั้นในการตีอาวุธขึ้นมา เพราะผลที่ออกมามันจะแย่มาก แม้จะใช้เวลาเป็นสัปดาห์ก็ไม่เพียงพอที่จะตีอาวุธขึ้นมาแม้แต่ชิ้นเดียว!!”

     

    ช่างตีเหล็กหลายคนรวบรวมความกล้าเพื่อที่จะกล่าวแนะนำออกมา มันแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ลดความร้อนจาก2,000องศา เหลือเพียงหนึ่ง1,500องศามาก เพราะถึงอย่างไรแล้วความร้อน1,500องศาก็ยังเป็นความร้อนสูงอยู่ดี

     

    แต่สิ่งที่ หวัง ชง สั่งพวกเขาในตอนนี้คือการตีอาวุธด้วยความร้อนเพียงแค่300องศา นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ราวกับว่ามันเป็นคำกล่าวที่ออกมาจากปากของคนโง่ก็ว่าได้

     

    แม้ว่าสถานะของ หวัง ชง จะสูงกว่าพวกเขาก็ตาม แต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะปฏิเสธออกมา เพราะนี่ไม่ใช่วิธีการตีอาวุธที่เหมาะสม

     

    “สิ่งนี้เรียกว่าการตีเหล็กเย็น ทำตามที่ข้าพูด!!”

     

    หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบ แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับช่างตีเหล็กทั้งสิบสองคนก็ตาม การตีเหล็กเย็นนั้นเป็นวิธีการตีอาวุธที่สามารถเสริมความแข็งแกร่ง และความทนทานให้กับอาวุธได้อย่างมาก

     

    ในยุคนี้การตีเหล็กเย็นยังไม่เป็นที่รู้จักแต่อย่างใด อาวุธส่วนใหญ่ถูกตีขึ้นมาด้วยความร้อนสูง ไม่เพียงแต่มันช่วยให้เหล็กอ่อนตัว และง่ายต่อการขึ้นรูปเท่านั้น แต่ยังช่วยลดเวลาในการตีอีกด้วย

     

    แม้ว่าการตีเหล็กเย็นนั้นจะกินเวลานานกว่าก็ตาม แต่ความแข็งแกร่ง และความคงทนของมันก็สูงกว่าอาวุธที่ถูกตีขึ้นด้วยความร้อนสูงอย่างมาก

     

    หาก หวัง ชง ต้องการสร้างอาวุธระดับสุดยอดจากเหล็กหวู่จือ เขาก็จำเป็นต้องตีเหล็กด้วยวิธีนี้เท่านั้น

     

    แน่นอนว่าการตีเหล็กเย็นนั้นไม่ใช่การตีอาวุธในสภาพแวดล้อมที่เย็นจัด แต่เป็นการตีอาวุธขึ้นมาด้วยความร้อนที่ต่ำกว่าปกติ และอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการตีเหล็กหวู่จือก็คือ300องศา

     

    หากไม่เข้าใจถึงจุดนี้ก็ไม่มีทางตีอาวุธที่ดึงความสามารถของเหล็กหวู่จืออกมาได้ถึงขีดสุด แม้ว่าชาวอาหรับจะอยู่ใกล้กับชาวสินธุ และได้รับเหล็กหวู่จือไปก่อนหน้า หวัง ชง ก็ตาม แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องใช้เวลาอีกกว่าห้าถึงหกปี จึงจะสามารถตีอาวุธที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับอาวุธของ หวัง ชง ได้

     

    “การตีเหล็กเย็น......!!”

     

    คำกล่าวของ หวัง ชง ดูเหมือนกับคำกล่าวที่ไร้สาระสำหรับช่างตีเหล็กทั้งหมด พวกเขาไม่เข้าใจถึงสิ่งที่ หวัง ชง กล่าวแม้แต่นิดเดียว

     

    “หยุดได้แล้ว!! ทำไมพวกเจ้าต้องคิดให้มากความ!! ทำตามที่เขาสั่งก็พอ!!”

     

    เว่ย ฮ่าว ไม่ได้มีความอดทนเช่นเดียวกับ หวัง ชง เขากล่าวตำหนิคนของเขาออกมาทันที “ทำไมพวกเจ้าต้องทำให้มันยุ่งยาก แค่ทำตามที่เขาบอก ถึงมันจะไม่เหมือนกับสิ่งที่พวกเจ้าเคยทำก็ตาม แล้วจะมัวมาโต้แย้งทำไม!?”

     

    หวัง ชง หัวเราะออกมาเบาๆ เขารู้ดีว่า เว่ย ฮ่าว ไม่ใช่ไม่พอใจเหล่าช่างตีเหล็กมากนัก แต่นี่เป็นบุคลิกของเขาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อถูก เว่ย ฮ่าว กล่าวตำหนิออกมาเช่นนั้น เหล่าช่างตีเหล็กเริ่มลงมือทำตามคำสั่งของ หวัง ชง ทันที

     

    “ครั้งนี้จะแบ่งออกเป็นกลุ่มละสามคน ทุกกลุ่มจะทำงานร่วมกัน!! หากเวลาเจ็ดวันไม่เพียงพอ เราจะใช้เวลาสิบวันในการตีมันขึ้นมา!! เอาล่ะ นี่คือพิมพ์เขียวแบบอาวุธชิ้นแรก!!”

     

    หวัง ชง นำพิมพ์เขียวซึ่งเป็นแบบอาวุธชิ้นแรกออกมา พร้อมกับตะโกนไปยังช่างตีเหล็ก

     

    หวัง ชง ไม่รู้วิธีการตีอาวุธ แต่ช่างตีเหล็กเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นช่างตีเหล็กที่มีฝีมือที่ดีที่สุดที่ เว่ย ฮ่าว เลือกมา แล้วเช่นนั้นพวกเขาจะด้อยความสามารถได้เช่นไร!? นอกจากนี้แล้วพวกเขายังโต้แย้งเรื่องการตีเหล็กเย็นขึ้นมาต่อ หวัง ชง หากว่าพวกเขาไม่ใช่ช่างตีเหล็กที่มีฝีมือแล้วนั้น พวกเขาย่อมไม่โต้แย้งออกมาแน่นอน

     

    ยิ่งช่างตีเหล็กมีฝีมือมากเท่าไหร่นั้น พวกเขาก็ยิ่งยึดมั่นวิธีการของพวกเขามากเท่านั้น พวกเขาไม่ต้องการสร้างผลงานที่ด้อยกว่าปกติออกมาด้วยฝีมือของพวกเขา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พวกเขากล่าวโต้แย้งขึ้นมา เพื่อให้เห็นถึงความสามารถของพวกเขา

     

    ***** กึ้ง กึ้ง กึ้ง *****

     

    เสียงตีโลหะดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเหล่าช่างเหล็กเริ่มทำหน้าที่ของพวกเขาอีกครั้ง นอกจาก หวัง ชง แล้วไม่มีใครรู้ว่าการตีเหล็กเย็นนั้นเป็นวิธีการตีเหล็กแบบใหม่ของยุคนี้ และมันปรากฏขึ้นที่นี่เป็นครั้งแรกของโลก

     

    “น้องสาว!! หากอาวุธตีเสร็จแล้วข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วยข้า!!”

     

    หวัง ชง หันไปกล่าวกับ หวัง เสี่ยวเหยา

     

    “อะไรหรือ!?”

     

    หวัง เสี่ยวเหยา กล่าวถามพลางหาวออกมาด้วยความเกียจคร้าน แต่เดิมแล้วเมื่อนางได้ยินเรื่องชาวสินธุ และแร่ไฮเดอราบาด นางคิดว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่าสนุกมาก แต่ทว่ามันกลับกลายเป็นการตีเหล็กแทน

     

    “ช่วยข้าตีเหล็กชิ้นนี้!! สามพันครั้ง!!”

     

    หวัง ชง กล่าว

     

    “เยี่ยม!!” เว่ย ฮ่าว ยกนิ้วหัวแม่มือไปทาง หวัง ชง “หวัง ชง ท่านเลือกถูกคนแล้ว หากเรื่องการใช้กำลังแล้วไม่มีใครเทียบ เสี่ยวเหยา ได้แน่นอน!!”

     

    ด้วยพละกำลังของนาง อาวุธจะต้องแข็งแกร่งขึ้นมากแน่นอน

     

    คำตอบของนางกลับพังทลายความหวังของทั้งสองคนทันที

     

    “ไม่มีทาง!!”

     

    บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง เหลือกตาขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับกล่าวปฏิเสธออกมาอย่างรวดเร็ว หากว่าพี่ชายของนางต้องการจะใช้แรงของนางฟรี เขาก็มองนางเป็นแค่เพียงเด็กสามขวบเท่านั้น เช่นนั้นก็ฝันไปเถอะ

     

    “หนึ่งร้อยตำลึงทอง!! ข้าจะไม่ให้เจ้าทำงานเปล่าๆ!!”

     

    หวัง ชง กล่าวออกมาอย่างไม่ลังเลแต่อย่างใด

     

    “ห๊ะ!!”

     

    บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่นานดวงตาของนางก็เริ่มกลมโตสดใส ดูเหมือนว่าคำกล่าวจากพี่ชายจะดึงดูดนางได้อย่างมาก หนึ่งร้อย....ตำลึงทอง!! แม้ว่านางจะยังเป็นเพียงแค่เด็ก แต่นางก็สามารถรับรู้ความแตกต่างระหว่างตำลึงเงิน และตำลึงทองได้อย่างชัดเจน

     

    นางได้รับเบี้ยเลี้ยงเพียงสิบตำลึงทองต่อเดือนเท่านั้น!! หากว่า หวัง ชง จะจ่ายให้กับนางหนึ่งร้อยตำลึงทอง มันไม่ได้หมายความว่านางจะรวยมากหรอกหรือ!?

     

    เพียงแค่คิดเช่นนั้นมันก็ทำให้นางตื่นเต้นอย่างมาก

     

    “ข้าปฏิเสธ!!”

     

    อย่างไรก็ตาม หวัง เสี่ยวเหยา กลับเบือนหน้าออกไปพร้อมกับกล่าวปฏิเสธออกมา นั่นทำให้ หวัง ชง และ เว่ย ฮ่าว ประหลาดใจอย่างมาก พวกเขาเริ่มคิดว่าบุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง คนนี้ไม่อยากทำงานมากกว่า แต่แล้วขณะนั้นเสียงของ หวัง เสี่ยวเหยา ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

     

    “สองร้อยตำลึงทอง!! ไม่เช่นนั้น.........ไม่เช่นนั้นข้าจะไปบอกท่านแม่!! ข้าจะให้ท่านแม่ลงโทษท่าน!!”

     

    “……..!!”

     

    ในครั้งนี้ ทั้ง หวัง ชง และ เว่ย ฮ่าว ต่างยิ่งประหลาดใจยิ่งขึ้นมาก เมื่อได้ยินคำกล่าวของนางเช่นนั้น เว่ย ฮ่าว ก็ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เขาระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมาดังลั่นขณะที่ใช้มือข้างหนึ่งกุมไปที่ท้องของตัวเอง

     

    “ฮ่าๆ ........นี่มันตลกจริงๆ!! หวัง ชง ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะมีวันนี้!! ฮ่าๆ เสี่ยวเหยา เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรอก ตอนนี้พี่ชายของเจ้ารวยมาก เขาย่อมยินดีจ่ายให้เจ้าแทนการถูกท่านแม่ของเจ้าตีอยู่แล้ว!!”

     

    ยิ่งเมื่อเขาเห็นใบหน้าที่ไร้เดียงสาของ หวัง เสี่ยวเหยา มันก็ยิ่งทำให้เขาหัวเราะออกมามากขึ้นจนแทบจะสลบไปพร้อมกับเสียงหัวเราะด้วยซ้ำ

     

    หวัง ชง ทำได้เพียงส่ายศีรษะไปมาเบาๆ ครั้งนี้เขาได้สร้างความขายหน้าต่อหน้าของ เว่ย ฮ่าว เห็นได้ชัดว่าน้องสาวของเขาเห็นแก่เงินมากเช่นเดียวกับในอดีตที่นางเคยเป็น

     

    “ตกลง!!”

     

    เขามีเงินจำนวนมากในมือ ด้วยการใช้คำกล่าวของ เว่ย ฮ่าว ตอนนี้เขาจึงกลายเป็นนายจ้างเต็มตัว สองร้อยตำลึงทอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขาแต่อย่างใด

     

    “เย้!!”

     

    บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง ชูมือขึ้นทั้งสองข้างพร้อมกับกระโดดจนตัวลอย แต่เดิมแล้วนางแค่เพียงลองขอดูเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าจะสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ไม่ช้า หวัง เสี่ยวเหยา ก็พบว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ นางกลับมาสงบนิ่งอีกครั้งพร้อมกับหันมามอง หวัง ชง

     

    “สองร้อยตำลึงทองใช่ไหม!? ตำลึงทองมันต่างจากตำลึงเงินมากนะ พี่สามท่านไม่ได้โกหกข้าใช่ไหม!?”

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวัง ชง ก็หัวเราะออกมา น้องสาวต้องการเงินสองร้อยตำลึงทองจากเขา แต่เมื่อเขาตกลงรับปากนางกลับสงสัยในตัวเขา นี่เป็นความไร้เดียงสาของเด็ก

     

    “แน่นอน!! ข้าจะโกหกเจ้าทำไม เอ้านี่!! สองร้อยตำลึงทอง หากเจ้าไม่เชื่อข้า ข้าจะให้เจ้าก่อนก็ได้!!”

     

    หวัง ชง กล่าวพร้อมกับดึงเงินออกมาจากใต้ชุดคลุมที่หน้าอก

     

    แม้ว่าสองร้อยตำลึงทองจะเป็นเงินก้อนใหญ่ ที่สามารถว่าจ้างผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อกำเนิดลมปราณระดับเก้าที่แข็งแกร่งได้ก็ตาม แต่น้องสาวของเขาก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับ หวัง ชง อยู่ดี

     

    ช่วงชีวิตที่แล้วของเขา หวัง ชง ได้ค้นหาว่าทำไมอาวุธที่ถูกตีขึ้นมาจากเหล็กหวู่จือถึงสามารถขายได้ในราคาหลายหมื่น หรือจนถึงหลายแสน นั่นไม่ใช่เพียงเพราะความสามารถเฉพาะของเหล็กหวู่จือเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะความงดงามของเนื้อเหล็กอีกด้วย

     

    อาวุธที่ถูกตีขึ้นมาจากเหล็กหวู่จือทุกชิ้นนั้น จะถูกตีขึ้นมาอย่างพิถีพิถันโดยสมบูรณ์ แม้ว่าแร่ไฮเดอราบาดจะมีแหล่งกำเนิดอยู่ในถิ่นกำเนิดของชาวสินธุก็ตาม แต่ทว่าแหล่งผลิตอาวุธจากเหล็กหวู่จือ กลับเป็นพื้นที่ของชาวอาหรับ และชาวตะวันตกไกลมากกว่า

     

    แร่ไฮเดอราบาดเพิ่งปรากฏขึ้นมาเท่านั้น ดังนั้น หวัง ชง จึงยังไม่มีคู่แข่งทางการค้า แต่สิ่งที่ หวัง ชง ต้องการขาย ไม่ใช่แร่ไฮเดอราบาด แต่ทั้งหมดก็เพื่อสร้างสิ่งเฉพาะของเขาขึ้นมาเอง

     

    คนที่ใช้เงินกว่าหลายหมื่น หรือกระทั่งหลายแสนในการซื้ออาวุธที่ตีขึ้นจากเหล็กหวู่จือนั้นไม่ใช่คนโง่ หากว่าอาวุธชิ้นนั้นไม่ได้ถูกตีขึ้นมาจากเหล็กหวู่จือที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าเหล็กชนิดอื่นๆ หรือไม่ได้ถูกตีขึ้นมาด้วยวิธีการเฉพาะแล้วนั้น ย่อมไม่มีใครยินดีซื้ออย่างแน่นอน

     

    การตีเหล็กเย็นเป็นวิธีการตีเหล็กที่ต้องใช้พละกำลังจากช่างตีเหล็กทุกๆ ครั้งในการลงค้อน ยิ่งมีพละกำลังในการตีมากเท่าไหร่ มันจะยิ่งทำให้อาวุธชิ้นนั้นแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

     

    ในด้านนี้ด้วยพละกำลังมหาศาลของ หวัง เสี่ยวเหยา ที่สามารถเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อกำเนิดลมปราณระดับเก้าแล้วนั้น หวัง ชง ก็มั่นใจอย่างมากว่าอาวุธที่ถูกตีขึ้นจากเหล็กหวู่จือด้วยพละกำลังของนาง จะต้องแข็งแกร่ง และงดงามจนน่าทึ่งมากแน่นอน

     

    “ได้เลย!! ท่านไม่ผิดหวังแน่นอน!!”

     

    เมื่อเห็น หวัง ชง หยิบเงินสองร้อยตำลึงทองออกมาเช่นนั้น หวัง เสี่ยวเหยา ก็รีบคว้าเงินก้อนนั้นมาไว้ทันที ราวกับนางกลัวว่า หวัง ชง จะกลับคำพูดของตน

     

    “แต่ว่า......พี่ชาย.....ท่านเอาเงินมากขนาดนี้มาจากไหน!?”

     

    ในที่สุด หวัง เสี่ยวเหยา ก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างมาก เว่ย ฮ่าว กล่าวว่าพี่ชายของนางรวยมากตอนนี้ แต่เขาไม่ได้บอกว่า หวัง ชง นำเงินมาจากที่ใด

     

    “อีกสิบตำลึงทอง แล้วห้ามบอกเรื่องนี้กับท่านแม่!!”

     

    หวัง ชง ส่งเงินสิบตำลึงทองให้กับน้องสาวพร้อมกับกล่าวออกมา

     

    “ตกลง!!”

     

    หลังจากได้รับเงินจำนวนมากเช่นนี้ บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง ก็ดีใจอย่างมาก ในตอนนี้นางไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่า หวัง ชง จะนำเงินเหล่านี้มาจากที่ใด

     

    “อึ่ก......น้องสาวของท่านเห็นแก่เงินมากจริงๆ!!”

     

    เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เว่ย ฮ่าว ก็ลอบปาดเหงื่อเย็นในใจของเขาเบาๆ

     

    หลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือจากบุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง การตีเหล็กหวู่จือก็คืบหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว หวัง ชง ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด เขาใช้เวลาตลอดทั้งวันเพื่อฝึกฝน และมองดูความคืบหน้าอย่างเงียบๆ เพื่อรอคอยอย่างอดทนสำหรับวันที่เหล็กหวู่จือจะเสร็จสิ้นจากวิธีการตีเหล็กเย็น

     

    .....................

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิข้ามกาลเวลา ที่คุณอ่าน