บทที่ 4 ปรับทัศนคติ
“ที่ผ่านมาฮูหยินพรางเป็เทพแสร้งเป็ผีต่อหน้าข้าอย่างนั้นหรือ อาฮวน!! เื่มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว อีกอย่างทั้งหมดที่เห็นก็เป็เื่เข้าใจผิดกันทั้งนั้น เมื่อไหร่จะเลิกเป็คนที่น่าเบื่อหน่ายแบบนี้เสียที ต้องให้บอกอีกกี่ครั้ง ไม่ว่าอย่างไร! ทั้งหมดนี้มันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้”
นายท่านใหญ่ลากเถาฮูหยินออกมาตำหนินอกเรือน ทว่าเสียงทะเลาะเบาะแว้งดังเข้าไปในห้องอยู่ดี แน่นอนว่าเื่ของชาวบ้านจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร เมิ่งไป๋เฉียวในคราบของลู่เซียวถงเงี่ยหูฟังอย่างถนัดถนี่จึงจับใจความได้บ้าง
“นางอยู่ที่บ้านของเราั้แ่เล็กจนโต ทั้งยังได้แต่งกับอวี่เอ๋อร์อีก แค่นี้ก็ไม่นับว่าติดค้างอะไรกันแล้ว ลู่ต้วนฉีคนนั้นน่าจะรับรู้น้ำใจของท่านตั้งนานแล้ว ท่านพี่…คนก็ตายไปแล้ว บุญคุณก็ทดแทนแล้ว ท่านเองก็เหนื่อยมามากพอแล้ว ยุ่งอยู่นอกบ้านั้แ่หนุ่มจนแก่ เื่ในบ้านปล่อยให้ภรรยาจัดการเถิด”
เถาจิ่งฮวนอดทนมาหลายปี แสร้งเป็มารดาเลี้ยงผู้ใจกว้าง และแสร้งเป็แม่สามีผู้แสนดีนานหนึ่งปีเต็ม จนแล้วจนรอด วันนี้ก็เดินทางมาถึงจนได้ วันที่เจียงอี้ชิวจับได้ว่า เถาจิ่งฮวนไม่ได้ทำดีกับลูกสะใภ้จากใจจริง ทั้งยังอาศัย่เวลาของแต่ละปี ยามที่เจียงอี้ชิวออกไปเจรจาการค้าร่วมกับขบวนคาราวานในต่างแดน ปฏิบัติกับเซียวถงไม่ได้ต่างจากคนใช้ในบ้าน
หากวันนี้ไม่เกิดเื่ขึ้นมา ไม่ได้ไปตามท่านหมอมาตรวจชีพจรที่บ้าน มีหรือที่นายใหญ่ของบ้านจะได้เห็นเื่งามหน้าที่ฮูหยินซ่อนไว้ นางหนูลู่เซียวถงไม่รู้ว่าถูกเอารัดเอาเปรียบมานานเท่าไหร่ ร่างกายของนางก็ดูบอบบางขนาดนั้น ควรได้กินของดี ๆ บำรุงร่างกายมากกว่ากินของเหลือจากก้นครัว
“แล้วอาการทรุดโทรมอย่างที่เห็น คงเกิดจากที่ถงเอ๋อร์ของพวกเราทำงานหนักมากเกินไปสินะ” ผู้เป็สามีสอบปากคำด้วยน้ำเสียงไม่เป็มิตร ทำราวกับว่าภรรยาผู้น่าสงสารคนนี้เป็นักโทษที่ทำความผิดใหญ่หลวง
“ท่านพี่! ท่านกล้าตำหนิข้าแล้วหรือ ที่ผ่านมาไม่ว่าเื่น้อยใหญ่ ตัวท่านเองไม่เคยคิดสอบถาม มาวันนี้เพื่อทวงความเป็ธรรมให้ลู่เซียวถง ถึงขั้นขึ้นเสียงใส่ข้าเลยหรือ”
เถาจิ่งฮวนแสร้งทำเป็ล้มลงบนพื้น แล้วทุบมือกระทุ้งยอดอก แสดงให้เห็นด้วยภาษากาย ว่าตัวนางเองก็ไม่ได้รับความเป็ธรรมเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมานางแสร้งทำแม่สามีผู้แสนดีก็จริง แต่นางก็ไม่เคยถึงขั้นทุบตีเซียวถงจนเืตกยางออก
มีบ้างที่กระทบกระทั่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่นั่นก็เป็เื่ปกติที่มารดาคนหนึ่งสมควรสั่งสอนบุตรบุญธรรมไม่ใช่หรือ มีมารดาที่ไหนบ้างเลี้ยงดูบุตรแต่ไม่เคยตีบุตร แม้แต่อวี่เอ๋อร์ที่เป็ลูกชายแท้ ๆ เถาจิ่งฮวนก็เคยตีมาแล้ว จะนับประสาอะไรกับลูกเลี้ยงหนึ่งคน!
"รู้ดีว่าคำพูดของนายท่านใหญ่ขัดไม่ได้! บอกให้เซียวถงแต่งเข้าบ้าน นางก็ต้องแต่งเข้าบ้าน กลายเป็สะใภ้ตระกูลเจียง ดูเอาเถิด! แม้แต่วันแต่งงานบุตรชายผู้เป็ที่รักก็ไม่ยอมเข้าหอ เสียเวลาเปล่าตั้งหนึ่งปีเต็ม บุตรหลานก็ไม่มีให้อุ้ม แล้วมีประโยชน์อะไรที่ต้องรั้งลู่เซียวถงไว้ในฐานะสะใภ้ของบ้าน"
ต้องขอบคุณเสียด้วยซ้ำ ที่เถาจิ่งฮวนใจร้ายกับเซียวถง เพราะในเมื่อทำให้นายท่านใหญ่เห็นดีเห็นงามกับการหย่าภรรยาของลูกไม่ได้ มิสู้บีบให้ลู่เซียวถงเขียนหนังสือหย่าด้วยตัวเอง แบบนั้นนายท่านใหญ่จะต้องยอมรับฟังความเห็นของเซียวถงแน่นอน
นั่นจึงจะถือว่าได้ขับไล่ลู่เซียวถงออกจากตระกูลอย่างถาวร!
แล้วหนทางข้างหน้าก็จะได้สู่ขอสตรีจากเมืองหลวง ฐานะสูงกว่า รวยกว่า มาแต่งงานเป็เมียใหญ่ของบ้าน ภายภาคหน้าหากอวี่เอ๋อร์ได้รับตำแหน่งในเมืองหลวง จะได้มีครอบครัวฝั่งภรรยาให้พึ่งพิง ไม่ใช่มาจมอยู่กับลู่เซียวถงอะไรนั่น
“อาฮวน! ที่ข้าตำหนิเ้า กล่าวโทษเ้า เพราะอยากให้เ้ากลับตัวเสียใหม่ ถงเอ๋อร์นางน่าสงสาร บิดาก็ตายไปแล้ว มารดาก็ตายไปแล้ว ที่พึ่งเดียวของนางคือบ้านตระกูลเจียง แล้วเ้ายังจะผลักไสนางให้แต่งกับใครก็ไม่ทราบ ข้าขอถามสักคำ เ้ายังมีจิตใจเป็มนุษย์อยู่อีกหรือ?”
ผู้เป็สามีสวนกลับไปแค่ไม่กี่ประโยค เถาจิ่งฮวนที่คิดว่าตัวเองเป็ฝ่ายถูกเสมอ ถึงขั้นสะอึกอึ้งเถียงอะไรไม่ออก นางเพียงสนับสนุนบุตรชายให้มีอนาคตที่สดใส แล้วนางทำผิดอย่างนั้นหรือ ก็นางไม่เห็นว่าอวี่เอ๋อร์จะมีท่าทีชมชอบเซียวถงเลยแม้แต่น้อย คนเป็แม่ก็ต้องเหมารวมว่าบุตรชายไม่ได้เสน่หานางอยู่แล้ว หากว่าอวี่เอ๋อร์แสดงออกว่าชมชอบเซียวถงสักเล็กน้อย จิ่งฮวนก็ใช่ว่าจะไม่ให้โอกาส
.....
“อื้ม! แอบฟังคนอื่นคุยกันน่าจะไม่ใช่นิสัยส่วนตัวของเ้า”
เจียงิอวี่เดินมาพร้อมกระถางกำยานที่มีสรรพคุณช่วยสงบใจ วางไว้ข้างเตียงแล้วเดินวกไปหยิบถ้วยยาที่ตนเป็คนต้มเองกับมือ เจียงิอวี่ไม่วางใจให้อาเหยาเป็คนต้มยา บางทีเด็กสาวอายุ 15 ปีอาจจะปรุงผิดสูตร แล้วส่งผลเสียต่อร่างกายของเซียวถงใครจะรู้ เื่ละเอียดอ่อนแบบนี้ต้องเจียงิอวี่ทำเองเท่านั้น
“ท่านเองก็ใช่ว่าน้อยหน้าซะเมื่อไหร่ ดูแลเอาใจใส่ภรรยา น่าจะไม่ใช่นิสัยส่วนตัวของท่าน”
สีหน้าของเซียวถงไม่เหมือนคนป่วยอย่างที่ท่านหมอว่าเลยสักนิด หลังความทรงจำจากร่างเดิมชัดแจ้งแถลงไข อาการปวดหัวที่คืบคลานเข้ามากวนใจก็หายเป็ปลิดทิ้ง ส่วนอาการวิงเวียนหอบเหนื่อย ซึ่งเป็ผลข้างเคียงจากการที่ร่างเดิมเพิ่งรมควันตัวเองตายแล้วฟื้น ก็ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
ไม่ใช่แค่ร่างกายที่ดูกระปรี้กระเปร่าขึ้น ฝีปากของลู่เซียวถงก็ดูว่องไวทันคนไปซะหมด หากเป็ลู่เซียวถงคนเดิม คงไม่กล้าแม้แต่ก้าวเท้าลงจากเตียง เจียงิอวี่ถึงขั้นต้องเอี้ยวตัวกลับมายืนข้างเตียง แล้วเชยปลายคางมนของภรรยาขึ้นสูง มืออีกข้างเตรียมยาขมชามโตไว้พร้อมแล้ว
“ไม่ดูแลภรรยาของตัวเอง เช่นนั้นข้าต้องปล่อยให้เป็หน้าที่ของเจียงชุนเฉิงใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงของผู้เป็สามี ฟังแค่นี้ก็รู้ได้ในทันทีว่าิอวี่เป็คนเ้าคิดเ้าแค้นอยู่พอสมควร และไม่พึงพอใจเอามาก ๆ ที่เซียวถงเผอิญใกล้ชิดกับเจียงชุนเฉิง
“อ้อ! ที่ทำดีกับข้าก็เพราะอยากเอาชนะคำพูดของคุณชายรองสินะ หากเป็เช่นนั้นท่านก็อย่าเหนื่อยเปล่าเลย”
เซียวถงหดใบหน้าสวยให้พ้นอุ้งมือของสามี แล้วสาดคำพูดจอมอวดดีออกไปอย่างลืมตัว นางไม่ทันสังเกตว่าแววตาที่ิอวี่มองมาที่นางนั้นเปลี่ยนไปมาก ตอนนี้ิอวี่เคลือบแคลงใจในตัวภรรยาสาว ไม่ได้เจอกันแค่หนึ่งปี ไฉนนางถึงได้เปลี่ยนไปราวคนละคน
หากเป็เมื่อก่อนไม่ว่าิอวี่พูดอะไร เซียวถงแทบไม่กล้าออกความเห็น คงเพราะมองจากภายนอก เจียงิอวี่ดูเป็คนเ็า และเข้าถึงยากกระมัง จะพูดจะจาแต่ละทีก็ตรงไปตรงมา เหมือนขวานผ่าซาก นั่นยิ่งเสริมให้ดูเป็คนเข้าถึงยากเข้าไปใหญ่ ทั้งยังไม่ชอบประจบเอาใจใครให้เสียเวลา
หากคนอย่างเจียงิอวี่ถนัดเื่เข้าหาคน และถนัดเื่พูดเอาใจคน ป่านนี้คงไม่จำเป็ต้องพากเพียรอย่างหนัก เพื่อสอบจอหงวนกระมัง แตกต่างจากเจียงชุนเฉิงโดยสิ้นเชิง ทั้งเอาใจเก่งและรู้จักวิธีเข้าหาคน หากเปรียบเทียบกับอะไรสักอย่างก็คงเหมือนมะม่วงหวานซ่อนเปรี้ยว หรือไม่ก็...ของจำพวกกระบี่ซ่อนคมกระมัง
ก็ดูอย่างตอนนี้ ทั้งที่อายุห่างกันไม่มาก แต่เจียงชุนเฉิงก็ได้เป็เ้าหน้าที่หลวง ได้รับอนุญาตให้เข้าพักในขอบเขตพื้นที่ของที่ว่าการอำเภอ นาน ๆ ครั้งถึงจะกลับเข้าบ้านสกุลเจียง หากไม่ใช่ว่าวันนี้นายท่านใหญ่กลับจากเดินทางไกล เจียงชุนเฉิงก็คงไม่กลับมาเหยียบลานหญ้าที่บ้าน
ก็ของมันแน่อยู่แล้ว สกุลเจียงเหลือแค่นายหญิงใหญ่ ใครจะอยากกลับมาเยี่ยมเยือน แม้แต่นกสักตัวหากพูดภาษามนุษย์ได้ ตัวมันเองก็คงไม่อยากบินผ่าน แล้วเื่อะไรกับคนที่ไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากมารดาเลี้ยงเลยอย่างเจียงชุนเฉิงจะกลับมาที่นี่
“เซียวถง…เ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่าเ้ากำลังพูดอะไรออกมา”
ชายหนุ่มหรี่ตาแคบ ก่อนจะถ่างตากว้างมองให้ชัด ๆ ว่าลู่เซียวถงป่วยจนสมองเลอะเลือนหรือกินอะไรผิดสำแดง จู่ ๆ ถึงได้กลายเป็สตรีปากร้ายแบบนี้ เห็นนางเถียงคำไม่ตกฟาก แน่นอนว่าิอวี่ไม่ปล่อยผ่าน เชยคางมนมาอยู่ใต้ควบคุมเป็ครั้งที่สอง ก่อนจะโก่งตัวลงไปใกล้จนใบหน้าที่หล่อเหลาดวงนี้แทบเสียดสีกับใบหน้าของนาง
“เอาสิเ้าคะ จะทดสอบอะไรข้าก็ลงมือเลย อย่างไรในสายตาพวกท่าน ก็ไม่เคยเห็นเซียวถงเป็คนในครอบครัวอยู่แล้ว อย่างนั้นข้าจะพูดจาถนอมน้ำใจท่านไปเพื่ออะไร เว้นเสียแต่ว่าเป็ท่านเองที่รับคำพูดข้าไม่ได้”
ลู่เซียวถงคนใหม่กำลังท้าทายอารมณ์ของสามี ในแววตาดวงนั้นไร้ซึ่งความไร้เดียงสา ไร้ซึ่งการเป็กังวล ผิดกับลู่เซียวถงที่ิอวี่เคยรู้จัก ทุกครั้งที่ิอวี่เข้าใกล้นาง นอกจากหลบตาแล้วเลี่ยงไปมองปลายเท้าของตัวเองแทน เซียวถงมักเนื้อตัวสั่นเทาราวกับว่าเจียงิอวี่คนนี้จะเลาะเนื้อเถือกระดูกนาง
ิอวี่มั่นใจเหลือเกินว่า ั้แ่เติบโตมาพร้อมกันนี้ แม้เขาเป็ชายที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ิอวี่ไม่เคยรังแกนางมาก่อน ไม่เคยทำให้นางเจ็บช้ำแม้แต่ปลายเส้นผม แม้กระทั่งคืนเข้าหอิอวี่ไม่คิดขืนใจนาง ส่วนหนึ่งเพราะิอวี่รู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยยังไม่พร้อมเสียตัว จึงหาข้ออ้างสารพัดให้ดูสมเหตุสมผล จะได้ไม่ทำให้เซียวถงลำบากใจ และท่านพ่อกับท่านแม่จะได้ไม่ตำหนินางด้วย
แต่ใครจะไปคิดว่า การกระทำเหล่านี้จะทำให้ผู้เป็ภรรยาน้อยเนื้อต่ำใจ จนแทบไม่อยากมองหน้าสามีคนนี้อีกเลย นี่สินะที่โบราณว่าไว้ จิตใจสตรีนั้นยากแท้หยั่งถึง
*****
*นักอ่านอย่างพวกเรารับบทเป็ป้าข้างบ้าน แอบดูพวกเธออยู่นะจ๊ะ ง้อเมียให้ได้นะพ่อหนุ่ม*
นิยายเื่ : ข้ามมิติมาเป็ลูกสะใภ้ปากร้ายของตระกูลชาวนา
อ่านรวดเดียวจบก่อนใครได้ที่ Meb ค่า
มุมแนะนำนิยาย
1.กลยุทธ์ความร่ำรวย ของแม่หม้ายลูกหนึ่ง
2.เกิดใหม่เป็มารดาเลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้ ในชนบทต้าซ่ง
3.บันทึกการเดินทางไกล ของเ้าก้อนแป้ง (มีหนังสือเสียงแล้ว)
4.พลิกชะตาภรรยาพรานป่า กับระบบรับรู้อัจฉริยะ (มีหนังสือเสียงแล้ว)
5.ข้านี่แหละมารดาเลี้ยงผู้โจษจัน (มีหนังสือเสียงแล้ว)
6.ข้ามมิติมาเป็สตรีชาวไร่ ข้าจะร่ำรวยให้ได้ (มีหนังสือเสียงแล้ว)
7.ทะลุมิติไปเป็บิดาตัวร้าย (มีหนังสือเสียงแล้ว)
8.เกิดใหม่เป็มารดาของเ้าวายร้าย พร้อมระบบร้านสารพัดนึก (มีหนังสือเสียงแล้ว)
9.เมื่อท่านราชเลขาธิการ กลายเป็บิดาของหลินเซียว 1 (มีหนังสือเสียงแล้ว)
10.ย้อนเวลามามีครอบครัวอบอุ่น เพื่อเ้าสองวายร้าย
11.โม่เตี๋ยวหาใช่บุตรสาวของทรราช
12.ข้ามมิติมาเป็ลูกสะใภ้ปากร้ายของตระกูลชาวนา