ผมวิ่งหนีเหล่าสาวงามออกมาจากร้านเหล้า อีวานน่า จนมาถึงหน้ากิลล์นักผจญภัย ผมรู้สึกโล่งใจได้ไม่นาน ผมก็รู้สึกว่า กางเกงของผมมันเบาหวิว ใช่แล้วมันเบาหวิว เนื่องจากถุงเงินสำหรับโบเก็นฉะของผม หล่นหายไปแล้ว ดูเหมือนมันจะหล่นตอนผมสู้กับ ดูอัน ที่ร้านเหล้า ผมจะกลับไปเก็บก็ไม่ได้ด้วยสิ ตอนที่ไม่รุ้จะทำยังไง ก็เหมือนพระเ้าทรงโปรด
มีป้ายประกาศภารกิจเก็บสมุนไพรที่ให้กำไรงาม แปะอยู่หน้ากิลล์นักผจญภัย และผมสามารถหาได้ ผมรีบดึงใบประกาศเข้าไปในกิลล์นักผจญภัยทันที โดยลืมไปว่า ในกิลล์นักผจญภัยนั้นก็มีสาวน้อยพนักงานกิลล์ นั่งรออยู่บนเคาเตอร์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเหล่าโบเก็นฉะ ที่ไม่รุ้งานอยู่
ผมอดประหม่าไม่ได้ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นสาวน้อย แต่ก็สวยเหมือนกัน แต่ผมต้องการงานนี้อย่างมาก ทำยังไงดี ในที่สุดผมก็คิดวิธีแก้ได้ โดยการหลับตาและป้ายโคลนที่หน้าตัวเอง เพื่อคุยกับพนักงานสาวกิลล์นักผจญภัย ซึ่งการจะเข้าไปคุยกับพนักงานสาวของกิลล์นักผจญภัยได้นั้นจำเป็นต้องได้รับบัตรคิว ซึ่งผมได้บัตรคิว หมายเลข 17 ผมนั่งรออยู่จนถึงคิวผม
" ค่ะ เชิญท่านต่อไปค่ะ หมายเลข 17 ค่ะ " พนักงานเค้าเตอร์เรียก ในขณะนั้นเองก็มีพนักงานสาวคนหนึ่ง ผมสีชมพู ตาสีแดง หน้าตาสะสวยอายุราวๆ 20ปี เดินมาพยุงผม เนื่องจากผม หน้าเลอะโคลน และหลับตาอยู่ ทำให้เธอรุ้สึกสงสาร นึกว่าผมเป็นคนตาบอด เธอมีชื่อว่า เอลน่า และหลังจากนี้ การมาติดต่องานของผมกับกิลล์นักผจญภัย ผมจะหลับตาคุยกับเธอทุกครั้ง เพราะผมกลัวสายตาเธอ ทุกครั้งที่มองมันใจของผมจะปวดแปล๊บๆ ทำให้ผมคิดถึงแม่
ผมได้งานนี้มาอย่างไม่ยากเย็น จากการช่วยเหลือของเอลน่า แม้ว่าผมจะไม่ต้องการให้เธอช่วยเหลือก็ตามที เธอเล่นจัดแจงเขียนใบสมัครทำเควสนี้ให้ผมด้วยตัวเองและประทับตราเสร็จสรรพ ซึ่งสมุนไพรที่ผมต้องไปเก็บคือหญ้า ฮิเตะ ฮิเตะ ที่อยู่ในป่าลึก
3 วันต่อมา......
ผมย่ำเข้าไปในป่าลึกแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ ลัดเลาะไปตามลำธารริมน้ำ และแล้วผมก็พบหญ้า ฮิเตะ ฮิเตะ อยู่ตรงขาของ กระต่ายนักสู้ ตัวใหญ่กว่า 3เมตร ข้างลำธาร มันกำลังเล่นงานชายคนหนึ่งที่คิดจะเก็บหญ้า ฮิเตะ ฮิเตะ แบบไม่ให้เสียหายอยู่
ชายคนนั้นพยายามสู้อย่างสุดความสามารถ แต่ถูกกระต่ายนักสู้ทำร้ายบาดเจ็บที่ขา ผมกระโดดเข้าไปช่วยชายคนนั้นในทันที ด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิงในตำนาน แล้ววางเขาที่ข้างต้นไม้ ดีนะที่เขาเป็นผู้ชายไม่งั้นผมคงรู้สึกคันคะเยอแน่ๆ แต่ชายคนนี้น้ำหนักตัวตอนอุ้มอย่างกับผู้หญิงที่เป็นลูกคุณหนูไม่มีผิด
ผมหันไปเผชิญหน้ากับ กระต่ายนักสู้ พวกเราสองคนจ้องหน้ากันไปมา ก่อนการปะทะกันเพียงเสี้ยววินาที หมัดของผมปะทะกับหมัดของ กระต่ายนักสู้ อย่างรวดเร็ว พวกเราแลกหมัดกันไปมา อย่างสูสี จนชายที่ นอนเจ็บอยู่ต้องส่งเสียงให้ผมระวัง ทว่า......ไม่นานหลังจากการปะทะก็มีเสียงของตัวอะไรบางอย่างดังมาทางนี้ ทำให้กระต่ายนักสู้ รีบหนีไปด้วยความหวาดกลัว อย่างรวดเร็ว
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียงของมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว เข้าใกล้มาเรื่อยๆ เรื่อยๆ ทำให้ผมแทบจะหยุดหายใจตัวเต้นระทึก ใจสั่นเทิ้มด้วยความกลัว มันน่าจะเป็นสัตว์ร้ายตัวใหญ่แน่ๆ อาจจะเป็นหมีเพลิง เจ้าป่าของที่นี่ เพราะมันเป็นเสียงของสัตว์ร้ายชนิดร้ายแรง แม้แต่ชายที่นอนเจ็บอยู่ก็บอกให้ทิ้งเขาไป อย่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในป่านี้ จนตัวมันโผล่ออกมาพ้นพงหญ้า
ปรากฏว่า เป็นมอนสเตอร์ วัวน้อยตัวหนึ่งตัวสูงราว1เมตร หนัก 90โล ตัวเล็กๆน่ารัก เท่านั้น มันกำลังเลียนเสียงของสัตว์ร้ายไว้ขู่นักผจญภัยให้หวาดกลัว มอนสเตอร์ชนิดนี้พบได้ไม่บ่อยนักในเขตป่าลึก มันชอบเลียนเสียงสัตว์ร้ายเพื่อป้องกันตัวจากนักล่า ผมลูบอกอย่างโล่งใจ และกลับไปหาชายที่มาเก็บสมุนไพร และพบว่าขาเขาบาดเจ็บ
" นายบาดเจ็บที่ขานี่ เดี๋ยวชั้นฮีลให้นะ ชั้นเคยเห็นวิธีใช้เวทย์ฮีลจากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาก่อน " ผมเริ่มต้นใช้เวทย์รักษาที่เรียนมาจาก เรียโอ
ผมเพ่งสมาธิที่มือขวา แล้วเริ่มใช้เวทย์เยียวยาที่ครูพักลักจำมาได้ อยู่ๆมือผมก็เปล่งแสงสีเขียวขึ้นมา มันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ผมสัมผัสเข้าที่ขาอ่อน ของชายคนนี้ที่บาดเจ็บอยู่ เขาร้อง อุ๊ย อย่างกับผู้หญิง
ผมแอบมองดูป้ายชื่อของเขาขณะรักษา เขาชื่อ อาสึกะ แรงเล่
' แม้แต่ชื่อก็เหมือนผู้หญิง แฮะ ' ผมคิด และเยียวยาต่อไปจนอาการของ อาสึกะ หายดีขึ้นแล้ว เขาจึงลุกขึ้นยืนแบบอ้อยอิ่งแล้วถามผมว่า
" นายก็มาหาสมุนไพรเหมือนกันอย่างนั้นรึ "
" ใช่แล้ว ผมมาหาสมุนไพรนะ มันคือหญ้า ฮิเตะ ฮิเตะ ที่นายกำลังเก็บอยู่ไงล่ะ "
" ก็ได้ ชั้น เอ๊ย เรา จะแบ่งให้นายกำนึงแล้วออกจากป่านี้กัน "
" นี่นายใส่น้ำหอมด้วยรึ "
"ใช่ ก็นิดหน่อย น่ะ "
" นายเหมือนผู้หญิงเลยนะ "
"..." อาสึกะไม่ตอบ
หลังจากแบ่งหญ้า ฮิเตะ ฮิเตะ กันแล้ว อาสึกะ ก็ขอแยกตัวไปอีกทาง และค่อยๆเดินหายลับไปในเงามืดของป่า ผมรู้สึกถูกชะตากับอาสึกะจริงๆ อยากได้มาเป็นเพื่อน แต่คงถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเดินทางต่อไป