TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 14
มาร์เชียลอาร์ต (2)
จู่ๆความเกรงใจพลันเกิดขึ้นหลายส่วนพวกเขารู้ดีว่าหากทำอะไรไม่ชอบมาพากลกับลูซี่ แน่นอนว่าจะถูกฟาลโก้ตามไปคิดบัญชีตามล้างตามเช็ดเอาคืนนอกรายการเป็ร้อยเท่าพันเท่า สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวจริงๆนอกจากความเกรี้ยวกราดชั่วร้ายของฟาลโก้แล้วยังมีกองกำลังขุมอำนาจที่หนุนหลังอย่างบูเทนโดชิสำนักยุทธ์ที่เขาสังกัดอยู่ และอิทธิพลมืดที่ไม่มีใครรู้ชัดที่ได้รับการสนับสนุนจากแก็งมาเฟียใต้ดินนั่นอีก...ลำพังแค่ทักษะยุทธ์อันลึกล้ำของฟาลโก้ก็ไม่มีผู้ใดเป็คู่มือแล้วอย่าว่าแต่...
คนบางคนที่มีสำนักมีสังกัดเล็กๆอยู่ก็ยังไม่กล้าคิดที่จะรับประกันตนเองได้เลยว่าจะปลอดภัยดีไม่ดีทั้งสำนักอาจล่มสลายขึ้นมาจากสาเหตุเล็กน้อยเพียงเท่านี้ก็เป็ได้ และยิ่งคนบางคนที่เป็นักสู้อิสระไม่มีสำนักไม่มีสังกัดผจญภัยอย่างโดดเดี่ยว จะไปต้านรับไหวได้อย่างไร ยิ่งจินตนาการถึงตอนจนมุมโดนฟาลโก้กับพวกรุมกระทืบแล้วอยากโดดลงเวทีหนีหายไปซะเดี๋ยวนี้เลย...แต่นั่นมันก็เป็การทำร้ายตัวเองจนเกินไปเช่นกันวันหน้ามันจะมีที่ยืนในวงการยุทธ์ได้อย่างไร...
คิดดูแล้วการขับไล่ลูซี่ออกไปอย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้ย่อมไม่ใช่วิธีที่ฉลาด วิธีที่ถูกต้องคือต้องทำให้ฟาลโก้กับบูเทนโดชิได้เล็งเห็นว่านังหนูลูซี่ได้ใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว และทุกอย่างเป็ไปด้วยความขาวสะอาดบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้วเท่านั้นจึงจะลอดพ้นภัยพิบัติครั้งนี้ไปได้
‘เทอร์นาโดไฟเออร์’ คือชื่อที่ลูซี่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้เพื่ออำพรางซ่อนสถานะของตน ไม่เปิดโอกาสให้ใครมาดักทาง คิดหาวิธีแก้ลำเธอได้ก่อน มาเป็ตัวคุมเกมและการที่เธอเพิ่งจะมาเปิดเผยตัวตนในรอบลึกๆตอนนี้ ก็เพราะ้าอาศัยจังหวะ่เวลานี้พลิกสถานการณ์รับมือกับเหล่ายอดฝีมือโดยเฉพาะ ใครก็ตามที่หวาดกลัวภัยพิบัติจากฟาลโก้จะตั้งหลักไม่ทันลังเลที่จะลงมือ ไม่ว่าจะต่อสู้ซึ่งหน้าก็ไม่ง่าย จะใช้เล่ห์กลเล่นสกปรกก็ไม่กล้า เรียกได้ว่านี่คือยันต์ชั้นเยี่ยมชิ้นหนึ่งใช่ว่าจะต้องออกแรงเสมอไป เพียงแค่รู้จักหยิบยืมความสามารถของผู้อื่นมาใช้ให้เป็ประโยชน์เท่านั้นซึ่งนี่ก็คือความสามารถอย่างหนึ่งเช่นกัน และนี่คือหนึ่งในท่าไม้ตายลึกลับของเธอนั่นเอง
แน่นอนลูซี่ย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่า อาวุธที่ดีที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่ฝีมือยุทธ์ของตัวเองแต่เป็ของผู้อื่น
ลูซี่จ้องตาเขม็งมายังนักสู้ทั้งสี่แล้วมาหยุดที่นักสู้หนวดขาว เป็การหยั่งเชิงถามว่าจะเอายังไงต่อล่ะทีนี้
แรกเริ่มเดิมทีนักยุทธ์ทั้งหลายเ่าั้ต่างลอบยินดีปรีดา ที่ได้รับข่าวสารมาว่า ปีนี้ลูซี่ที่ไร้ศักดิ์ศรีคนนั้นจะไม่เข้าร่วมประลองยุทธ์มาร์เชี่ยลอาร์ตอีกจึงพากันปลอดโปร่งโล่งใจ เพราะไม่ต้องถูกแรงกดดันจากฟาลโก้บีบบังคับให้ออมมือหรือถอนตัวทว่ากลับคาดไม่ถึง นังหนูลูซี่เ้าเล่ห์กว่าที่คิด มันถึงกับใช้ชื่ออื่นลงแข่งขันแล้วปลอมแปลงตัวเองให้คล้ายบุรุษ หลอกล่อให้ทุกคนตายใจจึงไม่มีผู้ใดคิดวางแผนแก้เกมกันมาก่อน แต่ถึงจะรู้ว่าเป็ลูซี่มาั้แ่แรกก็ใช่ว่าจะมีผู้ใดกล้าลงมือซึ่งหน้าอยู่ดี สุดท้ายก็ถูกมันใช้วิธีเดิมๆไล่ต้อนจนแทบจะตกเวที
“เ้า...เ้า...”นักสู้หนวดขาวนอกจากความหวาดหวั่นแล้ว ก็ยังเกิดความคลั่งแค้นอัดอั้นตันใจจนอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วชี้หน้าลูซี่พลางกล่าวคำพูดติดๆขัดๆ
“ถ้าข้ารู้มาก่อนว่าเป็เ้า...”นักสู้หนวดขาวพูดยังไม่ทันขาดคำก็โดนสวนขึ้นมา
“แล้วจะทำไม...ตาเฒ่าใจคด”ลูซี่กล่าวอย่างไม่อินังขังขอบ พลางคิดในใจไม่ใช่ว่าพวกท่านรวมหัวกันเล่นงานข้าก่อนรึ
นักสู้หนวดขาวโกรธจนหน้านิ่วนิ้วมือต้องงอเป็กำปั้น หดรัดบีบเกร็งจนสั่น แต่ก็ไม่อาจลงไม้ลงมือทำร้ายลูซี่ซึ่งหน้าจึงได้แต่ลอบสาปแช่งในใจ
นังลูกปลากระดี่ถ้ารู้ว่าเป็เ้ามาก่อน ข้าคงจะจ้างนักฆ่าเดนตายมาลอบเก็บเ้าเสียก่อนน่ะสิ นอกจากนั้นยังมีอีกหลายวิธีที่ทำให้เ้าอับอายจนไม่กล้าโผล่หน้ามาขึ้นเวทีไม่มีวันที่จะปล่อยให้เ้ามายืนจองหองอวดดีต่อหน้าข้าเยี่ยงนี้...
ระหว่างที่นักสู้หนวดขาวชี้หน้าด่าลูซี่ค้างอยู่นักไอคิโด้กับนักฮับโกไดก็ไม่ได้ยืนนิ่งดูดาย พวกมันลอบสนทนากัน หาวิธีลงมือ?
“นี่...ท่านไคโตะคนอ่อนแอนั่นเป็แค่เด็กผู้หญิง ได้ยินว่าท่านชอบนักเื่สั่งสอนสาวๆนังหนูนั่นข้ายกให้ท่านจัดการละกัน ด้วยความเคารพ สนุกให้เต็มที่ไปเลย” นักฮับโกไดแย้มยิ้มกระซิบกระซาบบางอย่างให้นักไอคิโดฟังเนื่องจากมันมาจากประเทศเดียวกัน จึงส่งภาษาที่ใช้กันเฉพาะภายในประเทศของตนคนอื่นจึงฟังไม่เข้าใจ แต่ถ้อยคำแต่ละคำล้วนแฝงการยั่วยุให้มันลงมือ
นักไอคิโด้ที่ถูกเรียกว่าไคโตะได้ฟังก็ส่งเสียงหัวเราะหึหึในลำคอ พลางคิดในใจ ท่านคิดว่าข้าโง่นักหรือไง ทำไมข้าจะไม่รู้ว่านังหนูนั่นเป็ใครตัวเองไม่กล้าลงมือยังคิดใช้แผนชั่วมาหลอกข้า ไอ้สารเลวมาซาโอะ มันถลึงตาใส่นักยูโดอย่างยิ้มแย้มแล้วสวนกลับไปว่า
“นี่...ท่านมาซาโอะ คนอ่อนแอนั่นถือว่าอวบอั๋นข้าก็ได้ยินว่าท่านชอบนักเื่รังแกสาวๆ นังหนูนั่นให้ท่านจัดการจะเหมาะสมกว่าด้วยความเคารพ ข้าจะดูสิว่ามันน่าสนุกอย่างไร...” ไคโตะเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อเป็นัยเยาะเย้ยถากถาง“...มันจะได้ตายอย่างน่าอนาถ ก่อนกลับถึงสำนัก”
นักสู้ฮับโกไดที่ถูกเรียกว่ามาซาโอะได้ฟังก็หน้าชาเล็กน้อย โหนกแก้มเปลี่ยนเป็สีแดงอ่อนด้วยความระอายใจที่ถูกย้อนเพราะรู้สึกว่าแผนตื้นๆของตนไม่ควรใช้ออกไปอย่างคนปัญญาอ่อนเช่นนี้มีรึที่คนอย่างไคโตะจะไม่หาข้อมูลของพวกยอดฝีมือไว้ล่วงหน้าแล้วคนที่น่าตายอย่างอนาถย่อมไม่ใช่เด็กสาวแต่หมายถึงไอ้โง่ตัวไหนก็ตามที่กล้าลงมือ
“ใช่...มันจะได้ตายอย่างอนาถ”มาซาโอะเปรยคำออกมาแก้เก้อ ก่อนทั้งคู่จะหัวเราะฮ่าฮ่าใส่กัน หลังจากนั้นต่างคนต่างสะบัดหน้าหันหลังให้กันอย่างพร้อมเพรียงพวกมันไม่ได้เอ็ดตะโรเสียงดัง คุยกันอย่างสุภาพ แสดงกิริยานบนอบรักษามาดนักยุทธ์ที่น่านับถือ แต่ผลลัพธ์ออกมากลับกลายเป็ความบึ้งตึงมึนชา
นักสู้หนวดขาวเมื่อรู้ว่าทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้เพราะมันยังรักชีวิต และไม่อยากตายอย่างอนาถหลังจากจบการประลอง แล้วเห็นไอ้เ้าโล้นเปียนั่นเอาแต่ยืนนิ่งเฉยเป็เบื้อใบ้ส่วนเ้าสองคนนั้นไม่รู้คุยอะไรกัน แต่จากการแสดงออกดูก็รู้ว่าพวกมันต่างก็เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมาไม่มีใครกล้าเสียสละลงมือ คิดแล้วก็ละเหี่ยใจ ดั้งนั้นจึงลดมือลงค่อยสงบปากสงบใจไร้คำพูดใดๆอีกแล้วแทบจะเป็เวลาไล่เลี่ยกัน ชายฉกรรจ์ทั้ง4ทยอยหันไปมองฟาลโก้ที่กำลังต่อสู้ 1ต่อ 7 อย่างดุเดือดในเวทีด้านข้าง แล้วหันไปฝั่งผู้ชมที่มีเ้าสำนักบูเทนโดชินั่งเป็ประธานคอยให้กำลังใจหนุนหลังอยู่แล้วพวกเขาก็พ่นลมหายใจออกมาพร้อมเพรียงกัน
การที่มีคนจากสำนักบูเทนโดชิร่วมสายั้แ่แรกถือเป็คราวเคราะห์พวกเขาได้แต่ปลงในโชคร้ายของตัวเอง
นักสู้ทั้ง4จำใจหันหน้าเข้าหาคู่ต่อสู้ของตนที่ได้จองตัวไว้แล้วแล้วเริ่มการประลอง ในใจได้แต่ร่ำร้องอย่างเจ็บแค้นว่าอย่างนี้มันอยุติธรรมโดนลูซี่โกงทั้งๆที่เธอยืนดูเฉยๆไม่ต้องเปลืองเรี่ยวแรงลงมือ เื่แบบนี้ก็มีด้วยพวกเขาถูกโกงเพราะแรงกดดันจากกระแสภายนอก..ยังดีที่อย่างน้อยยังพอเหลือโอกาสอยู่บ้างหากอดทนยืนหยัดเหลือเป็คนสุดท้าย แล้วเอาชนะลูซี่อย่างขาวสะอาดเื่บานปลายหลังแข่งคงไม่มีปัญหา ฟาลโก้เองก็คงพอยอมรับได้
ความคิดเห็นตรงกันโดยไม่ได้นัดหมายนักสู้ทั้ง4ลงมือเต็มที่ไม่มีการออมมือแม้แต่นิดเดียว นักสู้หนวดขาวลงมือได้ไวกว่าที่ใครคาดคิดหมัดแรกพุ่งทะลวงใส่แผ่นหลังนักสู้ที่โกนศีรษะครึ่งหัวแล้วถักเปียพันไว้รอบลำคอแทนที่จะาเ็แต่เป็หมัดของหนวดขาวซะเองที่โดนสะท้อนกลับเหมือนปะทะกับยางรถยนต์เปียพันคอตวัดขากลับหลังฟาดฝ่าเท้าใส่กลางกระหม่อมคนที่ลอบกัด หนวดขาวยกท่อนแขนรับการโจมตีแต่ไม่พ้นแรงกดทับที่แฝงมาฝ่าเท้าของเขากลับจมลึกลงไปบนพื้นเวทีกว่าหนึ่งคืบเปียพันคอตั้งหลักได้โจมตีต่อเนื่องด้วยฝ่ามือที่กางเป็กงเล็บดุจพญาอินทรีย์ขย้ำเหยื่อ‘ห้าดัชนีคร่าิญญา’ หนวดขาวรู้กระทั่งชื่อไม้ตายของคู่ต่อสู้ตั้งรับด้วยไม้ตายก้นกรุ ‘ัพิทักษ์สมุทร’ท่าร่างทั้งคู่ดูสลับซับซ้อนแฝงความรวดเร็วรุนแรง ฝ่ามือและเท้าสอดประสานรุกรับกันอย่างไม่ลดละทุกการออกอาวุธพร้อมปลิดชีวิตฝ่ายตรงข้ามได้ทุกขณะ
ลูซี่ที่ฝีมืออ่อนด้อยที่สุดแค่มองดูยังรู้ว่าทั้งคู่เป็ยอดฝีมืออยู่ในระดับมืออาชีพไปแล้ว แต่กลับลงแข่งรุ่นประชาชนทั่วไปนี่ต่างหากคือการโกง ลดชั้นตัวเองเอาเปรียบผู้อื่นเพื่อเพิ่มโอกาสชนะมากขึ้นสถานะของอีกคู่ก็ไม่ต่างกัน ยอดฝีมือที่ใช้ไอคิโดกับฮับโกไดพลัดกันรุกรับทุ่มทับจับหักกันเป็พัลวันใช้การคว้าจับและการคลายล็อกเป็หลักตลอดการต่อสู้ พลาดพลั้งเพียงนิดเดียวข้อต่อของกระดูกท่อนสำคัญคงหลุดออกจากเบ้า อาการคงไม่ต่างจากนักมวยปล้ำที่โดนโยนบกคนนั้น
ลูซี่เองเดิมทีคิดฉวยโอกาสหาจังหวะทำลายคู่ต่อสู้แต่เมื่อประจักษ์ชัดแล้วว่า ไม่ว่านักสู้คนไหนก็มีฝีมือเหนือกว่าเธอหลายขั้นการลอบโจมตีจะทำให้ตัวเองต่างหากที่โดนทำลายดังนั้นจึงเคลื่อนตัวหลบมุมไปเรื่อยๆให้อยู่ในระยะปลอดภัยไม่พาตัวเองเข้าไปในรัศมีโจมตี ไม่ทำสิ่งใดที่เป็การยั่วยุถึงขั้นนี้แล้วอะไรก็เกิดขึ้นได้ นักสู้ที่อยู่ในโหมดไม้ตายมีสิทธิ์จะลืมเลือนฟาลโก้ไปชั่วขณะและใช้อารมณ์โกรธเกรี้ยวหันมากำจัดเธอทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ดังนั้นจึงไม่กล้าแม้แต่จะตั้งท่าคุมเชิง ทำได้เพียงรอเวลาเท่านั้น
เพราะรู้ตัวดีว่าไม่ว่าจะเจอกับนักสู้คนไหน เธอก็พ่ายแพ้วันยังค่ำ
การที่นักสู้ทั้ง4งัดไม้ตายออกมาใช้ั้แ่แรกหวังพิชิตคู่ต่อสู้โดยเร็วแล้วออมกำลังให้มากที่สุดกลับเป็การสร้างความเสียหายมากขึ้น และแผนการตื้นๆมักไม่ประสบผลอย่างที่คิดคู่ต่อสู้ที่ฝีมือสูสี หักหาญกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่นานนักก็าเ็เพลี่ยงพล้ำลงไปทีละคน
สุดท้ายเหลือนักสู้หนวดขาวเพียงลำพังที่ยืนหยัดสู้กับลูซี่แต่เขาแทบไม่เหลือพลังพอจะทรงตัวได้ด้วยซ้ำ หนวดขาวสังวรชะตากรรมตัวเองดี ได้แต่ขบกรามฝืนสังขารด้วยแข้งขาที่สั่นเทาเนื้อตัวและใบหน้าเปอะเปื้อนไปด้วยคราบเืและเหงื่อไคลบริเวณหน้าอกและลำคอฉีกขาดเป็รอยกรงเล็บทำให้ลมหายใจติดขัดหากไม่ได้รับการแก้ไขทันท่วงทีจะมีอันตรายถึงชีวิต ลมหายใจรวยรินลงราวกับผู้ป่วยไอซียูสภาพตอนนี้แค่เด็กน้อยเวทีด้านข้างยังเอาชนะเขาได้เลย อย่าว่าแต่นังหนูลูซี่
“ลงเวทีไปซะไอ้อ่อน”ลูซี่กล่าวออกมาด้วยแววตาที่จ้องเขม็ง รังสีบนหน้าเด็กสาวที่เคยดูบอบบางอ่อนไหว เปลี่ยนเป็แข็งกร้าวดุร้ายขึ้นมาทันที
เธอชนะโดยไม่ได้ลงมือ
การที่มาร์เชียลอาร์ตถูกจำกัดให้เป็การแข่งขันแค่ระดับชาติไม่ถูกบรรจุเป็การแข่งขันระดับโลกเป็เพราะไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็ทางการจากสมาพันธ์การกีฬาแห่งโลกสาเหตุหลักๆเพราะมาร์เชียลอาร์ตไม่สามารถควบคุมความเสียหายและการาเ็ล้มตายของนักกีฬาระหว่างแข่งขันและหลังแข่งขันได้นั่นเอง
บางประเทศถึงกับเรียกร้องให้ยกเลิกการแข่งขันที่โหดร้ายเกินกว่าจะเรียกว่ากีฬานี้เสียทีแต่หน่วยงานรัฐของประเทศราชแห่งนี้ ซึ่งเป็ผู้ส่งเสริมหลักและอยู่เื้ัการจัดงานมาร์เชียลอาร์ตกลับเพิกเฉยไม่ยอมล้มเลิกแต่คณะบริหารของรัฐบาลก็ได้ยื่นมือเข้าแก้ปัญหาปรับลดความรุนแรงลง โดยมีมติใช้กฎหมายบังคับควบคุมปรับเปลี่ยนกฎกติกาของมาร์เชี่ยลอาร์ตเสียใหม่ป้องกันไม่ให้เกิดฆาตกรรมจากการประลองยุทธ์อย่างเข้มงวด พยายามปกป้องไม่ให้นักกีฬาที่เป็นักยุทธ์ตายคาเวทีและลดทอนความโหดร้ายไปหลายส่วนเมื่อเทียบกับอดีต แต่ก็ยังเลี่ยงไม่พ้นต้องมีอุบัติเหตุาเ็ร้ายแรงถึงขั้นพิการแทบทุกครั้ง
นั่นเป็เพราะแท้จริงแล้วการต่อสู้ไม่ใช่การกีฬา
สำนักฝึกศิลปะการต่อสู้และการป้องกันตัวที่เรียกง่ายๆว่าสำนักยุทธ์ล้วนมีเป้าหมายขยายสาขาและสร้างชื่อเสียงด้วยกันทั้งนั้น การชนะเลิศในมาร์เชียลอาร์ตเป็ฉากหน้าในการสร้างธุรกิจได้อย่างขาวสะอาดในสภาพปัจจุบัน
ความจริงแล้วมาร์เชียลอาร์ตเป็แค่เครื่องมือที่รัฐบาลสร้างขึ้นมาบังหน้าเพื่อแก้ปัญหาและควบคุมสำนักยุทธ์ต่างๆที่อยู่ในโลกมืดเปิดโอกาสให้เผยตัวสู่ด้านสว่าง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าสำนักยุทธ์หลายแห่งอยู่เื้ัอาชญากรรมและอิทธิพลเถื่อนส่วนหนึ่งเพื่อทอนอำนาจและลดความขัดแย้งกันเองของสำนักยุทธ์เ่าั้หลังจากมีข้อตกลงที่เป็ความลับและยอมรับร่วมกันระหว่างผู้นำฝ่ายรัฐกับผู้นำฝ่ายยุทธ์การประลองยุทธ์มาร์เชียลอาร์ตจึงเป็ที่ยอมรับในระดับเริ่มต้นและพัฒนาสืบเนื่องต่อมาจนกลายเป็การกีฬายอดนิยมในปัจจุบัน
ถึงแม้ได้ชื่อว่าเป็การกีฬาแต่พื้นฐานดั้งเดิมมาจากเหล่านักยุทธ์ย่อมหลีกไม่พ้นความรุนแรงป่าเถื่อนโหดร้ายในสายตาชาวโลกมาร์เชียลอาร์ตถูกต่อต้านในระดับโลกก็จริง แต่กลับได้รับความนิยมไปทั่วโลกเช่นกันเห็นได้ชัดจากนักศิลปะยุทธ์ที่เป็ชาวต่างชาติมากมาย พากันเข้าร่วมการประลองยุทธ์อย่างเอิกเกริก
ในเวทีด้านถัดไปไม่ได้ชุลมุนวุ่นวายเหมือนเวทีด้านอื่นๆนักยุทธ์แต่ละคนวาดฝ่ามือในท่าคุมเชิงกันและกันแต่ละฝีก้าวย่างเท้าอย่างระมัดระวัง ราวกับว่าคนที่ลงมือก่อนจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบแตกต่างจากเวทีคนตกเศษอย่างสิ้นเชิง นักยุทธ์แต่ละคนดูสุขุมราวกับยอดฝีมือสีหน้าทุกคนเยือกเย็นกว่าปกติ
ยกเว้นคนเดียวที่ร้อนรนทนไม่ได้กับการตั้งท่าคุมเชิงกันที่มีแต่การออกท่าออกทางมัวแต่ร่ายรำท่าต่อสู้ ราวกับกำลังทำพิธีกราบไหว้สรรเสริญ เชิญบรรดาอาจารย์เฒ่าที่ไม่รู้จะแก่ตายเมื่อไหร่สู่์... จอสส์เป็คนแรกที่ออกอาวุธโจมตีคู่ต่อสู้ด้วยความรำคาญ
มันไม่สนใจว่าไอ้ขี้แอ็กพวกนี้จะเก่งกาจมาจากสำนักไหน
ไม่สนใจว่าชื่อเสียงของพวกมันจะน่าหวาดหวั่นเพียงใด
ขอเพียงอัดให้คว่ำก็พอ!
จอสส์ชิงจังหวะพุ่งเข้าหาใช้ท่าเท้าหมุนเตะต่อเนื่องของวิชาสายเทควันโดโจมตีใส่นักสู้ที่ใช้วิชาสายคาราเต้เป็อาวุธในการตั้งรับมันไม่ได้ตั้งใจเจาะจงลงมือกับคนใดคนหนึ่งเป็พิเศษไม่ได้คาดคะเนว่าคนไหนอ่อนแอหรือเข้มแข็งกว่าจะมาเป็คู่ต่อสู้มันเลือกแค่ว่าคนไหนอยู่ใกล้มันที่สุดเท่านั้น
จอสส์ลงมือหวังผลถึงขั้นเอาชนะเด็ดขาดในกระบวนท่าเดียวแต่นักสู้ระดับนี้มีหรือจะเป็หมูอย่างที่เขาเคยเคี้ยวเล่นใช่แค่รับมืออย่างง่ายดายกลับสวนฝ่ามือแทงย้อนออกมา ถึงจะไม่โดนตัวแต่จอสส์ก็ต้องผงะเป็ฝ่ายล่าถอยจนเกือบตั้งหลักไม่ทัน
เพียงฝ่าเท้าแรกที่จอสส์ฟาดออกไปกลับเป็สัญญาณเริ่มการต่อสู้นักยุทธ์ที่ระวังตัวมากเกินไปกดดันตนเองจนละทิ้งความเยือกเย็นชั่วขณะเผลอออกอาวุธเพื่อป้องกันตัวแต่นั่นเท่ากับกลายเป็ท่าโจมตีใส่คู่ต่อสู้คนอื่นด้วยเช่นกันบางคนกลับตัดสินใจได้ฉับไวกว่า ฉวยโอกาสที่ไม่มีใครเชื่อว่านักสู้รุ่นเยาวชนอย่างจอสส์จะกล้าลงมือเป็คนแรกจึงลงมือตามน้ำกับคนที่เสียสมาธิเพียงแวบเดียว่ชิงความได้เปรียบมาเป็ของตนให้มากที่สุดการต่อสู้จึงกลายเป็ความชุลมุนไม่เลือกฝ่ายต่างคนต่างเห็นคนอื่นเป็คู่ต่อสู้ที่ต้องหักหาญให้ถึงที่สุด
จอสส์ดูเหมือนเป็คนใจร้อนไม่ใส่ใจกลยุทธ์ ไม่เข้าใจยุทธวิธี ลงมือวู่วามตามอำเภอใจโดยปราศจากแผนการใดรองรับแต่ทั้งหมดกลับเข้าทางการต่อสู้ที่เขาถนัด นั่นคือการปั่นป่วนคู่ต่อสู้ยิ่งคู่ต่อสู้เยือกเย็นเขากลับยิ่งรับมือลำบาก
การประลองในรอบนี้เป็การหาตัวผู้ชนะ8คนสุดท้ายเพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศต่อไป โดยจัดประลองพร้อมกันทีเดียว8เวที เวทีละ8คน ผู้ชนะแต่ละคนจากเวทีทั้ง8จะได้รับตำแหน่งว่าที่รองชนะเลิศอันดับสองเป็อย่างน้อยเพราะในรอบชิงชนะเลิศจะต้องขึ้นเวทีพร้อมกันหมดและคนสุดท้ายที่ยืนหยัดจะได้เป็แชมป์
มาร์เชียลอาร์ตเป็การประลองด้วยศิลปะการต่อสู้ทุกประเภทศิลปะการต่อสู้ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละชนชาติจุดเด่นที่น่าสนใจและสนุกสนานเร้าใจที่สุดไม่ใช่การการเฟ้นหาตัวแชมป์แต่เป็การได้พบเห็นการต่อสู้ในรูปแบบที่แปลกตา นำความแตกต่างมาประชันกันว่า ศิลปะการต่อสู้แบบใดสามารถต่อกรหาข้อได้เปรียบเสียเปรียบเอาชนะกันด้วยทักษะของผู้ฝึกยุทธ์ที่มีรูปแบบเฉพาะตัวต่างหาก
ยิ่งพบเห็นว่าวิชาของฝ่ายหนึ่งที่ไม่น่าใช้ได้จริงในการต่อสู้กลับพลิกล็อกเอาชนะฝ่ายที่ได้เปรียบได้อย่างไม่คาดฝันยิ่งทำให้มาร์เชียลอาร์ตได้รับความนิยมขึ้นทุกขณะ
อย่างรอบคัดเลือกมีผู้ใช้วิชาหมัดเมาที่อยู่ในสายวูซูต่อสู้กับนักมวยคิกบ๊อกซิ่ง ซึ่งดูแล้วนักมวยหมัดเมาที่เคลื่อนไหวคล้ายคนเลือนรางสติวาดมือวาดเท้าออกอาวุธสะเปะสะปะไร้เรี่ยวแรง แค่ทรงตัวให้สมดุลยังทำไม่ได้ไม่น่ารอดพ้นจากพายุหมัดเท้าเข่าศอกจากนักมวยคิกบ๊อกซิ่งไปได้ แต่ด้วยระดับทักษะยุทธ์ที่ต่างกันผู้ใช้หมัดเมาแสดงความเหนือชั้นกว่าหลบหลีกหลอกล่อโดยไม่รับอันตรายสักแผลเดียวหนำซ้ำกลับล้อเลียนยั่วโทสะจนนักมวยคิกบ๊อกซิ่งที่ดุดันกลายเป็ตัวตลก ไม่เพียงแค่ชกจั่วลมยังเป็ฝ่ายพลาดท่าถูกหมัดเมาฟาดเท้าน็อกเอาท์สลบคาที่อย่างไม่รู้ตัว
องค์ประกอบเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ประกอบกันกลายเป็สีสัน แทรกซึมในวงการเอนเตอร์เทนเม้น เรียกเลทติ้งให้มาร์เชียลอาร์ตติดอันดับ1 ใน 5 กีฬายอดนิยมของโลกไปตลอดกาล